“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ นิยายรักอลเวง : เมื่อนักอ่านอินสุด หลุดเข้าไปในนิยายรัก โดย "จวี๋ฮวาซั่นหลี่" /แจ่มใส-มากกว่ารัก~





นิยายรักอลเวง
จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน เม่นน้อย แปล
สำนักพิมพ์แจ่มใส /พิมพ์
711 หน้า (สองเล่ม) ราคา 499 บาท

หลังปก


หลินลั่วเอ๋อร์’ คือนางเอกนิยายฮาเร็มสาย SM ที่ฉัน ‘เคอเสี่ยวลวี่’อ่านเจอบนอินเตอร์เน็ต

ในนิยายบรรยายเอาไว้ว่าหลินลั่วเอ๋อร์เป็นสตรีที่งดงามที่สุดในใต้หล้า
ทว่าชะตากลับรันทด ต้องพานพบกับเดรัจฉานหลายคน
ถูกทรมานย่ำยีศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงหลากหลายรูปแบบ
ฉันมองนิยายเรื่องนี้อย่างหยามหยัน
ทั้งนึกชังเหล่าพระเอกและโกรธที่หลินลั่วเอ๋อร์ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

แต่ฉันไม่คาดคิดเลยว่าเมื่อตื่นขึ้นมา ฉันกลับต้องมาอยู่ในร่างของหลินลั่วเอ๋อร์ในวัยเด็ก…
หลินลั่วเอ๋อร์ที่เป็นนางเอกนิยายฮาเร็มสาย SM คนนั้นนั่นแหละ!
แต่แม่ของฉันเคยบอกไว้ว่า
‘เคอเสี่ยวลวี่ คนเราไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหนก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี’

เพราะฉะนั้นหญิงสาวที่ไม่มีอะไรดีนอกจากจิตใจเข้มแข็ง
เหมือนแมลงสาบที่ตีไม่ตายอย่างฉันก็จะต้องมีชีวิตที่ดีให้ได้!






เม้าท์มอยหลังอ่าน...
เป็นนิยายพล็อตพิสดารที่อ่านสนุกแบบติดหนึบหนับทีเดียวเชียวค่ะ

จะว่าไปแล้วพล็อตนิยายแนวข้ามภพข้ามชาติหรือทะลุมิติไปโลกนี้โลกนั้นไม่ได้แปลกใหม่อะไรมากนัก
แต่เท่าที่ได้ยินได้ฟัง หรือได้อ่านมาประปราย ส่วนใหญ่ก็เป็นการข้ามภพไปในอดีตกาล ยุคนั้นยุคนี้
แล้วผู้แต่งก็ต้องบอกเล่าบรรยายถึงเรื่องราวในยุคนั้น ๆ ให้สมเหตุสมผล
และสมจริงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์

แต่เล่มนี้ที่มันแหวกและแตกต่างจากใครเขาก็เพราะในเรื่องนี้มันเป็นการทะลุมิติเข้าไปในนิยาย
ซ้ำเป็นนิยายแนวย้อนยุคโบราณที่แต่งโดยนักเขียนรุ่นใหม่
เรื่องราวจึงอ่อนด้อยทั้งโครงเรื่องและความสมจริงของเนื้อหา...
สร้างความขัดอกขัดใจให้กับคนอ่านเป็นยิ่งนัก

.............

เรื่องราวดำเนินไปในลักษณะของเรื่องเล่า ที่เล่าโดย"ฉัน"
ซึ่งก็คือเคอเสี่ยวลวี่ หญิงสาวในยุคปัจจุบันที่อายุเพียงยี่สิบต้น ๆ
เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยผู้หลงใหลการอ่านนิยายออนไลน์ เป็นชีวิตจิตใจ
วันหนึ่งเธอก็ได้อ่านนิยายเรื่องหนึ่ง ที่น่าจะทำให้เธอรู้สึกขัดอกขัดใจตั้งแต่ชื่อเรื่องเป็นต้นไป
นิยายอะไร๊...ตั้งชื่อได้ห่วยสุด ๆ.. "ไร้เนื้อหนังไม่ชวนชิม" แถมเนื้อเรื่องก็ยังป่วยซ๊า...
นางเอกเป็นเด็กสาวแสนสวยที่ถูกกระทำย่ำยีโดยชายโฉดหลากหลายคน
แม้เธอพยายามจะหลีกหนี แต่แต่ละครั้งละคราวมันก็ช่างไม่ต่างจากการหนีเสือปะจระเข้
ผู้ชายแต่ละคนที่เธอพานพบล้วนแต่เป็นเดรัจฉานที่จ้องจะกระหน่ำย่ำยีเธอ
ราวกับเห็นเธอเป็นเพียงวัตถุทางเพศ...
(ตามคำวิจารณ์ของเคอเสี่ยวลวี...)ทั้งเรื่องอาศัยแต่บทรักวาบหวิว ซาดิสต์รุนแรงไว้ดึงดูดคนอ่าน...
"...ไม่มีดีตรงไหนเลยจริง ๆ ..."
เคอเสี่ยวลี่ออกอาการอินแบบสุด ๆ .เธอวิพากษ์วิจารณ์คนเขียนอย่างรุนแรง
ตามประสานักอ่านที่รับไม่ได้กับนิยายพล็อตป่วง ตรรกะป่วยแบบนั้น...
แต่แม้จะรู้สึกขัดใจเคอเสี่ยวลวี่ก็อ่านนิยายเรื่องนี้จนจบ ด้วยความคิดที่ว่า...
"ตกใจคนเดียว ไม่สู้เอาไปสร้างความตกใจให้ทุกคน"
(555 นักอ่านแถวนี้มีใครคุ้น ๆ กับความคิดแบบนี้บ้างคะ...อิชั้นเคยค่ะ
แต่เป็นลักษณะที่ว่า... ไม่สนุกหรอก แต่อ่านไปงั้น ๆ ไว้เล่าให้คนอื่นฟัง)





หลังจากอ่านจบ เมื่อนึกถึงบทรักติดเรทในนิยายเรื่องนั้นเธอก็รู้สึกรังเกียจ
ทั้งยังเห็นว่าเนื้อหาในนิยายไม่เหมาะสมทีจะเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต
ด้วยเกรงว่าเด็ก ๆ อาจจะ มาอ่านพบเข้า เธอจึงทำเรื่องร้องเรียนไปยังผู้ดูแลเว็บไซต์
ซึ่งเขาก็ดำเนินการอย่างรวดเร็ว...นิยายเรื่องนั้นถูกปลดออกจากหน้าเว็บ...
แต่โชคร้าย...ทีมันไม่สามารถถูกลบเลือนออกจากจิตใต้สำนึกของเคอเสี่ยวลวี่
และคืนนั้น เธอก็ผล็อยหลับไปพร้อมกับเรื่องราวของหลินลั่วเอ๋อร์
นางเอกนิยายเรื่องนั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ...

.....................

และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าเธอกลายเป็นเด็กหญิงวัยแปดขวบ
และถูกเรียกว่า...หลินลั่วเอ๋อร์
ด้วยความเป็นคนฉลาด หัวไว แถมอ่านนิยายมาเยอะ
เคอเสี่ยวลวี่รับรู้และเข้าใจได้ทันทีว่าโชคชะตาเล่นตลกกับเธอเข้าแล้ว!
เธอเรียนรู้และพยายามปรับตัว สวมบทเป็นเด็กหญิงหลินลั่วเอ๋อร์ได้อย่างรวดเร็วและแนบเนียน
เธอคิดว่าไหนๆ แล้วก็ไหน ๆ เลย ในเมื่อชะตาฟ้าลิขิตมาเช่นนี้
เธอควรจะฉวยโอกาสนี้"เปลี่ยน"ชะตาชีวิตอันแสนจะรันทดของหลินลั่วเอ๋อร์เสียเลย
ทั้งยังอาจจะเป็นการสั่งสอนและท้าทายยายนักเขียนผู้อ่อนด้อยทักษะคนนี้อีกต่างหาก

มาดูกันค่ะว่า...ที่สุดแล้วเคอเสี่ยวลวี่จะสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของหลินลั่วเอ๋อร์ได้หรือไม่ อย่างไร
แล้วบรรดาชายโฉดทั้งหลายที่กระทำย่ำยีหลินลั่วเอ๋อร์ต่าง ๆ นานาเหล่านั้น
คนไหนกันแน่ที่เป็นพระเอกตัวจริงของเจ้าหล่อน...?





ค่อนข้างชอบมาก ๆ เลยค่ะ เป็นนิยายซ้อนนิยายที่ซับซ้อนและแยบยลแบบจัดเต็มมาก ๆ
อ่านเพลินด้วยสำนวนลื่นไหลและดึงดูด มีมุกตลกแบบเสียดเย้ย ประชดประชันจิกกัดในที
แถมด้วยปมดราม่า ปมจิต ปมหื่น ปมโหด ปมบู๊ล้างผลาญครบครันไปหมด
แถมเรื่องราวก็เยอะแยะยาวนาน ดำเนินไปตามเนื้อหานิยายเรื่องนั้น
ที่เคอเสี่ยวลวี่ได้เล่าให้คนอ่านฟัง(อ่าน)ตั้งแต่ต้นสเต็ปบายสเต็ปไปเลยทีเดียว
เพียงแต่คราวนี้เป็นการดำเนินไปเบื้องหลังความพยายามที่จะควบคุม
และพลิกผันสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเคอเสี่ยวลวี่...
แต่ก็นั่นแหละ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นต้องเป็นไปภายใตเงื่อนไขอันจำกัด
เพราะเธอต้องกระทำการทุกอย่างในบทบาทของหลินลั่วเอ๋อร์....
ซึ่งเมื่อวันเวลาเนิ่นนานผ่านไปเธอก็ยิ่งเป็นหลินลั่วเอ๋อร์ได้สนิทแนบเนียนยิ่งขึ้น
จนกระทั่งตัวเธอเองแทบจะลืมตัวตนที่แท้ของตัวเองไปเสียสิ้น
ในขณะที่โลดแล่นใช้ชีวิตเป็นหลินลั่วเอ๋อร์อยู่.....

ซึ่งจุดนี้แหละกลายเป็นจุดที่ชอบมาก ๆ รู้สึกสนุก และรู้สึกว่าคนเขียนทำได้ดีอะ
ความที่เคอเสี่ยวลวี่เหมือนจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เพราะได้อ่านนิยายเรื่องนี้จนจบแล้ว
เธอก็พยายามหลากหลายวิธีที่จะหลีกเลี่ยง ป้องกันตัวไม่ให้เกิดเหตุกับหลินลั่วเอ๋อร์ตามในนิยาย
มีการแปลงโฉม ปลอมตัว ทำลายความงามของหลินลั่วเอ๋อร์สารพัด
และดูเหมือนว่า หลายครั้งเธอก็แยกตัวตนของเธอออกจากความเป็นหลินลั่วเอ๋อร์
บอกเล่าเรื่องราวของหลินลั่วเอ๋อร์ในฐานะที่เป็นเคอเสี่ยวลี่ ซึ่งเป็นมุมมองของคนที่โตกว่าร่วมสิบปี
เธอนำเอาประสบการณ์ชีวิตกับสิ่งที่เธอได้เรียนรู้มาในยุคปัจจุบัน
บวกกับความเฉลียวฉลาดทันคน รวมทั้งความอึด ถึก ทนของเธอ
เข้าไปใส่ในตัวของหลินลั่วเอ๋อร์จนสามารถพาตัวเองรอดพ้นจากภัยคุกคาม
จากบรรดาเดรัจฉานทั้งหลายได้หลายต่อหลายครั้ง...


แต่ก็นั่นแหละ ชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตไว้แล้ว่อมเป็นการยากที่จะเลี่ยงพ้น...
(แต่ก็นึกไม่ถึงนะว่าที่สุดแล้วเดรัจฉานที่ได้พรหมจรรย์ของหลินลั่วเอ๋อร์(เคอเสี่ยวลี่)ไป
จะกลายเป็นนายคนนี้...)

มีอีกมากมายนักที่อยากบอกอยากเล่าถึงนิยายแนวพิสดารเรื่องนี้...
แต่ขืนเม้าท์มอยต่อก็อาจจะเข้าเขตสปอยล์แล้วล่ะค่ะ

แถมท้ายนิดนึง...
ชื่นชอบสำนวนภาษาคนแปลมาก มันอ่านลื่น อ่านนุ่ม บทจิกกัดก็สะใจ
บทบรรยายก็ชวนเคลิ้ม เอาตัวอย่างตอนที่ชอบมาก ๆ มาแปะตอนนึง





สรุปว่า...นิยายแปลจีนเรื่องนี้ได้ใจเราไปอีกแล้ว
แต่ณ ห้วงเวลานี้ยังคงเป็นรองท่านหลงเอ้อร์แห่งสามคราวิวาห์รักนะคะ
เพราะฉะนั้น สำหรับคนทียังลังเลๆ กับนิยายแนวนี้ เชียร์และชวนอ่านทั้งสองเรื่องนี้ค่ะ












 

Create Date : 02 กันยายน 2559    
Last Update : 2 กันยายน 2559 12:21:16 น.
Counter : 1292 Pageviews.  

~ ป่วยเป็นไข้ใจ ใครช่วยรักที (Finding Audrey) / Sophie Kinsella เขียน มณฑารัตน์ ทรงเผ่า แปล ~





ป่วยเป็นไข้ใจ ใครช่วยรักที (Finding Audrey)
ผู้เขียน : Sophie Kinsella/ ผู้แปล: มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
แพรวสำนักพิมพ์ (ม.ค. 59)
292 หน้า ราคา 229 บาท

เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง)


เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนทำให้ ออเดรย์ เทอร์เนอร์
กลายเป็นคนประหลาด เพราะเธอออกจากบ้านไปไหนไม่ได้
และต้องสวมแว่นกันแดดตลอดเวลา เธอเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องมืดๆ ของเธอ
ไม่กล้ามองหน้าหรือพูดคุยกับใครนอกจากคนในครอบครัว

แต่แล้ว ไลนัส เพื่อนพี่ชายเธอก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ
ด้วยรอยยิ้มแบบส้มหั่นเสี้ยวของเขา เขาช่วยผลักดันให้เธอ
กล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ และเธอก็รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่มีเขาอยู่ด้วย
ท่ามกลางความวุ่นวายชวนหัวของครอบครัวเทอร์เนอร์
ออเดรย์จะยอมถอดแว่นกันแดดเพื่อมองดูโลกสดใสใบนี้อีกครั้งไหม
แล้วรอยยิ้มแบบส้มหั่นเสี้ยวของไลนัสจะมาเขย่าหัวใจเธอขนาดไหน
มาร่วมลุ้นไปกับเธอกันเถอะ






หลังอ่าน...
ปกติเป็นแฟนโซฟี คินเซลล่าอยู่แล้วกับชุดสาวนักช้อปฯของเธอ
พอเห็นเล่มนี้...สะดุดตาที่สีสันและภาพปก สะดุดใจกับชื่อเรื่อง รวมถึงเรื่องย่อจากปกหลัง
รู้สึกได้ว่าเป็นนิยายที่น่าจะฉีกไปจากแนวปกติของนักเขียน...ดึงดูดความสนใจให้หยิบมาอ่าน

เรื่องนี้ถือเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กวัยก่อนโต (young adult)เล่มแรกของโซฟีค่ะ
ซ้ำเป็นแนวจิต ๆ หน่อย ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปใหญ่

เรื่องย่อ ๆ ก็เป็นไปตามปกหลังนั่นเลยค่ะ
เรื่องเล่าผ่านบทบันทึกของออเดรย์ เด็กหญิงวัย 14 ที่มีปัญหาทางจิต
เนื่องมาจากเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน จนเธอต้องหยุดเรียน
และเข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์
เธอกลายเป็นโรคหวาดกลัวสังคม ไม่กล้าพูดคุยหรือกระทั่งสบตากับผู้คน
เธอจึงต้องสวมแว่นกันแดดตลอดเวลา แม้แต่ตอนที่อยู่ในบ้าน
มีคนเพียงคนเดียวที่เธอจะกล้าถอดแว่นออกขณะที่อยู่ต่อหน้าเขา
นั่นก็คือเฟลิกซ์ น้องชายวัยสี่ขวบของเธอ...





เธอเริ่มเรื่องของเธอด้วยการให้ภาพคร่าวๆ ของสภาพครอบครัวของเธอ...
ที่มี...แม่วัย 38 ปี ผู้ที่เชื่อทุกอย่างที่มีในหนังสือพิมพ์เดลิเมล
ตั้งแต่สูตรอาหารที่ดีต่อสุขภาพ(แต่ไม่อร่อยเลย) ไปจนถึงบทวิเคราะห์พฤติกรรมวัยรุ่น
แม่ต้องลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว เมื่อออเดรย์ต้องรับการบำบัด
ทางจิตเวชและเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน

เธอมีพ่อผู้หล่อเหลา และดูภายนอกเหมือนจะมีมาดผู้นำที่ดี
แต่เมื่ออยู่ในบ้าน พ่อยกให้แม่เป็นจ่าฝูงเสมอ......

เธอมีพี่ชายวัยรุ่น แฟรงก์ ผู้หลงใหลการเล่นเกมและใฝ่ฝันจะเป็นเกมเมอร์ที่สามารถทำเงินได้จากการเล่นเกม
(แต่แม่ไม่เห็นด้วย เพราะแม่มองว่าแฟรงก์ติดเกม ตามที่ระบุไว้ในหนังสือพิมพ์เดลิเมล)
และเฟลิกซ์ น้องชายคนเล็กที่เหมือนตุ๊กตาหมีพูดได้เดินได้ตัวนุ่มน่ากอด...
แถมมีใบหน้าใสซื่อและมีความหวังอยู่เสมอ

และสุดท้าย...คนสำคัญอีกคนหนึ่งที่จะเว้นไม่พูดถึงไม่ได้โดยเด็ดขาด
แม้ไม่ใช่คนในครอบครัว หากเขาก็มีบทบาทสำคัญในความเปลี่ยนแปลง
และพัฒนาการของออเดรย์ นั่นก็คือไลนัส
ไลนัสเป็นเพื่อนร่วมทีมเกมของแฟรงก์
เขาเป็นเด็กหนุ่มที่อบอุ่น อ่อนโยนและมีความเข้าอกเข้าใจให้กับออเดรย์เต็มที่
เขาเป็นคนนอกครอบครัวคนแรกที่ออเดรย์ยอมมีปฏิสัมพันธ์ด้วย
เบื้องแรก เริ่มจากการสื่อสารผ่านข้อความโดยมีหนูน้อยเฟลิกซ์เป็นประหนึ่งนายไปรษณีย์
คอยวิ่งเอากระดาษข้อความไปส่งให้ทั้งสองฝ่ายด้วยท่าทางสนุกสนานร่าเริงเกินขีด
จากนั้นก็ค่อย ๆ ขยับขั้นมาเป็นนั่งพูดคุยกันในห้องมืด ๆ โดยไม่มองหน้า ไม่สบตากัน...
แล้วเขาก็เป็นคนทีค่อย ๆ จับจูงออเดรย์ให้ก้าวออกมาจากมุมมืดของตัวเองในที่สุด...





เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อแม่จับได้ว่าแฟรงก์ลุกขึ้นมาเล่นเกมตอนตีสองทุกคืน
ในช่วงที่เขาถูกทำโทษ"งดคอมพิวเตอร์"เป็นเวลา 10 วัน
แม่โกรธมากและทุ่มคอมพิวเตอร์ราคา 700 กว่าปอนด์ของแฟรงก์
โยนลงจากหน้าต่างชั้นสองของบ้าน!!!

แค่นี้ก็คงพอมองเห็นภาพความอลหม่านของครอบครัวเทอร์เนอร์
แต่ท่ามกลางความอลเวงอลวนนั้น มันแฝงไว้ด้วยความรัก ความห่วงใย
สายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง วิธีตั้งรับและเผชิญกับปัญหาร่วมกันของคนในครอบครัว

ด้วยวิธีเล่าเรื่องที่ดึงดูดและโดดเด่น เต็มไปด้วยสาระที่ว่าด้วยปัญหาทางจิตในวัยรุ่น
ทั้งยังแฝงไว้ด้วยอารมณ์ขันอันเปี่ยมเสน่ห์ตามสไตล์ของโซฟี คินเซลล่า
นอกเหนือจากการดำเนินเรื่องผ่านบทบันทึกของออเดรย์แล้ว
บางช่วงยังสลับด้วยบทบรรยายผ่านกล้องวิดิโอตามหลักการบำบัด
ที่ออเดรย์ได้รับมาจากจิตแพทย์ประจำตัวของเธอ...



อ่านแล้วค่อนข้างชอบมากเลยแหละค่ะ ชอบเรื่องราวที่สมจริง
บทสนทนาและสำนวนการเล่าเรื่องที่มีชีวิตชีวา
โดยเฉพาะเรื่องของวัยรุ่นกับปัญหาช่องว่างระหว่างวัย
ที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและซับซ้อนเอาการทีเดียว..

มีอยู่ตอนหนึ่ง ออเดรย์จับได้ว่าแม่ของเธออ่านหนังสือชื่อ
"วิธีเจรจากับลูกที่เป็นวัยรุ่น"
เธอรู้สึกสงสารคนเป็นแม่มาก ๆ เธอย้ำซ้ำ ๆ ถึงสามครั้งในหน้าเดียวว่า
หนังสือเล่มนั้นราคาสิบสองปอนด์เก้าสิบห้าเพนนี ..
.ซึ่งเธอคิดว่าเป็นเงินจำนวนมากเกินไป
ที่แม่เธอไม่ควรจะต้องเสีย แลกกับหนังสือที่เธอเห็นว่า...ห่วย!
เมื่อเธอบอกกับแฟรงก์ เขาหัวเราะ และบอกว่า..
."สิบสองปอนด์เก้าสิบห้าเพนนี! ผมเขียนหนังสือเล่มนั้นด้วยประโยคเดียวได้เลย
เนื้อหาก็จะเป็น 'เลิกทำเหมือนลูกวัยรุ่นไม่มีสมองสักที'"

สำนวนการแปลลื่นไหลอ่านไม่สะดุดค่ะ หนังสือเล่มไม่หนาไม่บาง
อ่านได้เพลิน ๆ รวดเดียวจบ...

มาร่วมลุ้นกันค่ะว่าสุดท้ายแล้ว ออเดรย์จะสามารถก้าวข้ามปัญหาอันเป็น"ไข้ใจ"ของเธอได้หรือไม่และอย่างไร
และแฟรงก์จะสามารถโน้มน้าวใจผู้เป็นแม่ให้ยอมรับและเชื่อว่า ถึงเขาจะหลงใหลในเกม
แต่นั่นเป็นเพียงแง่มุมเดียวในชีวิตวัยรุ่นของเขา ในแง่มุมอื่น ๆ
เขาก็มีชีวิตที่เป็นปกติเช่นเดียวกับวัยรุ่นอื่นทั่วไปได้หรือไม่...

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ











 

Create Date : 29 สิงหาคม 2559    
Last Update : 29 สิงหาคม 2559 11:16:40 น.
Counter : 1077 Pageviews.  

~สาวน้อยจากกระดาษ (La Fille de Papier) โดย กีโยม มุสโซ ~





สาวน้อยจากกระดาษ (La Fille de Papier)
กีโยม มุสโซ/เขียน , ชลธิชา โบดาร์ต/แปล
แพรวสำนักพิมพ์/พิมพ์(ก.ค. 55)
365 หน้า ราคา 265 บาท


เรื่องย่อ ๆ จากปกหลัง


ชีวิตของคนเรานั้น เมื่อสูงสุดก็เหมือนฟ้า ต่ำสุดก็เหมือนเหว

คงไม่มีใครยืนยันคำนี้ได้ดีไปกว่า ทอม บอยด์ นักเขียนผู้มีอดีตอันรุ่งโรจน์
นิยายสองเล่มแรกจากชุด ไตรภาคแห่งทวยเทพ
ที่เขาเป็นผู้เขียนนั้นประสบความสำเร็จสูงสุด
แต่ช่วงเวลาก่อนจะเขียนเล่มสุดท้าย ชีวิตของเขาก็พลิกผัน เพราะผู้หญิงคนเดียว


ทอม บอยด์ต้องเลิกรากับโอรอร์ นักเปียโนสาวผู้แสนอิสระ
เขาจมอยู่กับความทุกข์ มิหนำซ้ำบ้าน เงินทอง และสมบัติทุกอย่างที่หามา
ยังสูญไปเพียงชั่วข้ามคืน ทอมปล่อนให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม
ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งไม่โผล่มาที่บ้านของเขาในคืนที่เกิดพายุและบอกว่า
"ตกลงมาจากหนังสือ ตกลงมาจากเรื่องที่คุณแต่งไงล่ะ!"


บิลลี่ โดเนลลี่เป็นตัวละครในนิยายของเขา
แต่ตอนนี้เธออยู่ตรงหน้าทอมแล้ว เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย...







หลังอ่าน...
สนุกมาก ชอบมาก
อ่านงานของนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนนี้เล่มนี้เป็นเล่มที่สามแล้ว
ชื่นชอบในเลเวลที่สูงขึ้น ๆ ตามลำดับทีเดียว


เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิดนึงแล้วกัน

หลังจากอกหักยับเยิน และกลายเป็นนักเขียนตกอับ ล้มละลาย
ทอมใช้ชีวิตจมจ่อมอยู่กับบาดแผลของตนเอง ใช้ยาเสพติด
ก่อการทะเลาะวิวาท ขับรถเร็วเกินลิมิต ฯลฯ

และแล้ววันหนึ่ง บิลลี่ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลายสิ่งหลายอย่างในตัวเธอที่ยืนยันกับเขาว่า...
เธอคือสาวน้อยที่ตกลงมาจากหนังสือ"ไตรภาคแห่งทวยเทพ"ภาคสองของเขา
ที่เกิดความผิดพลาดในการจัดพิมพ์จนต้องมีการทำลายทิ้ง...

อุปนิสัยที่แปลกและแหวกแนวของบิลลี่ ค่อนข้างตรงตามนิยายที่เขาเขียนเอง
จนในที่สุดทอมก็เชื่อว่าเธอคือ"สาวน้อยจากกระดาษ"จริง ๆ

บิลลี่พยายามกระตุ้นและปลุกเร้าให้ทอมกลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง
อย่างน้อยก็เขียนไตรภาคแห่งทวยเทพภาคจบให้สำเร็จ
เพื่อเธอจะได้กลับเข้าสู่โลกในนิยายของเธอเสียที

เธอพาเขาตามไปพบโอรอร์ นักเปียนโนสาวที่หักอกเขายับเยิน
เพื่อให้เขาได้ชัดเจนในใจว่า จริง ๆ แล้วโอรอร์มีค่าพอที่จะทำให้เขา
ต้องตกจมอยู่ในความทุกข์จนทำร้ายตัวเองหรือไม่...

ในขณะที่ทอมเริ่มจะดีขึ้น เขาเริ่มผูกพันกับบิลลี่และคิดจะตั้งต้นชีวิตใหม่...
บิลลี่ก็เริ่มป่วย...ในช่วงเวลาเดียวกันกับทางโรงพิมพ์เริ่มทำลายหนังสือ
และทำลายไปแล้ว 99,999 เล่ม ในขณะที่อาการของบิลลี่ก็ทรุดลง

ยังเหลือหนังสือเพียงเล่มเดียวที่หลุดรอดจากการถูกทำลาย...
และชีวิตของบิลลี่ก็แขวนอยู่กับหนังสือเล่มนั้น...

...หนังสือเล่มนี้ได้ท่องไปตามที่ต่าง ๆ มากมาย
ผ่านมือผู้คนหลากหลาย
มันเปลี่ยนชีวิตของทุกคนที่หยิบมันขึ้นมาด้วยวิธีของมัน
รวมถึงชีวิตของทอม บอยด์ ผู้เขียนของมันเอง!






เป็นพล็อตที่แยบยลมาก เป็นเหมือนเรื่องเหนือธรรมชาติ
ที่บอกเล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สมจริงสมจังและเป็นเหตุเป็นผลสอดคล้อง ต่อร้อยเกาะเกี่ยวกันเป็นปมเป็นเปลาะๆไป
ทำให้อ่านได้เพลินและร่วมลุ้นไปกับตัวละครในเรื่องอย่างน่าตื่นเต้น ชวนติดตามสุด ๆ

ชอบเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ๆ
ของพระเอกกับเพื่อนๆของเขาอย่างไมโลกับคาโรล

ชอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางระหกระเหิน
ของหนังสือเล่มสุดท้ายของทอม...

อย่างเรื่องของ Bookcrossing...หรือการ'ส่งต่อ'หนังสือโดยใช้วิธี'ทิ้งไว้'ตามที่ต่าง ๆ
เพื่อให้ผู้อื่นมาพบและอ่านมัน แล้วก็ส่งต่อไปยังคนอื่นๆ ด้วยวิธีเดียวกัน
นับว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทีน่ารักจริง ๆ สำหรับคนรักการอ่านอย่างเรา ๆ

ในตอนต้นของแต่ละบท ผู้เขียนจะหยิบยก quotations
จากหนังสือเล่มที่โดดเด่น และบังเอิญสอดคล้องกับเนื้อหาในตอนนั้น ๆ มาวางไว้
ทำให้คนอ่านได้พลอยรับรู้ความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร
และคาดเดาเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นในตอนนั้น ๆ
เป็นการกระตุ้นความสนใจใคร่รู้ได้อย่างมีเสน่ห์ทีเดียว

ชอบตอนจบอะ
จบได้แบบ...ฟินและอิ่มเอมมาก
บอกตัวเองเลยว่า อ่านเล่มนี้จบลงแล้ว ต้องตามล่าหาเล่มอื่น ๆ
ของนักเขียนนามนี้มาอ่านต่อไปแน่ ๆ

ที่สำคัญ ตอนนี้อยากอ่านไตรภาคแห่งทวยเทพ ของทอม บอยด์มาก ๆ อ่ะ
จะหาอ่านจากที่ไหนล่ะเนี่ย

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ










 

Create Date : 01 เมษายน 2559    
Last Update : 1 เมษายน 2559 15:48:52 น.
Counter : 1510 Pageviews.  

~ ซีรีส์ชุด ปลายสายปรารถนา 1-2-3 Alex Lux / เขียน "ปุณณารมย์" /แปล ~





ซีรีส์ชุด ปลายสายปรารถนา 1-2-3
- เสียงปรารถนา (Call Me Cat)
- ลวงอารมณ์ (Leave Me Love)
- เล่ห์ซ่อนรัก (Tell Me True)
ผู้เขียน : Alex Lux / ผู้แปล: ปุณณารมย์
สนพ.โรสพับลิชชิ่ง/พิมพ์(ก.ย.58)



เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง)

เล่ม 1. เสียงปรารถนา - Call Me Cat


'เคทลิน ทราวิส' เป็นหญิงสาวเรียบร้อยอนาคตไกล กำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยกฎหมาย
พ่อแม่เธอถูกสังหารโหดทำให้เธอกลายเป็นเด็กกำพร้ายากไร้ตั้งแต่อายุสิบห้าปี
แล้วตอนนี้เธอยังโดนตัดเงินทุนกู้ยืมทางการศึกษาจนไม่เหลือพอจะจ่ายค่าเทอมในปีการศึกษาหน้าอีก
ดังนั้น เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอม เคทลินจึงต้องกลายเป็น 'แคท'
นางแมวสุดเซ็กซี่ร้อนแรงผู้เติมเต็มความฝันให้หนุ่มๆทางโทรศัพท์

แล้วจู่ๆ 'แอชตัน เบนจามิน ดาเวนพอร์ตที่สาม' มหาเศรษฐีหนุ่ม
ผู้มีมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์เป็นพาหนะคู่ใจ ก็เข้ามาในชีวิตของเธออย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ
เคทลินรู้ได้ทันทีว่าต้องหลีกเลี่ยงหนุ่มรูปหล่อจอมยียวนผู้ก่อกวนเธอทุกครั้งที่เจอหน้ากันคนนี้
ถึงเธอจะคิดว่าเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจและน่าหลงใหลก็ตาม
แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อแคทบังเอิญต้องเป็นคนรับสายหนุ่มเจ้าปัญหาคนนี้เสียอย่างนั้น!

นอกจากชีวิตเธอจะวุ่นวายกับการเก็บความลับเรื่องการใช้ชีวิตทั้งสองแบบแล้ว
ฆาตกรที่สังหารพ่อแม่เธอก็กลับเข้ามารังควานชีวิตเธออีกครั้ง
เคทลินไม่รู้เลยว่าจะไว้ใจใครได้บ้างและเธอจะตัดสินใจพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด
เพราะผลลัพธ์ของการไว้ใจคนผิดคือชีวิตของเธอเอง

**********

เล่ม 2 ลวงอารมณ์ (Leave Me Love)

เมื่อนักฆ่ารัตติกาลผู้ที่คุกคามชีวิตของเคทลิน ทราวิส มาตลอดหลายปีตายไปแล้ว
ในที่สุดเธอก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเหมือนเด็กสาวทั่วไปเสียที
แต่แล้วกระดาษโน้ตปริศนาแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้ก็ส่งมาถึงมือเธออีกครั้ง

ครั้งนี้ ทุกคนรอบตัวเธอล้วนแต่เป็นผู้ต้องสงสัยด้วยกันทั้งสิ้น
ไม่เว้นกระทั่งแอชตัน ดาเวนพอร์ต ผู้ที่มีความลับดำมืดซ่อนอยู่ในอดีต
และมีความเกี่ยวข้องกับแม่ของเคทลินมากกว่าที่เธอคิด
อีกทั้งบริดเจ็ตต์ โบมองต์ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ
ก็มีพฤติกรรมแปลกไปในช่วงหลังจนน่าสงสัย

เมื่อบริดเจ็ตต์ถูกลักพาตัวไปจากบ้านเพราะหนังสือของแม่เคทลิน
ตำรวจกลับคิดว่าเคทลินเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมาเอง
เธอจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดี เคทลินก็ได้รู้ว่าเธอพึ่งพาใครไม่ได้ทั้งนั้น
นอกจากตัวเองและต้องหาทางหยุดยั้งฆาตกรให้ได้
ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายมีชัยเหนือเธอ
แต่ยิ่งสืบลึกไปเท่าไร เธอกลับพบว่าคนร้ายอาจอยู่ใกล้ตัวเธอมากกว่าที่คิด
และเธอไว้ใจใครไม่ได้ทั้งสิ้น ...แม้กระทั่งคนที่เธอรัก

**********

เล่ม 3 เล่ห์ซ่อนรัก (Tell Me True))

“ครอบครัวดาเวนพอร์ตจะเป็นคนรับผิดชอบการตายของฉัน
ต้องมีคนเข้าไปใกล้ชิดพวกเขาและค้นหาความจริง”

ข้อความปริศนาจากบันทึกของแม่คือแรงผลักดันให้เคทลิน ทราวิส
เริ่มแผนการเสี่ยงอันตรายเพื่อหยุดยั้งนักฆ่ารัตติกาล...
ฆาตกรโหดที่ทุกคนคิดว่าถูกกำจัดไปแล้ว

เมื่อเกิดระเบิดขึ้นในงานแต่งงานของเธอกับแอชตัน ดาเวนพอร์ต
ทำให้จอน น้องชายของแอชเสียชีวิตคาที่และแอชถูกข่มขู่เอาชีวิต
เกมการไล่ล่าชิงไหวชิงพริบก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ยิ่งสืบลึกลงไปมากเท่าใด เคทลินก็ยิ่งเจอเรื่องไม่ชอบมาพากลมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งพฤติกรรมแปลกประหลาดของจอนในช่วงก่อนเสียชีวิต
ความเศร้าโศกเกินธรรมดาของบริดเจ็ตต์ หญิงสาวปริศนาที่อ้างตัวว่าเป็นคนรักของจอน
ความลับดำมืดที่ทุกคนซุกซ่อนไว้เบื้องหลังฉากหน้าอันสวยงาม
และนักสืบเอกชนของแอชที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

งานนี้ใครเป็นฝ่ายล่า และใครเป็นฝ่ายถูกล่ากันแน่






หลังอ่าน...
นิยายชุดนี้เป็นแนวโรแมนติกปนสืบสวนสอบสวนที่เดินเรื่องแบบรวดเร็วฉับไวในบางช่วง
แล้วก็ผ่อนช้าลงเป็นพัก ๆ ให้กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของคู่พระนาง
มีมุกมีปมที่หักกันผัวะผะ ๆ ลุ้นระทึกกันเลยทีเดียว

เรื่องย่อก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ เล่าเพิ่มอีกนิดละกัน(จะพยายามหลีกเลี่ยงการสปอยล์ค่ะ)
เคทลินต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าในวัย 15 เมื่อพ่อและแม่
ที่เป็นนักกฎหมายของเธอถูกฆาตกรรม ต่อหน้าต่อตาเธอ
โดยฆาตกรที่มีฉายาว่า"นักฆ่ารัตติกาล"
เธอต้องเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ และออกมาเมื่อถึงวัย
เธอดิ้นรนเอาตัวรอดตามลำพัง แม้จะมีเพื่อนสนิทที่ร่ำรวยมหาศาลอย่างบริทเจ็ต โบมองต์
แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะพึ่งพาเพื่อนในด้านการเงิน ...
โดยที่นักฆ่าคนนั้นยังคงคุกคามเธออย่างต่อเนื่องโดยการส่งข้อความแบบจิตๆ ซ้ำ ๆ
ดูเหมือนว่ามันจะรู้ทุก ๆ ความเคลื่อนไหวของเธอ
ตำรวจที่ทำคดีให้เธอก็มาเสียชีวิตไปกลางคัน
คนที่เข้ามารับช่วงต่อก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจคดีของเธอเท่าทีควร...

จนแอชตันก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ เขาแสดงออกชัดเจนว่าเขารักเธออย่างจริงจัง
แต่ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป มันกลับกลายเป็นว่า
เขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่พัวพันคดีฆาตกรรมแม่ของเธอเมื่อหลายปีก่อน...

บางครั้งเรื่องราวดูเหมือนจะคลี่คลาย เมื่อจับผู้ต้องสงสัยได้และมันก็ถูกฆ่าตายไปแล้ว
แต่ทว่า...ข้อความแปลก ๆ จากนักฆ่ารัตติกาลนั้นยังคงถูกส่งมาถึงเธออย่างต่อเนื่อง





พล็อตแม้จะไม่แปลกแหวกแนวจากนิยายสืบสวนทั่วไปมากนัก
แต่ก็อ่านสนุกดี(ในระดับหนึ่ง)
ผู้เขียนใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านนางเอก ซึ่งก็กระชับฉับไว ชวนให้ติดตาม
มีการซ่อนปมที่ลวงได้ทั้งคนอ่านและตัวละครในเรื่อง
มีการวางไทม์ไลน์ที่ย้อนไปย้อนมาพาให้งงงันเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากไม่มายนัก

แน่นอนว่านิยายแบบนี้เลิฟซีนระดับติดเรทต้องมีเกลื่อนกระจุยกระจายแน่
แต่คนอ่านคนนี้ผ่าน(นิยายแบบนี้)มาเยอะแล้ว ภูมิต้านทานแข็งแรงพอ
เลยไม่ค่อยรู้สึกรู้สาสักเท่าไหร่ 55

สรุปว่าก็เป็นโรแมนซ์ปนสืบสวนสอบสวนที่ชวนอ่านชุดนึง
แต่มุมโรแมนซ์อาจจะมีเยอะไปหน่อย
แล้วมุมสืบสวนสอบสวนก็เป็นไปตามรูปแบบทั่วไป พอคาดเดาได้ในบางจุด
ไม่ถึงกับเข้มข้นมากมาย แต่ก็สนุกเร้าใจในระดับหนึ่ง

ชวนอ่านค่ะ!










 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2559 12:43:46 น.
Counter : 814 Pageviews.  

~ เงาใจใต้เงาจันทร์ /Tongue in Chic ดราม่าโรแมนติกผสมสืบสวนสอบสวนชวนอ่าน~





เงาใจใต้เงาจันทร์ /Tongue in Chic
ผู้เขียน : คริสตินา ดอดด์
ผู้แปล : สุดา วโนทยาโรจน์
แพรวสำนักพิมพ์(ก.ค. 2552)
326 หน้า ราคา 225 บาท


เรื่องราวโดยย่อ(จากปกหลัง) :


นาตาลี เมโดว์ ซาร์วาส ศิลปินสาวแสบถูกจับได้คาหนังคาเขา
ว่าบุกรุกเข้าไปขโมยภาพเขียนในคฤหาสถ์หรูที่กำลังถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงแรม
และในทันทีที่ได้สบสายตาคมเข้มและเห็นสีหน้าแข็งกร้าว
ของวายร้ายใจโหดอย่างเดฟลิน ฟิตซ์วิลเลียม...
เธอก็รู้ตัวว่างานนี้คงไปไม่รอด
แต่คนฉลาดอย่างเมโดว์ไม่มีทางยอมจนแต้มง่ายๆ
กอรปกับจังหวะที่เธอลื่นล้มหัวกระแทกพื้น
หญิงสาวได้กุเรื่องขึ้นว่าเธอเป็นโรคความจำเสื่อม
และช่างน่าเวทนาที่ตัวเองมาทำอะไรในที่โออ่าเช่นนี้ก็มิทราบ

ทว่าเพียงชั่วอึดใจเมโดว์ก็ได้คำตอบ
เมื่อเดฟลินกอดเธอไว้และบอกว่า เมโดว์ คือภรรยาที่หายตัวไปของเขา!
เมโดว์ต้องฝืนใจตามน้ำ เพราะเธอยังมีภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง
และขณะเดียวกันเดฟลินก็ต้องการใช้เมโดว์เป็นเครื่องมือแก้แค้นศัตรูคู่อาฆาตของเขา

ความรักร้อนแรงค่อยๆก่อตัวขึ้นท่ามกลางคำโกหก
และละครลวงที่ทั้งสองต้องด้นสดไปพร้อมกัน
เพียงแต่ว่าในบ้านแสนสุขของทั้งคู่ มิได้มีเพียงแค่สองเราและเงาจันทร์
แต่ยังมีใครบางคนในมุมมืด ที่ปองร้ายเดฟลิน
และต้องการกำจัดทุกคนที่จะแย่งชิงภาพวาดชิ้นนั้นให้สิ้น






หลังอ่าน...
สนุกเกินคาดแฮะ สำหรับนิยายกึ่งๆโรแมนซ์ กึ่ง ๆ suspence เล่มนี้
เรื่องราวก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ

มุมโรแมนซ์เริ่มต้นที่การพบกันในสถานการณ์ที่ออกจะสุ่มเสี่ยงแต่น่าขัน
นางเอกลอบเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ของพระเอก
(โดยที่เธอเข้าใจว่าเป็นบ้านของเจ้าของเดิม ที่เป็นอดีตสามีของยายของเธอ)
เพื่อจะแอบไปขโมยภาพวาด ฝีมือของยายเธอเอง แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อถูกจับได้
เธอคิดเอาตัวรอดโดยแกล้งความจำเสื่อม จากการที่ศีรษะกระทบกระเทือน...
หารู้ไม่ว่านั่นกลายเป็นหลุมพรางอย่างดีให้เดฟลิน ฟิตซ์เจอรัลด์
เจ้าของคนปัจจุบันของคฤหาสน์หลังนี้ ตีขลุมซ้อนแผนเธออย่างหน้าตาเฉย

เธอจึงต้องตกกระไดพลอยกระโจน รับสมอ้างเป็นภรรยาของเขาตามที่เขาบอก
ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้ ว่านั่นเป็นคำโกหกคำโต...เพียงแต่เธอไม่รู้สาเหตุเท่านั้น
ว่าทำไมเดฟลินถึงแอบอ้างว่าเธอเป็นภรรยาของเขา...
ทั้งยังมโนเวิ่นเว้อเป็นตุเป็นตะถึงงานแต่งงานของพวกเขา
ณ ชายหาดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันสุดแสนจะโรแมนติก
ทำเอาเมโดว์พลอยเคลิบเคลิ้มรัญจวนใจ...
เธอตระหนักดีว่านี่เป็นเรื่องอันตราย เธอต้องหนี...
แต่เธอมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ หาไม่ ชีวิตของแม่ของเธอจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่า

พระเอกเป็นชายหนุ่มที่มีปมหลังฝังใจ กลายเป็นความอาฆาตแค้นฝังหุ่น
กับตระกูลทีเป็นเจ้าของเดิมคฤหาสน์หลังนี้...
เมื่อเมโดว์ปรากฏตัว เพียงแว่บแรกที่เห็นหน้าเธอ
เขาก็ระลึกรู้ในทันทีว่าเธอคือสายเลือดของศตรูคู่แค้น
เขาคิดจะใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น...

แต่ภายใต้มนต์เสน่ห์แห่งเงาจันทร์อันเย้ายวน
เขากลับหลงรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น





สนุกค่ะ...
เริ่มต้นเรื่องเล่าอย่างเรียบเรื่อย แต่เมื่อเหตุการณดำเนินไป
ตัวละครตัวนั้นตัวนี้โผล่ออกมา ค่อย ๆ คลี่คลายปมทีละเปลาะ ๆ
จนมาพีคสุด ๆ ตอนท้ายเรื่อง

ทยอยเก็บตกจากเกมบิงโกมาอัพบล็อกค่ะ









 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2559 12:24:29 น.
Counter : 412 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 171 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.