'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)
~ ทะเลน้ำตา : No Greater Love - - - ร่วมรำลึก 100 ปี TITANIC ~





ทะเลน้ำตา – No Greater Love
Daniel Steel / เขียน , “นิดา” / แปล
สนพ.หมึกจีน (มีนาคม ๒๕๔๐)
๕๒๘ หน้า ราคา ๑๖๐ บาท


โปรยปกหลัง :


สำหรับเธอแล้ว...
ทะเลคือสถานที่ที่เปลี่ยนชีวิตเธอทั้งชีวิต
ให้พบกับทุกข์โทมนัสอย่างที่สุด
และความปิติสุขสมอย่างยิ่งเช่นกัน

พบกับชีวิตรัก โรแมนติกของเธอได้
ใน “ทะเลน้ำตา”






เรื่องย่อ (ย่อเองแบบยาว)

สาวน้อยเอ๊ดวินา ในวัยยี่สิบปี เดินทางจากบ้านเกิดสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศอังกฤษ
พร้อมด้วยพ่อ แม่ และน้อง ๆ ชาย-หญิงของเธออีก 5 คน
เพื่อเยี่ยมเยียนครอบครัวของป้าซึ่งสมรสกับท่านลอร์ดแห่งอังกฤษ

แต่วาระที่สำคัญกว่านั้น ในการเดินทางไปครั้งนี้สำหรับเอ๊ดวินา...
ก็คือ เป็นการประกาศหมั้นหมายระหว่างเธอกับชารล์ส ชายหนุ่มชาวอังกฤษผู้เพียบพร้อม

พวกเขาวางแผนทำพิธีหมั้นกันที่อังกฤษ และชารล์สจะเดินทางไปอเมริกาพร้อมเอ๊ดวินา
เพื่อเข้าพิธีสมรสอย่างเอิกเกริกที่นั่น...

ทั้งหมดเดินทางกลับสหรัฐฯ ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ.1912 โดยเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่ชื่อ “Titanic”

พวกเขารวมทั้งผู้โดยสารคนอื่น ๆ บนเรือขนาดใหญ่ลำนั้นต่างรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขกันเป็นอย่างยิ่ง
ในช่วงวันแรก ๆ ของการเดินทาง บนเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่าเป็นเรือที่..."ไม่มีวันจม"

แต่แล้ว...เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝันก็บังเกิดขึ้น
ในกลางดึกของคืนวันที่ 15 เมษายน 1912 เมื่อ”เรือที่ไม่มีวันจม” ลำนี้ชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง...
และปฏิบัติการกู้ภัยก็เป็นไปอย่างฉุกละหุก และรีบเร่ง

เอ๊ดวินาและน้อง ๆ ทุกคนได้รับการช่วยเหลือ
ในขณะที่บิดาและคู่หมั้นหนุ่มของเธอต้องรั้งรออยู่ในเรือที่จมลงต่อหน้าต่อตาเธอ...

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น...แม่ของเธอเลือกที่จะอยู่เคียงคู่สามีจนวินาทีสุดท้าย...

เอ๊ดวินาต้องกลายเป็นทั้งแม่และพ่อให้กับน้อง ๆ ห้าคน
โดยน้องเล็กสุดอายุเพียงสองขวบ...ในขณะที่ตัวเธอเองมีอายุเพียงยี่สิบปี

เธอต้องต่อสู้กับความทุกข์โศกในใจพร้อม ๆ กับต้องทำตัวให้เข้มแข็งเพื่อที่จะได้เป็นหลักให้น้อง ๆ
ไม่ต้องถูกพรากจากกันตามที่ญาติ ๆ หลายคนยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง
ที่แม้จะเป็นไปด้วยความปรารถนาดี แต่เธอก็ไม่ต้องการ...
ด้วยปณิธานตั้งมั่นในใจว่าเธอจะไม่แต่งงานจนกว่าน้อง ๆ ทุกคนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีชีวิตของตนเองที่มีความสุข...

แต่มันก็เป็นไปอย่างยากยิ่งสำหรับเด็กสาววัยยี่สิบอย่างเธอกับการดูแลน้อง ๆ ทั้งสี่ที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น...

และต่างก็มีแผลลึกในใจกับภาพของผู้เป็นที่รักยิ่งอย่างพ่อและแม่ลอยลับลงในท้องทะเลอันมืดมิดต่อหน้าต่อตา






หลังอ่าน...
สมชื่อทะเลน้ำตาจริง ๆ ค่ะนิยายเรื่องนี้ อ่านไป น้ำตาไหลพราก ๆ ไป ...

หนังสือเล่มนี้อ่านจบไปสักพักใหญ่ ๆ แล้วค่ะ แต่ด้วยเหตุผลกลใดก็จำไม่ได้เสียแล้วว่าทำไมไม่ได้อัพขึ้นบล็อก

มาช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เห็นข่าวการจัดงานรำลึก 100 ปีของการจมลงของเรือที่ยิ่งใหญ่อย่างไททานิก
ถึงได้นึกขึ้นมาได้ เลยไปค้นรีวิวเก่า ๆ ที่ตัวเองเคยเขียนไว้เพื่อตอบโจทย์ในการเล่นเกมอ่านหนังสือเมื่อปีกลาย

แล้วก็พบว่าตัวเองไม่ได้บอกความรู้สึกหลังอ่านอะไรมากมายเลย... (ในรีวิวอันเก่า)
ก็เลยอยากเสริมตรงนี้นิดนึง...

จำได้แม่นยำว่า...
อ่านแล้วอินมาก สงสารสาวน้อยเอ๊ดวิน่าจับใจ
แล้วพานขัดใจกับการตัดสินใจของคนเป็นแม่ที่เลือกจะทิ้งให้ลูก ๆ เผชิญชะตากรรมตามลำพัง
แล้วตัวเองเลือกที่จะติดตามสามี...(ด้วยเธอมีโอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือให้ขึ้นมากับเรือกู้ภัยพร้อมกับลูก ๆ ทั้ง 5 แต่เธอกลับเลือกที่จะตายตามสามี)

ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่ามันผิดวิสัยของคนเป็น”แม่”
ไม่ได้รู้สึกสรรเสริญเลยสักนิดว่าช่างเป็นผู้หญิงที่รักมั่นคงอะไรปานนั้น...
มันกลับรู้สึกว่าแม่คนนี้ช่างเห็นแก่ตัวเสียจริง ...


แต่มาคิดอีกที...นี่คือนิยายค่ะ เขาแต่งขึ้นโดยอิงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่โลกจารึก...
ผู้เขียนอาจจะโฟกัสไปที่ตัวนางเอกเสียจนลึมนึกถึงธรรมชาติวิสัย(ที่น่าจะหรือควรจะเป็น)ของคนเป็นแม่ไป...คิดเสียอย่างนี้ก็ค่อยคลายความขัดเคืองใจไปส่วนหนึ่ง

ในส่วนของรายละเอียดอื่น ๆ อย่างการดำเนินเรื่อง โดยเฉพาะบรรยากาศบนเรือเธอก็ทำได้ดีมาก อ่านไปก็นึกภาพตามได้เป็นฉาก ๆ (โดยเฉพาะเมื่อเราได้ดูหนังเรื่องไททานิกไปแล้วไม่ต่ำกว่าสามรอบ แหะ ๆ )

อ้อ...ในเรื่องยังมีตัวละครที่ชื่อโรสกับแจ็คปรากฏอยู่ด้วยแหละค่ะ

สำนวนการแปลและเรียบเรียงของคุณนิดานั้น...มิพักต้องเอ่ยถึงเรื่องคุณภาพเลยค่ะ
อ่านได้ลื่นไหลวางไม่ลงเลยทีเดียว

ก็เลยหยิบมาปัดฝุ่นรีวิว...ชวนอ่านกันวันนี้...
วันที่ทั่วโลกเขารำลึกถึงโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของมวลมนุษยชาติค่ะ




*ขอยืมภาพจากกูเกิ้ลค่ะ











Create Date : 16 เมษายน 2555
Last Update : 16 เมษายน 2555 21:58:18 น. 10 comments
Counter : 1026 Pageviews.

 
เขียนบล็อกนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อวาน แต่เข้าหน้าบล็อกแก็งค์ไม่ได้ค่ะ...

มาวันนี้ลองเสี่ยงดูอีกที ปรากฏว่าก็ยังเข้าทางหน้าบ้านไม่ได้อยู่ดี...แต่แอบเข้าหลังบ้านแทนค่ะ

จึงแทนที่จะได้อัพบล็อกนี้ให้ตรงกับวันที่รำลึกเรือไททานิกจมจริง ๆ คือวันที่ 15 กลับกลายเป็นว่าต้องเลทมาหนึ่งวัน...

สงกรานต์สิ้นสุดแล้วในหลาย ๆ ที่ แต่ที่บ้านหลังดอยของแม่ไก่พิธีกรรมต่าง ๆ จะสิ้นสุดวันที่ 18 นู่นแน่ะค่ะ

วันนี้เขาเรียกว่าวันปากปี พรุ่งนี้ก็วันปากเดือน แล้ววันสุดท้ายก็เรียกกันว่าวันปากวันต้องมีการสืบชาตาหมู่บ้านกันยกใหญ่ค่ะ

ขอให้สุขสันต์วันปีใหม่ไทยกันทั่วหน้านะคะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 16 เมษายน 2555 เวลา:22:08:46 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่แม่ไก่

อ่านบล็อกพี่แม่ไก่แล้วนึกถึงหนังเรืิ่่อง after shock ครับ
ที่แผ่นดินไหวหนักมาก แล้วแม่ต้องเลือกระหว่างลูกชายที่พิการจากการโดนหินทับ
กับลูกสาว
แม่เลือกลูกชาย เพราะสามีเธอเพิ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ด้วย เธอเลยคิดถึงเรื่องของการสืบสกุล
แต่ที่สาุดแล้วลูกสาวไม่ตาย แต่โตมากับบาดแผลในใจว่าแม่ทิ้งเธอ

เป็นหนังที่ผมดูแล้วเสียน้ำตามากจริงๆครับ









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 เมษายน 2555 เวลา:5:45:19 น.  

 
ละอ่อนมันโตเวยแต๊ๆเลยเน้อครับปี้แม่ไำก่
หมิงหมิงวันนี้เป็นเด็กอนุบาล 2 แล้วล่ะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 เมษายน 2555 เวลา:10:17:42 น.  

 
เห็นมีคำว่า titanic เลยนึกว่าเป็นเรื่องเดียวกับหนังซะอีก


โดย: หมูย้อมสี วันที่: 17 เมษายน 2555 เวลา:10:33:53 น.  

 
ท่าทางจะเศร้ามาก...
ทิ้งลูกเนี่ย...โอ...


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 17 เมษายน 2555 เวลา:19:25:49 น.  

 
น่าสนใจ ....มีนิยายที่ให้ฉากเหตุการณ์เรือจมด้วย
ถ้าเราอ่าน คงจินตนาการถึงหนังสือเรื่องนั้นด้วยแน่ๆ


โดย: นัทธ์ วันที่: 17 เมษายน 2555 เวลา:23:34:20 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่แม่ไก่







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 เมษายน 2555 เวลา:6:28:53 น.  

 


ขอบคุณมากค่ะ

พอดี.น้องที่รู้จักเสียชีวิตค่ะ
จากเหตุการณ์ที่ไม่ควรเลย
เลยอัพบล็อกไว้เป็นความทรงจำค่ะ
เสียใจกับการเสียคุณยายด้วยนะคะ





โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 18 เมษายน 2555 เวลา:21:16:34 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่แม่ไก่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 เมษายน 2555 เวลา:5:44:49 น.  

 
ขอบคุณคะที่แวะไปเดินเล่น "สองดวงจันทร์" เค้าว่ากันมาว่าได้ สี่รางวัล วรรณกรรมเยาวชนคะ คุณเพลินอ่านแล้วน้ำตาไหลมากมายตอนที่ไปหลุมศพแม่คะ...สุดๆเลย
(รู้สึกว่าเราจะเคยอ่านหนังสือเล่มเดียวกันเรื่อง ดอกไม้ของมิสซิสแฮรีส)


โดย: normalization วันที่: 19 เมษายน 2555 เวลา:11:21:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 180 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~

~ นางถ้ำ/มาลา คำจันทร์ เขียน ~

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~



สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.