'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

The Bridges of Madison County ~ Robert James Waller



The Bridges of Madison County:
A bitter-sweet tale of profound love
By : Robert James Waller
Arrow Books, 1997





เรื่องเล่าถึงความรักอันลึกซึ้งระหว่างช่างภาพหนุ่มจากแนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกับหญิงสาวที่มีครอบครัวแล้ว...
โรเบิร์ต คินเคด และฟรานเชสก้า จอห์นสัน

โรเบิร์ตเดินทางไป Madison County มลรัฐไอโอวา เพื่อถ่ายภาพสะพานที่มีหลังคา...ซึ่งมีอยู่หลายแห่งในเมดิสัน เคาน์ตี้
เขาได้พบกับฟรานเชสก้า ภรรยาสาวของชาวไร่คนหนึ่งที่นั่น...
ในจังหวะที่เธออยู่บ้านเพียงลำพัง...

มันอาจจะเป็นรักแรกพบที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมอยู่สักหน่อย...แต่ทั้งสองก็สุดจะหักห้ามความปรารถนาในหัวใจ

ทั้งคู่มีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงสี่วัน...
แต่พวกเขาก็เอิบอิ่มในความรักที่ท่วมท้น...
ก่อนจะแยกจากกันด้วยคำว่าเสียสละและความรับผิดชอบ


หนังสือเล่มนี้เป็นนวนิยาย...
แต่ผู้เขียนได้เปิดเรื่องที่ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องจริง...หรืออิงจากชีวิตจริง...
เริ่มจากที่เขาได้รับการติดต่อจากสองพี่น้อง...ไมเคิลและแคโรไลน์
ลูกสาวกับลูกชายของฟรานเชสก้า
ให้เขาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความรักอันงดงามของแม่ของพวกเขา
กับชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง...
ผ่านจดหมาย และบันทึกที่ฟรานเชสก้าทิ้งไว้ให้...


ผู้เขียนเขียนไป ยิ่งเขียนยิ่งอินกับตัวตนของโรเบิร์ตจนสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกและพลังรักอันยิ่งใหญ่ออกมาได้อย่างสะท้อนสะเทือน...และเจ็บปวด





ส่วนตัว...เมื่ออ่านนิยายรักเรื่องนี้ครั้งแรก...ในวัยที่ยังอ่อนเดียงสาต่อโลก(กว่านี้) รู้สึกพะอืดพะอม...ออกจะรังเกียจในพฤติกรรมของฟรานเชสก้าด้วยซ้ำไป...

ต่อเมื่อวุฒิภาวะค่อยกล้าแข็งขึ้นมาหน่อย...ชีวิตผ่านการเรียนรู้อะไรต่ออะไรมากขึ้น หวนกลับไปหยิบนิยายเรื่องนี้มาอ่านอีกครั้ง...

ถึงตอนนี้ค่อยมองเห็นศีลธรรม จริยธรรม และความเสียสละ...
ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในใจของฟรานเชสก้า...
และสัมผัสได้ถึงความรักอันลึกซึ้งของเธอ

หาไม่แล้ว...นิยายเรื่องนี้อาจจะไม่จบลงอย่างงดงามแบบนี้ก็เป็นได้...

เป็นนวนิยายที่บอกเล่าถึงความรักที่งดงาม ลึกซึ้งอีกเล่มหนึ่งที่อยากจะนำมาชวนอ่านค่ะ...







(ภาพปกถ่ายได้ขี้เหร่มาก ๆ เลยนำภาพสะพานนี้มาช่วยค่ะ... )







 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 28 มีนาคม 2551 17:14:15 น.
Counter : 1167 Pageviews.  

Mariana ~ สัญญารัก By Susanna Kearsly

จูเลีย เบ็กเก็ต รู้สึกผูกพันกับคฤหาสน์เกรย์วีเธอร์ทันทีที่เธอบังเอิญได้ไปเห็น ในวัยเพียงห้าขวบ เธอรู้ว่า...บ้านหลังนี้คือบ้านของเธอ...

อีก 17 ปีต่อมา เธอก็บังเอิญได้ผ่าน บ้านหลังนั้นอีกครั้ง...
นั่นยิ่งย้ำความรู้สึกอันลึกลับนั้นแก่เธอ

เมื่อเธออายุครบสามสิบปี เธอได้รับมรดกจากป้าของเธออย่างไม่นึกฝัน สิ่งแรกที่เธอนึกถึงก็คือบ้านเกรยวีเธอร์หลังนั้น...
และเมื่อเธอตัดสินใจซื้อมันมาครอบครอง และย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น เธอก็ได้ตระหนักว่า...ที่ผ่านมาทั้งหมดนั้น ไม่ใช่เหตุบังเอิญเลย...
การที่เธอได้มาพบเห็นบ้านหลังนี้ตั้งแต่ครั้งแรก จนนำมาซึ่งการเข้าครอบครองมันได้ในที่สุดนั้น ถูกกำหนดไว้แล้วด้วยอะไรบางอย่างที่เธอไม่อาจจะบอกได้...

การมาอยู่ในบ้านหลังนั้น ได้พาเธอย้อนอดีต...ข้ามมิติแห่งเวลาไปสู่อดีตกาลนานนับร้อยปี...
ย้อนไปเพื่อจะให้เธอได้รับรู้ว่าเธอได้เคยมีสัญญารักมั่นไว้กับใคร...
และเคยได้เกิดข้อผิดพลาดเช่นไร...เพื่อที่เธอจะได้นำมาแก้ไขในภพปัจจุบัน





ได้หนังสือเล่มนี้จากร้านหนังสือมือสองแห่งหนึ่งแถวถนนข้าวสารเมื่อหลายปีก่อน...
ที่คว้ามาเพราะคำโปรยหน้าปกที่ว่าหนังสือเล่มนี้เป็น...
The winner of the Catherine Cookson Fiction Prize

เป็นอีกเล่มที่อ่านรวดเดียวจบ เพราะส่วนตัวจะชอบนิยายที่เป็นลักษณะเรื่องเล่า...ผ่าน "ฉัน" แบบนี้อยู่แล้ว
โดยเฉพาะเป็นเรื่องของการย้อนเวลา ข้ามภพข้ามชาติ...
แต่ต้องบอกเล่าให้สมจริงสมจังมีที่มาที่ไป...

อย่างในเรื่องนี้ จูเลียเดินทางผ่านห้วงเวลาไปสู่อดีตได้อย่างค่อนข้างแนบเนียนและ กลมกลืน

แม้ไม่มีทางผ่านอย่างกระจกเงาของแม่มณีในทวิภพ แต่การเคลื่อนตัวเข้าสู่อดีตของจูเลีย...กลายเป็นมาเรียน่า หญิงสาวที่มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 17 ก็เป็นไปอย่างค่อนข้างเป็นธรรมชาติทีเดียว ด้วยสำนวนการเล่าเรื่องของผู้แต่ง...

ซึ่งได้สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ ชวนให้ติดตามค้นหาแก่ผู้อ่านพอ ๆ กับตัวของจูเลียเอง...

จขบ.อ่านนิยายเรื่องนี้ในฉบับภาษาอังกฤษ...
แต่เห็นในเว็บร้านขายหนังสือบางแห่งมีฉบับแปลด้วย
แปลโดยคุณงามพรรณ สนพ.เรือนบุญจัดพิมพ์ค่ะ
(นึกเสียดายว่าไม่น่าซื้อภาษาอังกฤษเลย...
เพราะค่อนข้างเชื่อใจในสำนวนแปลของคุณงามพรรณพอสมควรทีเดียว...ถ้าเห็นเล่มนี้ก่อนจะได้ไม่ต้องเสียตังค์เยอะ...และน้องนุ่งที่เขาไม่ถนัดภาษาปะกิดจะได้อ่านด้วยได้...)















 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2551 12:54:07 น.
Counter : 942 Pageviews.  

"ทาสกาม" ~ “โสเภณีทหารของกองทัพจักรพรรดิ”

สืบเนื่องจากไปอ่านบล็อกของคุณยาคูลท์ เรื่องสี่ปีนรกในเขมร
กล่าวถึงนิยายเรื่องนี้ เลยนึกได้ว่าตัวเองเคยเล่าถึงไว้ในกระทู้ห้องสมุดเมื่อนานมาแล้ว...
จึงขออนุญาตหยิบของเก่ามาเล่าใหม่ในที่นี้อีกครั้งนะคะ





"ทาสกาม"
"เถียนอี้กวง" / เขียน
“อนิวรรตน์ “ / แปล
ศรีสารา / พิมพ์ -จัดจำหน่าย พ.ศ.๒๕๓๙



หนังสือชื่อ “ทาสกาม” ค่ะ เขียนโดย ‘เถียนอี้กวง’
แปลโดยนักเขียน นักแปลเรื่องราวเกี่ยวกับจีน ๆ ชื่อ “อนิวรรตน์ “
เขาบอกว่า ชื่อหนังสือภาษาจีนจริง ๆ แปลว่า “โสเภณีทหารของกองทัพจักรพรรดิ” ซึ่งฟังดูชวนเครียด เขาจึงเปลี่ยนใหม่เสียเป็น
’ทาสกาม’เพื่อดึงดูดความสนใจและเพื่อความเหมาะสม

“ทาสกาม” เป็นนิยายค่ะ
เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดยอิงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์
เป็นเรื่องราวชีวิตอันรันทดของมาซาโกะ - เด็กสาวชาวญี่ปุ่น
ที่ถูกส่งไปเป็นหญิงปลอบขวัญทหารแนวหน้าในเขตประเทศจีน
เธอและเพื่อน ๆ ในหมู่บ้านเดียวกันที่ถูกส่งไปพร้อมกัน
มีศรัทธาและคาดหวังเต็มที่ถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจในหน้าที่
ที่จะได้รับมอบหมายในกองทัพ… ในฐานะ ”คณะปลอบขวัญทหาร”

แต่สิ่งที่พวกเธอได้รับและถูกปฏิบัติต่อ เมื่อเดินทางไปถึง
กลับกลายเป็นความเลวร้ายที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิง
พวกเธอถูกบังคับให้ต้องเป็นที่รองรับอารมณ์เพศอันดิบ...หยาบ
และป่าเถื่อนของทหาร…
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทหารแห่งองค์จักรพรรดิที่พวกเธอเคยมีศรัทธา
และ…ที่สำคัญ เป็นชนเชื้อชาติเดียวกันกับพวกเธอ…

ถึงแม้จะรับรู้แต่เบื้องต้นแล้วว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่ง
เป็นนิยายที่เขียนขึ้น มาซาโกะไม่ได้มีตัวตนจริง
แต่อีกด้านหนึ่งเราก็รับรู้แล้วว่า มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริง ๆ
ทำให้อ่านแล้วออกจะรู้สึกหดหู่ และเจ็บปวดเมื่อคิดถึงว่า
สิ่งที่มาซาโกะ(และผู้หญิงอีกหลายคน ทั้งในเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง)
ต้องเผชิญนั้น อย่าว่าแต่คนเชื้อชาติเดียวกันไม่น่าจะกระทำต่อกันได้โหดร้ายประมาณนี้… ในความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าใครก็ไม่น่าจะกระทำการเยี่ยงนี้ต่อมนุษย์ด้วยกันเลย

สำนวนภาษาของผู้แปลเรียบลื่น สละสลวย อ่านเพลินมากค่ะ
แทบจะไม่รู้สึกว่าเป็นหนังสือแปล





ได้หนังสือเล่มนี้จากงานหนังสือปีหนึ่ง หนังสือเล่มหนาและหนักมาก ตอนที่ยังไม่ได้อ่านก็รู้สึกคุ้มค่าแล้วด้วยภาพประกอบสี่สี พิมพ์บนกระดาษอาร์ตมันอย่างดี เป็นภาพเขียนสีน้ำ ของอาจารย์พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก สวยมาก หนังสือทั้งเล่ม ความหนาเกือบ ๆ ๙๐๐ หน้า มีภาพประกอบต้นบททุกบท รวมแล้ว ๖๐ กว่าภาพแน่ะค่ะ
ข้างบนนี้เป็นหนึ่งในภาพประกอบเหล่านั้น...

ยิ่งเมื่ออ่านจบแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่า… เกินคุ้มค่ะ









 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2551 16:33:43 น.
Counter : 4665 Pageviews.  

คุณพ่อขายาว & คู่อริที่รัก : แบบฉบับวรรณกรรมโรแมนติคคลาสสิค



Daddy-Long-Legs - คุณพ่อขายาว
จีน เว็บส๎เต้อร์ /เขียน
สังวรณ์ ไกรฤกษ์ /แปล
สนพ.ผีเสื้อ / พิมพ์


นิยายรักโรแมนติคเล่มนี้ จขบ.อยากจะเรียกว่าเป็น 'ชิกลิท' ฉบับคลาสสิคจริง ๆ
เพราะเป็นนิยายรักใส ๆ ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของนิยายรักต่างวัยแบบนี้อีกหลายต่อหลายเรื่อง
หากไม่มีเรื่องไหนประสบความสำเร็จสูงสุดเท่าเรื่องนี้

เรื่องย่อ ๆ :

เจอรูชา แอ๊บบอท หรือจูดี้ เด็กสาววัย 17 ปี เป็นเด็กกำพร้าอายุมากที่สุดในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจอห์น เกรีย เธอเป็นเด็กสาวที่มีนิสัยร่าเริง ช่างคิดช่างฝัน มองโลกในแง่ดี และมีอารมณ์ขัน เธอได้รับการอุปการะจากบุคคลผู้หนึ่งซึ่งเธอไม่เคยได้พบหน้า เพียงแต่เธอจินตนาการว่าเขาน่าจะสูงวัยพอสมควร และรูปร่างสูงเก้งก้างเธอจึงเรียกเขาว่า "คุณพ่อขายาว"

ผู้อ่านจะรู้จักเธอผ่านจดหมายหลายฉบับที่เธอเขียนถึง "คุณพ่อขายาว" ของเธอเพื่อรายงานให้เขาทราบถึงความเป็นไปในชีวิตของเธอและทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธออาศัยอยู่ ตลอดถึงความคิดความฝัน และ"ความสุข" ของเธอ

จูดี้มีความสุขและเล่าความสุขต่างๆ ได้อย่างมีเสน่ห์น่ารื่นรมย์ เธอบอกว่า

"ช่างเป็นความจริงแท้ใช่ไหมคะ ในโลกนี้มีสิ่งเกื้อกูลอำนวยความสุขอยู่ไม่น้อย เพียงแต่เราต้องรับไว้เมื่อมาถึงตัว ความลับก็คือ ต้องรู้จักยืดหยุ่น คล้อยตาม"

บางส่วนจากบันทึกผู้แปล :

DADDY- LONG - LEGS เป็นนวนิยายรักแนวแปลก ไม่ซ้ำแบบใคร การพิมพ์เล่มครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๙๑๒ และพิมพ์ครั้งที่ ๗๔ ในปี ค.ศ. ๑๙๕๐ นั้น เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมีชื่อเสียงพิเศษของหนังสือเรื่องนี้ และเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการแปล
เรื่อง 'คุณพ่อขายาว' เขียนในรูปแบบจดหมายตลอดเรื่อง แต่เป็นจดหมายจากฝ่ายเดียว ผู้เขียนใช้กลวิธีทำให้ผู้อ่านรู้เรื่องตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างแนบเนียน และชวนติดตาม
จดหมายที่ใช้ถ้อยคำสำนวนไพเราะ เป็นไปตามธรรมชาติและแฝงอารมณ์ขันนั้น เป็นวรรณกรรมที่งดงาม แสดงออกถึงอุปนิสัยและอารมณ์ต่างๆ ของตัวละครได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นยามทุกข์ ยามสุข สดชื่น ผิดหวัง...

นวนิยายเรื่องนี้จะชี้ให้เห็นชัดว่า จดหมายที่ดีนั้น คือกระจกสะท้อนให้เห็นผู้เขียน ไม่เพียงรูปกายภายนอก แต่ยังแสดงให้เห็นถึงจิตใจด้วย ทั้งยังมีอิทธิพลต่อผู้อ่านอย่างน่าทึ่ง








Dear Enemy - คู่อริที่รัก
จีน เว็บส๎เต้อร์ /เขียน
สังวรณ์ ไกรฤกษ์ /แปล
สนพ.ผีเสื้อ / พิมพ์


'คู่อริที่รัก' (Dear Enemy) เป็นตอนต่อของเรื่อง 'คุณพ่อขายาว' (daddy-Long-Legs)

หลังจากแต่งงาน จูดี้ชวนแซลลี่ แม็คไบรด์ เพื่อนสนิทของเธอมาดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจอห์น เกรีย

เราจะได้อ่านจดหมายของ แซลลี่ ถึงผู้คนต่างๆ เล่าประสบการณ์การดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ ซึ่งเมื่อเห็นครั้งแรก เธอเขียนว่า...

"ฉันไม่เคยรู้เลยว่าจะมีสถานที่แห่งใดในโลกกว้างจะน่าเกลียดได้มากเท่าที่นี่"

แซลลี่อยากปรับปรุงให้สถานที่นี้แจ่มใสน่าอยู่มากขึ้น

"เด็กแต่ละฅนต้องการครอบครัว ต้องการแม่เป็นของตนเอง"
เรื่องที่เธอเล่าล้วนแต่อ่านเพลิน แม้ว่าบางวันจะสุขกว่าวันอื่น และบางวันจะท้อใจกว่าวันอื่นๆ แต่เธอเชื่อเสมอว่า..
.
"สักวันหนึ่งในไม่ช้า สิ่งสวยงามจะบังเกิดขึ้น"

บางส่วนจากบันทึกผู้แปล :

ระหว่างที่จูดี้เรียนในมหาวิทยาลัย เธอมีเพื่อนมากมาย
และเพื่อนรักที่สุดคือ แซลลี่ แม็คไบรด์ สาวผมแดง จมูกเชิด อารมณ์รื่นขี้เล่น ปากไว และคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ต้องอัธยาศัยเป็นอย่างยิ่ง
มิตรภาพจึงมั่นคงยืนยาวจนแซลลี่ แม็คไบรด์ มามีบทบาทเป็นตัวเอกในเรื่อง 'คู่อริที่รัก' อันสืบเนื่องจากเรื่อง 'คุณพ่อขายาว' ดังกล่าวซึ่งผู้แปลรู้สึกสนุกจนไม่อยากหยุดทำงาน





ตามร้านหนังสือทั่วไป และแม้แต่ในเว็บไซต์สำนักพิมพ์เอง ได้จัดให้หนังสือสองเล่มนี้ไว้ในหมวดวรรณกรรมเยาวชน
แต่เจ้าของบล็อกนี้ขอจัดไว้ในหมวดหนังสือแปลนะคะ เพราะคิดว่าเป็นทั้งสองเล่มนี้เป็นนิยายรัก โรแมนติคที่...
ถึงแม้เด็ก ๆ ก็อ่านได้แต่ให้ผู้ใหญ่อ่านจะดีกว่าค่า...

เอามาแนะนำ ชวนอ่านเป็นหนังสือรัก ๆ ชุดแรก ในวันแรกของเดือนแห่งความรักนี้ก็แล้วกันค่ะ...













 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 1 สิงหาคม 2551 16:48:46 น.
Counter : 5905 Pageviews.  

~สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ ~ The Name of the Rose (Umberto Eco)



สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ / The Name of the Rose
Umberto Eco / แต่ง
ภัควดี วีระภาสพงษ์ / แปล
โครงการจัดพิมพ์คบไฟ / พิมพ์




หนังสือเล่มนี้เมื่อออกมาใหม่ ๆ เป็นที่ฮือฮามาก ตามอ่านรีวิวจากหลาย ๆ ที่แล้วทำให้นึกอยากอ่านขึ้นมา สั่งซื้อผ่านเน็ต เมื่อได้หนังสือมาแล้ว เห็นขนาดของหนังสือ พลิกดูเนื้อหาด้านในอีกนิดหน่อย แล้วก็ดองเอาไว้ช่วงระยะหนึ่ง จนมาเจอกระทู้ในห้องสมุดพันทิบกระทู้หนึ่ง เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว (ต้องขออภัยจริง ๆ ที่จำเจ้าของกระทู้นั้นไม่ได้แล้ว ทั้ง ๆ ที่จำได้ว่าตัวเองได้เข้าไปแจมคุยด้วยเป็นดิบดี...) ก็เลยหยิบขึ้นมาอ่าน...

อ่านต้น ๆ ต้องทำใจค่ะ บทบรรยายยืดยาว…. แต่บอกตัวเองได้ว่าผู้แปลแปลได้ดีมากในเรื่องนี้ แม้จะยังใช้สำนวนที่ต้องแปลไทยเป็นไทยอีกเยอะ แต่ก็ไม่ถึงกับสะดุดและติดตัน

นวนิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องในลักษณะเป็นบทบันทึกของบราเธอร์ผู้หนึ่ง -แอดโซ แห่งเมลค์ – ซึ่งบันทึกไว้หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้วนานหลายปีทีเดียว แอดโซได้เดินทางติดตามอาจารย์ของเขา –วิลเลี่ยม แห่งบาสเกอร์วิลล์ – ไปยังอารามแห่งหนึ่งในอิตาลี อารามแห่งนี้มีชื่อเสียงว่ามีห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของคริสต์จักร มีหนังสือเก่าแก่หายากอยู่ในนั้นมากมาย...

เรื่องราวทั้งหมดในหนังสือเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงเจ็ดวัน แต่ก็เป็นเจ็ดวันที่ยืดยาว ด้วยดูเหมือนมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน...ในบทบันทึกได้จัดเรียงเรื่องราวออกเป็นช่วงเวลาในแต่ละวันโดยยึดตามชั่วโมงการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของพระสงฆ์ในเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เริ่มต้นที่มีเหตุฆาตกรรม พระสงฆ์ที่ทำงานในหออาลักษณ์ถูกฆ่าตายไปรูปหนึ่ง เจ้าอาวาสจึงขอให้วิลเลี่ยม ทำการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุแห่งฆาตกรรมนั้น ๆ ทำให้ต้องมีการย้อนเวลา มีการวางแผน ความน่าติดตามหรือเสน่ห์ของเรื่องอยู่ที่ความลึกลับซับซ้อนของห้องสมุดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามในการสืบเสาะ...
วิลเลี่ยมสามารถสืบค้นข้อมูลเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาได้ทุกที่ภายในอาราม ยกเว้นห้องสมุดลึกลับแห่งนั้น...

การเขียนนิยายประเภทนี้ นับว่าเป็นการท้าทายความสามารถของนักเขียนอย่างมากทีเดียว ถ้าไม่ผูกเรื่องให้น่าอ่าน น่าติดตามค้นหาราวกับให้ผู้อ่านได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสืบเสาะ ค้นหาด้วยแล้ว ผู้อ่านอาจจะก้าวข้ามขั้นตอนแอบไปพลิกอ่านตอนจบของเรื่องเอาเสียง่าย ๆ (เหมือนที่จขบ.แอบทำกับนิยายสืบสวนสอบสวนหลายเรื่อง แหะ ๆ)...แต่อุมแบร์โต เอโก ก็สอบผ่านบทท้าทายนี้ได้ในระดับที่ดีมาก (ส่วนตัวยกเครดิตส่วนหนึ่งให้กับผู้แปลด้วยค่ะ)

หลังจากที่ทนอ่านบทบรรยายอันยืดยาว เพื่อทำความรู้จักกับตัวละครสำคัญกับฉากของเรื่องและทำความคุ้นเคยกับสำนวนภาษาของทั้งผู้เขียนและผู้แปล...
( ด้วยภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้ค่อนข้างอลังการมมังการมาก คุณอาจจะต้องมีพจนานุกรมวางไว้ข้าง ๆ ตัวไปด้วยในขณะที่อ่าน เพื่อจะได้แปลไทยเป็นไทยไปพร้อมกัน
...ส่วนตัวชอบค่ะ ชอบการใช้ภาษาแบบนี้มาก ยกตัวอย่างพอเป็นกระสายนิดหนึ่งแล้วกัน..
อย่างตอนที่แอดโซบรรยายลักษณะของภราดาวิลเลี่ยม เขาบอกว่า... "เขาคงได้ยลมธุฤดูมาสักห้าสิบคำรบแล้ว และย่อมชราภาพมากทีเดียว..." อื้อหือ...

หรือตอนที่เขากำลังจะเริ่มเรื่องเล่าของเขา เขาได้บันทึกไว้ว่า..."....และเรื่องราวของข้าพเจ้าจักดำเนินความ เมื่อเราเดินแกล่ใกล้ถึงอารามนั้นตามเหตุอันเป็นไปในครั้งกระโน้น แลขอให้หัตถาของข้าพเจ้าจงคงมั่นมิหวั่นไหวขณะเมื่อเตรียมใจเล่าขานถึงการณ์ครั้งนั้น" ฯลฯ )

...อ่านไปได้ประมาณหนึ่งในสามของหนังสือความหนา 700 กว่าหน้า เริ่มรู้สึกสนุกล่ะ เริ่มเอาตัวเองเข้าไปในท้องเรื่อง...( พูดเหมือนยี่เกเชียว) ติดตามแอดโซกับภราดาวิลเลี่ยมอย่างตื่นเต้น ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตหนังสือในสมัยโบราณ การคัดลอกหนังสือ การออกแบบสถาปัตยกรรม การไขรหัสจากตัวอักษร หรือการจัดเรียงหนังสือในห้องสมุด

ตลอดจนเรื่องราวของการใช้สมุนไพร ทั้งในแง่ที่ให้คุณประโยชน์และส่วนที่ให้โทษที่อาจจะเกี่ยวข้องกับความตายของหลาย ๆ คนในเรื่อง...

(โดยเฉพาะเรื่องของการใช้สมุนไพรนี้ ให้แรงบันดาลใจแก่จขบ.เป็นอย่างยิ่ง เกือบจะไปลงทะเบียนเรียนแพทย์แผนไทยกับกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้วเชียวในกาลครั้งนั้น ติดที่เงื่อนไขทางหน้าที่ความรับผิดชอบต่อบุพการีจึงทำให้ระงับความตั้งใจอันนั้นไป แต่ก็พยายามศึกษาด้วยตัวเองอยู่ตลอดมา...)

เมื่อผ่านบทแรก ๆ ไปแล้ว...ช่วงหลัง ๆ อ่านได้อย่างค่อนข้างเร็ว...อ่านไปลุ้นไป...แต่มาอ้อยอิ่งลงในช่วงท้าย ๆ เพราะไม่อยากให้จบ...เป็นงั้นไป...( บางคนอาจจะบอกว่า อ่านซ้ำก็ได้นี่...แต่สำหรับจขบ.แล้วมีหนังสือหลายเล่มที่เมื่อหยิบมาอ่านซ้ำ คุณจะไม่เคยได้ความรู้สึกสด ใหม่ เหมือนตอนที่อ่านครั้งแรกเลย หนังสือเล่มนี้ก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ เล่มนั้น ไม่ใช่หนังสือน่าเบื่อ แต่อารมณ์อยากรู้อยากเห็นของเราต่างหากที่เปลี่ยนแปรไป)

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ !

สั้น ๆ เกี่ยวกับผู้แต่ง (จากปกหลัง) :

อุมแบร์โต เอโก เป็นศาสตราจารย์ในวิชาสัญญวิทยานามอุโฆษ เป็นนักประวัติศาสตร์ เป็นนักปรัชญา นักสุนทรียศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญวรรณกรรมของเจมส์ จอยซ์ เขาเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโบโลนญ่า และพำนักอยู่ในมิลาน เป็นนักสะสมหนังสือตัวยง และมีหนังสือในครอบครองมากกว่า 30,000 เล่ม เป็นผู้มีความสนใจศึกษาค้นคว้าทางวิชาการอย่างหลากหลาย นับตั้งแต่งานของนักบุญโทมัส อะไควนัส ไปจนถึงซุปเปอร์แมน

สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ เป็นผลงานนวนิยายเรื่องแรกของเอโก และได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณกรรมคลาสสิคร่วมสมัยทันที โดยมิต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์













 

Create Date : 03 มกราคม 2551    
Last Update : 9 มกราคม 2551 17:12:10 น.
Counter : 1771 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 180 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~

~ นางถ้ำ/มาลา คำจันทร์ เขียน ~

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.