maigoaroundjapan
Group Blog
 
All Blogs
 

.....

เหนื่อย เบื่อ เซ็งชีวิต

"ชั้นกำลังทำอะไรอยู่เนี่ยยยยยย" (กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง)

อีกไม่ถึงเดือนเราก็จะแก่ขึ้นอีกปี

แต่ชีวิตตอนนี้ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน



อยากทำงานที่นี่ แต่เบื่อ เบื่อ ความคิดคนญี่ปุ่น

อยากกลับไทยไปอยู่กับครอบครัว แต่เราก็คงกลับไปเป็นเหมือนเดิม

เป็นเด็กที่พ่อคอยเอาใจ เป็นลูกดื้อที่เถียงแม่ตลอด เป็นน้องงี่เง่าที่พี่ๆต้องคอยดูแล


เป็นเราที่ไม่เคยเปลี่ยนตลอดไป

ชั้นทำอะไรอยู่เนี่ยยยย







 

Create Date : 18 มกราคม 2551    
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 0:43:51 น.
Counter : 196 Pageviews.  

ความในใจของสาวเสริฟ์

"เรียนท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่านโปรดทราบ

ขอขอบพระคุณที่ท่านได้เลือกมาใช้บริการที่ร้านอาหารของเรา

ทางร้านยินดีที่จะให้บริการลูกค้าทุกท่านอย่างดี

ถ้าท่านไม่

เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะเองโดยที่พนักงานไม่ได้นำท่านไป

ท่านไม่ควรขอเมนูอาหารหรือสั่งอาหารก่อนสั่งเครื่องดื่ม

เมื่อท่านเลือกอาหารที่ต้องการได้แล้ว ค่อยเรียกพนักงานไปรับรายการ
กรุณาอย่าสั่งไปด้วย เลือกไปด้วย คิดไปด้วย คุยกับเพื่อนไปด้วย และปล่อย
ให้พนักงานยืนเฝ้าโต๊ะเป็นผีตานี แทนที่พนักงานคนนั้นจะได้ไปยกเครื่องดื่ม
มาเสริฟ์ท่าน หรือเดินไปให้บริการลูกค้าท่านอื่น

พนักงานทุกคนเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ผีสางเทวดาที่ไหนที่จะเสกทุกอย่างให้ท่านได้ในทันที ถ้าท่านต้องการอาหารเร่งด่วนโปรดเข้าใจด้วยว่าเชฟก็เป็นคน
มีสองมือเหมือนท่าน ลูกค้าไม่ได้มีแค่ท่านโต๊ะเดียว ควรรอตามคิว

ด้วยเหตุผลข้างต้น พนักงานทุกคนเป็นคนที่สมควรจะได้รับการปฎิบัติที่ดี ไม่ต่างจากท่าน จึงขอความร่วมมือเรียกพนักงานด้วยท่าทีที่สุภาพ การผิวปาก การดีดนิ้วเรียกประหนึ่งพนักงานผู้นั้นเป็นสัตว์สี่เท้า ท่านก็สมควรจะได้รับการปฎิบัติเยี่ยงนั้นเช่นกัน

ในกรณีที่ลูกค้าท่านใดไม่สามารถปฎิบัติได้ตามนี้ ขอเชิญท่านกลับบ้านไปได้
ลูกค้าที่ไม่มีมารยาทไม่มีร้านใดอยากต้อนรับท่าน

ขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ"


มีร้านเป็นของตัวเองเมื่อไหร่ อยากติดป้ายอย่างนี้ไว้หน้าร้าน


วันนี้เจอลูกค้างี่เง่าหลายคน
งี่เง่าจนอยากเอาแก้วน้ำไปกระแทกปากคุณลูกค้าแรงๆสักที




 

Create Date : 11 ธันวาคม 2550    
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 0:40:21 น.
Counter : 137 Pageviews.  

ใบไม้เปลี่ยนสี ในมือถือ



ช่วงใบไม้ร่วงบางคนว่าดูน่าห่อเหี่ยว
แต่เรากลับชอบฤดูนี้มาก
ถึงใบไม้จะร่วงหมดต้น ก็ยังสวย
มองกิ่งต้นไม้ที่มีท้องฟ้าเป็นแบล็กกราด์ก็สวยไปอีกแบบ
ไว้เอารูปต้นไม้โล้นมาลงบ้าง เห็นแต่ใบไม้สีๆจำเจไปหน่อย




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2550    
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 0:39:13 น.
Counter : 162 Pageviews.  

ขอโปรตีนด่วน!!!!

หลังจากที่กินแค่แมค ข้าวปั้น ขนมปัง อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป

เครื่องดื่มเพิ่มโปรตืน(ก็ไอ้ที่กินอยู่ทุกวันมันมีแต่แป้งอ่ะ)

อาหารไม่อร่อย เรียนก็เครียด อึก็ไม่ออก

ไหนๆวันนี้ก็เรียนครึ่งวัน ขอกินอาหารดีๆ โปรตืนเยอะๆสักมื้อ

อยากลองอาหารช่วง lunch timeของ outback มานานแล้ว

ว่าแล้วก็รีบตรงไปoutbackทันที


อาหารที่สั่งคือ!!
แน่นอนว่าต้องเป็นเสต็ก
(รูปไม่ค่อยงามเท่าไหร่ แบบว่าหิวจนมือสั่น ฮ่าๆ)



สั่งขนาด200กรัม ราคา1700เยน พร้อมfree drink
ถ้าเป็นช่วงdinnerจะมีแถมhoney breadไม่อั้นด้วย อยากกินจัง





จานนี้ของเพื่อน เนื้อพริกไทยแบบสไลด์ ก็อร่อยดี แต่ของเราอร่อยกว่า ฮิๆ

จัดการเจ้าเนื้อวัวเสร็จ ยังไม่สาแก่ใจ ขอสั่งของหวานที่เล็งไว้มานาน

(อยากกินเสต็กอีกจาน แต่เกรงใจพนงอ่ะ ใกล้ปิดร้านแล้ว)

chocolate tunder from down under ของหวานแนะนำของทางร้าน





(อ้าว รูปเอียงอีกละ )
สองในสามของความสูงคือ whipcream อร่อย! แต่ที่อร่อยกว่าคือchocolate sauce

เค็มนิดๆ ขมไม่หวานเลี่ยน ชอบมากกกกก

ถัดจากครีมเป็นไอศครีมวนิลา และบราวนี่

บราวนี่ที่นี่เป็นแบบนิ่ม แต่เราชอบแข็งหน่อยๆแบบของ mrs.fieldมากกว่าอ่ะ

อร่อยแต่เลี่ยน ดีนะที่มีไอศครีมมาเบรก


完食!!
กินเรียบจนสาแก่ใจ หมดตังค์ไปหลายพันเยน

แล้วมื้อต่อไปเราก็คืนสู่สามัญด้วยแมคใกล้บ้าน


แถมlinkให้ดูเล่นๆ
//www.outbacksteakhouse.co.jp/menu/index.html#desserts




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 0:38:54 น.
Counter : 266 Pageviews.  

คนขี้น้อยใจเฟ้ยย 僻心

นึกว่าจะหายแล้วนะ นิสัยแบบนี้


เราย้ายมาอยู่ในโตเกียวได้ปีครึ่งแล้ว

แต่ก่อนอ่ะ อยู่ชานเมือง

เคยคุยกันเล่นๆกับเพื่อนว่าเมืองที่พวกเราอยู่กันเนึ่ย "ด่านดักบ้านนอก"

เพราะถึงจะเป็นชานเมืองแต่ก็เป็นเมืองใหญ่ มีทุกสิ่งให้เลือกสรร

ร้านอาหารดังๆ ถ้าโตเกียวมี ที่นี่ก็มี

คนจากบ้านนอกถ้าผ่านคาวาซากิเป็นต้องหยุดทุกราย (อย่าเชื่อ เรามั่ว)


หลังจากเรียนจบโรงเรียนภาษา เพื่อนๆที่จะอยู่ญี่ปุ่นต่อก็เลือกอยู่ที่เดิม (ผู้ชายล้วน)

มีเราคนเดียวที่ย้ายเข้าเมืองกรุง

เพราะว่า

1 เราอยากเลิกพึ่งคนอื่น (ถ้าอยู่ใกล้ๆเพื่อนเป็นต้องวานให้ช่วยนู่นช่วยนี่แน่ๆ)

ตอนจะย้ายบ้านเพื่อนยังไปช่วยหาให้เล้ย ขนของก็มาช่วย

"พอแล้ว ต่อไปนี้จะยืนหยัดสู้ชีวิตในญี่ปุ่นด้วยตัวคนเดียว" คิดอย่างนั้น

2 อยากย้ายไปอยู่ใกล้ๆแฟน (หอแฟนอยู่ระหว่างทางไปโรงเรียนกับบ้าน

ถ้าแวะหาแฟนก็ไม่ต้องเสียค่ารถ เพราะเรามีตั๋วเดือน แสนคุ้ม)

ตอนแรกๆที่ย้ายมา ก็ยังเห่อ ไม่ได้อยู่คนเดียวแบบนี้มานาน​ (ทุกทีต้องแชร์ห้องกับคนอื่นง่ะ)

จะวางของเกะกะก็ไม่มีใครว่า อาบน้ำเสร็จเดินโทงๆออกมาก็ไม่ต้องอายใคร

ห้องเราอยู่ชั้นแปด มองออกไปเห็นภูเขาไฟฟูจิลางๆ หน้าร้อนก็เปิดหน้าต่างนอนได้

ตากเสื้อชั้นในก็ไม่ต้องกลัวถูกขโมย โอ้ อย่างกับสวรรค์

ทั้งๆที่คิดอย่างนั้น

แต่

ทุกวันหลังเลิกเรียน เวลาขึ้นรถไฟกลับบ้าน เห็นเพื่อนเดินกลับบ้านด้วยกัน แล้วมันห่อเหี่ยวพิกล

เวลาเพื่อนคุยกันว่าเมื่อวันหยุดไปเดินเที่ยวที่ไหนมากันบ้าง เราไม่อยากฟัง

วันไหนที่ไปทำงานถึงดึก ทั้งๆที่เหนื่อยจะตาย แต่ไม่อยากกลับบ้าน

เพราะกลับมาก็ไม่มีใครอยู่

(จะมีได้ไงเล่า แกอยู่คนเดียวนะเฟ้ย ถ้ามีก็น่ากลัวแล้ว)

นั่นแหละ สรุปง่ายๆ กรูเหงาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

เหงาโว้ยยย


เราก็เข้าใจนะ ผู้ชายไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อยกัน

ทุกครั้งที่เค้าคุยอะไรกัน เรารู้สึกเหมือนเป็นคนนอก

พวกเค้าสนุกสนานอยู่ในโลกที่ไม่มีเรา

ส่วนเรานั่งง่าวอยู๋บ้านเพราะไม่มีเพื่อนชวนไปไหน

( แฟนก็ไปทำงาน )


เราเริ่มคิดอะไรบ้าๆขึ้นมา เผอิญช่วงนั้นก็ทะเลาะกับเพื่อนอยู่

( ไอ้คุณเพื่อนๆ ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่เราโกรธไปเองฝ่ายเดียว )

ไหนๆเพื่อนมันก็ไม่ค่อยจะสนใจอยู่แล้ว ก็ห่างๆไปเลยดีกว่า

ดีกว่ามานั่งน้อยอกน้อยใจ ว่าถูกเพื่อนทิ้ง

เราลบเบอร์เพื่อนออกจากมือถือทั้งหมด แต่ไม่วายส่งเมลไปเตือนก่อนล่วงหน้า

ประมาณว่าชั้นโกรธพวกแกนะเฟ้ย ( คืออยากให้รู้ว่าโกรธ บ้ามั้ยเนี่ย )

เพื่อนก็แสนดี เมลมาง้อแบบจำใจ ( จนป่านนี้ก็คงยังงง ว่าทำอะไรผิด )

จากนั้นก็พยายามโทรมาชวนไปนู้นไปนี่บ้าง เราก็ไม่วายวางฟอร์มเล่นตัว

คงจะเล่นตัวมากไปมั้ง ปิดเทอมหน้าร้อนที่ผ่านมาพวกเค้าถึงๆไปเที่ยวโอซาก้ากันโดยไม่ชวนเรา

ตอนนั้นทั้งเศร้า เหงา เซ็ง น้อยใจ คละๆกันไป

ผิดที่เราเอง ก็เลยพยายามลืมๆไป แต่ดันเปิดเน็ตมาเจอรูปที่พวกเค้าไปเที่ยวกัน

ความรู้สึกที่อุตส่าห์ลืม มันย้อนกลับมา

โหยยยย....แบบ....แบบว่า อธิบายไม่ถูกเลย

เหมือนกับว่า นอกจากแฟน เราก็ไม่มีใครแล้ว

ถูกเพื่อนทิ้งว่างั้นเหอะ


มาคิดๆดูก็สมใจอยากแล้วนี่ "อยากยืนหยัดสู้ชีวิตในญี่ปุ่นด้วยตัวคนเดียว"

แต่ก็ยังพูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำหรอกนะ เรายังมีแฟนอยู่ทั้งคน

( ถึงยังไงก็ไม่อยากพูดเต็มปากเต็มคำหรอก )


ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนก็จริง แต่มนุษย์คือสัตว์สังคมอยู่ดีเนอะ
























 

Create Date : 07 กันยายน 2550    
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 0:37:32 น.
Counter : 226 Pageviews.  

1  2  

maigo
Location :
tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add maigo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.