ชิวิต...มันก็ยากอย่างนี้แหละน๊า...ชิมิส์

ข้าวคลุกกะปิ....

ส่วนผสม
ข้าวสวย 2 1/2 ถ้วยตวง
กะปิอย่างดี 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมไทย 3 กลีบ
น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้งจืดตัวเล็ก 1/4 ถ้วยตวง
ไข่เป็ด 1 ฟอง
หัวหอมแดง 1 หัว
พริกขี้หนู 10 เม็ด
มะนาว 1/2 ลูก
มะม่วงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
แตงกวา แตงร้าน ถั่วฝักยาว ฯลฯ

วิธีทำ
1. เอากะปิห่อใบตอง ปิ้งไฟพอหอม ใส่ถ้วยเติมน้ำสุก 1 ช้อนโต๊ะ พอเข้ากันนำมาคลุกกับข้าวสุกที่เย็นแล้ว คลุกให้ทั่ว
2. ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมัน พอร้อนใส่กุ้งแห้งลงทอด พอเหลืองกรอบตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
3. ทำไข่เจียวฝอยโดย ตักน้ำมันใส่กระทะนิดหน่อยแล้วหมุนกระทะ ให้น้ำมันอาบทั่วกระทะมีความร้องทั่วถึงทั้งใบแบบขนมเบื้องญวน พอร้อนดีแล้วเทน้ำมันออกบ้าง เอาไข่เป็ดที่คนให้เข้ากันเทลงในกระทะให้บางๆ ตักน้ำมันใส่นิดหน่อยรอบๆไข่ เอาตะหลิวแซะขึ้นกลับอีกด้านลง พอสุกตักขึ้นพักไว้ พอเย็นแล้วหั่นเป็นฝอย
4. ผัดข้าวที่คลุกกะปิเอาไว้แล้ว โดยนำกระทะตั้งไฟ น้ำมันพอร้อนเจียวกระเทียมพอหอม เอาข้าวคลุกกะปิลงผัดให้หอม และร้อนทั่วดี ตักขึ้นใส่จาน

วิธีทำหมูหวาน
ส่วนผสม
หมูสามชั้น 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปีบ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนชา
หัวหอมแดงซอย 2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. หมูสามชั้น ขูดขนและหนังให้สะอาด เลือกเอาเนื้อมากกว่ามัน นำไปนึ่งพอหนังนุ่ม เอาส้มจิ้มเข้าก็ใช้ได้ ทิ้งไว้ให้เย็นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆบางๆ
2. ตั้งกระทะไฟอ่อน ตวงน้ำตาลปีบ น้ำปลา เทลงไปเอาตะหลิวคนจนหอม จึงใส่ซีอิ๊วดำลงคนให้เข้ากัน เติมน้ำแล้วเอาหมูที่หั่นใส่ลงเคี่ยวให้แห้ง จึงใส่หัวหอมแดงซอย ผัดให้รวมกันพอสุก ตักขึ้นใส่ถ้วย

จัดจาน
ข้าวคลุกกะปิใส่จาน หัวหอมแดงซอย กุ้งแห้งทอด โรยไข่ฝอย พริกขี้หนูหั่น ตักหมูหวานใส่ข้างจาน พร้อมแตงกวา มะม่วง




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551    
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 11:49:29 น.
Counter : 70 Pageviews.  

เบาหวาน บำบัดได้ด้วยผักพื้นบ้าน....จริงนะ

เบาหวานเป็นหนึ่งในโรคยอดฮิตของคนไทยซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตนี่เอง ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินที่เปลี่ยนแปลงไปตามค่านิยมตะวันตกซึ่งมีเนือสัตว์ในปรินาณมากการขาดการออกกำลังกาย
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือเบาหวานนี้เมื่อเป็นแล้วจะรักษาให้หายขาดนั้นยาก และสัมพันธ์กับความเจ็บแ่วยอื่นๆด้วย เช่น โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และ โรคหัวใจ
ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มีชีวิตโดยขาดยาไม่ได้ แต่ความจริงแล้วถึงแม้คุณเป็นเบาหวานก็ยังสามารถมีชีวิตเช่นคนปกติทั่วไปได้ โดยใส่ใจกับการปรับพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆ
รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่อยู่ในระดับปกติ โดยการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ลดอาหารที่มีน้ำตาลมาก อาหารประเภทไขมันอิ่มตัว หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวานจัด สูตรอาหารชีวจิตนั้นแหละเหมาะสมอย่างยิ่งกับคนเป็นเบาหวาน
ตรวจร่างกายเป็นประจำ เพื่อป้องกันภาวะซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายระวังไม่ให้เกิดแผล เพราะจะทำให้แผลหายช้า
ผักพื้นบ้านของไทยก็มีสรรพคุณเป็นยาสมนไพร ลดละดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วย
มะระ คนไทยใช้มะระขี้นก ผลดิบแก่ที่ยังไม่สุกและยอดอ่อน รับประทานเนื้อมะระเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก มะระจีนก็นำมาใช้ประกอบอาหารเป็นแกงจืดหรือผัดผลของมะระจีนที่โตเต็มที่แล้วนำมาคั้นใช้ดื่มลดน้ำตาลในเลือดได้
ตำลึง เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงประกอบด้วยวิตามินต่างๆ แร่ธาตุ แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส ใบและเถาตำลึงมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้โดยนำมาคั้นเป็นน้ำดื่ม
เตยหอม ใบเตยสดเป็นยาบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น ลดกระหายน้ำ รากนำมาต้มกับน้ำ ใช้แก้เบาหวานได้
ผักอื่นๆ ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ได้แก่ กระชาย กระเทียม ยอดแค ผักกระเฉด แครอท ใบยอ ใบย่านาง ใบชะพลู ผักกูด ผักชีลาว ใบบัวบก ผักหวาน เป็นต้น
ผักต่างๆอุดมด้วยเส้นใยอาหาร ทำให้อิ่มง่าย ได้แคลอรี่ต่ำ จึงช่วยป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน ขับไขมันส่วนเกิน เป็นประโยชน์ทั้งสำหรับผู้ป่วยและไม่ป่วยครับ




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551    
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 11:24:32 น.
Counter : 64 Pageviews.  

แกงเลียง....มีผลยังยั้งมะเล็งสำไส้

อาหาร ไทยกำลังโด่งดังไปทั่วโลก ยิ่งมีโครงการ "ครัวไทยสู่ครัวโลก" แม้จะตกยุคไปบ้างแต่ความเชื่อมโยงของโครงการยังมีอยู่ ทำให้อาหารไทยก้าวสู่ระดับอินเตอร์อย่างรวดเร็วไม่แพ้อาหารจีนและญี่ปุ่น



มาคราวนี้พระเอกของเรื่องคือ "แกงเลียง"แกงผักรวมสารพัดของคนภาคกลาง ตั้งแต่ฟักทอง ใบแมงลัก บวบ ข้าวโพด เห็ด ฯลฯ ใส่เครื่องแกงออกรสชาติเผ็ดพริกไทย กำลังมาแรง



เพราะ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะผู้วิจัย ประกอบด้วย สุลัดดา พงษ์อุทธา, สมศรี เจริญเกียรติกุล, จุรีพร จิตจำรูญโชคชัย, วรรณี อังคศิริสรรพ, ดิลก บูตะเดช ร่วมกันศึกษาวิจัยพบว่า แกงเลียงมีผลต่อการสร้างเอ็นไซม์ NAD(P)H : quinone reductase ในตับ และยับยั้งการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูแรทสายพันธุ์วิสตาร์



ทั้ง นี้ รายละเอียดของการวิจัย คณะผู้วิจัยอธิบายตั้งแต่แรกเริ่มว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคหนึ่งที่พบได้ มากในประชากรโลก และมีแนวโน้มเป็นมากขึ้นในประชากรไทย



สาเหตุ หลักมาจากรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไป จากหลักฐานการวิจัยพบว่าการบริโภคอาหารที่มีผัก ผลไม้ อยู่มากช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้


ดังนั้น การบริโภคแกงเลียง ซึ่งเป็นอาหารไทยที่มีส่วนประกอบหลักเป็นพืชผัก สมุนไพร และเครื่องเทศ ให้พลังงานต่ำ มีสารอาหารและสารสำคัญต่างๆ จากพืช เช่น แคโรทีน และใยอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมาก "จึงทำการศึกษาผลของการกินแกงเลียงดังกล่าวในปริมาณ 1 และ 2 หน่วยบริโภคต่อวัน (เทียบเท่ากับผงแห้งของแกงเลียงปริมาณ 0.032 g และ 0.064 g ต่อน้ำหนักตัวหนู 100 g ตามลำดับ) ในหนูแรทสายพันธุ์วิสตาร์ โดยการละลายผงแกงเลียงในน้ำกลั่น และป้อนให้หนูกินป็นเวลา 6 สัปดาห์ แล้วฉีดสารก่อมะเร็งเข้าทางหน้าท้องหนู ทั้งหมด 2 ครั้ง ในสัปดาห์ที่ 3 และ 4



"ซึ่งผลการศึกษาพบว่าการได้รับแกงเลียง 2 หน่วยบริโภคต่อการทำงานของเอ็นไซม์ NAD(P)H : quinone reductase (QR) ในตับหนูนั้น แกงเลียงมีผลต่อการสร้างเอ็นไซม์ NAD(P)H : quinone reductase ในตับ และการยับยั้งการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูดังกล่าว"


การ ทดลองในหนู ได้แบ่งหนูออกเป็นกลุ่มๆ 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมปกติที่ได้รับ NSS และไม่ได้รับแกงเลียง กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มควบคุมที่ได้รับสารก่อมะเร็งและไม่ได้รับแกงเลียง กลุ่มที่ 3 ได้รับสารก่อมะเร็ง และแกงเลียง 1 หน่วยบริโภค



ส่วน กลุ่มที่ 4 ได้รับสารก่อมะเร็งและแกงเลียง 2 หน่วยบริโภค และกลุ่มที่ 5 ได้รับ NSS และแกงเลียง 2 หน่วยบริโภค "เมื่อสิ้นสุดการให้อาหาร เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อวิเคราะห์หาสารอาหารและสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง พร้อม กับเก็บเนื้อเยื่อตับและลำไส้เพื่อวัดการทำงานของเอ็นไซม์ QR และการเกิด ACF พบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับแกงเลียง 2 หน่วยบริโภค มีระดับเรตินอลในน้ำเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ การตรวจระดับการทำงานของเอ็นไซม์ QR พบว่าหนูกลุ่มที่ 5 ซึ่งได้รับแกงเลียงเป็น 2 หน่วยบริโภค มีระดับการทำงานของเอ็นไซม์ QR ในตับสูงกว่ากลุ่มควบคุมปกติ (กลุ่ม 1) ประมาณ 2.7 เท่า



" ผลการศึกษาสรุปได้ว่า แกงเลียงสามารถเหนี่ยวนำการทำงานของเอ็นไซม์ QR ในตับ และลดการเกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ของหนูทดลองได้ จึงอาจมีศักยภาพในการป้องกันการเกิดมะเร็งต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่..."



แม้ การทดลองนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลองในห้องแล็บ แต่ผลที่ได้เป็นการจุดประกายความหวังให้กับผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้อยู่ ไม่น้อย


เพราะทุกวันนี้โรคมะเร็งยังเป็นโรคน่ากลัว ร้ายกาจสำหรับมนุษย์ ยังหายารักษาให้หายขาดไม่ได้ หนำซ้ำคนที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในปัจจุบันก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกที หาก "แกงเลียง" มีคุณสมบัติตามที่ได้วิจัยศึกษา แล้วมีการนำมาพัฒนาต่อยอด อาหารไทยคงได้ชื่อเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551    
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 11:22:47 น.
Counter : 52 Pageviews.  


maikarut
Location :
นครสวรรค์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิต...มันก็ยากอย่างนี้แหละน๊า...ชิมิส์
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add maikarut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.