'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ เงาใจใต้เงาจันทร์ /Tongue in Chic ดราม่าโรแมนติกผสมสืบสวนสอบสวนชวนอ่าน~





เงาใจใต้เงาจันทร์ /Tongue in Chic
ผู้เขียน : คริสตินา ดอดด์
ผู้แปล : สุดา วโนทยาโรจน์
แพรวสำนักพิมพ์(ก.ค. 2552)
326 หน้า ราคา 225 บาท


เรื่องราวโดยย่อ(จากปกหลัง) :


นาตาลี เมโดว์ ซาร์วาส ศิลปินสาวแสบถูกจับได้คาหนังคาเขา
ว่าบุกรุกเข้าไปขโมยภาพเขียนในคฤหาสถ์หรูที่กำลังถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงแรม
และในทันทีที่ได้สบสายตาคมเข้มและเห็นสีหน้าแข็งกร้าว
ของวายร้ายใจโหดอย่างเดฟลิน ฟิตซ์วิลเลียม...
เธอก็รู้ตัวว่างานนี้คงไปไม่รอด
แต่คนฉลาดอย่างเมโดว์ไม่มีทางยอมจนแต้มง่ายๆ
กอรปกับจังหวะที่เธอลื่นล้มหัวกระแทกพื้น
หญิงสาวได้กุเรื่องขึ้นว่าเธอเป็นโรคความจำเสื่อม
และช่างน่าเวทนาที่ตัวเองมาทำอะไรในที่โออ่าเช่นนี้ก็มิทราบ

ทว่าเพียงชั่วอึดใจเมโดว์ก็ได้คำตอบ
เมื่อเดฟลินกอดเธอไว้และบอกว่า เมโดว์ คือภรรยาที่หายตัวไปของเขา!
เมโดว์ต้องฝืนใจตามน้ำ เพราะเธอยังมีภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง
และขณะเดียวกันเดฟลินก็ต้องการใช้เมโดว์เป็นเครื่องมือแก้แค้นศัตรูคู่อาฆาตของเขา

ความรักร้อนแรงค่อยๆก่อตัวขึ้นท่ามกลางคำโกหก
และละครลวงที่ทั้งสองต้องด้นสดไปพร้อมกัน
เพียงแต่ว่าในบ้านแสนสุขของทั้งคู่ มิได้มีเพียงแค่สองเราและเงาจันทร์
แต่ยังมีใครบางคนในมุมมืด ที่ปองร้ายเดฟลิน
และต้องการกำจัดทุกคนที่จะแย่งชิงภาพวาดชิ้นนั้นให้สิ้น






หลังอ่าน...
สนุกเกินคาดแฮะ สำหรับนิยายกึ่งๆโรแมนซ์ กึ่ง ๆ suspence เล่มนี้
เรื่องราวก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ

มุมโรแมนซ์เริ่มต้นที่การพบกันในสถานการณ์ที่ออกจะสุ่มเสี่ยงแต่น่าขัน
นางเอกลอบเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ของพระเอก
(โดยที่เธอเข้าใจว่าเป็นบ้านของเจ้าของเดิม ที่เป็นอดีตสามีของยายของเธอ)
เพื่อจะแอบไปขโมยภาพวาด ฝีมือของยายเธอเอง แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อถูกจับได้
เธอคิดเอาตัวรอดโดยแกล้งความจำเสื่อม จากการที่ศีรษะกระทบกระเทือน...
หารู้ไม่ว่านั่นกลายเป็นหลุมพรางอย่างดีให้เดฟลิน ฟิตซ์เจอรัลด์
เจ้าของคนปัจจุบันของคฤหาสน์หลังนี้ ตีขลุมซ้อนแผนเธออย่างหน้าตาเฉย

เธอจึงต้องตกกระไดพลอยกระโจน รับสมอ้างเป็นภรรยาของเขาตามที่เขาบอก
ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้ ว่านั่นเป็นคำโกหกคำโต...เพียงแต่เธอไม่รู้สาเหตุเท่านั้น
ว่าทำไมเดฟลินถึงแอบอ้างว่าเธอเป็นภรรยาของเขา...
ทั้งยังมโนเวิ่นเว้อเป็นตุเป็นตะถึงงานแต่งงานของพวกเขา
ณ ชายหาดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันสุดแสนจะโรแมนติก
ทำเอาเมโดว์พลอยเคลิบเคลิ้มรัญจวนใจ...
เธอตระหนักดีว่านี่เป็นเรื่องอันตราย เธอต้องหนี...
แต่เธอมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ หาไม่ ชีวิตของแม่ของเธอจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่า

พระเอกเป็นชายหนุ่มที่มีปมหลังฝังใจ กลายเป็นความอาฆาตแค้นฝังหุ่น
กับตระกูลทีเป็นเจ้าของเดิมคฤหาสน์หลังนี้...
เมื่อเมโดว์ปรากฏตัว เพียงแว่บแรกที่เห็นหน้าเธอ
เขาก็ระลึกรู้ในทันทีว่าเธอคือสายเลือดของศตรูคู่แค้น
เขาคิดจะใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น...

แต่ภายใต้มนต์เสน่ห์แห่งเงาจันทร์อันเย้ายวน
เขากลับหลงรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น





สนุกค่ะ...
เริ่มต้นเรื่องเล่าอย่างเรียบเรื่อย แต่เมื่อเหตุการณดำเนินไป
ตัวละครตัวนั้นตัวนี้โผล่ออกมา ค่อย ๆ คลี่คลายปมทีละเปลาะ ๆ
จนมาพีคสุด ๆ ตอนท้ายเรื่อง

ทยอยเก็บตกจากเกมบิงโกมาอัพบล็อกค่ะ









 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2559 12:24:29 น.
Counter : 526 Pageviews.  

~ดาวบันดาล (The Fault in Our Stars) By John Green / เขมรินทร์ พงษ์สุวรรณ (แปล)~





ดาวบันดาล (The Fault in Our Stars)
ผู้เขียน :John Green / ผู้แปล : เขมรินทร์ พงษ์สุวรรณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.คลาสแอคท์
240 หน้า ราคา 210 บาท


โปรยปก :


ดาวของเขาสุกสกาว แต่ดาวของเธอริบหรี่
เมื่อดาวสองดวงมาบรรจบ เขาและเธอจะพบกับปาฏิหาริย์
หรือวันวารแห่งน้ำตากันแน่

"เฮเซล แลงแคสเตอร์" สาวน้อยวัย 16 ปี กำลังต่อสู้กับมะเร็งระยะสุดท้าย
เธอมียาที่ช่วยยื้อลมหายใจไว้ แต่ชีวิตก็ถูกจำกัดจำนวนวัน
และแล้ววันหนึ่ง เมื่อเด็กหนุ่มผู้น่าค้นหาปรากฏตัว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

"ออกัสตัส วอเทอร์" ..คือดาวที่สว่างไสว คือปริศนาชวนหลงไหล
แต่เขาคือคำตอบสุดท้ายของเฮเซลจริงหรือ
ดวงดาวเผือดแสงของเธอเริ่มส่องประกายอีกครั้ง...ตลอดกาล
หรือแค่ผ่านมา...แล้วผ่านไป






ความรู้สึกหลังอ่าน
หนังสือเล่มนี้เป็นที่เลื่องลือถึงความซาบซึ้งสะเทือนใจ
โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยรุ่นและผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ส่วนตัวแม้จะผ่านช่วงเวลาที่เรียกว่าวัยรุ่นมาเนิ่นนานนับทศวรรษ
หากก็ยังคงแจ่มชัดในอารมณ์และความรู้สึก...

ในส่วนของผู้ป่วยโรคมะเร็ง แม้จะยังไม่เคยเป็นโรคนี้ด้วยตัวเอง
แต่ก็เคยต้องสัมผัส สัมพันธ์ใกล้ชิด จนถึงต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
ด้วยโรคนี้ไปหลายต่อหลายคน จึงคิดว่าพอจะเข้าถึง...
เข้าอกเข้าใจในความรู้สึกนึกคิดของตัวละครในนิยายเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย


.....................


เรื่องเล่าผ่านเฮเซล เด็กสาววัย 16 ที่ป่วยด้วยมะเร็งไทรอยด์ในเบื้องต้น
แล้วลุกลามไปเป็นติดเชื้อแบคทีเรียในปอดในเวลาต่อมา...
เธอยอมรับและเข้าใจในสภาพสภาวะของตนเองและหมกมุ่นครุ่นคิดถึงเรื่องความตายอยู่บ่อย ๆ
จนแม่ของเธอต้องขอร้องกึ่งบังคับให้เธอเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มสนับสนุน
อันเป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อกลุ่มผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งหลากหลายชนิด
สมาชิกกลุ่มจะมารวมตัวกันทุกสัปดาห์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเป็นไปในชีวิตของแต่ละคน
ซึ่งเฮเซลเห็นว่ามันเป็นกิจกรรมที่ชวนหดหู่สุดกู่...
แต่เธอยอมเข้าร่วมกิจกรรมเพียงเพื่อเอาใจพ่อกับแม่

จนกระทั่งเธอได้รู้จักออกัสตัส วอเทอร์ส เด็กหนุ่มที่เข้ากลุ่มมาด้วยขาเทียมหนึ่งข้าง
เนื่องจากมะเร็งกระดูก
ทั้งคู่'คลิก' กันอย่างรวดเร็ว และมีการแลกเปลี่ยนทัศนะต่อประเด็นต่าง ๆ แก่กันและกัน

เฮเซลชื่นชอบหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งเธออ่านซ้ำ ๆ นับร้อย ๆ รอบ
และแทบจะใช้มันเป็นประหนึ่งคัมภีร์ชีวิตทีเดียว
เธอนับถือผู้เขียนเป็นดังเพื่อนสนิทคนหนึ่ง แม้เขาไม่เคยรับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอเลยก็ตาม

หนังสือเล่มนั้นชื่อแอนอิมพีเรียลอะฟลิกชั่น
เป็นเรื่องราวของแอนนา เด็กผู้หญิงทีป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด...
แอนนามีทัศนคติต่อโรคมะเร็งที่สอดคล้องกับความคิดของเฮเซล...
เรื่องราวในหนังสือดำเนินไปตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของแอนนาและคนรอบข้าง
ในขณะที่มะเร็งก็กัดกร่อนชีวิตของแอนนาไปเรื่อย ๆ
แล้วจู่ ๆ หนังสือก็จบลงแบบค้าง ๆ คาในตอนที่...

ซึ่งนั่นมันทำให้เฮเซลรู้สึกคาใจมาก เธอยอมรับได้ว่าในเมื่อเรื่องนี้เป็นบันทึกของแอนนา
ดังนั้นเมื่อแอนนาตายเรื่องราวก็ต้องสิ้นสุดลง
แต่สิ่งที่เธออยากรู้คือเรื่องราวของผู้คนที่แวดล้อมแอนนาอยู่ต่างหาก
ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรหลังจากแอนนาจากไป...
แม่ เพื่อน ๆ รวมทั้งเจ้าหนูแฮมสเตอร์ของแอนนา

เธอพยายามติดต่อกับนักเขียนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบ
จนเมื่อเธอแชร์เรื่องราวนี้กับออกัสตัส และให้เขาอ่านหนังสือเรื่องนี้
เขาช่วยเธอติดต่อกับผู้เขียนและปรากฏว่าเขาได้รับการตอบรับ...

ผู้เขียนยินดีที่จะตอบคำถามที่คาใจเฮเซล แต่เธอจะต้องเดินทางไปฟังคำตอบด้วยตัวเอง
ที่ที่อยู่ของเขา ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์...

ตอนแรกเมื่อคำนึงถึงค่าใช้จ่ายรวมถึงสุขภาพของตัวเอง เฮเซลก็รู้สึกสิ้นหวัง...
แต่ด้วยความรัก ออกัสตัสก็สามารถจัดการพาเธอกับแม่บินลัดฟ้าไปตามหาคำตอบ
จากนักเขียนถึงกรุงอัมสเตอร์ดัมจนได้...

แม้ว่าในช่วงเวลานั้น ออกัสตัสจะรู้ตัวแล้วว่า...มะเร็งได้กลับมาหาเขาอีกครั้ง
และกำลังกระจายตัวไปทั่วร่างกายของเขา





อ่านจบแล้วด้วยความซาบซึ้ง ประทับใจ ทว่าแอบเศร้าน้ำตาซึม
หนังสือเล่มไม่หนามาก แต่บรรจุไว้ด้วยเรื่องราวของชีวิต โรคร้าย และความตาย
ที่เหมือนจะโปร่งเบาและเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง
มีถ้อยคำเชิงปรัชญา สัญลักษณ์ อุปมาอุปไมยเต็มไปหมด
รวมทั้งบทกวีที่เกี่ยวกับชีวิต การมีอยู่และความตาย...

แต่ถึงกระนั้น เรื่องราวก็ไม่ได้ออกมาเชิงหดหู่ รันทดอะไรนักหนานะคะ
อาจจะเป็นเพราะน้ำเสียงที่เล่าของเฮเซลไม่ได้ออกมาในลักษณะที่ชวนให้สงสารหรือสังเวชใจอะไรทำนองนั้น
แต่เธอใช้ถ้อยสำเนียงแบบเรื่อย ๆ เรียบ ๆ แกมประชดประชันเล็กน้อยเวลาพูดถึงโรคภัยไข้เจ็บของตัวเอง
จะว่าไป...เธอก็เหมือนเด็กวัยรุ่นปกติโดยทั่วไปนั่นแหละ
เพียงแต่เธอมีเรื่องให้ต้องคิดมากกว่าเด็กคนอื่น ๆ นิดหน่อยเท่านั้นเอง
ทำให้เธอออกจะเป็นเด็กช่างคิด และค่อนข้างจะแปลกแยกและแตกต่าง

ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้กลัวตาย แต่เธอกลัวคนอื่นๆ ที่รักเธอจะเจ็บปวดหากเธอตายต่างหาก
เธอเปรียบตัวเองเป็นลูกระเบิด ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเธอจึงอยากอยู่ให้ห่างผู้คน
ไม่สร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ขึ้นโดยไม่จำเป็น เพื่อลดปริมาณคนที่จะได้รับบาดเจ็บ
อ่านแล้วสะเทือนใจอะ...

สำนวนแปลอ่านได้ลื่นไหลดีค่ะ
ยกเว้นส่วนที่เป็นศัพท์สัญลักษณ์ ปรัชญา อุปมาอุปไมยแปลก ๆ (เช่นคำว่าวิรุธลักษณ์ อัตถิภาวะ วิวรณ์ เป็นต้น)
ที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกมึน ๆ แต่พอเจอไปอีกเรื่อย ๆ แล้ว
พบว่ามันก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสต่อการอ่านเนื้อหาโดยรวมแต่อย่างใด
ก็พอจะข้าม ๆ ผ่าน ๆ มันไปได้ค่ะ









 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2558 11:43:14 น.
Counter : 781 Pageviews.  

~ สุดห้ามใจรัก/Simply Iresistible นิยายแปล โดย Rachel Gibson ~





สุดห้ามใจรัก/Simply Iresistible
ผู้เขียน : Rachel Gibson
ผู้แปล : วรินทร์ วารีนุกูล
ผู้พิมพ์ : Rose Publishing (มกราคม 2558)
351 หน้า ราคา 259 บาท


โปรยปกหลัง


โบราณว่าไว้ ถ้าอยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือ
แต่แม่เสือที่ จอห์น โควอลสกี้ ต้องเข้าปะทะ
เขาไม่อาจใช้ทักษะในกีฬาฮอกกี้มาช่วยต่อสู้ได้
และอีกอย่างคือ เขารู้สึกผิดต่อแม่เสือคนนี้อยู่ไม่น้อย

เมื่อหลายปีก่อน จอห์นพบกับ จอร์แจน ฮาวเวิร์ด
ในพิธีแต่งงานระหว่างเธอกับเจ้านายของเขา
การพบกันของทั้งคู่ไม่ได้จบลงแบบสวยงามนัก
ในเมื่อเขาช่วยพาเธอหนีงานแต่ง แล้วก็ทิ้งเธออย่างไม่ไยดีที่สนามบิน
ทั้งที่เพิ่งผ่านคืนอันร้อนเร่ามาด้วยกันหมาดๆ มาวันนี้
ลเขาอยากอุทิศตนเป็นพ่อให้ลูกสาวตัวน้อยๆ ของเธอใจจะขาด
แต่เขาอาจต้องการมากกว่าความโชคดี
เพื่อโน้มน้าวใจให้คุณแม่ยังสาวคนดีหันมารักเขา







เล่าเรื่องย่อ ๆ ต่อจากด้านบนอีกนิดแล้วกัน...

จอร์แจนกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับชายแก่คราวพ่อ
โดยที่เธอไม่ได้เต็มใจแม้แต่น้อย เพียงแต่เขาเป็นชายแก่ที่ร่ำรวยมหาศาล
และเธอคิดว่าเขาจะแก้ปัญหาความยากจนให้เธอได้
แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหนีการแต่งงานในนาทีสุดท้าย...

เธอขอติดรถจอห์น โควอลสกี้นักฮอกกี้หนุ่ม สังกัดทีมฮอกกี้น้ำแข็งที่เจ้าบ่าวของเธอเป็นเจ้าของ
ที่มาร่วมงานแต่งงานอย่างเนือย ๆ และกำลังจะกลับ
เขายอมให้จอร์แจนติดรถมาด้วยเพราะตอนแรกเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นเจ้าสาว
แต่หลังจากที่รู้แล้วเขาก็จำต้องเลยตามเลย...

หลังจากความสัมพันธ์แบบ one night stand (อย่างเร่าร้อนดูดดื่มจนจอร์แจนเกิดความคาดหวัง...) ผ่านไป
จอห์นก็พาจอร์แจนไปปล่อยทิ้งไว้ที่สนามบินอย่างไม่มีเยื่อใยแม้แต่น้อย
จอร์แจนทั้งผิดหวังและเจ็บปวดแต่ก็ต้องยอมรับความจริง...

เธอไปสมัครงานกับเจ้าของธุรกิจจัดเลี้ยงแห่งหนึ่ง
และด้วยพรสวรรค์อันสอดคล้องกับลักษณะของงานอย่างบังเอิญที่สุดก็ทำให้เธอได้งานนั้นในทันที
และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก...
ด้วยเธอกลายเป็นหุ้นส่วนและเพื่อนสนิทของเจ้าของธุรกิจนั้น ๆ ในระยะเวลาอันสั้น

เจ็ดปีผ่านไป วันดีคืนดี...เมื่อเธอไปจัดงานเลี้ยงยังโรงแรมแห่งหนึ่ง
เธอก็พบกับเขาอีกครั้ง
เมื่อจอห์นเข้ามาทักทาย จอร์แจนมีท่าทีตกใจ และร้อนรนวิ่งหนีเขาราวกับเห็นผี
ก่อให้เกิดความฉงนสนเท่ห์ในใจจอห์น ด้วยเขามั่นใจว่าเมื่อ 7 ปีก่อน
เขาได้ช่วยเหลือเธออย่างดีที่สุด เท่าที่เธอร้องขอแล้ว
และความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่มีต่อกันมันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดที่จะทำให้เธอรังเกียจเขาขนาดนี้

จอห์นเก็บสมุดเช็คของจอร์แจนที่เธอทำตกไว้ได้ เขาจึงตามไปถึงบ้านของเธอ
และที่นั่นเอง เขาก็พบคำตอบ...ว่าทำไม จอร์แจนถึงมีท่าทีตกใจเมื่อพบหน้าเขา






เม้าท์มอยหลังอ่าน.....

โรแมนติกดราม่าฝรั่งอิงพล็อตน้ำเน่าแบบโบราณ(แถวบ้านต้องเรียกว่าเชยเลยแหละ)
ที่อ่านแล้วได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้เยอะ
เพราะเบื้องหลังความน้ำเน่าแบบซ้ำ ๆ โบราณ ๆ น้้น
ผู้เขียนได้ซ่อนปมซับซ้อนไว้ภายใต้ท่าทีที่เหมือนจะฉาบฉวยของตัวละครแต่ละตัว

อย่างนางเอกจอร์แจน เด็กสาวที่เติบโตมาจากการเลี้ยงดูของผู้เป็นยาย
เธอรับรู้มาแต่เล็ก ๆ ว่าตัวเองบกพร่องทางด้านการเรียนรู้...โดยเฉพาะทางด้านการใช้ภาษา
เธอถือว่านั่นเป็นปมด้อยที่เธอจะต้องปิดบัง โดยการสร้างภาพกลบเกลื่อน
และปรับเปลี่ยนตัวเองราวกับกิ้งก่า เพื่อให้ใครก็ตามที่เธอกำลังคั่วอยู่พอใจ

เมื่อเธอพบกับจอห์น เธอก็วาดหวังว่าจอห์นคงจะรักเธอได้ไม่ยาก
เหมือนที่เธอตกหลุมรักเขาในหนึ่งวัน...
แต่เมื่อจอห์นกลับปล่อยให้เธอจากไปง่าย ๆ เธอรู้สึกเจ็บปวดและเสียเซลฟ์อย่างรุนแรง
แต่เธอก็สามารถก้าวผ่านความรู้สึกแย่ ๆ นั้น และหยัดยืนขึ้นด้วยตัวเองได้...
เป็นอย่างดีอีกต่างหาก

อ่านแรก ๆ จะรู้สึกทั้งสงสารทั้งรำคาญนางเอกค่ะ แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง...
จากความพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด การปรับเปลี่ยนตัวเอง
การปกป้องรักษาสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ
ทำให้เราได้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน แล้วก็รู้สึกชื่นชอบและชื่นชมเธอได้ในทีสุด





ฝ่ายพระเอกอย่างจอห์น โควอลสกี้ เขาเป็นนักฮ็อกกี้ผู้แข็งแกร่งจนได้รับฉายา 'เดอะวอลล์'
ตอนที่เขาพบกับจอร์แจนนั้น วูบหนึ่งเขาก็รู้สึกผิดอยู่บ้างเหมือนกัน
แต่เขาไม่อาจเอาชีวิตนักกีฬาที่กำลังรุ่งเรืองของเขาไปแลกกับการช่วยเหลือเธอได้
เพราะเจ้าบ่าวที่เธอหนีการวิวาห์มานั้นเป็นเจ้านายโดยตรงของเขา...
อีกอย่าง จากปมอดีตอันเจ็บปวด ทำให้เขายังไม่พร้อมที่จะผูกพันกับใคร

แต่เมื่อเขาได้พบกับเธออีกครั้งใน 7 ปีให้หลัง บางสิ่งบางอย่างในตัวเธอกลับดึงดูดเขา
ทำให้เขาต้องตามติดเธอไปถึงที่อยู่
และที่นั่น เขาก็ได้รู้ว่าเหตุใดจอร์แจนถึงได้มีท่าทีเหมือนไม่อยากพบเขา

ส่วนตัวแล้ว จุดที่ชื่นชอบที่สุดในนิยายเล่มนี้คือสาวน้อยเล็กซี่...
เด็กหญิงวัยหกขวบที่แสนจะน่ารักสดใส
จินตนาการพริ้งเพริด แถมเจ้าบทบาทตัวแม่...
เธอคือเสน่ห์อันแท้จริงของนิยายเรื่องนี้ค่ะ

ไม่อยากเล่าต่ออะ เกรงสปอยล์...
แต่บอกได้เลยว่าอ่านแล้วชอบมาก...โดยเฉพาะนางเอก
ชอบสัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอ ชอบในความเข้มแข็งและความพึงพอใจในชีวิตที่เธอมี...

อย่างที่บอกในตอนต้นว่าจอร์แจนมีปัญหาบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือดิสเล็กเซีย(dyslexia)
แต่เธอก็สามารถก้าวข้ามมันได้...ด้วยตัวเอง

"บางคนคิดว่าคนที่เป็นดิสเล็กเซียอ่านหนังสือไม่ออกเลย นั่นไม่จริง
เราแค่ต้องเรียนรู้ต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อย ฉันอ่านเขียนได้เหมือนคนส่วนใหญ่
แต่ไม่เคยเก่งเลขเลย ตอนนี้การเป็นดิสเล็กเซียไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ฉันแล้ว"


แน่นอนว่านิยายรักโรแมนติก(แปล)ขนาดนี้ ต้องมีบทรักหนักหน่วงเป็นส่วนประกอบสำคัญ
เล่มนี้ก็ไม่พลาดค่ะ...

ปกติส่วนตัวไม่ค่อยชื่นชอบนิยายที่มีเลิฟซีนโจ๋งครึ่มสักเท่าไหร่...
แต่ในนิยายฝรั่งแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะเรายอมรับในวัฒนธรรม
และบริบททางสังคมของเขาได้ ทำให้ไม่รู้สึกผิดท่ผิดทางแต่อย่างใด

อนึ่ง...จะเรียกว่าสองมาตรฐานหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
ในความรู้สึกส่วนตัวแล้ว คิดว่าบทรักโลดโผนในนิยายแปล(อย่างเล่มนี้)
ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการดำเนินไปของเรื่องราว
มากกว่าจะเป็นเพียงบทบรรยายเพื่อระบายความใคร่ของคนเขียนเท่านั้น
(โดยเฉพาะอย่างบรรดานิยายอีโรติกทั้งหลายที่วางขายเกลื่อนแผงอยู่ทุกวันนี้)

สำนวนแปลลื่นไหล อ่านได้ราบรื่นดีค่ะ













 

Create Date : 23 มิถุนายน 2558    
Last Update : 23 มิถุนายน 2558 15:20:05 น.
Counter : 1999 Pageviews.  

~คืนวิวาห์โกลาหล/Wedding Night By Sophie Kinsella(โซฟี คินเซลล่า) ~





คืนวิวาห์โกลาหล/Wedding Night
ผู้เขียน : Sophie Kinsella
ผู้แปล : วิกันดา จันทร์ทองสุข
ผู้พิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
427 หน้า ราคา 325 บาท

เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง)


ล็อตตี ถึงคราวอกหักครั้งใหญ่ เมื่อแฟนหนุ่มที่วาดฝันไว้
ว่าสักวันคงได้ลงเอยกันที่ห้องหอ
บอกปฏิเสธว่าไม่เคยคิดแต่งงานกับเธอเลยแม้เสี้ยววินาที

จนกระทั่ง เบน กิ๊กสุดแซบของเธอสมัยยังวัยรุ่น
ก้าวเข้ามาดามหัวใจได้ถูกจังหวะ

ล็อตตีรับปากแต่งงานกับเบน และแทบจะอดใจรอคืนฮันนีมูนไม่ไหว
แต่ไม่รู้ทำไม ไม่ว่าอะไรๆ ก็ผิดพลาดและติดขัดไปหมด

ไม่ว่าจะเป็นเตียงคิงไซส์ซึ่งกลายเป็นเตียงเดี่ยว
เสียงโทรทัศน์เปิดเทเลทับบี้แบบวนลูป
หรือบรรดาพ่อบ้านประจำห้องสูทฮันนีมูนโรงแรม
ซึ่งตบเท้ากันเสนอหน้ามาช่วยเหลือในเวลาที่เธอไม่ต้องการทุกที!

แล้วแบบนี้เธอจะได้สมรักหลังสมรสเมื่อไรละนี่!








เมาท์มอยหลังอ่าน...
เป็นโรแมนติกคอเมดี้ที่...อ่านเล่น ๆ ก็ได้ อ่านจริง ๆ จัง ๆ เอาสาระก็ดี
เพราะนอกจากมุกฮา ๆ ตามสไตล์ของสาวนักช้อปที่นักอ่านหลายคนคุ้นเคยแล้วล่ะก้อ...
เขายังมีแฝงสาระเนียน ๆ ว่าด้วยเรื่องราวของความรัก ความสัมพันธ์ การแต่งงาน การใช้ชีวิตคู่
ตลอดถึงการเลี้ยงดูเด็กไว้ตลอดทั้งเรื่อง

เรื่องย่อ ๆ ก็ประมาณปกหลังนะคะ เล่าต่ออีกนิด ๆ แล้วกัน...

ชาร์ล็อต หรือล็อตตี หญิงสาววัย 33 คบหาดูใจอยู่กับริชาร์ดมากว่าสามปีแล้ว
เมื่อวันหนึ่งเขาบอกเธอว่ามีคำถามสำคัญจะถามเธอ...
ต่อมจินตนาการของเธอก็ทำงานอย่างเตลิดเปิดเปิง
เธอฟุ้งฝันว่าเขากำลังจะขอเธอแต่งงาน
แล้วเธอก็เตรียมซักซ้อมการตอบ"ตกลง"ไว้อย่างสุดแสนจะโรแมนติก...
เธอเที่ยวประกาศให้ใครต่อใครได้ร่วมยินดีแกมอิจฉาไปกับเธอ
รวมทั้งส่งข้อความบอกให้พี่สาวคนเดียวของเธอ - - ฟลิซ - เฟย์ลิซีตี้ ได้ร่วมดีใจ

ทว่า...ฝันของเธอต้องสลายลงในพริบตา เมื่อพบว่าการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เธอมโนไปเองอย่างสิ้นเชิง
ริชาร์ดไม่ได้กำลังจะขอเธอแต่งงาน
ซ้ำร้าย เขายังย้ำว่าเขาไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลย...

ล็อตตี้เสียศูนย์ในฉับพลัน...

เมื่อเบน อดีตกิ๊กหนุ่มครั้งวัยรุ่นกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง เธอก็โผเข้าใส่เขาทันที
และเมื่อเขาเอ่ยปากขอเธอแต่งงาน เธอก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย

ร้อนถึงฟลิซ...พี่สาวผู้ที่ชีวิตแต่งงานกำลังจะล่มสลาย...
เธอฟันธงเลยว่านั่นคือ"ทางเลือกสิ้นคิด"ของล็อตตี้
ในฐานะพี่สาวคนเดียว เธอต้องขัดขวางวิวาหะครั้งนี้ของน้องสาวให้ถึงที่สุด

........

ฮันนีมูนของล็อตตี้จึงเกิดมีอุปสรรคมากมาย เข้าขั้นวุ่นวายโกลาหลเลยทีเดียว
เมื่อพี่สาวของเธอซึ่งมีดีกรีเป็นถึงนักวิจารณ์โรงแรมชื่อดัง ใช้อำนาจในทางมิชอบ
ล็อบบี้ผู้จัดการโรงแรมที่เธอหมายมั่นให้เป็นห้องหอ สรรหาสารพัดวิธีมาป่วนคืนวิวาห์ของเธอ





สนุกค่ะ อ่านไปขำไป บางมุกบางตอนถึงกับหลุดหัวเราะกิ๊ก
คนเขียนเค้าช่างเล่าเรื่องได้สุดฮา มีชีวิตชีวาสมจริงฝุด ๆ

ชอบวิธีดำเนินเรื่องแบบสลับบท สลับมุมมอง ระหว่างล็อตตีกับฟลิซ
สองศรีพี่น้อง ที่ทั้งรักใคร่ห่วงใยกัน หากบางครั้งก็ต้องรักษาระยะห่าง
ไม่ให้ล้ำเส้นซึ่งกันและกัน

นอกจากเรื่องราวของล็อตตี อันเป็นพล็อตหลักของเรื่องนี้
ยังมีเรื่องราวของฟลิซ ที่กำลังดำเนินเรื่องหย่าร้างกับแดเนียล...
พ่อของลูกชายตัวน้อยวัยกำลังซนเป็นเซียน แถมจินตนาการล้ำเลิศของเธอ

เรื่องราวของลอร์คาน ผู้จัดการผู้เคร่งครัดในหน้าที่ของเบน

ฯลฯ

และอย่างที่บอกไว้ข้างต้น นอกจากมุกฮา ๆ ของความโกลาหลนั่นแล้ว
ผู้เขียนเขาช่างมีอารมณ์ขันบรรเจิดเหลือเฟือจริง ๆ...

ส่วนตัวชอบเป็นพิเศษกับวิธีคิดและวิธีจัดการ รับมือกับเรื่องต่าง ๆ ของฟลิซ
โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโนอาห์...ลูกชายตัวน้อยของเธอ
หรือกระทั่งสิ่งที่เธอทำกับล็อตตี...เราสามารถสัมผัสได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้น
มันเกิดจากความรักความห่วงใยอย่างจริงใจของพี่สาวคนหนึ่งที่มีต่อน้องสาวคนเดียวของเขา

อ่านแล้วก็ลุ้นและอิน แถมแอบเอาใจช่วยให้ฟลิซขัดขวางฮันนีมูนของล็อตตีให้สำเร็จอะ 555

ใครที่เคยติดใจโซฟี คินเซลล่าจากสาวนักช้อปฯ มาแล้ว
รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังจากเรื่องนี้
เธอยังคงรุ่มรวยอารมณ์ขันเปี่ยมเสน่ห์เช่นเคยค่ะ

สำนวนแปลเรียบลื่น อ่านไม่ติดขัด มีพิมพ์ผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ช้าม ๆ ผ่าน ๆ ไปได้

ชวนและเชียร์ให้อ่านกันวันนี้ค่ะ










 

Create Date : 11 มีนาคม 2558    
Last Update : 11 มีนาคม 2558 16:03:48 น.
Counter : 3486 Pageviews.  

*(หนังสือคู่เดท)* ~สิ้นแสงฉาน (Twilight Over Burma : My Life As A Shan Princess) ~



สวัสดีค่า...ขออนุญาตเมาท์มอยก่อน

ให้โจทย์คู่เดทไปประมาณว่า...
ขอนิยายแนว ๆ ดราม่าน้ำตาริน เรื่องเล่าจากชีวิตจริง อิงประวัติศาสตร์...บลา บลา บลา
แล้วก็ตั้งตารอแบบลุ้น ๆ...แต่ก็พร้อมเปิดใจ ถ้าหากจะได้รับหนังสือที่ไม่ตรงแนวของตัวเองนัก

เมื่อหนังสือคู่เดทเดินทางมาถึง ทันทีที่เปิดซองไปรษณีย์แล้วค่อย ๆ ดึงหนังสือเล่มนี้ออกมา



เห็นหน้าปกก็แทบจะร้องกรี๊ด...เพราะหนังสือเล่มนี้อยู่ในวิชลิสต์มานานนับปี
แต่ความที่ตัวเองเป็นคนเอื่อยเฉื่อย ผัดวันประกันพรุ่งอยู่นั่นแล้ว
กอปรกับมีหนังสือเล่มใหม่ ๆ คอยดึงความสนใจให้หักเหอยู่เรื่อยๆ...

ขอบคุณคุณคู่เดทมาก ๆ (ถึงมากที่สุด)ที่ช่างน่ารักรู้จักรู้ใจคู่เดทคนนี้เสียจริง...

ความจริงอ่านจบไปตั้งแต่สองวันแรกที่ได้รับหนังสือมาแล้วล่ะค่ะ แต่ที่มาอัพบล็อกเอาป่านนี้เพราะมีเหตุอยู่สองประการ

ประการแรก ตั้งใจว่าจะหา"เกนรี-มายรี"มาอ่านก่อนแล้วเขียนรีวิวคู่กันไปเลย
แต่ก็ยังหาไม่ได้จนป่านนี้ เพราะ...

ประการที่สอง มีเหตุฉุกเฉินค่ะ ญาติเสียติด ๆ กันสองราย มัวแต่วุ่นวายกะงานศพ
จนไม่มีเวลาตามหาหนังสือหรืออัพบล็อกเลย ล่วงเลยมาถึงวันนี้ก็เกือบจะสิ้นเดือนกุมภาแล้ว
จะรั้งรออยู่ก็เห็นทีไม่ได้การแน่...




สิ้นแสงฉาน
(Twilight Over Burma : My Life As A Shan Princess)
ผู้เขียน : Inge Sargent
ผู้แปล : มนันยา
ผู้พิมพ์ : สนพ.มติชน
336 หน้า ราคาปก 215 บาท


โปรยปกหลัง :

“สิ้นแสงฉาน"
จะนำพาคุณเข้าถึง ‘กลางใจ’ ของพม่า
ที่อาจจะไม่มีโอกาสสัมผ้สได้จากที่ใดในโลก แม้แต่ในใจกลางประเทศพม่าเอง!

ครั้งหนึ่งที่แสนงดงามเมื่อ ‘ตะวันตก’ มาบรรจบ ‘ตะวันออก’

เรื่องราวชีวิตของนักศึกษาสาวชาวออสเตรียที่พบรักอย่างสุดซึ้งกับชายหนุ่มชาวพม่า
โดยหารู้ไม่ว่าเขาจะทำให้เธอกลายเป็น...
“สุจันทรี” มหาเทวีราชีนีคู่บัลลังก์ของ “เจ้าฟ้าจาแสง” แห่งรัฐฉาน
รัฐที่เต็มไปด้วยทรัพย์ในดินสินในน้ำและประเพณีวัฒนธรรมที่งดงามสมบูรณ์แบบ
เขาและเธอแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทั้งเชื้อชาติ ประเพณี วัฒนธรรม และโดยเฉพาะการปกครอง
เธอมาจากประเทศเสรี ส่วนเขาเป็นประเทศสังคมปิด

...สิ้นแสงฉาน...
เล่าเรื่องจริงดุจเทพนิยายของเจ้าฟ้าจาแสง
ผู้มีจริยวัตรงดงามไม่แพ้พระเจ้าแผ่นดินใดๆ ในโลก
เป็นที่รักและหวงแหนของข้าแผ่นดิน
และทุ่มเททุกอย่างเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนของพระองค์

แต่แล้ว...ด้วยความผันผวนทางการเมือง
ด้วยเพลิงแห่งอำนาจ ความโลภ ตัณหา ความเห็นแก่ตัว
และความทะยานอยากไม่รู้จบของคนกลุ่มหนึ่งพรากเขาไปจากทุกอย่าง
ดอกไม้ต่างถิ่นที่เป็นปิ่นปกเกล้าของคนทั้งปวงอย่างเธอจะทำอย่างไร ?






หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเล่าจากชีวิตจริงของหญิงสาวสามัญชนผู้หนึ่ง
ที่โชคชะตานำพาให้ชีวิตเธอต้องประสบกับการเปลียนแปลงอย่างใหญ่หลวง

อิงเง่ ซาเจนท์ นักศึกษาสาวชาวออสเตรีย
พบรักกับหนุ่มนักศึกษาสาขาวิศวกรรมเหมืองแร่ที่สหรัฐอเมริกา
แม้เขาจะเป็นชายหนุ่มชาวตะวันออก ดินแดนอันไกลโพ้นที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
แต่ด้วยท่าทีที่สุภาพ จริงใจและบุคลิกลักษณะภายนอกที่ดูมีสง่าราศีเป็นผู้ดี มีสกุลรุนชาติ
ทำให้พ่อแม่ของเธอยินยอม ตกลงใจให้เธอแต่งงานกับเขา
เมื่อเขาเอ่ยปากขออนุญาต

เมื่อต่างเรียนจบ เขาก็พาเธอกลับบ้านเกิด...
ตอนนี้เองที่เธอได้ตระหนักว่า...ชีวิตจริงยิ่งกว่าเทพนิยาย...
จากผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่เธอรักจนยอมติดตามมายังดินแดนแสนไกล
แปลกที่แปลกถิ่น แปลกวัฒนธรรม...
เขาเพิ่งจะยอมเปิดเผยตัวตนอันแท้จริงแก่เธอ
ก็ต่อเมื่อเรือที่เธอโดยสารมานั้นแล่นเข้าเทียบท่าแผ่นดินพม่าแล้ว
ท่ามกลางผู้คนมากมายแห่แหนเข้ารายล้อมเพื่อแสดงความยินดีต้อนรับ"เจ้าเหนือหัว"ของพวกเขากลับบ้าน

............

คนเหล่านั้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสีดูสดใสยิ่งนัก....
ผืนผ้ายาวซึ่งเขียนคำว่า "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน" ก็ปลิวสะบัด...

"แปลกจริง...เขามีอะไรกันหรือคะ" อิงเง่ถามอย่างพิศวง
"มีคนสำคัญมาในเรือของเราด้วยหรือนี่"
เจ้าฟ้าจาแสงทำท่าทางอึดอัด
"ผมีอะไรจะบอกคุณอย่างหนึ่งนะที่รัก...
พวกที่เห็นนั่นเขามาต้อนรับเราน่ะ"
"ตลกนี่ เขายกขบวนมาต้อนรับวิศวกรเหมืองแร่ทำไมกันคะ"

............

"ผมไม่ได้เป็นวิศวกรเหมืองแร่ธรรมดา ๆ ...
ผมคือเจ้าฟ้าหลวง...เจ้าซึ่งปกครองนครรัฐแห่งหนึ่งในรัฐฉาน...
นครรัฐสี่ป่อเป็นนครรัฐใหญ่มากยอดรัก ขนาดประมาณรัฐคอนเนกติกัตของสหรัฐ
หรือประมาณสี่เท่าของประเทศลักเซมเบิร์ก...ถ้าจะให้คุณเห็นภาพได้ชัดขึ้นน่ะนะ..."


..............

แม้จะรู้สึกสะเทือนใจและน้อยใจไม่น้อยที่สามีปิดบังเรื่องสำคัญเช่นนี้ต่อเธอ
แต่อิงเง่ก็พยายามทำความเข้าใจและเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัว ปรับใจ
รับสถานะใหม่ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

เธอได้ชื่อใหม่เป็นภาษาไทยใหญ่ว่า"สุจันทรี"
และในฐานะชายาแห่งเจ้าผู้ครองนคร เธอกลายเป็น'มหาเทวี'แห่งนครรัฐสีป่อ

เธอปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมแปลกใหม่ได้เป็นอย่างดี
และปฏิบัติตนได้เหมาะสมกับตำแหน่งจนเจ้าฟ้าจาแสงรู้สึกวางใจ
และภาคภูมิใจในตัวเธอเป็นยิ่งนัก

เบื้องต้นดูเหมือนว่าชีวิตเหมือนฝันของเธอจะราบรื่นเป็นสุขดี
เพราะสวามีของเธอเป็นชายหนุ่มสมัยใหม่ ที่ได้รับการศึกษาตามแผนตะวันตก
ท่านทรงยกย่องและให้เกียรติภรรยาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย...
ทั้งคู่ไม่มีโอรส มีแต่พระธิดาน้อยสององค์ มายรีกับเกนรี*

เพียงแต่ว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นมันช่างสั้นเหลือเกิน...





เจ้าฟ้าจาแสงได้พยายามนำสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้
และมีประสบการณ์ในโลกตะวันตกมาพัฒนา ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง
ชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรของพระองค์ให้ดีขึ้น
ในขณะเดียวกันก็ยึดมั่นในหลักของสันติวิธี
ถึงกระนั้น นโยบายหลายอย่างที่พระองค์ทรงปฏิบัติก็ขัดแย้งกับวิถีแห่งอำนาจ
ของคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่
เช่นนโยบายห้ามการเล่นการพนัน
หรือการออกกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินให้แก่ราษฎร เป็นต้น

เมื่อนายพลเนวินก่อการรัฐประหารขึ้นในปี 1962 เจ้าฟ้าจาแสง
พร้อมกับนักการเมืองชั้นนำอีกหลายคนก็ถูกจับและควบคุมตัว
ในขณะที่มหาเทวีสุจันทรีก็ถูกจับตามองอย่างเข้มงวดและถูกตัดขาดการสื่อสารใด ๆ กับโลกภายนอก

เธอได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอความช่วยเหลือและติดตามตัวสวามี
แม้จะมีความหวังเพียงน้อยนิด แต่เธอก็เฝ้ารออย่างอดทน...

ในที่สุด หลังจากรอคอยด้วยความหวังเป็นเวลาร่วม ๆ สองปี...
และด้วยความช่วยเหลือจากกัลยาณมิตรหลายคน
เธอก็สามารถพาธิดาน้อยสองพระองค์เดินทางกลับบ้านเกิดของเธอได้อย่างปลอดภัย

และจดจารจารึกเรื่องราวของเธอให้โลกได้รับรู้ผ่านหนังสือเล่มนี้





เป็นหนังสือที่อ่านแล้วสะท้อนสะเทือนใจสุด ๆ
ทั้งผู้เขียนผู้แปลต่างถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ลึกซึ้งกินใจ

นับตั้งแต่การตั้งชื่อหนังสือเป็นต้นมา...
โดยเฉพาะชื่อหนังสือในฉบับภาษาไทย..."สิ้นแสงฉาน"
มันทั้งดึงดูด และให้อารมณ์สิ้นหวังในคราเดียวกัน

ตลอดถึงสำนวนภาษาในส่วนของการเล่าเรื่องก็เป็นไปอย่างปราณีตบรรจง อ่านลื่นไหลไม่มีสะดุด

อ่านจบแล้วน้ำตาซึม...


*เรื่องราวของเจ้าหญิงน้อยสองพระองค์นี้
ได้มีนักเขียนชื่อดังของไทยอย่างคุณโสภาค สุวรรณได้นำส่วนเสี้ยวหนึ่ง
ในชีวิตของท่านมาร้อยเรียงเป็นนวนิยายเรื่อง "เกนรี - มายรี"
ซึ่งส่วนตัวเคยผ่าน ๆ ตามาบ้าง แต่หลังจากอ่าน"สิ้นแสงฉาน"เล่มนี้จบลง
สัญญากับตัวเองว่าจะต้องหามาอ่านให้ได้สักวันหนึ่ง

**ขอขอบคุณคุณคู่เดทที่น่ารักอีกครั้ง
และต้องขอขอบคุณคุณอ้อม คนต้นคิดกิจกรรมหนังสือคู่เดทนี้ขึ้นมา
ให้เราได้มีส่วนร่วมและได้อ่านหนังสือดี ๆ เช่นนี้ค่ะ













 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2558 12:07:08 น.
Counter : 5085 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 177 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~

~ดั่งลมหวน/ปิยะพร ศักดิ์เกษม/เขียน ~

~ตงกง ตำหนักบูรพา 1-2/เฝยหว่อซือฉุน/เขียน ดารินทิพย์/แปล ~

~บุหลันไร้ใจ/เฝยหว่อซือฉุน/เขียน มิราทิพย์/แปล ~

~เอกเทพ/อลินา/เขียน ~

~ทุติยอสูร/อลินา/เขียน ~

~ตรีเนตรทิพย์/อลินา/เขียน~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.