'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)
~ Life of Pi :การเดินทางของพาย พาเทล(อ่านซ้ำตามกระแสก่อนดูหนัง) ~





Life of Pi
Yann Matel / เขียน
canongate Books Ltd.(2003)
319 หน้า

**หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลแมนบุ้กเกอร์ไพรซ์(The Man Booker Prize)ปี 2002

เรื่องย่อ

(จากปกหลังฉบับภาษาไทย แปลโดยตะวัน พงศ์บุรุษ)



เรื่องราวเหลือเชื่อและเต็มไปด้วยมนตร์สะกดของเด็กหนุ่มชาวอินเดีย นาม พาย พาเทล
ผู้กำเนิดในครอบครัวผู้อำนวยการสวนสัตว์
และตัวเขานับถือถึงสามศาสนา คือ ฮินดู คริสต์ และอิสลาม

การเดินทางเริ่มต้นเมื่อครอบครัวต้องอพยพไปอยู่แคนาดาพร้อมกับสารพัดสัตว์
การผจญภัยอุบัติขึ้นเมื่อเรือแตก พาย พาเทล เป็นคนเดียวที่รอดชีวิต
แต่ต้องติดอยู่บนเรือชูชีพกับ หมาป่าไฮอีนา
ลิงอุรังอุตัง ม้าลาย และเสือเบงกอลหนัก 450 ปอนด์

บรรดาสัตว์ต่างกินกันเองตามวิสัยธรรมชาติ
จนกระทั่งเหลือเพียงพาย พาเทล กับเสือเบงกอล
คนกับเสือผจญทะเลด้วยกันนานถึง 227 วัน
กลายเป็นเรื่องราวอันพิสดารที่ไม่มีใครเหมือน

... และทำให้ ยานน์ มาร์เทล นักเขียนไร้ชื่อกลายเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในชั่วข้ามคืน






เรื่องย่อก็ตามข้างบน(ปกหลัง)นั่นเลยค่ะ

(หนังสือเล่มนี้ดองไว้หลายปีทีเดียว
ได้ฉบับภาษาอังกฤษมาเมื่อเขาได้รับรางวัลใหม่ ๆ (ด้วยความเห่อกระแส)
แต่อ่านบทแรก ๆ แล้วไม่เก็ท...มันอืด...เอื่อยและเฉื่อยชอบกล
สับสนกับสรรพนาม "I" ในช่วงต้น ๆ ด้วยแหละ
เพราะไม่ได้อ่านโน้ตของผู้เขียนให้ละเอียดในทีแรกนั่นเอง

ผู้เขียนให้"พาย"เป็นคนเล่าเรื่องของตัวเองโดยใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง
ระหว่างนั้นเขาก็แทรกเรื่องเล่าของตัวเองในขณะที่ไปพบกับ "พาย"เพื่อฟังเรื่องเล่านี้

ไอ้เราก็ประเภทใจร้อน(แต่สมองช้า) เจออะไรที่กลับไปกลับมาแล้วพานเบื่อ
ประกอบกับช่วงนั้นมีเหตุให้อ่านอะไรต่อเนื่องไม่ได้เลยวางหนังสือไปยาว...

จนกระทั่งมาเจอ WWR โจทย์ให้อ่านหนังสือรางวัลเข้าเลยฮึดหยิบมาอ่านอีกครั้ง...
คราวนั้นตั้งใจอ่านโน้ตของผู้เขียนในบทต้นด้วย...

แล้วอ่านเรื่องราวของพายในภาคแรก ๆ อย่างช้า ๆ
ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ จนผ่านช่วงแรก(ภาคแรก)ไปได้

แต่อ่านรอบนั้นก็ยังอ่านแบบลวก ๆ เพราะอ่านตามโจทย์ แหะ ๆ

หยิบมาอ่านรอบนี้เพราะเห็นกระแสของหนังเรื่องนี้กำลังมาแรง...
จึงเป็นการอ่านแบบเอาเรื่องเอาความจริง ๆ )








ช่วงต้น พายเล่าถึงชีวิตวัยเด็กของเขาที่เกิดและโตมาในสวนสัตว์
ได้คลุกคลีเรียนรู้ถึงธรรมชาติของสัตว์ชนิดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
โดยมีพ่อเป็นประหนึ่งครูฝึก

เขายังได้บอกเล่าถึงความเชื่อในศาสนาของเขาว่า
ครอบครัวและสังคมที่เขาอยู่ค่อนข้างเปิดกว้างและให้อิสระในการนับถือศาสนา
เขาจึงสามารถศึกษาและปฏิบัติทั้งสามศาสนาอันได้แก่ ฮินดู คริสต์ และอิสลาม
เพราะเขาเชื่อในความเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่ง...
และทุก ๆ ศาสนาคือความจริง ตามคำกล่าวของมหาตมะคานธี...

เมื่อธุรกิจด้านสวนสัตว์ตกต่ำลง พ่อตัดสินใจพาครอบครัวและบรรดาสัตว์ต่าง ๆ
ย้ายไปแคนาดา...โดยเดินทางทางเรือ


ขึ้นภาคสองว่าด้วยการเดินทางในมหาสมุทรแปซิฟิค...
เรื่องราวค่อยเริ่มตื่นเต้นเมื่อเรือประสบอุบัติเหตุแล้วอับปางลง
พายรอดชีวิตเพียงลำพัง

ช่วงนี้จึง มีเรื่องของการผจญภัย การต่อสู้ การเอาตัวรอด ...
พายใช้ทริกที่เขาได้เรียนรู้จากการที่เป็นลูกชายของเจ้าของสวนสัตว์
อยู่ร่วมกับเจ้าสัตว์ต่าง ๆ ที่ขึ้นเรือชูชีพมาพร้อมกับเขา
รวมทั้งริชาร์ด พาร์กเกอร์...เจ้าเสือเบงกอลขนาดมหึมา...
ได้อย่างมหัศจรรย์พันลึกมาก ๆ


ซึ่งอ่าน ๆ ไปรู้สึกว่าเว่อร์ไปไหมเนี่ย...

แต่ชอบการดำเนินเรื่องของผู้เขียนจัง...เล่าเรื่องได้เป็นธรรมชาติ
แบ่งเป็นบท ๆ สั้น ๆ แต่ชัดเจน อ่านแล้วกระทบใจ

มีอยู่บทหนึ่ง ทั้งบทมีแค่ประโยคเดียว แต่คนอ่านอ่านแล้วซึมยาว...
ยกต.ย. นิดนึง...

ในบทที่ 75 พายบอกว่า...
"วันหนึ่งฉันคะเนว่าเป็นวันเกิดแม่ ฉันเลยร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้แม่ออกมาดัง ๆ "

แค่เนี๊ยะ...เป็นหนึ่งแช็พเตอร์แล้ว
แต่มันอธิบายความรู้สึกของผู้เล่าได้ลึกล้ำ ชัดเจนนะ

ตอนจบก็หักมุมเสียคนอ่านที่อ่านไปอินไปมาตลอดแทบหงายหลังเลยทีเดียว...
แต่รู้สึกว่า จบเท่จริง ๆ ...ชอบค่ะ ชอบมาก





อ่านจบในเที่ยวนี้...
ได้ข้อสรุปที่ตอกย้ำความคิดของตัวเองว่าด้วยเรื่องของศรัทธาและความเชื่ออย่างหนึ่ง

ความคิดที่ว่า...ธรรมะแท้คือสิ่งเดียวกัน...สัจจะหรือความจริงแท้มีเพียงหนึ่งเดียว
อยู่ที่ความคิดความเชื่อ ศรัทธา และมุมมองของแต่ละคนเท่านั้นเอง
ที่เป็นตัวแบ่งแยกทำให้ความจริงนั้นกลายเป็นสองหรือสามหรือมากกว่านั้น

ท่ามกลางความหลากหลายของแนวคิดแนวปฏิบัติของทุก ๆ ศาสนาในโลกนี้
เป้าหมายสูงสุดก็คือการนำพาชีวิตให้บรรลุถึงสัจจะที่เป็นหนึ่งเดียวนั้นนั่นเอง

ชีวิตของพาย อาจจะนับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิบัติของทุก ๆ ชีวิต
ของศาสนิกในทุก ๆ ศาสนา
สะท้อนให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของชีวิต
การเดินทาง การผจญภัย การฝ่าฟันอุปสรรค การต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอด
ความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกันของสรรพสัตว์ต่างสายพันธุ์...ฯลฯ

ส่วนวิถีหรือแนวทางนั้นขึ้นอยู่กับความคิดความเชื่อของแต่ละคน
ที่จะเลือกคิดเลือกเชื่อตามภูมิหลังและพื้นฐานจิตใจของตนเอง
ซึ่งไม่มีใครสามารถชี้ได้ว่าความคิด ความเชื่อของใครถูกหรือผิด ดีหรือเลว...

อ่านหนังสือจบรอบนี้เกิดอยากดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมาทันใด...
อยากดูตอนจบว่าหนังจะขมวดตอนจบของ Life of Pi ได้เหมือนหนังสือหรือเปล่า...?


แต่ยังไง ๆ หนังสือเล่มนี้ อ่านจบแล้วก็'ชวนอ่าน'เช่นเคยค่ะ

ส่วนตัวอ่านทั้งฉบับภาษาอังกฤษและยืมฉบับแปลจากห้องสมุดมาอ่านซ้ำ
เพื่อย้ำความเข้าใจของตัวเอง
สำนวนแปลดีมาก สละสลวยอ่านลื่นไหลค่ะ












Create Date : 27 ธันวาคม 2555
Last Update : 27 ธันวาคม 2555 16:26:18 น. 17 comments
Counter : 5901 Pageviews.

 
เพิ่งดูหนังมาค่ะ สนุกดี ^^
อยากอ่านที่เป็นหนังสือเหมือนกัน


โดย: naracha IP: 118.174.166.102 วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:18:34:20 น.  

 
แนวนี้ไม่ค่อยได้อ่านค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:19:03:51 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเวอร์ชั่นหนังสือ แต่ไปดูหนังมาแล้ว หนังดีมากจ้า


โดย: แฟนlinKinPark วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:19:22:45 น.  

 
ในหนังภาพสวยดีค่ะ แต่... ไม่รู้ว่าเหมือนในหนังสือหรือเปล่าเพราะหวานเย็นยังไม่ได้เล่มนี้เลยอะค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:22:46:42 น.  

 
สุขสันต์วันปีใหม่ 2556 นะคะ ขอให้มีความสุขพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆตลอดปีและตลอดไปค่ะ

เล่มนี้น่าอ่านมากค่ะ ชอบอ่านเรื่องเกี่ยวกับเด็กและสัตว์เหมือนกันค่ะ แต่คงต้องอ่านฉบับแปลอ่ะค่ะ แหะแหะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:9:06:18 น.  

 
ขอบคุณนะคะ สำหรับคำชมและที่แวะไปเยี่ยมที่บ้านค่ะ ^^
...
มีความสุขมากมากนะคะ


โดย: Nissan_n วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:12:53:58 น.  

 
อ่านหนังสือฉบับอังกฤษนานแล้วค่ะพี่แม่ไก่ ตอนอ่านชอบช่วง 1/3 แรก ช่วงต่อมาน่าเบื่อมาก พยายามทนอ่านจนจบเพราะใครต่อใครบอกว่า "จบดี" ... จบดีจริงๆ ค่ะ แต่กว่าจะดีได้เนี่ย ข้ามๆ หน้าไปหลายเชียว แฮ่

ยังไม่ได้ดูหนังเลยค่ะ หยุดยาวนี้น่าจะมีเวลาซักที ^^


โดย: Clear Ice วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:19:11:33 น.  

 
ขอชื่นชมBlogที่คุณเขียนมากครับ
อ่านแล้วเข้าใจง่าย ผมเองได้ดูแต่หนัง
สงสัยว่างๆต้องหาหนังสือมาอ่านบ้างแล้วล่ะครับ


โดย: หมอหว่อง (หมอหว่อง ) วันที่: 30 ธันวาคม 2555 เวลา:14:15:24 น.  

 
ชอบหนังสือเล่มนี้มากๆ เป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่รีวิวเลยค่ะ ^^ ชอบบทจบของหนังสือเล่มนี้ ส่วนตัวก็ยังไม่ได้ดูหนังเหมือนกันเลยค่ะ ทั้งที่ชอบหนังสือเล่มนี้มากๆ


โดย: narumol_tama วันที่: 30 ธันวาคม 2555 เวลา:19:14:23 น.  

 
ท่าทางจะหาหนังสืออ่านยาก
ไปดูหนังไว้ก่อนดีกว่า...( หวังว่าหลังปีใหม่มันจะยังไม่ออกโรง )


โดย: Serverlus วันที่: 30 ธันวาคม 2555 เวลา:23:10:42 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่แม่ไก่

ตัวหนังเป็นที่พูดถึงมากๆ
ผมรอดูจากแผ่นครับ

แต่หนังสือยังไม่ไ่ด้ไปดูเลยครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 มกราคม 2556 เวลา:6:18:19 น.  

 
กระแสหนังเค้าว่าดีเยอะจริงๆค่ะ ว่าจะรอแผ่นแบบพี่ก๋าเหมือนกัน ฮ่าๆๆ

แต่พอมาอ่านรีวิวของคุณแม่ไก้แล้ว ชักจะอยากหามาอ่านแทน


โดย: eat pray love วันที่: 5 มกราคม 2556 เวลา:16:51:38 น.  

 
ตอนจบสรุปบทได้ดีจังครับ
แหะ ๆ แต่ผมไม่ได้ชอบหนังสือประเภทนี้ซะแล้ว


โดย: อัสติสะ วันที่: 5 มกราคม 2556 เวลา:21:14:19 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่แม่ไก่









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 มกราคม 2556 เวลา:5:31:20 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแม่ไก่

คุณแม่ไก่เล่าได้ละเอียดดีจังเลยค่ะ เปล่าค่ะยังไม่ได้ดูและยังไม่ได้อ่านด้วย แต่การเล่าของคุณแม่ไก่มันหมดจดจนน่าอ่านตามค่ะ

วันนี้ วันแรกของเทศการให้ความรักกันฟู่เลยเอามาฝากด้วยค่ะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ แม่ไก่ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 0 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: PhueJa วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:17:39:30 น.  

 
สงสัยเพลินจะอ่านแล้วแปลกอ่ะ คิดจบเศร้านะ แต่ก็ชอบ
เพลินตีความต่างไปค่ะ(อ่านรีวิวเรื่องนี้จากหลายคน ก็ลังเลอยู่นานว่าจะลงบลอกแต่ก็นะ จะได้ป็นทางเลือก สนุกดี)


โดย: normalization IP: 110.49.242.53 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:23:15:04 น.  

 
Good blog! I truly love how it is easy on my eyes and the data are well written. I'm wondering how I could be notified when a new post has been made. I have subscribed to your feed which must do the trick! Have a great day!
Oakley Sunglasses Sale //www.artcomplex.org/volunteers.html


โดย: Oakley Sunglasses Sale IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:4:37:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 173 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ/รอมแพง/เขียน ~

~เร้นรักบุปผาหยก/จินนี่ หลิน/เขียน,วรินทร์ วารีนุกุล/แปล ~

~นางใน(2 เล่มจบ)/ธาดาพร/เขียน ~

~วาสนาชะตารัก/ชื่อถง/เขียน ~

~เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์/Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล ~

~แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง(3เล่มจบ)/จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน/ Honey Toast แปล ~

~บุพเพสันนิวาส/รอมแพง ~

~ลิขิตรักด้ายแดง(3เล่มจบ)/หมิงเยวี่ยทิงเฟิง เขียน/เหมยสี่ฤดู แปล ~

~มีไว้เพื่อซาบ/อุรุดา โควินท์ ~

~ เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา (2)/เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว/เขียน ซินโป-หย่งชุน/แปล ~

~ ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน/มาร์ก เลอวี เขียน/อธิชา มัญชุนากร แปล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.