Group Blog
 
All blogs
 
"ごみがあったら出してください!"

"โกะมิกะอัตตะระด๊ะชิเตะกุดาซัย" เป็นเสียงพูดของเด็กหนุ่มวัยกระเตาะประมาณ ๒๐ ได้มั๊งเป็นชาวญี่ปุ่นแต่หน้าตาคมเข้มไปทางคนแถบอิตาลี่(มั๊ง?) เราจะได้ยินเสียงเค้าทุกวัน ยกเว้นวันหยุดของเค้า เด็กคนนี้มีหน้าที่ทำความสะอาดอาคารสถานที่ รวมถึงดูแลขยะด้วย ซึ่งขยะก็จะเป็นประเภทถุงมือ และผ้าปิดปากซะส่วนใหญ่

ทุกวันทำงานเราจะได้ยินเสียงเปิดประตูห้องทำงาน พร้อมๆกับเสียงของเค้า"ถ้ามีขยะกรุณาเอาออกมาด้วย!" เป็นน้ำเสียงที่เข้มๆห้วนๆ เราฟังแล้วรู้สึกกลัว แล้วเราก็ไม่เคยหันไปคุยกับเค้าด้วยแหล่ะ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง ปล่อยให้พี่ที่ทำอยู่ในห้องเดียวกันเป็นคนจัดการรวมปากถุงขยะแล้วเอาไปส่งเค้า

เรารู้สึกไม่ค่อยสอบลักษณะการพูดของเค้ามาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานแล้ว "คนอะไรพูดจาห้วน ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์เลย"เราคิดแบบนั้น แล้วเราก็ไม่สนใจเค้า

จนกระทั่งวันนี้เค้าก็คงดำเนินงานของเค้าแล้วก็โผล่หน้ามาที่ห้องพร้อมกับพูดประโยคเดิมอีก แต่ในห้องทำงานมีแค่เราอยู่คนเดียว แล้วเราก็ไม่เคยทิ้งขยะซะด้วย เราก็ทำเฉย...

ที่ห้องทำงานจะเป็นประเภทปลอดเชื้อโรค คนนอกจะไม่ค่อยได้เข้ามานักถ้าไม่มีกิจ เพราะฉะนั้น ขยะก็ต้องเอาออกไปไว้เองด้วยแหล่ะ

เจ้าหนุ่มนั่นโผล่มาอีก พูดประโยคเดิม และเสียงเดิม เราก็เลยต้องมัดปากถุงเอาขยะออกไปให้เค้า แต่เค้ากำลังถูพื้นอยู่ แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเอาขยะวางไว้ที่ไหนดี
เราก็ถาม "ขยะอาไว้ที่ไหนดีคะ"
เค้าตอบ "ที่โน่น" ทำเสียงแข็งเหมือนเดิม แล้วบุ้ยหน้าไป
เราก็ ....ที่ไหนหว่า มันไม่มีที่วางนี่หว่า?
เราถามอีกแบบเดาเอา..."ที่นี่ใช่รึป่าว?"
เค้าตอบ "ใช่!" ห้วนๆสั้นๆ แล้วไม่มองหน้าเราด้วย
เราก็...เอาวะที่นี่แหล่ะเว้ย....น่ากลับshipหายไอ้เด็กคนนี้

ทนไม่ไหว พอพี่ที่ทำงานด้วยกันเข้ามา เรารีบฟ้องเลย...
เล่าให้เค้าฟังหมด...
พี่เค้าหัวเราะใหญ่เลย...

เค้าว่า...
เด็กคนนั้นน่ะ มีปัญหาทาง"ระบบประสาท" ที่ทำงานเค้าจ้างไว้ทำงาน แล้วก็ไม่ได้มีแค่นี้นะ มีอีก ๒ คนมีปัญหาคล้ายๆกันเลยหล่ะ
คนแรก (เจ้าเด็กคนนี้แหล่ะ) เป็นประเภท พูดจาห้วน ไม่สนใจใคร ดูก้าวร้าวในบางครั้ง
คนที่ ๒ รูปร่างอ้วนท้วน ยิ้มง่าย ดูท่าทางใจดี เราเคยเห็นเค้ารอรับขยะ มัดปากถุงให้เรียบร้อย
คนที่ ๓ ชอบพูดจาเหมือนเด็ก เข้าถึงตัวเวลาพูด หรือที่ว่าชอบเจ๊าะแจ๊ะ(แบบเด็กๆ)

สรุปว่าทั้งสามคนนี้ ถ้าเป็นบ้านเรา ก็จะเรียกว่า เป็นประเภท "ไม่เต็มบาท" หรือ "ติงต๊อง" รึจะเรียกว่า "เอ๋อ"ดีล่ะ แต่ไม่ถึงขั้นปัญญาอ่อนชนิดไม่รู้เรื่องเลยหรอก

ทั้งสามคน ทำงานได้ทีละอย่าง ทำตามคำสั่งเท่านั้น ทำหลายๆอย่างพร้อมๆกันไม่ได้ เนื่องจากระบบประสาทสั่งงานไม่สมบูรณ์

พอเรารู้เท่านั้นแหล่ะ กลับกลายเปลี่ยนความคิด จากเดิมที่รู้สึกไม่พอใจ กลายมาเป็นความรู้สึก "ทึ่ง"

ทึ่ง...มี ๓ อย่างคือ..

๑. ทึ่งที่เด็กเหล่านี้แม้จะสติปัญญาจะไม่สมบูรณ์ แต่เค้าก็ทำงานหาเลี้ยงชีพของเค้าได้ (ผิดกับไอ้พวกสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่ชอบทำตัวปัญญากลวง) ซึ่งถ้าเป็นบ้านเรา เด็กเหล่านี้คงอยู่กับบ้านเฉยๆ หรือไม่ก็เดินลอยชายเป็นคนบ้าตามถนนที่เราเห็นบ่อยๆ

๒. ทึ่งที่บริษัทเปิดโอกาสเปิดโอกาสให้เค้าได้มีงานทำ มีรายได้ ถึงแม้จะเป็นงานง่ายๆ หรือบางทีเป็นงานใช้แรงงานก็ตาม บริษัทก็จะดูความเหมาะสมตามสภาพของเด็กคนนั้น

๓. ทึ่งที่รัฐบาล(ญี่ปุ่น)เค้าดูแลประชากรของเค้าเป็นอย่างดี ให้การศึกษา ให้ความรู้ จนเค้าสามารถที่จะดูแลช่วยเหลือตัวเองได้
ที่สำคัญ เด็กพวกนี้ได้นั่งรถเมล์ หรือ รถไฟ "ฟรี" ด้วยหล่ะ อันนี้เราเห็นกะตาเลย เค้าแค่โชว์บัตร(อะไรซักอย่างนึงแหล่ะ)แค่นั้นเอง....


............อยากให้เมืองไทยเราให้ความสำคัญกับประชาชนเหมือนเมืองเค้ามั่งจังเลย......




Create Date : 11 มกราคม 2549
Last Update : 11 มกราคม 2549 20:42:05 น. 1 comments
Counter : 192 Pageviews.

 
เยี่ยมมากเลยค่ะคุณเจี๊ยบสำหรับไดอารี่ของวันนี้
ที่เมืองไทยก็มีหลายบริษัทนะคะที่จ้างคนลักษณะนี้เข้ามาทำงาน โดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่น มีพี่สาวเราคนหนึ่ง แขนพิการเพราะเกิดอุบัติเหตุ บริษัทก็จ้างเข้าทำงาน เปิดโอกาสให้คนพิการ ได้ทำงาน ดีนะเราชอบจัง


โดย: เจี๊ยบ IP: 58.157.82.212 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:34:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มาลัย1000ปี
Location :
Kanagawa Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มาลัย1000ปี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.