ชิวิต...มันก็ยากอย่างนี้แหละน๊า...ชิมิส์

ข้อบกพร่อง ของบางแก้ว

ข้อบกพร่อง มี 3 ระดับ คือ

1. บกพร่องร้ายแรง ได้แก่ หางขอด หางม้วน หางไม่เป็นพวง หางขาด หูพริ้ว หูไม่ตั้ง ตาสีอื่น (ที่ไม่ใช่สีดำสีน้ำตาลเข้ม) จมูกสีอื่น (ที่ไม่ใช่สีดำ) ข้อสะโพกห่าง ฟันบนยื่น ห่างกว่าฟันล่าง ฟันล่างยื่นกว่าฟันบน ฟันขาด 3 ซี่ ขึ้นไปโดยไม่ใช่อุบัติเหตุ ขนสั้นเกรียน สีเผือก อัณฑะเม็ดเดียว ขาหน้าเล็ก (ปกติขาหน้าต้องใหญ่กว่าขาหลัง)

2. บกพร่องปานกลาง ได้แก่ หางไพล่ ไม่มีขนรอบคอ ไม่มีแข้งสิงห์ หูใหญ่ ปากใหญ่ ตาใหญ่ ตากลม ความผิดปกติทางจิตประสาท เส้นหลังแอ่น

3. บกพร่องเล็กน้อย ได้แก่ ฟันเหลือง




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 14:01:55 น.
Counter : 102 Pageviews.  

ลักษณะสุนัขบางแก้วที่ต้องมี 11 ประการ

เอกลักษณ์ของสุนัขบางแก้ว
สุนัขบางแก้ว จำเป็นต้องมีเอกลักษณ์เหล่านี้ จึงจะถือว่าเป็นสุนัขบางแก้วที่สวยสมบูรณ์และครบตามลักษณะของสุนัขบางแก้ว
1. ต้องมีแผงหน้า
2. ต้องมีขนหลังหู
3. ต้องมีขนหน้าอก(เครา)
4. ต้องมีแข้งสิงห์(เป็นขนที่อยู่หลังขาหน้า)
5. ต้องมีขนท้อง
6. ต้องมีแผงหลัง(ผ้าคลุมไหล่)
7. ต้องมีกระโปรงท้าย (ขนที่สะโพกด้านหลัง)
8. หางเป็นพวง โคนหางใหญ่
9. ลักษณะขน ต้องเป็นขนสองชั้น คือ มีชั้นซับในเป็นลักษณะขนสั้นๆ อ่อนนุ่ม และมีขนยาวปกคลุมอีกชั้นหนึ่ง
10. ลักษณะของตา จ้องเป็นสามเหลี่ยม คล้ายเม็ดอัลมอนต์
11. ลักษณะหูเป็นสามเหลี่ยมตั้ง ป้องไปข้างหน้า อยู่ในตำแหน่งที่สวยงาม
เหล่านี้คือลักษณะเบื้องต้นของสุนัขบางแก้ว บางแก้วแท้ทุกตัวต้องมีตามนี้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสายเก่าหรือสายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าเสือ หน้าสิงห์ หรือว่าหน้าจิ้งจอก หากมีไม่ครบอาจถูกผสมมาทำให้ขาดข้อใดข้อหนึ่งไป

ยังมีลักษณะพิเศษที่จะช่วยให้บางแก้วดูสวยเพิ่มขึ้นอีก ก็คือ
- ลักษณะรอยแบ่งที่หน้า เป็นลักษณะที่เป็นเส้นสีขาวแบ่งที่หน้าของสุนัข
- รอบๆปากเป็นสีขาวหรือเรียกว่า ปากคาบแก้ว อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับสุนัขบางแก้วให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น
แต่เรื่องของรอยแบ่งที่หน้าและปากคาบแก้วนั้น เป็นเรื่องของลักษณะที่ช่วยให้บางแก้วเราสวยงามมากขึ้นเท่านั้นไม่ได้เป็นข้อกำหนดในเรื่องของ เอกลักษณ์ประจำพันธุ์ แต่เรื่องที่ต้องขอเน้นสำหรับสุนัขบางแก้วก็คือเรื่อง เอกลักษณ์ ที่ควรจะมีทั้ง 11 ประการ อย่าได้หลงลืมเพราะนี่คือสิ่งที่จะบ่งชี้ว่า สุนัขพันธุ์นี้คือ สุนัขบางแก้ว




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 14:01:05 น.
Counter : 179 Pageviews.  

ใบประวัติพันธุ์ (Pedigree)

ใบประวัติพันธุ์ (Pedigree)


Pedigree (ใบรับรองสายพันธุ์สุนัข) คือ เอกสารที่มาแห่งตระกูลของสุนัขพันธุ์เพื่อเป็นหลักฐาน โดยแสดงไว้ 3 ชั่วอายุเป็นอย่างน้อย ใบพันธุ์ประวัติเป็นเอกสารประจำตัวสุนัขแสดงถึงแผนภูมิของบรรพบุรุษที่ถ่าย ทอดมาสู่ตัวสุนัขให้ทราบถึงลักษณะทางพันธุ์กรรมของบรรพบุรุษจากชั่วอายุ หนึ่งไปถึงอีกชั่วอายุหนึ่ง ซึ่งสามารถสืบสายตระกูลของมันได้ สามารถบอกถึงการถ่ายทอดสายเลือดที่ดีและเลวปนออกมาจะปรากฏแสดงออกทั้งภายนอก ที่อาจจะเห็นได้ เด่นชัด และภายในที่ไม่อาจเห็นได้นอกจากการแสดงออกมาในลักษณะต่างๆ กันของตัวสุนัขนั้นๆ ตามช่วงเวลาต่างๆ กัน
ใบพันธุ์ประวัติของสุนัขบางพันธุ์หรือบางสมาคมในต่างประเทศที่ใช้กันอยู่ใน ต่างประเทศ อาจจะมีเพียง 3 ช่วงของบรรพบุรุษ ( พ่อ-แม่ , ปู่-ย่า , ตา-ยาย และทวด ) เท่านั้น แต่ในบางพันธุ์ เช่นสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดจะมีอยู่ถึง 4 ช่วงคือ เพิ่มช่วงเวลาของพ่อและแม่ของทวด ซึ่งจะละเอียดมากขึ้น แสดงถึงบรรพบุรุษของสายพ่อ (ตัวผู้) จำนวนรวม 15 ตัว หรือเรียกกันว่า สายบน และสายแม่ (ตัวเมีย) จำนวนรวม 15 ตัว หรือเรียกกันว่าสายล่าง รวมแล้วจะมีสายพันธุ์รวมของสุนัขที่ปรากฏอยู่ในใบพันธุ์ประวัติทั้งสิ้น 30 ตัว ใบพันธุ์ประวัติที่จะกล่าวถึงนี้จะเน้นหลักไปทางสุนัขธรรมดา (ไม่ใช่สุนัขใช้งาน) คือ พวกชนิดสืบสายพันธุ์เท่านั้น
ใบประวัติพันธุ์ในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 แบบ
1. ใบพันธุ์ประวัติสีชมพู คือ ใบประวัติของสุนัขที่เกิดจากพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ผ่านการรับรองการสอบ คัดพันธุ์แล้วเท่านั้น (สุนัขที่ผ่านการคัดพันธุ์จะเป็นสุนัขที่มีองค์ประกอบต่าง ๆ ครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ อาทิเช่น จิตประสาทปกติ,การต่อสู้ที่ดี,ข้อเสียรุนแรงไม่มี มีองค์ประกอบที่สำคัญเช่นฟัน,อัณฑะถูกต้องครบถ้วนและมีลักษณะโครงสร้างใน ส่วนต่าง ๆ ที่ดี การเดิน การวิ่งปกติและผ่านการสอบเป็นสุนัขอารักขามาแล้ว) มีบรรพบุรุษครบ 30 ตัวในใบประวัติพันธุ์
2. ใบพันธุ์ประวัติสีขาว คือใบพันธุ์ประวัติของสุนัขที่เกิดจากพ่อและแม่สุนัข ที่มีเอกสารการรับรองพันธุ์ประวัติสมบูรณ์คือ มีสายเลือดของบรรพบุรุษครบทั้ง30ตัวในใบพันประวัติ(กล่าวคือ ตัวพ่อและตัวแม่ไม่ได้รับการรับรองการคัดพันธุ์ให้เป็นพ่อพันธุ์และแม่ พันธุ์ ซึ่งจะเป็นเพียงพ่อและแม่สุนัขธรรมดาเท่านั้น
3. ใบพันธุ์ประวัติสีเขียว คือ ใบพันธุ์ประวัติของสุนัขที่มีบรรพบุรุษในสายพ่อและสายแม่ที่ไม่มีเอกสารการ รับรองพันธุ์ หรือไม่มีหลักฐานปรากฏเกิดขึ้นในบางช่วงของทางสายพ่อหรือสายแม่ก็ตาม ซึ่งถือว่าไม่ครบจำนวน30ตัวในใบพันธุ์ประวัติ (ในใบพันธุ์ประวัติชนิดนี้จะใช้ในระยะเริ่มแรกเท่านั้น) ใบพันธุ์ประวัติจะบ่งบอกถึงสุนัขตัวนั้นๆ ทั้งหมดคือชื่อ.ชื่อคอกของผู้ผสมพันธุ์และชื่อผู้ผสมพันธุ์ เพศฯ.ลักษณะขน.สีและลวดลาย.และลักษณะพิเศษอื่นๆ.เบอร์หู.วันเดือนปีเกิด. ทะเบียนประจำตัวสุนัข.ทะเบียนไมโครชิพบรรพบุรุษร่วมในการผสมพันธุ์.ชื่อและ จำนวนพี่น้องร่วมครอก.ภูมิหลังจากการเกิดมีการตายและเหลือจำนวนเท่าไร. ตำแหน่งผลการประกวดที่เคยได้รับสูงสุด ใบพันธุ์ประวัติจะมีประโยชน์อย่างอื่นๆเช่น วางแผนการผสมพันธุ์ที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นหัวใจและหลักการของผู้ผสมพันธุ์ แบ่งเกรดของสุนัข ราคาของสุนัข คุณภาพของสุนัข รู้ข้อดีและข้อเสีย(จุดเด่นจุดด้อย)ของบรรพบุรุษที่จะถ่ายทอดมายังตัวลูก สุนัขนั้นๆ การx-ray โรคข้อสะโพกห่าง(สำหรับสุนัขใช้งาน)
Pedigree. ,มีไว้เพื่อ

เพื่อ ประโยชน์ในการศึกษาที่มาแห่งสายพันธุ์สุนัข ว่ามาจากสมาคม หรือชมรมใดเพื่อประโยชน์ในการเลือกคู่ให้สุนัขเพื่อพิสูจน์ความสามารถในการ ถ่ายทอดสายเลือดของพ่อ-แม่พันธุ์ เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการทำลายพันธุ์ หรือการเสื่อมของสายเลือดเพื่อพิสูจน์ความสามารถและความตั้งใจของผู้ผสมพันธุ์

ที่มา : //www.bangkaewhotspring.com/an.html




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 13:55:28 น.
Counter : 110 Pageviews.  

ลักษณะที่ดีของสุนัขบางแก้วที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกซื้อ

สำหรับหลักในการพิจารณาลักษณะที่ดีของสุนัขบางแก้วที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกซื้อ มี ดังนี้

1. เลือกหูเล็กกว่าทุกตัวในครอกเดียวกัน ถ้าในกรณีที่ดูไม่ออกว่าเล็กกว่ากันหรือไม่คงต้องดูว่าคุณชอบตัวไหนมากกว่า เพราะสุนัขขณะที่ยังเล็กก็ดูเล็กไปหมดทุกส่วน

2. กะโหลกศีรษะใหญ่ กระหม่อมแบนราบ หน้าผากโหนก ลักษณะนี้สุนัขบางแก้วไม่ได้มีทุกตัว เพราะเนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับเชื้อสาย พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ด้วย แต่ถ้าในกรณีที่มีโอกาสเลือกจากหลายครอก ก็เลือกจากครอกที่มีกะโหลกศีรษะใหญ่ก็ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สุนัขที่มีกะโหลกศีรษะเล็กจะเป็นข้อด้อยเพราะอย่างที่บอกว่าสุนัขไม่ได้มี กะโหลกใหญ่ทุกตัว และส่วนมากสุนัขที่มีกะโหลกใหญ่ หูของมันจะตั้งขึ้นช้ากว่าสุนัขที่มีกะโหลกเล็กกว่า เพราะ
ฉะนั้นไม่ ต้องตกใจ ถ้าท่านซื้อสุนัขไป 2 ตัวพร้อมกันแล้วอีกตัวหูยังไม่ตั้งต้องให้เวลาหน่อย เว้นแต่ว่าท่านโดนหลอกขายสุนัขพันธุ์อื่นแทนบางแก้ว

3. โคนหางอวบใหญ่ หางใหญ่ยาวโน้มกลางหลังในลักษณะกำลังงามไม่มากเกินไป ไม่ไพล่หลัง หางไม่ขอด ไม่ม้วน

4. ขนเส้นยาวนุ่ม ในกรณีที่ท่านเลือกซื้อตอนสุนัขยังเล็ก อย่างไรแล้วขนก็นุ่มเพราะยังไม่มีการถ่ายขน เพราะปกติสุนัขบางแก้วมีขนสองชั้น ชั้นในนุ่ม ชั้นนอกจะหยาบกว่า แต่อย่างไรก็ยังสัมผัสได้ว่านุ่มกว่าสุนัขพันธุ์ทั่วไปแน่นอน

5. สีด่างได้ลักษณะ สิ่งนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่สุนัขบางแก้วนั้นแตกต่างจากสุนัขพันธุ์ ต่างประเทศ เพราะสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ ถ้าเป็นสีไหนก็จะเป็นสีนั้นไปทั้งตัวอาจจะมีอ่อน เข้มต่างกันเท่านั้นแต่สุนัขบางแก้ว นอกจากจะมีสีต่างกันแล้ว เช่น ขาว-เทา ขาว- น้ำตาล ขาว-ดำ ยังมีข้อแตกต่างอีกว่าในแต่ละตัวจะมีแต้ม จะมีด่างตรงไหนบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าตัวใดจะมีลักษณะสวยงามอย่างไร อย่างเช่น บางตัวอาจแบ่งสีได้อย่างชัดเจนว่ามี 3 ส่วน คือ ส่วนหัว กลาง ท้าย บางตัวก็อาจไม่เป็นเช่นนั้น แล้วแต่ว่าจะชอบแบบไหน หรือบางทีสีด่างอยู่ที่ตำแหน่งอื่นแต่ก็สวยไม่แพ้กันก็มี

6. หน้าแด่น หรือแบ่งเป็นเส้นจากปลายปากถึงกะโหลกศีรษะ ถ้ามีน้อยไม่ยาวมากเรียกว่า แด่น แต่ถ้าเส้นยาวมีมากและแยกส่วนศีรษะออกเป็นสองส่วนเรียกว่า แบ่ง คุณลักษณะนี้เป็นลักษณะที่ถ้าสุนัขมีก็ตรงตามลักษณะที่สวยงามตามเกณฑ์ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่สุนัขบางแก้ว เพราะสุนัขบางตัวก็มีลักษณะเด่นอย่างอื่นแทนลักษณะที่ด้อยของตัวมันเองก็ได้

7. ปลายปากแหลมเล็ก ถ้าปลายปากขาวเป็นวงรอบปลายปาก เรียกว่า ปากคาบแก้ว

8. จมูกดำ ลูกนัยน์ตาเล็กมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม

9. ขาใหญ่ ลักษณะที่ดี ขาหน้าจะต้องใหญ่กว่าขาหลัง

10. รูปร่างสวยงามเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งท่านสามารถศึกษาดูได้จากมาตรฐานพันธุ์ว่ารูป สี่เหลี่ยมดูจากส่วนใดของสุนัข

11. มีสุขภาพดี ร่าเริง ไม่อยู่นิ่ง

ทั้งนี้ ทั้งนั้นในการเลือกซื้อแต่ละครั้งคงไม่จำเป็นว่าท่านจะต้องได้สุนัขที่มี ลักษณะเด่นถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง เพราะบางครั้งขึ้นอยู่กับความพอใจว่าชอบตัวไหน จุดประสงค์ในการซื้อว่าท่านจะนำไปประกวดหรือไม่ หรือเพียงเพื่อนำไปเลี้ยงเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์คอยเฝ้าบ้าน หรือเป็นเพื่อนเล่นแก้เหงา และอีกอย่างขึ้นอยู่กับงบประมาณของท่านเองด้วยว่า พอที่จะซื้อในราคาแบบใด เพราะในแต่ละตัวมีลักษณะที่เด่น และด้อยต่างกัน ทำให้ราคาก็ต่างกันด้วย

ที่มา : //women.sanook.com/pets/breed/dogs_44161.php


แต่ไปเอามาจากชุมชนคนรักบางแก้วอีกที




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 13:53:16 น.
Counter : 97 Pageviews.  

ทำยังไงเราถึงจะให้สุนัขรู้ว่าเราเป็น Pack Leader

โดยธรรมชาติของหมาเด็กๆ เขาชอบที่จะเล่น ร่าเริง ซึ่งก็เป็นส่วนดีโดยธรรมชาติของเขา ( ดีกว่าหมานิ่ง ซึม ) เขาจะไม่ค่อยฟังคำสั่งเราเท่าไร ช่วง 3-10 เดือนโดยประมาณ เขาจะซนมาก วิ่งเล่น กัด แทะ ขุด บางครั้งอาจมีพฤติกรรมแปลกยามที่เขาไม่พอใจ บางครั้งอาจจะเล่นเจ็บๆ ตัวเล็กฟันเขาจะคม พอโตขึ้นหน่อยแรงเขาจะมากขึ้น จนกว่าเกือบ 1 ปีผ่านไปโดยประมาณ เขาจะเริ่มเข้าใจเราและฟังเรามากขึ้น และจะดีขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงเป็นสำคัญ





ช่วง 1 ปีแรกเป็นช่วงที่หลายท่านเรียกว่า “บ้านกลายเป็นนรก” จะเป็นเสน่ห์ของบางแก้วอีกอย่างหนึ่งที่แสบๆคันๆ ทั้งนี้ผู้เลี้ยงต้องเข้าใจในธรรมชาติของบางแก้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่ประการใดในพฤติกรรมแปลกๆของเขาและทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ แต่ควรที่จะกันไว้ก่อนด้วยการสอนและทำโทษเขาเมื่อเขาทำผิดจะเป็นการดี ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้เขาจะน่ารักและมีเสน่ห์ของบางแก้วในทางที่ดีออกมาให้เห็น





พฤติกรรมต่างๆ กับการป้องกันและแก้ไข


ไม่ฟังคำสั่ง....เนื่องจากเขายังเล็ก ก็ไม่ต่างกับเด็กทั่วไปที่ยังไม่เข้าภาษา จะเล่นอย่างสนุกสนาน เรียกว่าเล่นอย่างเดียว อย่างอื่นข้าไม่สน จนกว่าจะถูกทำโทษ ถึงแม้เขาจะพูดไม่รู้เรื่อง เราก็ควรจะสอนหรือทำโทษทันที่ที่เขาทำผิด เช่น คำสั่งให้เขา “หยุด” ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น สั้นๆ และเด็ดขาด ถ้าเขาไม่หยุด อาจใช้ไม้ หนังสือ ตีพื้นให้เกินเสียงดังๆ แล้วสั่งให้ “หยุด” ทำซ้ำๆ บ่อยๆ เขาจะรับรู้ได้เอง “การสอนเขาวันนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลแต่มันจะมีผลในวันข้างหน้า” การสอนในเรื่องใดๆ ควรทำบ่อยๆ แต่อย่านาน เพราะอาจทำให้เขาอยู่ในสภาวะเครียด ปล่อยบ้าง สอนบ้าง เล่นบ้าง สลับกันไป ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือตัวผู้สอน ต้องนิ่ง น้ำเสียงดัง ชัดเจน ใช้คำสั่งสั้นๆ เช่น หยุด ไป เพราะถ้าใช้น้ำเสียงโวยวาย ใช้คำหลายคำ หมาจะสับสน






*** การวิ่งเล่นบนพื้นลื่นควรระวังเรื่องข้อสะโพก ไม่ควรให้เขาวิ่งเล่นเร็วบนพื้นลื่น ขาหลังอาจเสียหรือพิการ ถ้าเกิดขึ้นแล้วในกรณีที่รุนแรง เขาจะเดินไม่ได้ อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัด






การกิน....ไม่ควรป้อน การเลี้ยงหมา “อย่าตามใจ อย่าสงสาร” จะเสียหมา ให้เขากินเป็นเวลา ถ้าไม่กินอย่าป้อน ถ้าเป็นอาหารที่เสียง่ายเมื่อเขาไม่กินให้เก็บ แล้ววางอาหารเม็ดให้แทน เขาหิวเขาจะมากินเอง ส่วนน้ำคงต้องมีให้เขาตลอดเวลา





การขับถ่าย....ให้ใช้วิธีปูกระดาษหนังสือพิมพ์ เมื่อเขาจะขับถ่ายหรือฉี่ ถ้าเห็นให้จับเขาไปที่หนังสือพิมพ์ที่เตรียมไว้ แรกๆก็จะทุลักทุเลสักหน่อย ทำซ้ำๆ บ่อยๆ เขาจะรู้ได้เอง จากนั้นใช้น้ำยาไฮเตอร์ผสมน้ำล้างเพื่อทำความสะอาดและดับกลิ่น ครั้งต่อไปควรเก็บเศษหนังสือพิมพ์ที่มีกลิ่นฉี่ บางส่วน ซ่อนไว้ในกระดาษหนังสือพิมพ์ชุดใหม่ เพื่อให้เขาได้กลิ่นจะได้มาฉี่ที่เดิม

แต่ถ้าเขาถ่ายนอกบ้านควรนำกระดาษหนังสือพิมพ์ ติดตัวไปด้วยเพื่อรองและเก็บใส่ถุงพลาสติก แล้วนำไปทิ้ง ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นปัญหากันบุคคลอื่นๆ





การกัด แทะ สิ่งของ.....ขั้นแรกควรนำสิ่งของที่มีค่าทุกชนิด เก็บในที่สูงให้พ้นปากเขา ถ้าเขายังสามารถกัดสิ่งของเหล่านั้นได้ให้โทษตัวเราเอง การกัด แทะ สิ่งอื่นๆ เช่น ขาเก้าอี้ โซฟา หรือสิ่งของอื่นๆ ถ้าเห็นให้ใช้คำสั่ง “หยุด” ทันที ถ้าเขาไม่หยุดให้ตบปากเขาเบาๆ เริ่มแรงขึ้นจนกว่าเขาจะหยุดและถอยออกไป เมื่อเขาถอยให้เอาสิ่งของที่เขากัดว่างไว้ใกล้ๆเขา ถ้ากัดอีกให้ตบปากทันที่จนกว่าเขาจะเลิก ทำลักษณะนี้ทุกครั้งที่เห็น เมื่อโตขึ้นเขาจะเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ติดเป็นนิสัย

เนื่องจากการ กัด แทะ เป็นธรรมชาติของเขา ควรหาสิ่งทดแทน เช่น ของเล่นที่มีเสียง กระดูกปลอม หรือสิ่งของที่ไม่ใช้ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า ทั้งนี้จะช่วยให้เขารู้สิ่งใดเป็นของเขา เขาสามารถกัดแทะได้ สิ่งไหนไม่ใช่ของเขา เขากัด แทะไม่ได้

การใช้ของเล่น ของกิน ใดๆ บางครั้งเมื่อให้เขาแล้ว “ขอ” คืน แม้จะอยู่ในปากเขาก็ตาม เขาต้องคืน ถ้าไม่คืนหรือมีอาการขู่ ให้ส่งเสียงดุและตบปากเบาๆ เพื่อไม่ให้เกิดนิสัยหวงของ เมื่อเขาคืนมา เราก็จะคืนให้เขา พร้อมทั้งลูบหัว และชมเชยเขา






การเล่นแบบเจ็บๆ........เนื่องจากเขายังเล็ก ฟันคม ให้ใช้ผ้าขนหนูหนาๆ พันมือและเล่นกับเขา และเมื่อเขากัดติด กระชาก เราควรเล่นกับเขาบ้าง กระชากกลับเบาๆบ้าง เมื่อเล่นสักพักเราควรบอกให้เขา “ปล่อย” ถ้ายังเล่นเพลินให้ทำโทษเหมือนเดิม คำสั่งปล่อย หยุด เป็นเรื่องสำคัญในการควบคุมเขาเมื่อเกิดปัญหาเวลาหลุดออกไปนอกบ้าน การเล่นอีกอย่างที่ควรทำคือการใช้มือกดคอแล้วจับให้เขานอนหงาย จนกว่าเขาจะนิ่ง นั่นเป็นการยอมรับว่าเขาพ่ายแพ้และยอมรับเราในฐานะจ่าฝูง






การนำเขาออกนอกบ้าน.....การนำออกนอกบ้านเป็นเวลา เมื่อถึงเวลาเขาจะรู้ทันที่ ว่านี่เป็นเวลาของเขา การนำออกนอกบ้านควรใส่สายจูงตั้งแต่เล็กๆเพื่อความเคยชินเพราะเผื่อวันข้างหน้าที่ต้องนำเขาออกไปยังที่ต่างๆ เมื่อเขาโตขึ้นสัก 4-5 เดือน ก่อนจะออกสอนให้เขานั่งคอย แล้วค่อยใส่สายจูง ถ้าไม่ทำอย่านำเขาออก (ต้องใจแข็ง อย่างสงสาร) การสอนให้นั่งด้วยวิธีง่ายๆ “ดึงสายจูงขึ้นให้หน้าเขาเงย แล้วกดท้ายเขาลง”

การออกจากบ้าน เมื่อเปิดประตู ห้ามหมาออกก่อน เขาต้องนั่งรอ จนกว่าเราจะสั่งให้เขาออกทุกครั้ง และเราต้องเป็นผู้ออกก่อนเสมอ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ “เราควรเป็นผู้นำหมา ไม่ใช่ให้หมาเป็นผู้นำ ทุกกรณี” ทั้งนี้หมาท่านจะมีปัญหาเมื่อเปิดประตู หมาจะวิ่งออกทันที่ บางครั้งเกิดอุบัติ พิการบ้าง เสียชีวิตบ้าง เพราะหมาที่ถูกเลี้ยงอยู่ในกรงหรือบ้าน จะไม่คุ้นเคยกับรถยนต์

เมื่อออกจากบ้านควรนำเขาไปเข้าสังคมกับหมา กับคน เพื่อให้คุ้นเคย จะลดปัญหาเรื่องการระแวง ดุ ก้าวร้าว ลงได้



การจูงหมา.....มือขวาถือปลายสายจูง มือซ้ายถือสายจูงบริเวณเหนือปลอกคอระยะห่างตามสะดวก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวผู้จูง หมาอยู่ทางซ้ายมือเสมอ ให้ใช้มือซ้ายบังคับหมา เดินคู่ไปด้วยกัน ถ้าเขาออกนอกเส้นทางให้บังคับโดยการกระตุกสายจูงไปในทิศทางตรงข้าม เพื่อให้เขาอยู่ในเส้นทางที่เรากำหนด ข้อควรระวังเขาจะถอยหลังเพื่อให้หลุดจากสายจูง ทั้งนี้ผู้จูงต้องสังเกตุหมาและสิ่งเร้ารอบๆข้างเสมอๆ เพื่อกำหนดทิศทางของหมา

เมื่อเจอหมาเจ้าถิ่น อย่าตกใจ บังคับหมาให้อยู่ อย่าให้เขาตื่นตระหนกหรือกลัว เพราะถ้าเราแสดงอาการกลัว ตื่นตระหนก หมาจะเริ่มไม่ไว้ใจเหตุการรอบๆข้างรวมทั้งตัวเราด้วย จากนั้นสั่งให้เขานิ่ง สงบ ไม่เห่าโต้ตอบ แต่ถ้าหมาเจ้าถิ่นเข้ามาประชิดและอาจมีความเสี่ยง ให้ใช้ก้อนหินขว้าง เขาจะวิ่งหนีไปเอง (แรก อาจควบคุมไม่ได้ แต่ถ้าทำไปบ่อยๆ ทั้งคนทั้งหมาจะเคยชิน

จำไว้เสมอ “ว่าเราต้องปกป้องหมาได้เสมอๆ แล้วเขาจะไว้ใจเราในที่สุด” เมื่อเขาไว้ใจว่าเราปกป้องเขาได้ เขาจะนิ่ง เฉย ไม่โต้ตอบ แต่ถ้าเจ้าถิ่นเข้ามาในระยะอันตราย เขาจะขู่ ต่อมาจะเห่ากรรโชกและกัดกันในที่สุด เราต้องตัดไฟตั้งแต่เขาขู่เพราะนั่นเป็นสัญญาณที่เขาบอกเราว่าเขารู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยแล้ว ถ้ามีการกัดกันอย่าผลีผลามเข้าไปแยกเพราะสภาวะขณะนั้นมันหยุดไม่อยู่ ไม่มีใครฟังใคร ต้องรอจังหวะที่เขาถอยออกมาแล้ว เตะสถานเดียวเพื่อให้วงแตก ถ้าเป็นผู้หญิงถือไม่ติดมือไปด้วยก็ดี แต่ถ้าไม่จำเป็นอย่าใช้พร่ำเพรื่อ





พฤติกรรมแปลกๆหลายๆอย่าง เช่น การประท้วงด้วยการกัดสิ่งของเมื่อเขาต้องอยู่ตัวเดียว, การฉี่ ถ่าย เมื่อเขาไม่พอใจบางสิ่งบางอย่าง แบบทั่วบ้าน, การกัด แทะ สิ่งของ, การเอาจมูก ขาหน้าจุ่มลงในอ่างน้ำเย็นๆ, การเห่าหอนเมื่อถึงฤดูติดสาว, การเดินเข้ามางับ แขน ขา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ถ้าปฏิบัติตามวิธีการข้างต้นจะช่วยลดพฤติกรรมของขาได้ในอนาคต





การที่สุนัขดมหรือมีอาการตื่นตัว สนใจ ณ จุดใดจุดหนึ่งในบริเวณบ้าน บางครั้งสิ่งเสียงเห่า ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน ว่ามีสัตว์เล็กๆ หรือสัตว์เลี้อยคลาน เช่น หนู ตะขาบ งู ฯลฯ ควรค้นดูบริเวณนั้นก่อน อย่าละเลย นั่นหมายถึงอันตรายที่จะตามมา

ที่มา เจ้าไปร์ท 5518 เวปชุมชนคนรักบางแก้ว




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 13:47:50 น.
Counter : 72 Pageviews.  

1  2  

maikarut
Location :
นครสวรรค์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิต...มันก็ยากอย่างนี้แหละน๊า...ชิมิส์
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add maikarut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.