บทที่ 2 เริ่มมองเห็นเครื่องจักรสีแดง
ผ่านปีแรกไปแบบสาวกเด อะค๊อป จำจนวันตาย ถึงวันนี้ผมยังจำได้อยู่เลยว่านัดชิงแชมเปี้ยนลีค เล่นกันที่สนามไหน ประเทศอะไร สกอร์เท่าไร แต่เกมที่แมนยูเตะกับเชลซี ผมจำไม่ได้แล้ว

ไปดูกันต่อในปีที่ 2 2005/06



เริ่มต้นปีนี้ด้วย ความหวังที่มากกว่าเดิม เพราะ ทีมพึ่งสร้างปรากฎการณ์แห่งความฝันที่อิสตันบูล รวมทั้งทีมเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น พร้อมสโลแกนติดปากแฟนหงส์ ที่ยังใช้ข่มแฟนผีอยู่จนบัดนี้ "แชมป์ยุโรป 5 สมัย" นะเฟ้ย และนี่คือรายชื่อผู้เล่นที่ราฟาดึงมาร่วมทีมในฤดูกาล 2005/06

Antonio Barragan
Boudewijn Zenden
Jose Reina
Mohamed Sissoko
Peter Crouch
Miki Roque
Jack Hobbs
Besian Idrizaj
Mark Gonzalez
Paul Anderson
Jan Kromkamp
Daniel Agger
David Martin
Robbie Fowler

ใช้เงินซื้อผู้เล่นเข้ามาทั้งหมด 26,730,000
ขายผู้เล่นออกไป 14,000,000
เท่ากับว่าราฟาลงทุนเรื่องนักเตะไปในปีที่ 2 12,730,000 ปอนด์





14 คือจำนวนผู้เล่นที่ราฟา เหวี่ยงแหออกไปจับมาได้ โดยจาก 14 คนนี้เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้ 2 คน คือ Reina และ Agger ข้อสังเกตุ คือ แม้ทีมจะได้เงินจำนวนมหาศาลจากแชมเปี้ยนลีค แต่ราฟากลับไม่ได้รับเงินดังกล่าวมาปรับปรุงทีมเท่าที่ควร เราซื้อได้แต่ปลาซิวปลาสร้อยทั้งนั้นเลย ไม่รวม Crouch , Sissoko , Fowler ที่เหลือแทบจะไม่รู้จัก อ๋อ Zenden อีกคน เพราะฉะนั้น สรุปเรื่องการซื้อผู้เล่นในปีนี้ 14 คน เป็นคนจริงๆแค่ 6 คนที่เหลือคือปลาซิวและปลาสร้อย



ไฮไลท์อีกหนึ่งอย่าง ในปีนี้ คือ การเผชิญหน้ากันครั้งแรกของ The Boss กับ The God ของสาวกหงส์แดง เป็นหนึ่งในการซื้อตัวที่ ผมขอตบมือให้ราฟา แม้การกลับมาของ The God ในรอบนี้จะไม่ได้ทำประโยชน์ให้ทีมมากมายเหมือนสมัยก่อน แต่การลงเล่น 16 เกมรวมทั้ง 5 ประตูที่ The God ทำให้แก่หงส์แดงนั้น ก็เพียงพอที่จะสร้างความสุขให้ผมและแฟนๆเดอะก๊อตคนอื่นๆแล้ว

การเข้ามาของ Reina , Sissoko รวมทั้งฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นและคงที่มากขึ้นของ Alonso ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นเพื่อให้ทั้ง Alonso Gerrard Hamann หรือ Sissoko ลงเล่นพร้อมกันได้ และ ผลของมัน คือ การเปลี่ยนผู้เล่นแดงกลางอย่าง Gerrard ไปเป็นเครื่องจักรถล่มประตู เพราะในปีนี้ Gerrard ยิงได้ทั้งสิ้น 23 ประตู จากการเล่นทางขวาเป็นส่วนใหญ่ (ตรงกลางก็ยังได้ลงเล่นบ้างในช่วงที่ Alonso บาดเจ็บ)

----------------------------------------------------Reina-------------------------------------------------------

Finnen--------------------------Carragher-------------Hyypia----------------------------------Riise

Gerrard--------------------------Alonso--------------Hamann/Sissoko--------------------Garcia

-----------------------------------Crouch--------------------Cisse/Baros-------------------------------

Sub : Morientes , Kewell , Zenden , Fowler , Warnock , Traore , Kromkamp , Pongolle

ไปดูผลงานในปีนี้กันว่า มีอะไรดีขึ้นกว่าปีแรกหรือไม่

พรีเมียร์ลีค - จบที่อันดับ 3 ด้วยคะแนนที่มากขึ้นกว่าเดิมถึง 24 คะแนน ปีนี้เราได้คะแนนถึง 82 คะแนน แพ้แมนยู 1 คะแนน แต่ตามหลังแชมป์อย่างเชลซีที่มี 91 คะแนนถึง 9 คะแนน โดยในปีนี้ราฟาคุมทีมชนะ 25 แพ้ 6 เสมอ 7 (เทียบกับปีแรกถือว่าดีขึ้นอย่างยอดเยี่ยม เปลี่ยนเกมที่แพ้เป็นชนะได้ถึง 8 เกม โดยเสมอเท่าเดิม)
เอฟเอ คัพ - ชนะเลิศ ด้วยผลงานที่แสนตื่นเต้นไม่ต่างจากปีที่แล้วที่ชนะมิลาน แถมผลงานระหว่างทางกว่าจะมาถึงรอบชิง ก็ชนะมาทั้งแมนยูและเชลซี เรียกว่าเป็นการคว้าแชมป์อย่างสมศักดิ์ศรีเลยทีเดียว (แม้ผลงานในรอบชิงจะไม่สุดยอด แต่ก็เป็นอีกนัดที่จำไม่ลืมเหมือนเคย)
ลีคคัพ - หลังจากที่ราฟารู้ว่า รายการไหนคือลีคคัพ รายการไหนคือเอฟเอคัพ ผลคือ เราตกรอบแรกด้วยผลงานของ Crystal Palace
แชมเปี้ยนลีค - หลังจากคว้าแชมป์มาเมื่อปีที่แล้ว เราก็เป็นตัวเต๋งทันทีในปีนี้ และ พวกเราก็ต้องนั่งตัวเกร็งตั้งแต่รอบน๊อคเอาต์รอบแรก หลังจากเราผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาแล้ว เราเข้ามาเจอกับ Benfica ซึ่งในตอนแรกดูไม่น่าจะเป็นงานยาก เกมแรกเราบุกไปแพ้มา 0 - 1 แต่การที่เราได้กลับมาเล่นแอนฟิลด์ในเลคที่สองทำให้ความหวังขอแฟนยังเต็ม เปี่ยม แต่แล้วแฟนๆกับต้องนั่งตัวเกร็งอย่างที่ผมบอกไปแล้ว เมื่อผลออกมา คือ เราแพ้คาบ้าน 0 - 2 กระเด็นตกรอบไปแบบคาดไม่ถึง

สรุปผลงานในปีที่ 2 ของราฟากับลิเวอร์พูล ทิศทางของทีมก็ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้จะยังไม่ได้แชมป์ลีคสูงสุด แต่การเก็บคะแนนได้ถึง 82 คะแนนซึ่งครั้งสุดท้ายที่ทีมทำคะแนนได้มากกว่า 80 คะแนนต้องย้อนไปไกลถึงฤดูกาล 1987-88 ที่ทีมทำได้ 91 คะแนนคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ซึ่งถ้าลิเวอร์พูลทำผลงานได้คะแนนระดับ 82 คะแนนในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้(1995-2005) พวกเราจะเป็นแชมป์ถึง 5 ครั้งเลยทีเดียว เมื่อบวกกับผลงานที่ทีมคว้าแชมป์ FA Cup ได้ด้วย แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะ Gerrard อีกแล้ว แต่คงเป็นการยากที่จะบอกว่าผลงานของทีมในปีนี้ล้มเหลว แม้ผลงานในลีคคัพ และ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีค จะทำได้แย่กว่าที่คาดหวังไว้


เมื่อมองรวมไปถึงการ ปรับเปลี่ยนทีมที่ค่อนข้างจะลงตัวมากขึ้น ทั้งการเข้ามาใหม่อย่าง Reina Sissoko รวมทั้งผู้เล่นที่ซื้อมาเมื่อปีที่แล้วอย่าง Alonso Garcia เริ่มทำผลงานได้มากขึ้น แม้ว่าการย้าย Gerrard ไปเล่นทางขวาจะไม่ค่อยโดนใจผมเท่าไร แต่เมื่อมองผลงาน 23 ประตูของเขาแล้ว ผมก็ไม่รู้จะเถียงยังไง ผมจำได้ว่าปีนั้น ทีมเริ่มเล่นเป็นระบบมากขึ้น การถ่ายบอล การจ่ายบอล การครอสบอกจากซ้ายไปขวา ทีมทำได้ดีขึ้น ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า มาจากการเล่นของผู้ชายที่ชื่อ Xabi Alonso รวมความแข็งแกร่งในเกมรับ ไม่แปลกเลยที่ทีมทำคำแนนได้ลีคได้สูงมากถึง 82 คะแนน ภาพของเครื่องจักรสีแดงเริ่มกลับมาให้ผมได้เห็นอีกครั้ง การครองบอลบุกเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามเกือบตลอดเวลายามเล่นในบ้าน เป็นภาพที่ผมไม่ได้เห็นมานานพอสมควรแล้ว คะแนนของราฟาในปีนี้ 4 ดาวเช่นเคย



Create Date : 28 ธันวาคม 2552
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 13:45:27 น.
Counter : 427 Pageviews.

0 comment
บทที่ 1 ปฐมบทแห่งราฟาลูชั่น
นี่คือโฉมหน้าบรรดาผู้เล่นที่ฮูริเย่ร์ทิ้งไว้ให้ราฟาทำงานของเขาต่อไป



ไล่เรียงรายชื่อดูมีผู้เล่นในระดับที่ใช้งานได้จริงแค่ไม่กี่คน

Jerzy Dudek
Markus Babbel
Jamie Carragher
Steve Finnan
Stephane Henchoz
Sami Hyypia
John Arne Riise
Steven Gerrard
Dietmar Hamann
Harry Kewell
Danny Murphy
Vladimir Smicer
Milan Baros
Michael Owen
Emile Heskey

ซึ่งในช่วงที่ราฟาเข้ามา ทีมของเราได้ตัว Djibril Cisse ซึ่งเซ็นสัญญาล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ยุคของฮูริเย่ร์ ทำให้ราฟาตัดสินใจปล่อยกองหน้าตัวเก่งของเราอย่าง Owen ออกไป เพราะ นักเตะไม่ยอมต่อสัญญา ซึ่งเมื่อไล่มองผู้เล่นทั้งหมด สิ่งแรกที่ราฟาต้องทำคือการปรับทีมให้เข้ากับแผนการเล่นที่เขาต้องการ โดยในปีแรกราฟายังคงใช้แผนการเล่นในระบบ 4 - 4 - 2 ซึ่งนี่คือผู้เล่นที่น่าจะเป็นผู้เล่นหลักๆของราฟาในปีนั้น ผมไม่ได้แบ่งตัวจริงตัวสำรองนะครับ แค่จัดเป็นทีมเฉยๆ เพราะในปีแรกนั้น นอกจากแผงหลัง และ Gerrard แล้วดูเหมือนไม่มีใครเป็นตัวจริงสักคน

---------------------------------------------------Dudek----------------------------------------------------

Finnen--------------------------Carragher-------------Hyypia-------------------------------Riise

Smicer-------------------------Gerrard------------------Hamann--------------------------Garcia

-------------------------------------Cisse-----------------Baros-------------------------------------------

Sub : Kewell , Traore , Biscan , Alonso , Pongolle , Josemi , Morientes , Kirkland , Diao

เมื่อเขาเข้ามาสู่ทีมของพวกเรา เขาก็เริ่มลงมือทำงานของเขาในทันที ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยเขาได้ทำอะไรไปบ้าง ผมคงไม่อาจไปสืบเสาะมาบอกได้ ผมพอจะหาข้อมูลได้เท่าที่ Internet จะเอื้ออำนวย เพราะบ้านผมไม่ได้อยู่ติดรั้วแอนฟิลด์ ผมอยู่ไกลถึงดินแดนบางกอก สิ่งที่ผมสนใจอยากดูเป็นอันดับแรก คือ เขาซื้อใครเข้ามาสู่ทีมในปีแรกที่เขาเข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 2004/05 เพื่อสร้างทีมที่เรียกได้เต็มปากว่า "ทีมของราฟา" ไปดูกัน

Josemi
Antonio Nunez
Xabi Alonso
Luis Garcia
Mauricio Pellegrino
Fernando Morientes
Scott Carson

ใช้เงินซื้อเข้ามาทั้งหมด 17,870,000
ขายออกไป 11,000,000 ( โอเว่นกับเมอร์ฟีย์)
เท่ากับว่าราฟาลงทุนเรื่องนักเตะไปในปีแรก 6,870,000 ปอนด์

ถือเป็นความแปลกใหม่ ของลิเวอร์พูลที่ได้เห็นผู้เล่นอย่าง Luis Garcia ซึ่งเทคนิคดี ลูกเล่นเยอะ ง่ายๆไม่ ยากๆทำ เหมือนจะเป็นสโลแกนของ Luis Garcia เขาช่วยทีมยิงไปทั้งหมด 13 ประตูในทุกรายการ รวมทั้งนี่เป็นปีแรกเป็นจุดกำเนิดของคุณชายแห่งแอนฟิลด์นามว่า Xabi Alonso กองกลางที่แรกเริ่มเดิมที เป็นใครมาจากไหนไม่มีใครรู้จัก แต่ผลงานที่คุณชายทำให้กับทีม มันมีค่ามากกว่าเงินจำนวน 10 ล้านปอนด์ที่จ่ายไปมากมายนัก หนึ่งในนั้นคือประตูตีเสมอในเกมกับมิลานนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าเขาซื้อผู้เล่นเข้ามาใหม่แค่ 7 คนซึ่งถือว่าน้อยมากนะครับ หากเปรียบเทียบกับผู้จัดการทีมคนอื่นๆเวลาย้ายทีมมาใหม่ และผลงานของเขาในปีแรกกับทีม ด้วยผู้เล่นชุดเดิมจากฮูลิเย่ร์กว่า 80 % และใช้เงินลงทุนใหม่ไปเพียงเกือบ 7 ล้านปอนด์ คือ

พรีเมียร์ลีค จบที่อันดับ 5 ได้คะแนน 58 คะแนน คุมทีมชนะในลีค 17 แพ้ 14 เสมอ 7
เอฟเอ คัพ ตกรอบแรกที่ลงเล่น (รอบที่ 3) ด้วยฝีมือของทีมอย่าง Burnley
ลีคคัพ เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่แพ้ให้แก่ Chelsea
แชมเปี้ยนลีค คว้าแชมป์โดยการเฉือนชนะจุดโทษ Milan ไปอย่างตื่นเต้นสุดๆ

เป็นเพียงแค่ปีแรกของผู้ชายที่ชื่อ ราฟา เบนิเตช แต่กลับกลายเป็นว่า มีแฟนบอลกลุ่มใหญ่ให้การสนับสนุนเขาอย่างมากมาย ถึงขั้นมีการตั้งกลุ่ม ราฟาแฟนคลับ ขึ้นมา รวมทั้งฉายาที่ได้จากสื่อมวลชนอย่าง ราฟาลูชั่น ถือเป็นกุนซือคนหนึ่งของหงส์แดงที่สร้างสีสันได้อย่างมากมาย แต่แม้ว่าจะโรเตชั่นยังไง แต่แผงกองหลังทั้ง 4 คน ราฟาจะไม่เปลี่ยนแปลงหากว่าไม่มีใครโดนแบนหรือได้รับบาดเจ็บ


สรุปผลงานในปีแรกของ เขา แม้ว่าการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีค จะเริ่มต้นจากลูกยิงผีจับยัดของ Steven Gerrard ในนาทีสุดท้ายกับโอลิมเปียกอส แต่ยังไงเครดิตส่วนหนึ่งก็ต้องยกให้ราฟาด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะโรเตชั่นชิบหายเลย แต่พอเข้าใจได้เพราะยังไม่รู้จักผู้เล่นเพียงพอ ยังไม่รู้ว่าจะให้ใครเล่นเป็นตัวจริง ใครเจ๋ง ใครห่วย รวมทั้งผลงานในลีคก็ไม่ดี แต่การพาทีมเข้าชิงถึง 2 รายการในปีแรก แถมใช้เงินลงทุนในเรื่องผู้เล่นไปเพียงแค่เกือบๆ 7 ล้านปอนด์ เทียบกับความสำเร็จที่ได้มา ยังไงก็ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมครับ ผลงานในปีแรกผมให้ 4 ดาว



Create Date : 28 ธันวาคม 2552
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 13:45:41 น.
Counter : 504 Pageviews.

1 comment
ราฟา เบนิเตช 2004 - Now
ราฟา เบนิเตช เข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลตั้งแต่ฤดูกาล 2004 - 2005 ด้วยชื่อเสียงในระดับท๊อปๆของวงการฟุตบอลในยุโรป จากผลงานของเขาในช่วงที่คุมทีมวาเลนเซีย ซึ่งต้องบอกว่า ในช่วงที่เขารับงานคุมทีมวาเลนเซีย สถานการณ์ของทีมก็ไม่ได้แตกต่างจากลิเวอร์พูลเท่าไรนัก เพราะวาเลนเซียนในตอนนั้น ไม่ได้แชมป์สูงสุดในประเทศมาตั้งแต่ปี 1971 ราฟาเข้าคุมทีมปี 2001 เท่ากับว่าไม่ได้แชมป์ลีคสูงสุดมา 30 ปีแล้ว ด้วยผู้เล่นหลักๆอย่าง Ruben Baraja, Pablo Aimar, Fabian Ayala และ กัปตันทีม David Albelda ราฟาพาทีมคว้าแชมป์ลีคหนแรกในรอบ 31 ปีได้สำเร็จในปีแรกที่เข้ามาคุมทีม

จบเรื่องราวประวัติคร่าวๆของราฟาก่อนมาคุมยอดทีมอย่างลิเวอร์พูล เรามาดูคำให้สัมภาษณ์ของเขาในอดีตกัน ซึ่งบ่งบอกปรัชญาในการทำทีมของเขาได้เป็นอย่างดี

" ปรัชญาในการทำทีมของผมคล้ายๆกับ Ac. Milan ในยุคของ Arrigo Sacchi ผมชอบบอลที่เล่นด้วยเทคนิคผสมผสานกับความแข็งแกร่ง และจะไม่ยอมให้คู่ต่อสู้ครองบอลมากนัก ผมชอบทีมที่เล่นฟุตบอลด้วยความเร็ว พยายามเข้าทำประตูโดยการต่อบอลให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทีมวาเลนเซียของผมเป็นการผสมผสานระหว่างผู้เล่นใหม่และผู้เล่นที่มากไปด้วย ประสบการณ์ "

ในช่วงที่เขาคุมทีมวาเลนเซีน เขาเปลี่ยนทีมที่เล่นได้น่าเบื่อในยุคของ เอ็กเตอร์ คูเปร์ มาเป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้น่าตื่นเต้นและเร้าใจ ผมจำได้ว่าในตอนนั้น ผมอยากให้ราฟาคนนี้แหละ มาคุมหงส์แดงของเรามากๆเลย เพราะ ผมทนเบื่อกับสไตล์การทำทีมของฮูลิเย่ร์มานานพอสมควรแล้ว และในที่สุดความหวังของผมก็เป็นจริง เมื่อบอร์ดบริหารของลิเวอร์พูล นำตัวเขาเข้ามาสู่แอนฟิลด์จริงๆ




Create Date : 28 ธันวาคม 2552
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 13:45:55 น.
Counter : 370 Pageviews.

0 comment
League Cup 3rd round : Leed 0 - 1 Liverpool
วันนี้ถ่างตาดูหงส์ ตามแบบฉบับแฟนพันธุ์ทาง (ไม่ยอมเปลี่ยนแปรง)

หงส์จัดการส่งสำรองมาเกือบหมด ยกเว้น คาราเกอร์ (ผู้เริ่มเชื่องช้า) , มาเชราโน่ (ผู้ล่าเนื้อ - กัปตันอาร์เจนฯ) นอกนั้นเป็น คาวาเลียรี่, เดเก้น, ซคริติกอส, ดอสเซน่า, ออเรลลิโอ, สเปียริ่ง (ดาวรุ่งร่างตัน), บาเบล, ริเอร่า, เอ็นก็อก

เอาวะ สำรองแต่ก็น่าใช้ได้ สรุปห่วยทั้งทีม ให้คะแนนทีมที่ 6

คาวาเลียรี่ - 7 - เซฟจังหวะสำคัญได้หลายลูก อนาคตสดใสแน่อนน
เดเก้น - 7 - หายไปนานปีครึ่งกลับมาแล้วเล่นได้เข้าทีทีเดียว ถ้าไม่เจ็บอีก เป็นอะไหล่ทดแทนได้ไม่มีปัญหา
คาราเกอร์ - 6 - ปีนี้มิสเตอร์ลิเวอร์พูลเปลี่ยนไป คงจะเป็นไปตามสังขาร ช้าลง... คงใกล้ถึงเวลาแล้วที่จะปลดระวางคาราเกอร์
ซคริติกอส - 6 - กองหลังตัวใหม่ ลูกโด่งกินหมด ลีลาสวยงาม แต่ช้าไม่ทันกลับบอลสไตล์อังกฤษ อยู่ในระหว่างปรับตัว
ดอสเซน่า - 5 - โดนเจาะัฝั่งนี้อยู่เป็นประจำ รับห่วย ช่วยเกมส์รุกก็ห่วย เปิดกี่ทีก็ติดหมด เข้าไม่ได้เลยกลับบอลอังกฤษ ไม่แน่มกราคมนี้อาจย้ายทีม
มาสเชราโน่ - 7 - วิ่งสู้ฟัด ตลอดเกมส์ มีจังหวะหงุดหงิดอยู่บ้าง จนเกือบโดนใบแดง ไปหมุนตัว ฟาดผุ้เล่น ลีดส์ โชคดีที่กรรมการมองไม่ทัน
ออเรลลิโอ - 6 - แรกๆ เด่น แต่ไม่เหมาะกับการทำเกมส์ จ่ายบอลไม่ค่อยทะลุ ติดตลอด เล่นๆ ไป ไม่รู้ว่าหายไปไหน ไม่ค่อยมีบทบาท แต่มีให้ครบ 11 ตัว เสียดายจังหวะยิงฟรีคิกดันไปโดนผุ้เล่นลีดออกไปซะก่อน
บาเบล - 5 - หายนะมาเยือนบาเบลแล้่ว เลี้ยงมาก จ่ายห่วย เล่นเข้ากับคนอื่นไม่ได้ ทำบอลเสียตลอด ดาวรุ่งความหวังคงไม่ได้เป็นแล้วหล่ะ ถึงเวลาพิสูจน์แต่ทำไ้ด้ไม่ดี ก็อย่าโทษคนอื่นอีกเลยว่าไม่ให้โอกาส
ริเอร่า - 6 - วิ่งทำเกมส์ตลอด แต่จุดอ่อนพี่ท่านคือ ขาขวาเป็นใบ้ เลื้อยก็ไม่ค่อยผ่าน กลัวว่าวันเวลาของเขากำลังค่อย ๆ ลดลง
สเปียริ่ง - 6 - มีจังหวะจ่ายบอลสวยๆ หลายลูก แต่ลูกชนยังบอบบางไปหน่อย กินแคลเซียมเยอะๆ เล่นเวทเทรนนิ่งให้แกร่ง ใช้ได้ ดาวรุ่งคนที่สองในยุคราฟา
เอ็นก๊อก - 6 - บอลไม่ค่อยถึงน้องเขาเท่าไหร่ แต่ดูแล้วกระดูกกำลังแข็งเรื่อยๆ จังหว่ะพลิกตัวยิงสวยใช้ได้ มีอนาคต

เกือบโดนยิงไปหลายลูก มีลูกนึงเข้าประตูแน่นอน แต่มีตัวล้ำหน้าไปโดนบอล เลยโดนเช็คล้ำหน้า โชคดีเหลือหลาย มีจังหวะให้เขายิงหลายลูกเหมือนกัน ผุ้เล่นลีดส์ดูตั้งใจเล่นบอลกันเป็นพิเศษ กองหลังเหนียว พลาดน้อยมาก โชคดีที่ เอ็นก๊อก ใช้โอกาสน้อยนิด พลิกตัวยิงเข้าไปยังสวยงาม ส่วนกองหน้าของลีดส์ หลุดยิงหลายลูกเหมือนกัน แต่ทำไม่ได้เอง

สรุป อะไหล่สำรองยังคงทดแทนตัวหลักไม่ได้ แล้วฤดูกาลอีกยาวไกลจะเป็นเช่นไรหนอ ทด 4 นาทีเอง ทำไมไม่เอาสัก 7 นาที



Create Date : 23 กันยายน 2552
Last Update : 23 กันยายน 2552 11:19:25 น.
Counter : 384 Pageviews.

1 comment
1  2  

นายรักแท้
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments