Free to read , to write , Free to live, live it free!! - เพื่ออิสรภาพทางการเงิน**
Group Blog
 
All Blogs
 
ใช้กราฟเล่นหุ้น คือเก็งกำไรอย่างเดียว ไม่ใช่ลงทุน

เครดิต - //www.stock2morrow.com/forums/showthread.php?t=4567
--------------------------------------------------------------------------
ใช้กราฟเล่นหุ้น คือเก็งกำไรอย่างเดียว ไม่ใช่ลงทุน

การใช้กราฟวิเคราะห์หุ้นมีมานาน (ไม่เล่าประวัติ) แต่โดยภาพรวมๆ
คือการหาคำตอบเกี่ยวกับราคาและเวลา
บางเครื่องมือก็นับเอาปริมาณมาเกี่ยวด้วย ที่สุดของที่สุดคือ
การหากำไรโดยวิธีดูพฤติกรรมคนเล่นที่ผ่านเวลามา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ผ่านการซื้อขายจ่ายเงินแล้ว(แม้ต้องรอ T+3ก็ให้ถือว่าเช็คไม่เด้ง 555)
ดังนั้น กราฟจึงเป็นเครื่องมือเดียวที่อาศัยอดีต
ทายใจคนเล่นที่จะกระทำเกิดขึ้นในอนาคต
แม้จะไม่อาจตอบว่าต้องเป็นเช่นที่คาดการณ์ตามกราฟ 100% ก็ตาม
แต่กราฟก็บอกให้รู้ได้ในระยะสั้นแม่นยามกว่า
การวิเคราะห์ด้วยวิข้อมูลปัจจัย (วิธีปัจจัยมีข้อดีข้อเสีย
ซึ่งกว่าจะพิสูจน์อาจต้องใช้เวลา อย่างน้อย 1 ไตรมาส
และยังต้องพบกับการฉ้อฉลจากคนวงในที่เกี่ยวข้องกับกิจการ
รู้ข่าวดีกเก็บของก่อนประกาศผลงาน หรือปันผล ฯลฯ
กว่าที่ชาวหุ้นจะรู้และรีบซื้อ ราคาก็อาจขึ้นไปสูงจนไม่คุ้มค่าเสี่ยง )
ส่วนการดูกราฟ ก้มีข้อเสียเรื่องความชำนาญการอ่านขาด
การตั้งพารามิเตอร์(มิติเวลา) เรื่องที่ว่า มีคนทำกราฟ บอกได้ว่า
คนทำกราฟเพื่อหลอกมวลชนนั้นโง่เขลา
เก็บเล่ห์ฉ้อฉลไปทางด้านการเล่นวงในดีกว่า (ซึ่งก็ยาก แต่หากทำได้
ก็กำไรง่าย ๆในเวลาเร็วๆ )


คนอ่านกราฟส่วนใหญ่มองข้ามเรื่องเวลา มักไปสนใจเรื่องราคา
นับแนวรับแนวต้าน หรือแม้กฎแห่งธรรมชาติที่ต่างชาติคิดมาก่อน เช่น
เวลาของการนับ ฟิโบนาซี่ ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของวงห่างก้นหอย
เราจะเชื่อสนิทว่าทฎษฎีต่างๆ ใช้ได้ แต่ลืมไปว่า
กว่าจะใช้จริงและกล้าลงมือปฎิบัติการซื้อขายด้วยเงินก้อนโต(ก็มั่นใจก็เอา
เลย แต่หากยังชักเข้าชักออก ก็เหนื่อยเปล่า กำไรความแก่กลับมา
กว่าจะรู้ก็เข้าสู่วัยชราแล้ว เหมือนผม 555) อยากบอกว่าสำหรับตลาดเล็ก ๆ
แบน ๆ แบบตลาดหุ้นไทย ฟิโบนาซี่ใช้ยาก
หรือการนับคลื่นก็แม่นระยะหนึ่งอีกระยะก็เพี้ยนจนบรรดาอาจารย์เองเกือบเจ้ง



ตลาดบ้านเรายังไม่สัมบูรณ์ ถ้าจะให้คะแนนคงได้แค่ 55 - 60 ส่วน 100

การใช้กราฟจึงต้องใช้อย่างชาญฉลาดและพิศดารมากขึ้น
คำว่าพิศดารจึงการเป็นเรื่องโกหกตอแหล ไม่จริงไม่เที่ยงไม่ใช้วิทยาศาสตร์
แต่ความจริงโลกเราเป็นเช่นนั้น ความไม่เที่ยงคือความแท้จริง


การใช้กราฟจึงควรเอาเรื่องเวลามาคิด เป็นหลักแรก ใครที่เล่นแน๊ตฯ (net
sattlement) ต้องตั้งค่าเวลาเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าคนที่ใจไม่ชอบเสี่ยง
คนที่คิดว่าจะซื้อครั้งละมาก ๆ แล้วถือยาว ๆ
ก็ต้องตั้งค่าแปรเวลายาวนานออกไป แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตารอเวลานั้น ๆ
มาถึงค่อยลงมือ ไม่ใช่รอถึง 4 เดือน ได้เวลาซื้อแต่ซื้อ เพียง 5 %ของพรอท
(เสียเวลารอ ดูถูกเวลาชีวิตตนเองไม่มีค่า 555)


คนเล่นสั้นหรือคาดว่าจะเล่นยาว ล้วนเป็นคนเก็งกำไร เก็งกำไรอนาคตทั้งสิ้น
ไม่ว่ากราฟหรือ ปัจจัย ก็ล้วนไม่ใช่สิ่งแน่นอน (ถ้า 100% จริง
เชื่อว่าทั้งแผ่นดินทุกคนเลิกค้าขาย มานั่งเล่นหุ้นยิ้มระรื่นทุกคน No
)(มีหลายท่านพูดถึงหุ้นที่มีปันหล คือหุ้นลงทุน แต่ลืมคิดถึง
อัตราผลตอบแทนระหว่างส่วนต่างราคาหับปันหลที่รับ เรื่องนี้เป็นเรื่องยาว
ไว้แลกเปลี่ยนความคิดวันหน้า)


คนที่ตั้งกราฟเวลายาว ๆ เอาเส้นนั้นตัดเส้นนี้ แปลว่าซื้อได้ หรือตัดลง
แปลว่าขายได้ อยากถามสักหน่อยว่า ได้ศึกษาละเอียดหรือเปล่า เช่น
เหตุการณ์การตัดจะเกิดขึ้นเมื่อราคาถึงตรงไหน
ค่าทางคณิตศาสตร์(สูตร)ถึงทำงาน บางวันถ้าราคาหุ้นนั้นสวิงสูง(แกว่งมาก)
เส้นที่ตัดบางทีตัดแล้วปล่อย ปล่อยแล้วตัดอีก แล้วจะขาย ณ ราคาใด?
หรือซื้อ ณ ราคาใดดีเล่าเจ้าเอ๋ย ทุก ๆ ช่องราคาที่กำลังลังเลนั้นคิดเป็น
% หรือขึ้นตามมากน้อยสัมพันธ์กับจำนวนหุ้น
และบางครั้งค่าแตกต่างมากกว่าค่าปันผลทั้งปี
แต่หากไม่ตัดสินใจลงมือซื้อหรือขาย ณ วันนั้น จะรอข้ามวัน อะไรจะเกิดขึ้น
รู้หรือเปล่า


ตอบว่า หากวันนั้นไม่ลงมือ พอข้ามวันเหตุการณ์จะเปลี่ยน
เช่นราคาเปิดกระโดดสูง (ถ้าคิดจะซื้อก็จะรู้สึกอยากรออีกนิด อีกนิด
และอีกนิดจะซื้อเมื่อราคาลงอีกหน่อย อีกหน่อย จะซื้อ แล้วก็ซื้อไม่สำเร็จ
ข้ามไปอีกวันก็ซื้อไม่ได้ ทำให้การตั้งหน้ารอกราฟตัดมาเป็นเวลาแรมเดือน
แรมปี เสียเวลาไป


เรื่องเทคนิคการอ่านปราฟเพื่อตัดสินใจ ที่บ้านเราสอนๆ
กันเป็นการกางตำรานอกแล้วก็ให้รู้แบบนกขุนทอง
ไม่มีใครคิดจะสอนวิธีการลงมือเมื่อกราฟเข้าสู่จุดตัดสินต้องอ่านขาดอย่างไร
วันหลังจะเปิดสอน คิดค่าเรียนสูงๆ ซะเลย 555 ล้อเล่น
แต่ก็ไม่ใช่ความรู้ที่จะเผยพร่ำเพรื่อ
เนื่องจากเป็นเทคนิคที่แม้เจ้าตำรำฝารั่งยังหวงแหนพอควร








Create Date : 25 กรกฎาคม 2552
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 11:42:16 น. 3 comments
Counter : 1242 Pageviews.

 

เหมือนได้มานั่งอ่าน ความคิดและการปฏิบัติของตัวเองที่ผ่านๆๆมา
ได้มาเพียงความแก่
ดูถูกเวลาชีวิตตัวเอง
หลายๆๆคำผมว่ากระชับดี
ผลสุดท้ายความต้องการเหมือนกัน
เข้ามาในตลาดเพื่อหากำไร หาเงิน
แต่ลืมคิดเปอร์เซนต์กำไรต่อเงินลงทุน
ผมผ่านตลาดหุ้นมาได้แล้ว และสิ่งที่พบใหม่ ตรงที่ผมต้องการแล้วละ มีเวลาคิดวางแผน และเดิน หมาก แบบหมากรุก มีบุกมีรับมีป้องกัน มี โจมตี
โดยมีอุปกรณ์ กราฟ นำทางก่อน

และผลได้ตามเป็คือกำไรเป็นเปอร์เซนต์ที่สูงสุดในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เฉพาะที่ผมอ่านและทดลอง ยังไม่ได้อ่านและลองอีกหลายอย่าง เช่นทอง และสต๊อคฟิวเจอร์ )

บทสุดท้ายที่เขียน ผมชอบ เข้าใจจริง และอธิบายได้แบบเอ็กเรย์ แท่งเทียนเข้าไป ได้ตรง

แต่ข้อสรุปบางอย่างคงต้องตั้งวงเสวนากัน
เช่น แท่งเทียน ห้ามใช้กับ ดัชนี ลองเปิดกระทู้ซิครับ
ผมว่าคนค้าน99เปอร์เซนต์
ลอง เปิด หัวข้อบล๊อคใหม่ เก็บของเก่าไว้อีก หัวข้อหนึ่ง แล้วลอง ตั้งเป้า ว่าอยากให้อะไร แบบละเอียด ให้เขาจับใจความไปใช้ได้จริงๆๆ อย่างกราฟ ผมก็คิดว่า คุณน่าจะเขียนได้ดี เพราะเข้าใจละเอียด และอธิบายเข้าใจง่ายดี
ยินดีที่ได้รู้จัก และได้มาอ่าน บทความครับ
ว่างๆๆจะพยายามมาอ่านให้หมด


โดย: หมอสัจจะ วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:32:43 น.  

 

งง ด้วยภาษาเหมือนคนแก่ ผ่านตลาดหุ้นมานาน
อ่านประวัติ อายุ 19
ตกลง กำไรความแก่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เคยเจอจริงๆๆ นะซิ


โดย: หมอสัจจะ วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:36:50 น.  

 
สวัสดีครับคุณหมอ

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ


ผมไม่ได้เป็นคนเขียนบทความนี้ครับ ผมเพิ่งเริ่มศึกษาเอง ยังใหม่ยิ่งนัก

พอดีเจอว่าน่าสนใจก็เลยนำมารวมกันไว้ในบลอกนี้

พอดีลืมใส่เครดิตที่มา นิดหน่อย ตอนนี้แก้ไขแล้ว

ขอบคุณครับ


โดย: ดอยเขียวขจี (MakotoN ) วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:53:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

MakotoN
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีครับ

เพิ่งเริ่มเล่นหุ้น มือใหม่ฝากตัวด้วยครับ
กำลังศึกษาเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่


บลอกแห่งนี้มีไว้แปะข้อมูล บทความต่างๆ ที่ผมพบเจอในเว็บไซต์ต่างๆ
ที่ผมเห็นว่า มีประโยชน์ และรวมรวมมาจากที่ต่างๆ มากมาย

บทความทั้งหมด ผมจะพยายามใส่เครดิตที่มาไว้นะครับ
บทความไหนถ้ามีลืมใส่ไปก็แจ้งเข้ามาได้นะครับ บางทีรีบแล้วลืมใส่


...



อาจจะมีแปะเรื่องอื่นๆบ้าง แล้วแต่อารมณ์

ยังไงก็เข้ามาเยี่ยมชมบ่อยๆ นะครับ รับรองว่าได้ความรู้ติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน *-*
Friends' blogs
[Add MakotoN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.