'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~สาวน้อยจากกระดาษ (La Fille de Papier) โดย กีโยม มุสโซ ~





สาวน้อยจากกระดาษ (La Fille de Papier)
กีโยม มุสโซ/เขียน , ชลธิชา โบดาร์ต/แปล
แพรวสำนักพิมพ์/พิมพ์(ก.ค. 55)
365 หน้า ราคา 265 บาท


เรื่องย่อ ๆ จากปกหลัง


ชีวิตของคนเรานั้น เมื่อสูงสุดก็เหมือนฟ้า ต่ำสุดก็เหมือนเหว

คงไม่มีใครยืนยันคำนี้ได้ดีไปกว่า ทอม บอยด์ นักเขียนผู้มีอดีตอันรุ่งโรจน์
นิยายสองเล่มแรกจากชุด ไตรภาคแห่งทวยเทพ
ที่เขาเป็นผู้เขียนนั้นประสบความสำเร็จสูงสุด
แต่ช่วงเวลาก่อนจะเขียนเล่มสุดท้าย ชีวิตของเขาก็พลิกผัน เพราะผู้หญิงคนเดียว


ทอม บอยด์ต้องเลิกรากับโอรอร์ นักเปียโนสาวผู้แสนอิสระ
เขาจมอยู่กับความทุกข์ มิหนำซ้ำบ้าน เงินทอง และสมบัติทุกอย่างที่หามา
ยังสูญไปเพียงชั่วข้ามคืน ทอมปล่อนให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม
ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งไม่โผล่มาที่บ้านของเขาในคืนที่เกิดพายุและบอกว่า
"ตกลงมาจากหนังสือ ตกลงมาจากเรื่องที่คุณแต่งไงล่ะ!"


บิลลี่ โดเนลลี่เป็นตัวละครในนิยายของเขา
แต่ตอนนี้เธออยู่ตรงหน้าทอมแล้ว เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย...







หลังอ่าน...
สนุกมาก ชอบมาก
อ่านงานของนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนนี้เล่มนี้เป็นเล่มที่สามแล้ว
ชื่นชอบในเลเวลที่สูงขึ้น ๆ ตามลำดับทีเดียว


เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิดนึงแล้วกัน

หลังจากอกหักยับเยิน และกลายเป็นนักเขียนตกอับ ล้มละลาย
ทอมใช้ชีวิตจมจ่อมอยู่กับบาดแผลของตนเอง ใช้ยาเสพติด
ก่อการทะเลาะวิวาท ขับรถเร็วเกินลิมิต ฯลฯ

และแล้ววันหนึ่ง บิลลี่ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลายสิ่งหลายอย่างในตัวเธอที่ยืนยันกับเขาว่า...
เธอคือสาวน้อยที่ตกลงมาจากหนังสือ"ไตรภาคแห่งทวยเทพ"ภาคสองของเขา
ที่เกิดความผิดพลาดในการจัดพิมพ์จนต้องมีการทำลายทิ้ง...

อุปนิสัยที่แปลกและแหวกแนวของบิลลี่ ค่อนข้างตรงตามนิยายที่เขาเขียนเอง
จนในที่สุดทอมก็เชื่อว่าเธอคือ"สาวน้อยจากกระดาษ"จริง ๆ

บิลลี่พยายามกระตุ้นและปลุกเร้าให้ทอมกลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง
อย่างน้อยก็เขียนไตรภาคแห่งทวยเทพภาคจบให้สำเร็จ
เพื่อเธอจะได้กลับเข้าสู่โลกในนิยายของเธอเสียที

เธอพาเขาตามไปพบโอรอร์ นักเปียนโนสาวที่หักอกเขายับเยิน
เพื่อให้เขาได้ชัดเจนในใจว่า จริง ๆ แล้วโอรอร์มีค่าพอที่จะทำให้เขา
ต้องตกจมอยู่ในความทุกข์จนทำร้ายตัวเองหรือไม่...

ในขณะที่ทอมเริ่มจะดีขึ้น เขาเริ่มผูกพันกับบิลลี่และคิดจะตั้งต้นชีวิตใหม่...
บิลลี่ก็เริ่มป่วย...ในช่วงเวลาเดียวกันกับทางโรงพิมพ์เริ่มทำลายหนังสือ
และทำลายไปแล้ว 99,999 เล่ม ในขณะที่อาการของบิลลี่ก็ทรุดลง

ยังเหลือหนังสือเพียงเล่มเดียวที่หลุดรอดจากการถูกทำลาย...
และชีวิตของบิลลี่ก็แขวนอยู่กับหนังสือเล่มนั้น...

...หนังสือเล่มนี้ได้ท่องไปตามที่ต่าง ๆ มากมาย
ผ่านมือผู้คนหลากหลาย
มันเปลี่ยนชีวิตของทุกคนที่หยิบมันขึ้นมาด้วยวิธีของมัน
รวมถึงชีวิตของทอม บอยด์ ผู้เขียนของมันเอง!






เป็นพล็อตที่แยบยลมาก เป็นเหมือนเรื่องเหนือธรรมชาติ
ที่บอกเล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สมจริงสมจังและเป็นเหตุเป็นผลสอดคล้อง ต่อร้อยเกาะเกี่ยวกันเป็นปมเป็นเปลาะๆไป
ทำให้อ่านได้เพลินและร่วมลุ้นไปกับตัวละครในเรื่องอย่างน่าตื่นเต้น ชวนติดตามสุด ๆ

ชอบเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ๆ
ของพระเอกกับเพื่อนๆของเขาอย่างไมโลกับคาโรล

ชอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางระหกระเหิน
ของหนังสือเล่มสุดท้ายของทอม...

อย่างเรื่องของ Bookcrossing...หรือการ'ส่งต่อ'หนังสือโดยใช้วิธี'ทิ้งไว้'ตามที่ต่าง ๆ
เพื่อให้ผู้อื่นมาพบและอ่านมัน แล้วก็ส่งต่อไปยังคนอื่นๆ ด้วยวิธีเดียวกัน
นับว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทีน่ารักจริง ๆ สำหรับคนรักการอ่านอย่างเรา ๆ

ในตอนต้นของแต่ละบท ผู้เขียนจะหยิบยก quotations
จากหนังสือเล่มที่โดดเด่น และบังเอิญสอดคล้องกับเนื้อหาในตอนนั้น ๆ มาวางไว้
ทำให้คนอ่านได้พลอยรับรู้ความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร
และคาดเดาเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นในตอนนั้น ๆ
เป็นการกระตุ้นความสนใจใคร่รู้ได้อย่างมีเสน่ห์ทีเดียว

ชอบตอนจบอะ
จบได้แบบ...ฟินและอิ่มเอมมาก
บอกตัวเองเลยว่า อ่านเล่มนี้จบลงแล้ว ต้องตามล่าหาเล่มอื่น ๆ
ของนักเขียนนามนี้มาอ่านต่อไปแน่ ๆ

ที่สำคัญ ตอนนี้อยากอ่านไตรภาคแห่งทวยเทพ ของทอม บอยด์มาก ๆ อ่ะ
จะหาอ่านจากที่ไหนล่ะเนี่ย

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ










 

Create Date : 01 เมษายน 2559    
Last Update : 1 เมษายน 2559 15:48:52 น.
Counter : 1693 Pageviews.  

~ ซีรีส์ชุด ปลายสายปรารถนา 1-2-3 Alex Lux / เขียน "ปุณณารมย์" /แปล ~





ซีรีส์ชุด ปลายสายปรารถนา 1-2-3
- เสียงปรารถนา (Call Me Cat)
- ลวงอารมณ์ (Leave Me Love)
- เล่ห์ซ่อนรัก (Tell Me True)
ผู้เขียน : Alex Lux / ผู้แปล: ปุณณารมย์
สนพ.โรสพับลิชชิ่ง/พิมพ์(ก.ย.58)



เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง)

เล่ม 1. เสียงปรารถนา - Call Me Cat


'เคทลิน ทราวิส' เป็นหญิงสาวเรียบร้อยอนาคตไกล กำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยกฎหมาย
พ่อแม่เธอถูกสังหารโหดทำให้เธอกลายเป็นเด็กกำพร้ายากไร้ตั้งแต่อายุสิบห้าปี
แล้วตอนนี้เธอยังโดนตัดเงินทุนกู้ยืมทางการศึกษาจนไม่เหลือพอจะจ่ายค่าเทอมในปีการศึกษาหน้าอีก
ดังนั้น เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอม เคทลินจึงต้องกลายเป็น 'แคท'
นางแมวสุดเซ็กซี่ร้อนแรงผู้เติมเต็มความฝันให้หนุ่มๆทางโทรศัพท์

แล้วจู่ๆ 'แอชตัน เบนจามิน ดาเวนพอร์ตที่สาม' มหาเศรษฐีหนุ่ม
ผู้มีมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์เป็นพาหนะคู่ใจ ก็เข้ามาในชีวิตของเธออย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ
เคทลินรู้ได้ทันทีว่าต้องหลีกเลี่ยงหนุ่มรูปหล่อจอมยียวนผู้ก่อกวนเธอทุกครั้งที่เจอหน้ากันคนนี้
ถึงเธอจะคิดว่าเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจและน่าหลงใหลก็ตาม
แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อแคทบังเอิญต้องเป็นคนรับสายหนุ่มเจ้าปัญหาคนนี้เสียอย่างนั้น!

นอกจากชีวิตเธอจะวุ่นวายกับการเก็บความลับเรื่องการใช้ชีวิตทั้งสองแบบแล้ว
ฆาตกรที่สังหารพ่อแม่เธอก็กลับเข้ามารังควานชีวิตเธออีกครั้ง
เคทลินไม่รู้เลยว่าจะไว้ใจใครได้บ้างและเธอจะตัดสินใจพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด
เพราะผลลัพธ์ของการไว้ใจคนผิดคือชีวิตของเธอเอง

**********

เล่ม 2 ลวงอารมณ์ (Leave Me Love)

เมื่อนักฆ่ารัตติกาลผู้ที่คุกคามชีวิตของเคทลิน ทราวิส มาตลอดหลายปีตายไปแล้ว
ในที่สุดเธอก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเหมือนเด็กสาวทั่วไปเสียที
แต่แล้วกระดาษโน้ตปริศนาแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้ก็ส่งมาถึงมือเธออีกครั้ง

ครั้งนี้ ทุกคนรอบตัวเธอล้วนแต่เป็นผู้ต้องสงสัยด้วยกันทั้งสิ้น
ไม่เว้นกระทั่งแอชตัน ดาเวนพอร์ต ผู้ที่มีความลับดำมืดซ่อนอยู่ในอดีต
และมีความเกี่ยวข้องกับแม่ของเคทลินมากกว่าที่เธอคิด
อีกทั้งบริดเจ็ตต์ โบมองต์ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ
ก็มีพฤติกรรมแปลกไปในช่วงหลังจนน่าสงสัย

เมื่อบริดเจ็ตต์ถูกลักพาตัวไปจากบ้านเพราะหนังสือของแม่เคทลิน
ตำรวจกลับคิดว่าเคทลินเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมาเอง
เธอจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดี เคทลินก็ได้รู้ว่าเธอพึ่งพาใครไม่ได้ทั้งนั้น
นอกจากตัวเองและต้องหาทางหยุดยั้งฆาตกรให้ได้
ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายมีชัยเหนือเธอ
แต่ยิ่งสืบลึกไปเท่าไร เธอกลับพบว่าคนร้ายอาจอยู่ใกล้ตัวเธอมากกว่าที่คิด
และเธอไว้ใจใครไม่ได้ทั้งสิ้น ...แม้กระทั่งคนที่เธอรัก

**********

เล่ม 3 เล่ห์ซ่อนรัก (Tell Me True))

“ครอบครัวดาเวนพอร์ตจะเป็นคนรับผิดชอบการตายของฉัน
ต้องมีคนเข้าไปใกล้ชิดพวกเขาและค้นหาความจริง”

ข้อความปริศนาจากบันทึกของแม่คือแรงผลักดันให้เคทลิน ทราวิส
เริ่มแผนการเสี่ยงอันตรายเพื่อหยุดยั้งนักฆ่ารัตติกาล...
ฆาตกรโหดที่ทุกคนคิดว่าถูกกำจัดไปแล้ว

เมื่อเกิดระเบิดขึ้นในงานแต่งงานของเธอกับแอชตัน ดาเวนพอร์ต
ทำให้จอน น้องชายของแอชเสียชีวิตคาที่และแอชถูกข่มขู่เอาชีวิต
เกมการไล่ล่าชิงไหวชิงพริบก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ยิ่งสืบลึกลงไปมากเท่าใด เคทลินก็ยิ่งเจอเรื่องไม่ชอบมาพากลมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งพฤติกรรมแปลกประหลาดของจอนในช่วงก่อนเสียชีวิต
ความเศร้าโศกเกินธรรมดาของบริดเจ็ตต์ หญิงสาวปริศนาที่อ้างตัวว่าเป็นคนรักของจอน
ความลับดำมืดที่ทุกคนซุกซ่อนไว้เบื้องหลังฉากหน้าอันสวยงาม
และนักสืบเอกชนของแอชที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

งานนี้ใครเป็นฝ่ายล่า และใครเป็นฝ่ายถูกล่ากันแน่






หลังอ่าน...
นิยายชุดนี้เป็นแนวโรแมนติกปนสืบสวนสอบสวนที่เดินเรื่องแบบรวดเร็วฉับไวในบางช่วง
แล้วก็ผ่อนช้าลงเป็นพัก ๆ ให้กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของคู่พระนาง
มีมุกมีปมที่หักกันผัวะผะ ๆ ลุ้นระทึกกันเลยทีเดียว

เรื่องย่อก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ เล่าเพิ่มอีกนิดละกัน(จะพยายามหลีกเลี่ยงการสปอยล์ค่ะ)
เคทลินต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าในวัย 15 เมื่อพ่อและแม่
ที่เป็นนักกฎหมายของเธอถูกฆาตกรรม ต่อหน้าต่อตาเธอ
โดยฆาตกรที่มีฉายาว่า"นักฆ่ารัตติกาล"
เธอต้องเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ และออกมาเมื่อถึงวัย
เธอดิ้นรนเอาตัวรอดตามลำพัง แม้จะมีเพื่อนสนิทที่ร่ำรวยมหาศาลอย่างบริทเจ็ต โบมองต์
แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะพึ่งพาเพื่อนในด้านการเงิน ...
โดยที่นักฆ่าคนนั้นยังคงคุกคามเธออย่างต่อเนื่องโดยการส่งข้อความแบบจิตๆ ซ้ำ ๆ
ดูเหมือนว่ามันจะรู้ทุก ๆ ความเคลื่อนไหวของเธอ
ตำรวจที่ทำคดีให้เธอก็มาเสียชีวิตไปกลางคัน
คนที่เข้ามารับช่วงต่อก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจคดีของเธอเท่าทีควร...

จนแอชตันก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ เขาแสดงออกชัดเจนว่าเขารักเธออย่างจริงจัง
แต่ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป มันกลับกลายเป็นว่า
เขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่พัวพันคดีฆาตกรรมแม่ของเธอเมื่อหลายปีก่อน...

บางครั้งเรื่องราวดูเหมือนจะคลี่คลาย เมื่อจับผู้ต้องสงสัยได้และมันก็ถูกฆ่าตายไปแล้ว
แต่ทว่า...ข้อความแปลก ๆ จากนักฆ่ารัตติกาลนั้นยังคงถูกส่งมาถึงเธออย่างต่อเนื่อง





พล็อตแม้จะไม่แปลกแหวกแนวจากนิยายสืบสวนทั่วไปมากนัก
แต่ก็อ่านสนุกดี(ในระดับหนึ่ง)
ผู้เขียนใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านนางเอก ซึ่งก็กระชับฉับไว ชวนให้ติดตาม
มีการซ่อนปมที่ลวงได้ทั้งคนอ่านและตัวละครในเรื่อง
มีการวางไทม์ไลน์ที่ย้อนไปย้อนมาพาให้งงงันเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากไม่มายนัก

แน่นอนว่านิยายแบบนี้เลิฟซีนระดับติดเรทต้องมีเกลื่อนกระจุยกระจายแน่
แต่คนอ่านคนนี้ผ่าน(นิยายแบบนี้)มาเยอะแล้ว ภูมิต้านทานแข็งแรงพอ
เลยไม่ค่อยรู้สึกรู้สาสักเท่าไหร่ 55

สรุปว่าก็เป็นโรแมนซ์ปนสืบสวนสอบสวนที่ชวนอ่านชุดนึง
แต่มุมโรแมนซ์อาจจะมีเยอะไปหน่อย
แล้วมุมสืบสวนสอบสวนก็เป็นไปตามรูปแบบทั่วไป พอคาดเดาได้ในบางจุด
ไม่ถึงกับเข้มข้นมากมาย แต่ก็สนุกเร้าใจในระดับหนึ่ง

ชวนอ่านค่ะ!










 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2559 12:43:46 น.
Counter : 961 Pageviews.  

~ เงาใจใต้เงาจันทร์ /Tongue in Chic ดราม่าโรแมนติกผสมสืบสวนสอบสวนชวนอ่าน~





เงาใจใต้เงาจันทร์ /Tongue in Chic
ผู้เขียน : คริสตินา ดอดด์
ผู้แปล : สุดา วโนทยาโรจน์
แพรวสำนักพิมพ์(ก.ค. 2552)
326 หน้า ราคา 225 บาท


เรื่องราวโดยย่อ(จากปกหลัง) :


นาตาลี เมโดว์ ซาร์วาส ศิลปินสาวแสบถูกจับได้คาหนังคาเขา
ว่าบุกรุกเข้าไปขโมยภาพเขียนในคฤหาสถ์หรูที่กำลังถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงแรม
และในทันทีที่ได้สบสายตาคมเข้มและเห็นสีหน้าแข็งกร้าว
ของวายร้ายใจโหดอย่างเดฟลิน ฟิตซ์วิลเลียม...
เธอก็รู้ตัวว่างานนี้คงไปไม่รอด
แต่คนฉลาดอย่างเมโดว์ไม่มีทางยอมจนแต้มง่ายๆ
กอรปกับจังหวะที่เธอลื่นล้มหัวกระแทกพื้น
หญิงสาวได้กุเรื่องขึ้นว่าเธอเป็นโรคความจำเสื่อม
และช่างน่าเวทนาที่ตัวเองมาทำอะไรในที่โออ่าเช่นนี้ก็มิทราบ

ทว่าเพียงชั่วอึดใจเมโดว์ก็ได้คำตอบ
เมื่อเดฟลินกอดเธอไว้และบอกว่า เมโดว์ คือภรรยาที่หายตัวไปของเขา!
เมโดว์ต้องฝืนใจตามน้ำ เพราะเธอยังมีภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง
และขณะเดียวกันเดฟลินก็ต้องการใช้เมโดว์เป็นเครื่องมือแก้แค้นศัตรูคู่อาฆาตของเขา

ความรักร้อนแรงค่อยๆก่อตัวขึ้นท่ามกลางคำโกหก
และละครลวงที่ทั้งสองต้องด้นสดไปพร้อมกัน
เพียงแต่ว่าในบ้านแสนสุขของทั้งคู่ มิได้มีเพียงแค่สองเราและเงาจันทร์
แต่ยังมีใครบางคนในมุมมืด ที่ปองร้ายเดฟลิน
และต้องการกำจัดทุกคนที่จะแย่งชิงภาพวาดชิ้นนั้นให้สิ้น






หลังอ่าน...
สนุกเกินคาดแฮะ สำหรับนิยายกึ่งๆโรแมนซ์ กึ่ง ๆ suspence เล่มนี้
เรื่องราวก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ

มุมโรแมนซ์เริ่มต้นที่การพบกันในสถานการณ์ที่ออกจะสุ่มเสี่ยงแต่น่าขัน
นางเอกลอบเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ของพระเอก
(โดยที่เธอเข้าใจว่าเป็นบ้านของเจ้าของเดิม ที่เป็นอดีตสามีของยายของเธอ)
เพื่อจะแอบไปขโมยภาพวาด ฝีมือของยายเธอเอง แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อถูกจับได้
เธอคิดเอาตัวรอดโดยแกล้งความจำเสื่อม จากการที่ศีรษะกระทบกระเทือน...
หารู้ไม่ว่านั่นกลายเป็นหลุมพรางอย่างดีให้เดฟลิน ฟิตซ์เจอรัลด์
เจ้าของคนปัจจุบันของคฤหาสน์หลังนี้ ตีขลุมซ้อนแผนเธออย่างหน้าตาเฉย

เธอจึงต้องตกกระไดพลอยกระโจน รับสมอ้างเป็นภรรยาของเขาตามที่เขาบอก
ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้ ว่านั่นเป็นคำโกหกคำโต...เพียงแต่เธอไม่รู้สาเหตุเท่านั้น
ว่าทำไมเดฟลินถึงแอบอ้างว่าเธอเป็นภรรยาของเขา...
ทั้งยังมโนเวิ่นเว้อเป็นตุเป็นตะถึงงานแต่งงานของพวกเขา
ณ ชายหาดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันสุดแสนจะโรแมนติก
ทำเอาเมโดว์พลอยเคลิบเคลิ้มรัญจวนใจ...
เธอตระหนักดีว่านี่เป็นเรื่องอันตราย เธอต้องหนี...
แต่เธอมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ หาไม่ ชีวิตของแม่ของเธอจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่า

พระเอกเป็นชายหนุ่มที่มีปมหลังฝังใจ กลายเป็นความอาฆาตแค้นฝังหุ่น
กับตระกูลทีเป็นเจ้าของเดิมคฤหาสน์หลังนี้...
เมื่อเมโดว์ปรากฏตัว เพียงแว่บแรกที่เห็นหน้าเธอ
เขาก็ระลึกรู้ในทันทีว่าเธอคือสายเลือดของศตรูคู่แค้น
เขาคิดจะใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น...

แต่ภายใต้มนต์เสน่ห์แห่งเงาจันทร์อันเย้ายวน
เขากลับหลงรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น





สนุกค่ะ...
เริ่มต้นเรื่องเล่าอย่างเรียบเรื่อย แต่เมื่อเหตุการณดำเนินไป
ตัวละครตัวนั้นตัวนี้โผล่ออกมา ค่อย ๆ คลี่คลายปมทีละเปลาะ ๆ
จนมาพีคสุด ๆ ตอนท้ายเรื่อง

ทยอยเก็บตกจากเกมบิงโกมาอัพบล็อกค่ะ









 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2559 12:24:29 น.
Counter : 559 Pageviews.  

~ดาวบันดาล (The Fault in Our Stars) By John Green / เขมรินทร์ พงษ์สุวรรณ (แปล)~





ดาวบันดาล (The Fault in Our Stars)
ผู้เขียน :John Green / ผู้แปล : เขมรินทร์ พงษ์สุวรรณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.คลาสแอคท์
240 หน้า ราคา 210 บาท


โปรยปก :


ดาวของเขาสุกสกาว แต่ดาวของเธอริบหรี่
เมื่อดาวสองดวงมาบรรจบ เขาและเธอจะพบกับปาฏิหาริย์
หรือวันวารแห่งน้ำตากันแน่

"เฮเซล แลงแคสเตอร์" สาวน้อยวัย 16 ปี กำลังต่อสู้กับมะเร็งระยะสุดท้าย
เธอมียาที่ช่วยยื้อลมหายใจไว้ แต่ชีวิตก็ถูกจำกัดจำนวนวัน
และแล้ววันหนึ่ง เมื่อเด็กหนุ่มผู้น่าค้นหาปรากฏตัว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

"ออกัสตัส วอเทอร์" ..คือดาวที่สว่างไสว คือปริศนาชวนหลงไหล
แต่เขาคือคำตอบสุดท้ายของเฮเซลจริงหรือ
ดวงดาวเผือดแสงของเธอเริ่มส่องประกายอีกครั้ง...ตลอดกาล
หรือแค่ผ่านมา...แล้วผ่านไป






ความรู้สึกหลังอ่าน
หนังสือเล่มนี้เป็นที่เลื่องลือถึงความซาบซึ้งสะเทือนใจ
โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยรุ่นและผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ส่วนตัวแม้จะผ่านช่วงเวลาที่เรียกว่าวัยรุ่นมาเนิ่นนานนับทศวรรษ
หากก็ยังคงแจ่มชัดในอารมณ์และความรู้สึก...

ในส่วนของผู้ป่วยโรคมะเร็ง แม้จะยังไม่เคยเป็นโรคนี้ด้วยตัวเอง
แต่ก็เคยต้องสัมผัส สัมพันธ์ใกล้ชิด จนถึงต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
ด้วยโรคนี้ไปหลายต่อหลายคน จึงคิดว่าพอจะเข้าถึง...
เข้าอกเข้าใจในความรู้สึกนึกคิดของตัวละครในนิยายเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย


.....................


เรื่องเล่าผ่านเฮเซล เด็กสาววัย 16 ที่ป่วยด้วยมะเร็งไทรอยด์ในเบื้องต้น
แล้วลุกลามไปเป็นติดเชื้อแบคทีเรียในปอดในเวลาต่อมา...
เธอยอมรับและเข้าใจในสภาพสภาวะของตนเองและหมกมุ่นครุ่นคิดถึงเรื่องความตายอยู่บ่อย ๆ
จนแม่ของเธอต้องขอร้องกึ่งบังคับให้เธอเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มสนับสนุน
อันเป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อกลุ่มผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งหลากหลายชนิด
สมาชิกกลุ่มจะมารวมตัวกันทุกสัปดาห์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเป็นไปในชีวิตของแต่ละคน
ซึ่งเฮเซลเห็นว่ามันเป็นกิจกรรมที่ชวนหดหู่สุดกู่...
แต่เธอยอมเข้าร่วมกิจกรรมเพียงเพื่อเอาใจพ่อกับแม่

จนกระทั่งเธอได้รู้จักออกัสตัส วอเทอร์ส เด็กหนุ่มที่เข้ากลุ่มมาด้วยขาเทียมหนึ่งข้าง
เนื่องจากมะเร็งกระดูก
ทั้งคู่'คลิก' กันอย่างรวดเร็ว และมีการแลกเปลี่ยนทัศนะต่อประเด็นต่าง ๆ แก่กันและกัน

เฮเซลชื่นชอบหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งเธออ่านซ้ำ ๆ นับร้อย ๆ รอบ
และแทบจะใช้มันเป็นประหนึ่งคัมภีร์ชีวิตทีเดียว
เธอนับถือผู้เขียนเป็นดังเพื่อนสนิทคนหนึ่ง แม้เขาไม่เคยรับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอเลยก็ตาม

หนังสือเล่มนั้นชื่อแอนอิมพีเรียลอะฟลิกชั่น
เป็นเรื่องราวของแอนนา เด็กผู้หญิงทีป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด...
แอนนามีทัศนคติต่อโรคมะเร็งที่สอดคล้องกับความคิดของเฮเซล...
เรื่องราวในหนังสือดำเนินไปตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของแอนนาและคนรอบข้าง
ในขณะที่มะเร็งก็กัดกร่อนชีวิตของแอนนาไปเรื่อย ๆ
แล้วจู่ ๆ หนังสือก็จบลงแบบค้าง ๆ คาในตอนที่...

ซึ่งนั่นมันทำให้เฮเซลรู้สึกคาใจมาก เธอยอมรับได้ว่าในเมื่อเรื่องนี้เป็นบันทึกของแอนนา
ดังนั้นเมื่อแอนนาตายเรื่องราวก็ต้องสิ้นสุดลง
แต่สิ่งที่เธออยากรู้คือเรื่องราวของผู้คนที่แวดล้อมแอนนาอยู่ต่างหาก
ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรหลังจากแอนนาจากไป...
แม่ เพื่อน ๆ รวมทั้งเจ้าหนูแฮมสเตอร์ของแอนนา

เธอพยายามติดต่อกับนักเขียนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบ
จนเมื่อเธอแชร์เรื่องราวนี้กับออกัสตัส และให้เขาอ่านหนังสือเรื่องนี้
เขาช่วยเธอติดต่อกับผู้เขียนและปรากฏว่าเขาได้รับการตอบรับ...

ผู้เขียนยินดีที่จะตอบคำถามที่คาใจเฮเซล แต่เธอจะต้องเดินทางไปฟังคำตอบด้วยตัวเอง
ที่ที่อยู่ของเขา ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์...

ตอนแรกเมื่อคำนึงถึงค่าใช้จ่ายรวมถึงสุขภาพของตัวเอง เฮเซลก็รู้สึกสิ้นหวัง...
แต่ด้วยความรัก ออกัสตัสก็สามารถจัดการพาเธอกับแม่บินลัดฟ้าไปตามหาคำตอบ
จากนักเขียนถึงกรุงอัมสเตอร์ดัมจนได้...

แม้ว่าในช่วงเวลานั้น ออกัสตัสจะรู้ตัวแล้วว่า...มะเร็งได้กลับมาหาเขาอีกครั้ง
และกำลังกระจายตัวไปทั่วร่างกายของเขา





อ่านจบแล้วด้วยความซาบซึ้ง ประทับใจ ทว่าแอบเศร้าน้ำตาซึม
หนังสือเล่มไม่หนามาก แต่บรรจุไว้ด้วยเรื่องราวของชีวิต โรคร้าย และความตาย
ที่เหมือนจะโปร่งเบาและเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง
มีถ้อยคำเชิงปรัชญา สัญลักษณ์ อุปมาอุปไมยเต็มไปหมด
รวมทั้งบทกวีที่เกี่ยวกับชีวิต การมีอยู่และความตาย...

แต่ถึงกระนั้น เรื่องราวก็ไม่ได้ออกมาเชิงหดหู่ รันทดอะไรนักหนานะคะ
อาจจะเป็นเพราะน้ำเสียงที่เล่าของเฮเซลไม่ได้ออกมาในลักษณะที่ชวนให้สงสารหรือสังเวชใจอะไรทำนองนั้น
แต่เธอใช้ถ้อยสำเนียงแบบเรื่อย ๆ เรียบ ๆ แกมประชดประชันเล็กน้อยเวลาพูดถึงโรคภัยไข้เจ็บของตัวเอง
จะว่าไป...เธอก็เหมือนเด็กวัยรุ่นปกติโดยทั่วไปนั่นแหละ
เพียงแต่เธอมีเรื่องให้ต้องคิดมากกว่าเด็กคนอื่น ๆ นิดหน่อยเท่านั้นเอง
ทำให้เธอออกจะเป็นเด็กช่างคิด และค่อนข้างจะแปลกแยกและแตกต่าง

ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้กลัวตาย แต่เธอกลัวคนอื่นๆ ที่รักเธอจะเจ็บปวดหากเธอตายต่างหาก
เธอเปรียบตัวเองเป็นลูกระเบิด ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเธอจึงอยากอยู่ให้ห่างผู้คน
ไม่สร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ขึ้นโดยไม่จำเป็น เพื่อลดปริมาณคนที่จะได้รับบาดเจ็บ
อ่านแล้วสะเทือนใจอะ...

สำนวนแปลอ่านได้ลื่นไหลดีค่ะ
ยกเว้นส่วนที่เป็นศัพท์สัญลักษณ์ ปรัชญา อุปมาอุปไมยแปลก ๆ (เช่นคำว่าวิรุธลักษณ์ อัตถิภาวะ วิวรณ์ เป็นต้น)
ที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกมึน ๆ แต่พอเจอไปอีกเรื่อย ๆ แล้ว
พบว่ามันก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสต่อการอ่านเนื้อหาโดยรวมแต่อย่างใด
ก็พอจะข้าม ๆ ผ่าน ๆ มันไปได้ค่ะ









 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2558 11:43:14 น.
Counter : 826 Pageviews.  

~ สุดห้ามใจรัก/Simply Iresistible นิยายแปล โดย Rachel Gibson ~





สุดห้ามใจรัก/Simply Iresistible
ผู้เขียน : Rachel Gibson
ผู้แปล : วรินทร์ วารีนุกูล
ผู้พิมพ์ : Rose Publishing (มกราคม 2558)
351 หน้า ราคา 259 บาท


โปรยปกหลัง


โบราณว่าไว้ ถ้าอยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือ
แต่แม่เสือที่ จอห์น โควอลสกี้ ต้องเข้าปะทะ
เขาไม่อาจใช้ทักษะในกีฬาฮอกกี้มาช่วยต่อสู้ได้
และอีกอย่างคือ เขารู้สึกผิดต่อแม่เสือคนนี้อยู่ไม่น้อย

เมื่อหลายปีก่อน จอห์นพบกับ จอร์แจน ฮาวเวิร์ด
ในพิธีแต่งงานระหว่างเธอกับเจ้านายของเขา
การพบกันของทั้งคู่ไม่ได้จบลงแบบสวยงามนัก
ในเมื่อเขาช่วยพาเธอหนีงานแต่ง แล้วก็ทิ้งเธออย่างไม่ไยดีที่สนามบิน
ทั้งที่เพิ่งผ่านคืนอันร้อนเร่ามาด้วยกันหมาดๆ มาวันนี้
ลเขาอยากอุทิศตนเป็นพ่อให้ลูกสาวตัวน้อยๆ ของเธอใจจะขาด
แต่เขาอาจต้องการมากกว่าความโชคดี
เพื่อโน้มน้าวใจให้คุณแม่ยังสาวคนดีหันมารักเขา







เล่าเรื่องย่อ ๆ ต่อจากด้านบนอีกนิดแล้วกัน...

จอร์แจนกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับชายแก่คราวพ่อ
โดยที่เธอไม่ได้เต็มใจแม้แต่น้อย เพียงแต่เขาเป็นชายแก่ที่ร่ำรวยมหาศาล
และเธอคิดว่าเขาจะแก้ปัญหาความยากจนให้เธอได้
แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหนีการแต่งงานในนาทีสุดท้าย...

เธอขอติดรถจอห์น โควอลสกี้นักฮอกกี้หนุ่ม สังกัดทีมฮอกกี้น้ำแข็งที่เจ้าบ่าวของเธอเป็นเจ้าของ
ที่มาร่วมงานแต่งงานอย่างเนือย ๆ และกำลังจะกลับ
เขายอมให้จอร์แจนติดรถมาด้วยเพราะตอนแรกเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นเจ้าสาว
แต่หลังจากที่รู้แล้วเขาก็จำต้องเลยตามเลย...

หลังจากความสัมพันธ์แบบ one night stand (อย่างเร่าร้อนดูดดื่มจนจอร์แจนเกิดความคาดหวัง...) ผ่านไป
จอห์นก็พาจอร์แจนไปปล่อยทิ้งไว้ที่สนามบินอย่างไม่มีเยื่อใยแม้แต่น้อย
จอร์แจนทั้งผิดหวังและเจ็บปวดแต่ก็ต้องยอมรับความจริง...

เธอไปสมัครงานกับเจ้าของธุรกิจจัดเลี้ยงแห่งหนึ่ง
และด้วยพรสวรรค์อันสอดคล้องกับลักษณะของงานอย่างบังเอิญที่สุดก็ทำให้เธอได้งานนั้นในทันที
และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก...
ด้วยเธอกลายเป็นหุ้นส่วนและเพื่อนสนิทของเจ้าของธุรกิจนั้น ๆ ในระยะเวลาอันสั้น

เจ็ดปีผ่านไป วันดีคืนดี...เมื่อเธอไปจัดงานเลี้ยงยังโรงแรมแห่งหนึ่ง
เธอก็พบกับเขาอีกครั้ง
เมื่อจอห์นเข้ามาทักทาย จอร์แจนมีท่าทีตกใจ และร้อนรนวิ่งหนีเขาราวกับเห็นผี
ก่อให้เกิดความฉงนสนเท่ห์ในใจจอห์น ด้วยเขามั่นใจว่าเมื่อ 7 ปีก่อน
เขาได้ช่วยเหลือเธออย่างดีที่สุด เท่าที่เธอร้องขอแล้ว
และความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่มีต่อกันมันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดที่จะทำให้เธอรังเกียจเขาขนาดนี้

จอห์นเก็บสมุดเช็คของจอร์แจนที่เธอทำตกไว้ได้ เขาจึงตามไปถึงบ้านของเธอ
และที่นั่นเอง เขาก็พบคำตอบ...ว่าทำไม จอร์แจนถึงมีท่าทีตกใจเมื่อพบหน้าเขา






เม้าท์มอยหลังอ่าน.....

โรแมนติกดราม่าฝรั่งอิงพล็อตน้ำเน่าแบบโบราณ(แถวบ้านต้องเรียกว่าเชยเลยแหละ)
ที่อ่านแล้วได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้เยอะ
เพราะเบื้องหลังความน้ำเน่าแบบซ้ำ ๆ โบราณ ๆ น้้น
ผู้เขียนได้ซ่อนปมซับซ้อนไว้ภายใต้ท่าทีที่เหมือนจะฉาบฉวยของตัวละครแต่ละตัว

อย่างนางเอกจอร์แจน เด็กสาวที่เติบโตมาจากการเลี้ยงดูของผู้เป็นยาย
เธอรับรู้มาแต่เล็ก ๆ ว่าตัวเองบกพร่องทางด้านการเรียนรู้...โดยเฉพาะทางด้านการใช้ภาษา
เธอถือว่านั่นเป็นปมด้อยที่เธอจะต้องปิดบัง โดยการสร้างภาพกลบเกลื่อน
และปรับเปลี่ยนตัวเองราวกับกิ้งก่า เพื่อให้ใครก็ตามที่เธอกำลังคั่วอยู่พอใจ

เมื่อเธอพบกับจอห์น เธอก็วาดหวังว่าจอห์นคงจะรักเธอได้ไม่ยาก
เหมือนที่เธอตกหลุมรักเขาในหนึ่งวัน...
แต่เมื่อจอห์นกลับปล่อยให้เธอจากไปง่าย ๆ เธอรู้สึกเจ็บปวดและเสียเซลฟ์อย่างรุนแรง
แต่เธอก็สามารถก้าวผ่านความรู้สึกแย่ ๆ นั้น และหยัดยืนขึ้นด้วยตัวเองได้...
เป็นอย่างดีอีกต่างหาก

อ่านแรก ๆ จะรู้สึกทั้งสงสารทั้งรำคาญนางเอกค่ะ แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง...
จากความพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด การปรับเปลี่ยนตัวเอง
การปกป้องรักษาสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ
ทำให้เราได้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน แล้วก็รู้สึกชื่นชอบและชื่นชมเธอได้ในทีสุด





ฝ่ายพระเอกอย่างจอห์น โควอลสกี้ เขาเป็นนักฮ็อกกี้ผู้แข็งแกร่งจนได้รับฉายา 'เดอะวอลล์'
ตอนที่เขาพบกับจอร์แจนนั้น วูบหนึ่งเขาก็รู้สึกผิดอยู่บ้างเหมือนกัน
แต่เขาไม่อาจเอาชีวิตนักกีฬาที่กำลังรุ่งเรืองของเขาไปแลกกับการช่วยเหลือเธอได้
เพราะเจ้าบ่าวที่เธอหนีการวิวาห์มานั้นเป็นเจ้านายโดยตรงของเขา...
อีกอย่าง จากปมอดีตอันเจ็บปวด ทำให้เขายังไม่พร้อมที่จะผูกพันกับใคร

แต่เมื่อเขาได้พบกับเธออีกครั้งใน 7 ปีให้หลัง บางสิ่งบางอย่างในตัวเธอกลับดึงดูดเขา
ทำให้เขาต้องตามติดเธอไปถึงที่อยู่
และที่นั่น เขาก็ได้รู้ว่าเหตุใดจอร์แจนถึงได้มีท่าทีเหมือนไม่อยากพบเขา

ส่วนตัวแล้ว จุดที่ชื่นชอบที่สุดในนิยายเล่มนี้คือสาวน้อยเล็กซี่...
เด็กหญิงวัยหกขวบที่แสนจะน่ารักสดใส
จินตนาการพริ้งเพริด แถมเจ้าบทบาทตัวแม่...
เธอคือเสน่ห์อันแท้จริงของนิยายเรื่องนี้ค่ะ

ไม่อยากเล่าต่ออะ เกรงสปอยล์...
แต่บอกได้เลยว่าอ่านแล้วชอบมาก...โดยเฉพาะนางเอก
ชอบสัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอ ชอบในความเข้มแข็งและความพึงพอใจในชีวิตที่เธอมี...

อย่างที่บอกในตอนต้นว่าจอร์แจนมีปัญหาบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือดิสเล็กเซีย(dyslexia)
แต่เธอก็สามารถก้าวข้ามมันได้...ด้วยตัวเอง

"บางคนคิดว่าคนที่เป็นดิสเล็กเซียอ่านหนังสือไม่ออกเลย นั่นไม่จริง
เราแค่ต้องเรียนรู้ต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อย ฉันอ่านเขียนได้เหมือนคนส่วนใหญ่
แต่ไม่เคยเก่งเลขเลย ตอนนี้การเป็นดิสเล็กเซียไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ฉันแล้ว"


แน่นอนว่านิยายรักโรแมนติก(แปล)ขนาดนี้ ต้องมีบทรักหนักหน่วงเป็นส่วนประกอบสำคัญ
เล่มนี้ก็ไม่พลาดค่ะ...

ปกติส่วนตัวไม่ค่อยชื่นชอบนิยายที่มีเลิฟซีนโจ๋งครึ่มสักเท่าไหร่...
แต่ในนิยายฝรั่งแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะเรายอมรับในวัฒนธรรม
และบริบททางสังคมของเขาได้ ทำให้ไม่รู้สึกผิดท่ผิดทางแต่อย่างใด

อนึ่ง...จะเรียกว่าสองมาตรฐานหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
ในความรู้สึกส่วนตัวแล้ว คิดว่าบทรักโลดโผนในนิยายแปล(อย่างเล่มนี้)
ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการดำเนินไปของเรื่องราว
มากกว่าจะเป็นเพียงบทบรรยายเพื่อระบายความใคร่ของคนเขียนเท่านั้น
(โดยเฉพาะอย่างบรรดานิยายอีโรติกทั้งหลายที่วางขายเกลื่อนแผงอยู่ทุกวันนี้)

สำนวนแปลลื่นไหล อ่านได้ราบรื่นดีค่ะ













 

Create Date : 23 มิถุนายน 2558    
Last Update : 23 มิถุนายน 2558 15:20:05 น.
Counter : 2049 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.