'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)
นิทานหลังเขา จากชนเผ่าลาหู่เรื่อง "เจ๊าะเกอะโด" (เรื่องที่ ๒)

เรื่องนี้ค่อนข้างยาวหน่อย...




เจ๊าะเกอะโด เลี้ยงควายไว้ตัวหนึ่ง
เขามีวิธีเลี้ยงควายที่ไม่เหมือนใคร เขาใช้เชือกเส้นยาว ๆ ล่ามควายไว้ ตัวเองนอนจับปลายเชือกข้างหนึ่ง ปล่อยให้ควายหากิน ตกเย็นก็ดึงเชือกกลับมา

วันหนึ่งเจ้าเมืองผ่านมาเห็น ก็รู้สึกหมั่นไส้ ที่เห็นเจ๊าะเกอะโดเลี้ยงควายสบายนัก จึงสั่งให้ลูกน้องไปจับควายของเขามาฆ่าแล้วแล่เนื้อแบ่งกัน
วันนั้น...เมื่อเจ๊าะเกอะโดดึงเชือกกลับก็เหลือแต่เชือก
จึงออกเดินทางตามหาควาย ได้พบพวกลูกน้องของเจ้าเมืองกำลังแบ่งเนื้อควายกันอย่างสนุกสนาน
เจ๊าะเกอะโดโมโห แต่ไม่รู้จะทำยังไงจึงได้แต่บอกว่า

"เอาเถอะ พวกเจ้าลักฆ่าควายเราไม่เป็นไร
พวกเจ้าเอาเนื้อไปแบ่งกันกินก็ไม่เป็นไร เราขอแต่หนังมันก็แล้วกัน..."
แล้วเขาก็แล่เอาหนังควายและแบกกลับบ้านไป

วันต่อมาเจ๊าะเกอะโดก็หอบหนังควายผืนใหญ่ ออกจากบ้านไป
ทำทีว่าจะเอาไปขาย แต่เมื่อไปถึงริมน้ำแห่งหนึ่งก็ปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นไม้
รอสักพักก็มีโจรกลุ่มหนึ่งจะมาแบ่งทรัพย์สินที่ปล้นมาได้หนึ่งกระบุง
เจ๊าะเกอะโดก็โยนหนังควายที่เผาแล้วลงมาใส่พวกโจร พวกโจรก็ตกใจ วิ่งหนีกันหมดโดยไม่ทันดูเพราะคิดว่าเป็นหมี ทิ้งกระบุงที่เต็มไปด้วยเงินทองนั้นไว้
เจ๊าะเกอะโด จึงแบกกระบุงกลับบ้า...
ข่าวเรื่องเจ๊าะเกอะโด ขายหนังควายได้เงินและทองเต็มกระบุงก็ไปถึงหูเจ้าเมือง

เจ้าเมืองก็คิดว่าหนังควายตัวเดียวขายได้เงินตั้งหนึ่งกระบุงเรามีควายเป็นร้อยตัวต้องได้ร้อยกระบุงแน่ จึงสั่งให้ลูกน้องฆ่าควา ร้อยตัวแล้วเอาหนังไปขาย
แต่ขายอย่างไรก็ขายไม่ได้
จึงไปต่อว่าเจ๊าะเกอะโดว่าหลอกลวงและสั่งลูกน้องให้ไปเผาบ้านของเจ๊าะเกอะโดเสีย

เมื่อบ้านถูกเผาแล้วเจ๊าะเกอะโดกวาดขี้เถ้าบ้านของตนใส่ในกระบุง ได้สามกระบุง เจ้าเมืองก็ถาม เจ้าจะเอาขี้เถ้าไปทำไม(เผาบ้านเขาแล้วยังมีหน้ามาถามอีก...)

เขาบอกว่า จะเอาขี้เถ้าบ้านที่ถูกเผาไปขาย
เจ้าเมืองกับลูกน้องก็พากันหัวเราะเยาะเพราะคิดว่ายังไงขี้เถ้าก็ขายไม่ได้

วันรุ่งขึ้นเจ๊าะเกอะโดก็เอาเงิน(ที่ได้จากโจรมา)ไปโปะไว้ตรงส่วนบนของกระบุงขี้เถ้าทั้งสามกระบุง ทำให้ดูเหมือนว่ามีเงินสามกระบุง
แล้วก็ขนไปที่ริมแม่น้ำ เรียกเรือรับจ้างมาลำหนึ่ง จ้างให้พาเขาขนกระบุงทั้งสามข้ามแม่น้ำ
แล้วก็บอกเจ้าของเรือว่า ต้องระวังให้ดีนะ อย่าให้เรือจมน้ำเชียว ไม่อย่างนั้นเจ้าต้องชดใช้ให้เรา
เจ้าของเรือก็รับปากและพายเรือไป เมื่อถึงกลางแม่น้ำนั่นเองน้ำเชี่ยวแรงเรือโคลงเคลงจนแทบจะพลิกคว่ำ
น้ำล้นเข้าเรือมาก ในที่สุดขี้เถ้าก็ละลายน้ำหมดเหลือแต่เงินติดก้นกระบุง เจ๊าะเกอะโดก็แกล้งโวยวายว่า...
"นี่ เห็นไหม เจ้าทำเงินเราหล่นลงน้ำหมด เจ้าต้องชดใช้เราตามสัญญา..."
เจ้าของเรือจึงจำเป็นต้องชดใช้ให้ตามสัญญา โดยใส่เงินให้เต็มสามกระบุงตามเดิม
เจ๊าะเกอะโดก็นำเงินนั้นกลับมาสร้างบ้านใหม่

ครั้งเมื่อเจ้าเมืองมาเห็นเข้า ก็แปลกใจที่เจ๊าะเกอะโดขายขี้เถ้าได้เงินสามกระบุง
ท่านเจ้าเมืองก็คิดบ้านหลังเล็กนิดเดียวยังขายได้เงินสามกระบุง บ้านเราหลังใหญ่ขนาดนี้คงขายได้มากมาย
จึงสั่งให้ลูกน้องเผาบ้านตนเอง แล้วให้โกยเอาขี้เถ้าไปขาย
ขายอยู่หลายวันแต่ก็ขายไม่ได้ เจ้าเมืองก็โกรธเจ๊าะเกอะโดมาก
สั่งให้ลูกน้องจับเจ๊าะเกอะโดใส่เข่ง ห้อยไว้บนกิ่งไม้สูง ๆ ข้างทาง
แล้วกลับบ้านไปคิดว่าเดี๋ยวค่อยมาฆ่า
ฝ่ายเจ๊าะเกอะโดคิดว่าคราวนี้คงตายแน่แล้ว...

แต่ชะตาเจ๊าะเกอะโดยังไม่ถึงฆาต
ทันไดนั้นเองก็มีคนขี่ช้างผ่านมาเจ๊าะเกอะโดก็ร้องเอะอะโวยวายให้ช่วย
คนขี่ช้างก็ถามว่าเจ้าเป็นอะไร
เจ๊าะเกอะโดก็บอกว่า
"ก็ท่านเจ้าเมืองน่ะสิ จะให้เราแต่งงานกับลูกสาว เราไม่อยากแต่ง เพราะเรามีเมียอยู่แล้ว เนี่ยะ อีกเดียวก็คงมารับเราแล้ว..."
คนขี่ช้างก็แอบกระหยิ่มใจ บอกว่า...
"งั้นเรามาเปลี่ยนตัวกันมั้ย เจ้าขี่ช้างไป ส่วนเราจะไปเป็นเขยเจ้าเมืองเอง..."
เจ๊าะเกอะโดจึงขี่ช้างหนีไป
ฝ่ายเจ้าเมืองกลับมาก็ยิงไปที่เข่งนั้นทำให้คนที่อยู่ในเข่งซึ่งคิดว่าเป็นเจ๊าะเกอะโดตายแล้วเอาไปฝังทั้งเข่งเลย

เวลาผ่านไปหลายปีเจ๊าะเกอะโดซึ่งไปอยู่ที่อื่นจนมีลูกมีเมีย
ก็พาลูกเมียตนกลับมาอยู่ที่บ้านเก่า
ข่าวการกลับมาของเจ๊าะเกอะโดรู้ไปถึงหูท่านเจ้าเมือง
เจ้าเมืองก็แปลกใจว่า เอ๊ะ มันเป็นไปได้อย่างไรก็มันตายไปแล้วนี่
จึงไปถามเพื่อให้รู้แจ้ง เจ๊าะเกอะโดก็เล่าให้ฟังว่า
"โฮ้ยยย...เราไปอยู่เมืองผี มีความสุขสบายมาก ผู้เฒ่าที่เมืองผีดูแลเราอย่างดีและให้เราขี่ช้างกลับมาด้วย..." แล้วก็ชี้ให้เจ้าเมืองดูช้างที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ บ้าน

เจ้าเมืองได้ยินก็คิดว่าถ้าตนไปเมืองผีก็ต้องได้ช้างกลับมาเป็นแน่
จึงกลับไปบอกบอกลูกเมีย แล้วให้เจ๊าะเกอะโดฆ่าตนเสีย
เจ๊าะเกอะโดจึงฆ่าเจ้าเมืองแล้วเอาศพไปเผา
หลายวันผ่านไปเมียของเจ้าเมืองก็มาถามว่าป่านนี้เจ้าเมืองไปถึงไหนแล้ว...
เจ๊าะเกอะโดก็แอบหัวเราะแล้วบอกว่า..."ป่านนี้คงไปถึงเมืองเหม็นแล้วมั้ง..."
หลายวันต่อมาเมียเจ้าเมืองก็มาถามอีก ป่านนี้ถึงไหนแล้ว....
เจ๊าะเกอะโดก็บอกว่า..."ถึงเมืองกระดูกขาวแล้วมั้ง..."

เมียเจ้าเมืองก็กลับไป นานวันเข้าก็ยิ่งร้อนใจเพราะเจ้าเมืองยังไม่กลับมาเสียทีก็ไปถามอีก
เจ๊าะเกอะโดก็หัวเราะอย่างสะใจ บอกว่า...
"ก็คนมันตายไปแล้วจะให้กลับมาได้อย่างไร..."
เมียของเจ้าเมืองก็แค้นมากที่เจ๊าะเกอะโดหลอกฆ่าสามีตน
เมียเจ้าเมืองจึงต้มเหล้าใส่ยาพิษให้เจ๊าะเกอะโดกิน...
เมื่อเจ๊าะเกอะโดรู้ตัวว่าไม่รอดแน่แล้ว จึงกลับบ้านบอกให้เมียหาปลามาใส่กะละมังแล้วตัวเองก็เอาเท้าลงไปแช่ แล้วทำให้ดูเหมือนเท้าของเขานั้นกระดิกอยู่
ให้ลูกเมียนั่งล้อมวงกันปรบมือร้องเพลง
เมื่อเมียของเจ้าเมืองมาแอบดูว่าเจ๊าะเกอะโดตายหรือยัง ก็เห็นภาพที่เจ๊าะเกอะโดสร้างขึ้น ก็คิดว่าเจ๊าะเกอะโดยังไม่ตาย...
เลยโกรธกลับบ้านไปบอกลูกลองกินเหล้าใส่ยาพิษที่ต้มให้เจ๊าะเกอะโดกินแล้วทั้งหมดก็ตายไปพร้อม ๆ กับเจ๊าะเกอะโด...

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้...

(...จบ...)













Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2551 17:37:39 น. 8 comments
Counter : 1244 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ คุณพี่ตอนนี้หนูยอแต่บล็อคใหม่อีกแล้วอ่ะ อิอิ ไม่รู้เป็นไงบ้าง ช่วยวิจารญ์หน่อยนะ หนูยอว่ามันจืดๆยังไงไม่รู้นะ


โดย: ยอพระกลิ่น วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:25:38 น.  

 
คล้ายๆ เรื่องศรีธนนชัย


โดย: กวินทรากร วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:41:15 น.  

 


ใช่ครับ เห็นด้วยกับคุณ กวินทรากร

อ่านแล้วพูดไม่พูดเลยนะครับ

แต่ขอบคุณครับคุณแม่ไก่ที่เอาเรื่องเล่านี้มาให้อ่าน

ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลยครับผม


โดย: ห่วงใย วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:33:35 น.  

 
แวะมาอ่านค๊า


โดย: ช่อชบา (HHG ) วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:26:44 น.  

 
แม่ไก่คะ ข้าเจ้าเห็นเหมือนกับ
กวินทรากร กะ พี่ธรรม นะเจ้าคะ

ศรีธนญชัยภาคล้านนา ฮิ ๆ ๆ

ถ้าเจ้าเมืองไม่ขี้อิจฉาก็คงไม่มี
จุดจบเช่นนั้น เนอะ...



โดย: ปลิวตามลม วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:58:53 น.  

 
สนุกจังค่ะแม่ไก่
เนื้อเรื่องแนว ศรีธนนชัย
กับเซียงเหมี่ยง เลยค่ะ
ไม่รู้ว่าจะชื่นชม เจ๊าะเกอะโด
ในความฉลาดดีรึเปล่านะคะเนี่ย


โดย: ดอกคูณริมฝั่งโขง วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:32:14 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณแม่ไก่

วันนี้อากาศหนาวมากๆ

ที่โน่นหนาวมั้ยคะ

ไปล่ะเดี๋ยวมาใหม่ค่ะ

คิดถึงๆๆๆๆๆ


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:48:03 น.  

 
^
^
สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่านเจ้า...

ตอนฟังนิทานเรื่องนี้ก็ได้กลิ่นอายของเซี่ยงเมี่ยงค่ำพระยาอยู่เนาะ...แต่พ่อบอกว่าเป็นนิทานของชนเผ่าลาหูนาง่ะ คัดมาจากสมุดจดนิทานที่พ่อเขาจดไว้เป็นปึกเลย ไว้จะค่อย ๆ ทยอยพิมพ์มาให้อ่านกันอีกเน้อ...

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนมาเจ้า


โดย: แม่ไก่ วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:52:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 184 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ท่านหญิงในกระจก/แสงเพลิง ~

~เพชรรากษส/อลินา ~

~มนตร์ทศทิศ/ราตรี อธิษฐาน ~

~เมื่อหอยทากมีรัก 1-2/"ติงโม่"เขียน/พันมัย แปล ~

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.