“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒
เราจะไม่พรากจากกัน : Not Without My Daughter (มนันยา แปล)





เราจะไม่พรากจากกัน : Not Without My Daughter
Betty Mahmoody / ผู้เขียน
มนันยา / ผู้แปล
จัดพิมพ์โดย / สนพ.มติชน (มีนาคม ๒๕๔๖)






เรื่องย่อ (จากคำนำสำนักพิมพ์) :

" เราจะไม่พรากจากกัน " เป็นเรื่องจริงแห่งสัมพันธภาพที่ยิ่งใหญ่ระหว่างแม่กับลูกสาวที่เกิดขึ้นและฮอลลีวู้ดนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อหลายปีก่อน พันธสัญญาที่ร้อยไว้ด้วยความรัก ความผูกพันของแม่ลูกคู่หนึ่งที่จำใจต้องตกไปอยู่ในประเทศอิหร่าน ในช่วงความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับอิหร่านกำลังเขม็งเกลียว ร้อนระอุเต็มที่

เบ๊ตตี้และลูกสาวตัวน้อยต้องติดอยู่ในประเทศแห่งนี้ จากการที่ความรักความไว้วางใจมาถูกทรยศหักหลัง สองแม่ลูกไม่มีวันนึกถึงว่า เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น ชายผู้ที่เคยเป็นสามีและพ่อที่แสนดีของคนทั้งคู่ จะกลายเป็นปีศาจร้ายผู้คุมใจโหดไปได้

ราวกับโลกถล่มลงตรงหน้าเบ๊ตตี้ ที่จู่ ๆ ไม่ทันตั้งตัว เสรีภาพและความเสมอภาคที่เปรียบเสมือนลมหายใจของชีวิตอเมริกันชนต้องสูญสิ้นไปในพริบตา เมื่อเธอต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ความคิดความเชื่อที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง...............


โปรยปกหลัง :

...มาห์ท็อปโผเข้ามาหาฉันแล้วซุกหน้าลงกับตัก
เรากอดกันไว้แน่นเหมือนจะแบ่งปันความเจ็บปวด
ของกันและกัน ไม่ใช่แต่บาดแผลทางกายเท่านั้น
หากแต่เป็นความเจ็บปวดภายในจิตใจด้วย

เราต่างร้องไห้สะอึกสะอื้นพูดไม่ออกไปหลายนาที...
"จำไว้อย่างหนึ่งว่า แม่จะไม่ยอมออกจากประเทศนี้ไป
โดยไม่มีลูกไปด้วยอย่างแน่นอนที่สุด ไม่มีวัน!..."

...ฉันจะไม่ไปไหนเป็นอันขาดถ้าลูกไม่ได้ไปด้วย
ฉันร้องเสียงดัง "เราจะไม่พรากจากกัน"






ส่วนตัว

เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่...เมื่อได้เริ่มต้นอ่านแล้วก็แทบจะวางไม่ลงเลยทีเดียว ด้วยเรื่องราวที่ร้อยเรียงในนั้น ทั้งตื่นเต้น เร้าใจ ชวนลุ้นระทึกอยู่ตลอดทั้งเล่ม

รวมทั้งต้องคอยเอาใจช่วยทั้งสองคนแม่ลูกอยู่ตลอดเวลา...

เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมจากข้างบนนิดหนึ่งแล้วกัน...

เบ๊ตตี้แต่งงานครั้งที่สองกับมูดี้ วิสัญญีแพทย์ชาวอิหร่าน หลังจากลูกสาวคนเดียวของพวกเขา...มาห์ท็อป อายุได้สี่ขวบ มูดี้ก็ชวนเบ๊ตตี้เดินทางกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่กรุงเตหะราน โดยมีกำหนดที่จะอยู่ที่นั่นเป็นเวลาประมาณสองสัปดาห์ (15 วัน) ...

เบ๊ตตี้แม้จะลังเล แต่ด้วยความรักและไว้ใจสามี เธอก็ติดตามเขาไปโดยง่าย
เมื่อไปถึง... ทั้งผู้คนและสภาพบ้านเมืองหลายอย่างรวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีอันครัดเคร่งทางศาสนาที่แตกต่างทำให้เธอและลูกสาวตัวน้อยอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่เธอก็เฝ้าปลอบใจตนเองและลูกว่า...
เดี๋ยวมันจะผ่านไป เดี๋ยวเธอก็จะได้กลับไปยังที่ที่เธอคุ้นเคยแล้ว
เธอกับมาห์ท็อปเฝ้านับวันนับคืนรอวันที่จะได้เดินทางกลับ

แต่ทว่า...ในวันที่ 14 ของการมาพำนักอยู่ในบ้านของพี่สาวของมูดี้ เธอก็ได้รับรู้ความจริงอันน่าตกใจว่าเธอไม่สามารถกลับไปอเมริกาได้...
ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของสามีเธอร่วมกับบรรดาญาติ ๆ ของเขาที่จะให้เธอและลูกต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างถาวร...

เธอและลูกสาวต้องถูกกักขัง ถูกทำร้ายจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีและพ่อ...ซึ่งแม้จะมีคนเห็นใจบ้าง...แต่ก็ไม่มีใครกล้ายื่นมือให้ความช่วยเหลือ...



อ่านไปกลุ้มไป อ่านไปโกรธไป...
ทำไมผู้หญิงเราต้องถูกหลอก ถูกหักหลังจากคนที่เรารักได้ง่ายเหลือเกิน
สงสารเด็กก็สงสาร...

นอกจากความตื่นเต้นของเรื่องราวแล้ว ในเล่มนี้ผู้อ่านก็จะได้รับรู้ถึงวิถีชีวิต ขนบประเพณีวัฒนธรรมที่แปลกและแตกต่างหลายอย่างหลายประการของชาวอิหร่าน...

อีกทั้งพลังแห่งศรัทธาและความเชื่อมั่นทางศาสนาที่...ในที่สุดก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถช่วยให้ปัญหาที่ทึบตัน...คลี่คลายไปได้ในทางที่ดี

ศาสนาทุกศาสนา...ชี้ทางสว่างให้กับศาสนิกผู้เชื่อมั่นและเข้มแข็งเสมอ

ในเรื่องของสำนวนภาษานั้น มิพักต้องสงสัยเลย ว่าจะยังคงความตื่นเต้นเร้าใจและน่าติดตามได้เพียงไหน...
ภายใต้การแปลของนักแปลชั้นเทพอย่างคุณ "มนันยา"
ซึ่ง...เหมือนอย่างที่บอกตอนต้น...นั่นคือ เมื่อได้เริ่มหยิบขึ้นมาอ่านแล้ว...ยากยิ่งนักที่จะวางได้ลง!

นำมาชวนอ่านอย่างแรงอีกเล่มค่ะ!



>








Create Date : 30 กันยายน 2551
Last Update : 17 สิงหาคม 2560 14:19:16 น. 16 comments
Counter : 1542 Pageviews.

 
เล่มนี้เป็นอีกเล่มที่มาในล็อตเดียวกับเล่มก่อนหน้านี้ค่ะ...
บอกเล่าให้หลายคนอิจฉาเล่นว่าจขบ. ซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ในราคา 30 บาท

อ่านจบแล้วบอกได้คำเดียวว่าสุดคุ้มจริง ๆ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:9:44:30 น.  

 
ขอบคุณจ๊ะแม่ไก่

จดไว้แล้ว


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:11:09:37 น.  

 
ตอนเค้าอ่านเล่มนี้ เศร้าแล้วก็โกรธง่ะ รู้สึกเกิดอคติกับวัฒนธรรมแบบตะวันออกกลางอย่างแรง (แต่ก็ยังอ่านแพร์ซโพลิสซึ่งเป็นเรื่องอิหร่านเหมือนกัน แง้ว)


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:12:58:49 น.  

 
สวัสดีครับปี้แม่ไก่

ปี้อ่านหนังสือนั๊กแต๊ๆเลยครับ
แล้วก่ส่วนใหญ่
เป็นหนังสือตี้ผมบ่าเกยอ่านเลยครับ 55555







โดย: ก๋าคุง (กะว่าก๋า ) วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:15:45:07 น.  

 
สามสิบบาท? น่าอิจฉามากกก

เห็นเล่มนี้ครึ่งราคาอยู่สองสามครั้งค่ะ มักจะเลือกเมิน เพราะแนวมันหนัก กลัวอ่านแล้วอินเกิน
... แต่ถ้าวันไหนเจอ 30 บาทบ้าง คงหยิบแน่ค่ะ


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:19:44:23 น.  

 
อ้อนก็ชอบอ่านงานแปล
ของมนันยานะจ๊ะปี้สาว

อันที่จริง ชอบงานเขียนของเค้าด้วยล่ะ

...เลขานินทานาย
เป็นหนังสือเล่มแรกที่อ้อนอ่านจบ
นอกจากหนังสือเรียน


โดย: BeCoffee วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:23:01:17 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:8:39:29 น.  

 
แค่อ่านรีวิวก็เศร้าแล้วค่ะ T-T


โดย: piccy IP: 124.120.93.228 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:10:00:53 น.  

 
โอเค

จดลงลิสต์อีกหนึ่ง

แต่จะได้ซื้อเมื่อไหร่เนี่ย เฮ้อ..

เวลาเจอหนังสือน่าซื้อเยอะๆ แล้วอยากเกิดเป็นคนรวยจริงๆ เลย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:10:09:02 น.  

 
น่าอ่านๆ เข้ามาอ่านบล็อกหมวดหนังสือทีไร ได้หนังสือดีๆไปหาซื้อมาอ่านทุกทีเลยค่ะ


โดย: The Field Where I Died วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:20:52:58 น.  

 
อยากอ่านหนังสือเล่มนี้มาก
ซื้อที่ไหนได้บาง

มติชน หนังสือหมด

sfaifun@hotmail.com


โดย: Fun IP: 124.120.184.195 วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:16:01:19 น.  

 
อ่านที่พี่แม่ไก่ ได้เขียนแล้วน่ารักน่าอ่านจังเลยค่ะ บีก็เพิ่งอ่านหนังสือเรื่อง แม่ ของคุณ จิตร จบไป อ่านแล้วก็ซึ้ง จำได้ว่าเคยอ่านตั้งแต่ตอนเรียนชั้น ม6 มาอ่านตอนนี้เลยพาลไปนึกถึงความหลังสมัย ม6 ฮ่าๆๆๆ


วันแม่พี่แม่ไก่ได้ไปไหนไหมคะ บีพาแม่ไปทานข้าวตามระเบียบค่ะ


โดย: be-oct4 วันที่: 13 สิงหาคม 2552 เวลา:10:27:19 น.  

 
เล่มนี้ปกสวย เนื้อหาน่าอ่านจัง

ปล อ่านแต่หุบเขากินคนอ่ะครับ
แต่เคยได้ยินชื่อนะเจ้าจันทร์ผมหอม
สงสัยคงต้องไปหามาอ่านแล้วล่ะครับ
แนะนำมาแบบนี้พลาดได้ไง


โดย: เจ้าชายกลางสายหมอก (PTNCenter ) วันที่: 24 มกราคม 2553 เวลา:0:53:05 น.  

 
ค่ะ ... เหมือนคุณแม่ไก่ว่าไว้ไม่มีผิด
ว่าวางไม่ลงจริงๆ
นิ๊ด หนึ่ง
ก็ตอนเปิดมาหน้าแรกๆ เท่านั้น นึกหมั่นไส้ว่าผู้คนตะวันตก มักจะมองบ้านเมืองของผู้อื่น แบบจับผิดมองหาแต่ความไม่สมบูรณ์แบบ ว่าโลกที่สาม ว่าสกปรก
...
แต่แล้วเราก็เหมือนถูกดึง ให้ดำดิ่งลงไป
ในถนนตัวหนังสือ
ทีมุ่ง รุด ค้นหาอิสระภาพให้กับคุณแม่ลูก


โดย: คนขี้เหงา สาวข้าง blog (PhueJa ) วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:14:36 น.  

 
ลุ้นเหนื่อยแทบตาย แต่ก็สมหวัง


โดย: ปาล์มทุ่งโพธิ์ IP: 1.20.149.70 วันที่: 6 พฤษภาคม 2558 เวลา:10:32:06 น.  

 
อยากสั่งชื้อ


โดย: ยิ่งลักษณ์ แซ่เล้า IP: 124.121.207.130 วันที่: 28 กรกฎาคม 2560 เวลา:10:02:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.