เที่ยวและงานบันดาลสุข
Group Blog
 
All Blogs
 

มานวดเพราะฉี่บ่อย

"มาด้วยอาการอะไรครับ" เป็นคำถามเปิดของหมอทุกเคสตอนซักประวัติ ส่วนใหญ่มักตอบว่าปวดตรงนั้นตรงนี้ ก่อนจะถามลึกเข้าไปถึงอาการอื่นๆ และสาเหตุ

แต่คำตอบของคุณดาว คนไข้วัย 60 ปีกว่าๆ มาแปลก "ปวดฉี่บ่อยค่ะ"

หมอก็เป็นงง "ปวดฉี่ทำไมไม่ไปหาหมอยูโรฟะ (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางเดินปัสสาวะ) มาหาหมอนวดทำไม"

คิดในใจนะครับ ไม่พูดให้คนไข้เจ็บช้ำน้ำใจหรอก แต่ก็หมดข้อสงสัย เมื่อคุณดาวเสริมต่อว่า "ลุกขึ้นฉี่บ่อย คืนหนึ่งเป็นสิบๆ ครั้ง จนไม่ได้หลับได้นอน เลยปวดตึงไปทั้งตัว"

ก็จริงก็เธอครับ คนที่นอนไม่พอ อาการเป็นเช่นนี้แล คือปวดเมื่อย ตึงไปทั้งตัว คือกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นที่เขาไม่ได้พักผ่อน เขาประท้วงอะ สมองก็สั่งการให้หดเกร็ง หลั่งสารเคมีที่ทำให้ปวดให้เมื่อยออกมา ซึ่งนวดก็ช่วยได้พอสมควร

ซักประวัติลึก ก็พบว่าคุณดาวเป็นเบาหวานมานานหลายปี เป็นมากถึงขั้นยากินเอาไม่อยู่ ตอนนี้ต้องใช้ยาฉีดวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็นเลย

ยาที่ฉีดคืออินซูลินครับ ซึ่งก็คือโฮโมน ซึ่งหน้าที่นำน้ำตาลซึ่งเป็นสารให้พลังงานแก่ร่างกายเข้าไปเผาผลาญในเซล

ในคนปกติผลิตได้จากร่างกายเราเอง อวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตคือตับอ่อน แต่สำหรับคนที่ป่วยเป็นเบาหวาน ตับอ่อนทำงานผิดปกติ ผลิตอินซูลินได้น้อยลง หรือผลิตไม่ได้เลยอย่างกรณีของคุณดาว

เมื่อไม่มีหรือมีพาหนะนำน้ำตาลไปใช้น้อยเกินไป น้ำตาลเลยคั่งค้างอยู่ในกระแสเลือด ไตก็ต้องขับออกมาทางปัสสาวะ น้ำฉี่ที่ออกมาก็เลยหวาน มดตอมเลยทีเดียว ก็เลยเรียกกันว่า เบาหวาน

คนที่เป็นเบาหวานเลยฉี่ค่อนข้างบ่อย แม้น้ำตาลให้พลังงาน แต่ถ้าคั่งค้างอยู่ในเลือดมากเกินไปก็ไม่ดี เพราะทำให้เลือดหนืด ทำให้เส้นเลือดแข็งเปราะขาดความยืดหยุ่น หลังเป็นเบาหวานโรคอื่นๆ เลยตามมา เช่นความดันเลือดสูง หรือเส้นเลือดตีบแตก เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต หรือหัวใจขาดเลือด

กรณีของคุณดาวนี้เธอบอกว่า แม้ถึงขั้นฉีดอินซูลินถึงวันละ 2 ครั้ง แต่ก็ยังคุมน้ำตาลในเลือดไม่ค่อยจะอยู่ กินอาหารที่หวานหรือพวกแป้งก็ขึ้นทันที จึงเป็นไปได้ว่า อาการฉี่บ่อยเป็นผลข้างเคียงมากจากเบาหวาน

แต่ก็น่าแปลกใจ เพราะโดยปกติแล้วอาการฉีบ่อยเพราะเบาหวานน่าจะเกิดตลอดเวลา แต่กรณีของคุณดาว กลางวันกลับไม่ค่อยเป็น แต่เป็นตอนกลางคืนมากกว่า

อาการฉี่บ่อยอาจมาจากสาเหตุอื่นก็ได้ เช่นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ที่เมื่ออยู่ในท่านอนก็ไปกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะให้มีอาการปวดก็ได้

นอกจากนี้ที่ผ่านมาหมอเองก็เคยเจอคนไข้เบาหวานมากพอสมควร โดยเฉพาะคนที่กินยาหรือฉีดยาสม่ำเสมอ ก็ไม่เคยเจอประเภทที่ฉี่บ่อยมากตอนกลางคืนจนรบกวนการนอนเหมือนคุณดาว

ดังนั้นหลังนวด ซึ่งนวดทั้งตัวในสูตรนวดไทยตามปกติ เพื่อให้กล้ามเนื้อที่อยู่ในภาวะเครียดจากพักผ่อนไม่พอได้ผ่อนคลาย ก็เลยแนะนำคุณดาวให้ไปตรวจกับหมอยูโรให้ละเอียดอีกครั้ง แล้วรักษาที่ต้นเหตุกันอย่างจริงจัง

เพราะหากยังปล่อยให้ฉี่บ่อยจนไม่ได้หลับได้นอนนานๆ เป็นสิ่งไม่ดีต่อสุขภาพโดยรวมแน่ๆ นอกจากปวดตึงตามเนื้อตัวแล้ว อาการอื่นๆ จะตามมาอีกมากมาย




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2553    
Last Update : 20 ตุลาคม 2553 1:11:14 น.
Counter : 354 Pageviews.  

งานคือเงินบันดาลทุกข์

คุณโอเพิ่งมานวดครั้งแรก ดูท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง ความดันเลือดปกติ ซักอาการสำคัญบอกว่าปวดบ่าปวดต้นคอและปวดศรีษะ

หมอซักต่อว่าปวดแบบไหน ปวดตื้อๆ ทั้งหัว หรือปวดแบบเต้นตุ๊บซีกเดียว ปรากฎว่าปวดตื้อๆ ก็เลยแยกได้ว่า ปวดหัวจากความเครียด ไม่ได้ปวดแบบไมเกรน

เลยถามต่อว่าปวดเพราะความเครียดสูงหรือเปล่า

คุณโอตอบว่า "ใช่เลย" เพราะช่วงนี้งานเยอะมาก ต้องทำงานจึงถึงตี 5 มาสิบกว่าวันแล้ว 8 โมงก็ต้องตื่นไปทำงานต่ออีก

หมอเลยถึงบางอ้อ ปวดศีรษะเพราะนอนไม่พอนี่เอง ซึ่งเป็นอาการที่เจอได้บ่อยมาก นอกจากปวดหัวแล้วคนไข้บางคนก็เวียนหัวร่วมด้วย

ส่วนอาการปวดตึงทั่วตัวนั้นก็เป็นอาการปกติของคนนอนไม่พออยู่แล้ว

นวดคุณโอ หรือคนนอนไม่พอนี่ ง่ายมากครับ ก็นวดตามสูตรปกติ ไม่ได้พิศดารอะไร นวดทั้งตัวครับ เพราะนอนไม่พอนี่ ภูมิคุ้มกันเรามีปฏิกิริยาประท้วงทุกส่วนของร่างกายอยู่แล้ว แต่ส่วนที่มีเชื้ออยู่ก่อน คือกล้ามใช้งานมากอยู่แล้วก็จะตึงแข็งมากกว่า

กรณีคุณโอทำงานใช้งานใช้คอมพิวเตอร์ทั้งวัน เลยต้องเน้นบ่า คอ สะบัก และศรีษะมากหน่อย แต่ไม่ได้นวดหนักมากมาย

คือจริงๆ แล้วต้องนวดให้คนไข้สบายมากกว่า ใครที่หลับไปด้วยนวดไปด้วยก็ดี เพราะเวลาปกติเขาก็หาเวลานอนได้ยากอยู่แล้ว ได้นอนช่วงที่นวดก็ทำให้อาการดีขึ้นมากมาย

นวดเสร็จก็บอกคุณโอ หลังนวดอาการตึงบ่า คอ สะบัก และปวดศรีษะอาจดีขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว แต่พร้อมที่จะกลับมาปวดอีกหาก ต้องทำงานหนักและนอนน้อยเหมือนเดิม

แต่คุณโอก็บอกว่าคงแก้ได้ยาก เพราะงานที่ทำบริษัทมอบให้มาเป็นโปรเจ็กๆ มีเดทไลน์ต้องทำให้เสร็จ แถมระยะหลังมานี้ มีคนลาออกมาก เพราะทนกับระบบงานของบริษัทนี้ ที่ใช้พนักงานอย่างกับวัวกับควายไม่ไหว

แต่จะให้คุณโอเปลี่ยนงาน ก็คงไม่อยากเสี่ยงในช่วงนี้ เพราะงานใหม่ที่ให้ผลตอบแทนพอสมควรอย่างนี้คงหาได้ยาก

เรื่องเปลี่ยนงานเพื่อรักษาโรคนี้หมอเคยคุยกับคนไข้บ่อยๆ แต่ก็หาคนทำตามได้ยากมาก

แต่ก็เคยเจออยู่เคสหนึ่งเป็นผู้หญิง แต่ไม่ใช่ฝีมือหมอโดยตรงหรอก เป็นฝีมือของหมอแผนปัจจุบัน

คุณฟางทำงานหามรุ่งหามค่ำคล้ายๆ คุณโอ ทำอยู่หลายปี เจ็บป่วยอยู่เรื่อยๆ จนครั้งสุดท้าย ต้องเอ็ดมิตเข้าไปนอนรักษาในโรงพยาบาล ซักประวัติกันเสร็จ หมอแผนปัจจุบันก็ฟันธงว่าเกิดจากการทำงานหนักเกินไป

คุณฟางก็ใจเด็ดครับ หลังออกจากโรงพยาบาลเธอไปลาออกจากงานทันที ทั้งที่ไม่มีงานใหม่รองรับอยู่ก่อนเลย

ตอนที่มานวดนั้นเธอบอกว่าได้งานใหม่แล้ว อาการออฟฟิศซินโดรม (ปวดตึง บ่า คอ สะบัก) เลยกลับมา แต่น้อยกว่าตอนทำงานที่เก่าเยอะ เพราะงานที่ใหม่เบากว่ามาก แต่ผลตอบแทนก็น้อยกว่าที่เก่าพอสมควรเช่นกัน

หมอก็เลยต้องปลอบใจคุณฟางไปว่า ลองชั่งน้ำหนักระหว่างเงิน และสุขภาพที่ดีกว่า อาจคุ้มกว่ามากมาย ซึ่งเธอก็เห็นด้วย หมอหยอดกำลังใจให้เธออีกหลายคำ

พร้อมเล่าเธอว่า ก็เคยแนะนำคนไข้เปลี่ยนงานมามาก แต่ก็แค่พูดกันขำๆ "อยากหายจากอาการป่วยถาวร แก้ง่ายนิดเดียวคือลาออกจากงาน"

ส่วนใหญ่ไม่มีใครทำตามหรอกครับ เพราะการว่างงานหรือเปลี่ยนงานนั้น ไม่ได้ง่ายนิดเดียวเลย โดยเฉพาะคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงๆ มีเงินตอบแทนมากๆ

ย้อนกลับไปที่คุณโอ หลังเล่ากรณีคุณฟางให้ฟัง เขาบอกว่า คงไม่มีความกล้าหาญขนาดนั้น

หมอเลยบอกว่า "ยินดีต้อนรับคุณโอ ที่จะกลับมานวดใหม่ในเวลาอันใกล้"




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2553    
Last Update : 19 ตุลาคม 2553 9:43:33 น.
Counter : 150 Pageviews.  

ปวดคอเพราะล้วงคอ

คุณฟ้า มานวดกับผมหลายครั้งแล้ว ไป 2 วันก่อน เธอก็กลับมาอีกหลังหายไปหลายเดือน

"อาการยังไงครับวันนี้"

"ปวดต้นคอค่ะคุณหมอ คือล้วงคอให้อาเจียน"

"เอาอีกแล้วคุณฟ้า บอกแล้วว่าอย่าทำ แล้วทำไมทำอีก"

"มันเครียดอะ รู้สึกอึดอัดอาหารไม่ย่อย เลยล้วงคอให้มันอาเจียน แต่ปวดต้นคอจัง"

คุณฟ้าเป็นสตรีวันกลางคน ทำงานบริษัท ลักษณะงานมีความเครียดสูง หลายปีก่อน เธอเครียดมาก จนอาหารไม่ย่อย รู้สึกอึดอัด จนล้วงคอให้อาเจียนอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เมื่ออาเจียนก็รู้สึกสบายขึ้น หลังจากนั้นล้วงคอมาเรื่อย แต่อาการก็ตามมามากมาย โดยเฉพาะอาการปวดคอ และแสบร้อนในอก

ฟังอาการคุณฟ้า ทำให้ผมนึกโรคหนึ่งชื่อบูลิเมีย อนอเร็กเซีย (Bulimia Anorexia) หรือโรคกลัวอ้วนเกินเหตุ ซึ่งเป็นกันมากในหมู่นางแบบทั้งไทยและเทศ กลัวกันขนาดกินอะไรเข้าไป ก็ล้วงคอให้อาเจียนออกมา ล้วงอยู่นานๆ ที่อาเจียนออกมาเองก็กินอะไรเข้าไป ก็สมใจที่ผอมเป็นไม้เสียบผี แต่ผลร้าย ก็ตามมาอีกมากมาย เช่นหลอดอาหารถูกน้ำกรดจากกระเพาะทำลาย เศษอาหารและน้ำเข้าไปในหลอดลมทำให้ปอดอักเสบ เสียน้ำและเกลือแร่ จนกลายเป็นคนขาดสารอาหาร และในรายที่อาเจียนรุนแรง ก็ทำให้กล้ามเนื้อหลอดอาหารฉีกขาด

กรณีคุณฟ้านี้ก็น่าจะเข้าข่ายโรคนี้เหมือนกัน แต่เนื่องจากเธอทำเฉพาะตอนเครียดไม่ได้ทำทุกวันเหมือนบรรดานางแบบ จึงยังไม่ถึงขั้นอาเจียนออกมาเอง และไม่ได้ผอมเป็นไม้เสียบผี แต่เธอก็ต้องรับผลที่ตามมากมายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะอาการปวดบริเวณลำคอ ซึ่งตอนอาเจียนต้องเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนี้มาก

จากการตรวจร่างกายพบว่ากล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ของคุณฟ้าตึงมาก จึงลงมือนวดให้คลายตัว ระหว่างนวดก็ขู่คุณฟ้าไปด้วยว่า ห้ามล้วงคออีก โดยบอกบอกผลร้ายที่จะตามมามากมาย และได้เสนอทางออกว่า หากมีอาการเครียดมาก อึดอัดในท้อง ก็ให้มานวด ก็จะหายได้

เพราะความเครียดสูงๆ ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเรารวนเรไป กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นต่างๆ เกร็งตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อท้อง ระบบการย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง เกิดลมในท้องมาก ซึ่งการนวดจะช่วยได้ เมื่อกล้ามเนื้อท้องคลายตัว ระบบย่อยอาหารก็ทำงานตามปกติ ลมในท้องก็ถูกขับออกมา

แต่ไม่แน่ใจว่าคำแนะนำเหล่านี้จะได้ผลหรือไม่ เพราะเคยแนะนำแกมขู่ไปแล้วหลายครั้ง แต่ที่สุดคุณฟ้าก็กลับมาหลังล้วงคอให้อาเจียน




 

Create Date : 17 กันยายน 2553    
Last Update : 17 กันยายน 2553 2:46:58 น.
Counter : 1268 Pageviews.  

บอกกล่าวก่อนบันทึก

ผมเป็นหมอนวดครับ จริงๆ แล้วก่อนตั้งชื่อบล็อกนี้ก็คิดแล้วคิดอีก เพราะคำว่า "หมอนวด" อาจทำชาวบล็อกเกอร์บางคนเข้าใจผิดว่ามีอาชีพพิเศษไปโน่น ซึ่งปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มเท่านั้น แต่รวมไปถึงหนุ่มหุ่นบึกบึนอยู่ด้วย

เป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่งที่บรรดาผู้มีอาชีพพิเศษเหล่านี้ได้ใช้ภูมิปัญญาอันโดดเด่นของบรรพบุรุษเรามาใช้บังหน้าเพื่อทำมาหากิน จนคนที่เป็น "หมอนวด" จริงๆ ไม่กล้าที่จะใช้คำๆ นี้เรียกตัวเอง

บางคนหรือสถานประกอบการบางแห่งเลี่ยงไปเรียกว่า "ช่างนวด" ไม่โน่น ซึ่งได้ยินแล้วรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้

ทั้งที่จริงๆ แล้วว่า "ช่าง" หรือ "หมอ" ความหมายก็คล้ายๆ กัน คือ คนที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ แต่ดูเหมือนว่า "ช่าง" จะออกไปในทางเชี่ยวชาญในเรื่อง เครื่องยนต์ กลไก หรือออกไปเชิงวัตถุ เช่นช่างยนต์ ช่างไฟ ฯลฯ ส่วน "หมอ" ออกไปเชิงที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนมากกว่าเช่น หมอดู หมอความ รวมไปถึงหมอนวด ซึ่งหมายถึงเชี่ยวชาญในการนวดนั่นเอง

ก็อย่างที่ว่าการนวดนั้นเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีมาแต่โบราณ มีความโดดเด่นอย่างหาชาติใดเทียบเท่าได้ แม้หลายๆ ชาติมีนวดประจำชาติของเขาเอง แต่สู้นวดไทยเราไม่ได้

แถมเรามีรูปแบบการนวดอยู่ 2 ระดับ คือนวดแบบพื้นฐาน คือนวดเพื่อผ่อนคลายทั้งตัว และนวดระดับสูงขึ้นไปเป็นนวดเพื่อรักษาบำบัดอาการต่างๆ

แม้ผู้ประกอบการและคนไทยบางรายจะทำลายทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจโดยเอาไปโยงใยกับการขายบริการทางเพศ กระนั้นนวดไทยเราก็ยังดังไปทั่วโลก พอๆ กับอาหารไทย

ดังนั้นผมเองซึ่งตัวไปคงต้องใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า "หมอ" ก็คงต้องขอยืดอกพกความมั่นใจบอกว่าตัวเองคือ "หมอนวด" ที่ผ่านการศึกษาด้านการแพทย์แผนไทย ผ่านการรักษาผู้ป่วยมาพอสมควร

ที่ผ่านมาก็เจอ "เคส" หินมากมาย อยากบันทึกไว้เพื่อเป็นแหล่งความรู้ของตนเองและแบ่งปันให้คนอื่นๆ มานานแล้ว แต่มักหาข้ออ้างอยู่เสมอ ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์จนลืมเลือนไปหลายเคส

ถึงวันนี้คงต้องสัญญาแล้วละครับว่า เมื่อเจอเคสไหนน่าสนใจ หมอจะนำมาบันทึกไว้อย่างจริงจัง แต่คงไม่สร้างความเสียหายแก่ใคร เพราะชื่อต่างๆ เป็นชื่อสมมติทั้งสิ้น

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านที่เข้ามาอ่านแล้ว จะให้ความเห็นและข้อมูลเพิ่มเติม และสำหรับท่านที่เห็นหัวข้อแล้วหวังจะมาเจอเรื่อง XXX ก็คงต้องแสดงความเสียใจด้วยครับ

หมอโจ้




 

Create Date : 17 กันยายน 2553    
Last Update : 19 ตุลาคม 2553 9:50:44 น.
Counter : 130 Pageviews.  


mamao
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งซึ่งชอบเที่ยวสไตล์แบกเป้เดินทางไปทั่ว สมัยก่อนก็อาศัยข้อมูลจากหนังสือหรือนิตยสารซึ่งมีข้อจำกัดมากมาย ทั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการซื้อหา รวมทั้งมีข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่ค่อยทันสมัย แต่เมื่อถึงยุคดิจิตอล ก็ได้พึ่งพาข้อมูลออนไลน์จากเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ผู้เขียนเองมีโอกาสได้รับเชิญจากหนังสือพิมพ์รายปักษ์ Traveler ให้เขียนคอลัมน์ประจำ "แบกเป้ท่องโลกกว้าง" จึงขอนำข้อเขียนที่ลงตีพิมพ์แล้วมาร่วมแชร์บ้างครับ รวมทั้งรีวิวจากการไปท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านๆ บ้างไม่มากก็น้อย แล้วช่วยให้ Comment และเพิ่มเติมนะขอรับ

ขอแถมให้อีกบล็อกครับ เป็นบันทึกจากงานอาชีพล้วนๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านครับ
Friends' blogs
[Add mamao's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.