“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒
~ คุณป้าสุดเปรี้ยว (Auntie Mame) / Patrick Dennis ~





คุณป้าสุดเปรี้ยว (Auntie Mame)
ผู้เขียน : Patrick Dennis
ผู้แปล : เฉิดฉวี แสงจันทร์
ผู้พิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์ (๒๕๔๗)
๒๙๕ หน้า ราคา ๑๘๙ บาท

โปรยปก & คำนำสนพ.

อารมณ์ขันมันๆ เมื่อคุณหลานกำพร้าต้องมาเจอกับคุณป้าสุดเปรี้ยว


เอาแต่ใจ เจ้าเล่ห์ ขี้เหล้า เจ้าชู้กรุ้มกริ่ม ประหลาด กลัวแก่ และเว่อร์เป็นที่สุด
คือคุณสมบัติเด่นในตัวของคุณป้าสุดเปรี้ยวอย่างป้าเมม
และด้วยคุณสมบัติเหล่านี้แหละ ที่นำพาความเดือดร้อนมาสู่ตัวเอง
และคนใกล้ชิดหลายครั้งหลายคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลานชายสุดที่รักของเธอ

แต่ถึงจะมีข้อเสียมากมายก่ายกอง ใจป้าเมมกลับกว้างเป็นแม่น้ำ
เธอเคยมอบรถเปิดประทุนเป็นของขวัญคริสต์มาสแด่ชายหนุ่ม
มอบสร้อยคอไพลินให้กับคู่หมั้นของหลานชาย
เคยอุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าจากสงครามชาวอังกฤษอีกโขยง

ทั้งยังเป็นหญิงที่มีจิตใจห้าวหาญ กล้าเผชิญหน้ากับความยากลำบากโดยไม่ย่อท้อ
เคย...เคย...และเคยทำอะไรต่อมิอะไร
ที่ในสายตาของคนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ นึกสงสัยว่าทำไปได้อย่างไร
แต่ป้าเมมก็ทำไปแล้ว และยังทำได้ดีเสียด้วย

ในชีวิตจริงคงมีผู้หญิงน้อยคนนักที่จะเป็นได้อย่างป้าเมม
เป็นคุณป้าสุดเปรี้ยวผู้ไม่ยอมแก่ และเป็นคนที่มีสีสันที่สุดคนหนึ่ง
(ถึงจะเป็นสีสันประหลาดสักหน่อยก็เถอะ)

และถ้าหากในชีวิตจริงของผู้ใดมีบุคคลอย่างป้าเมมอยู่ด้วยละก็
ขอบอกไว้ก่อนว่าชีวิตของท่านจะสนุกสนานขึ้นอีกโข
ไม่ต่างอะไรกับชีวิตของแพทริก เดนนิส คนนี้






หลังอ่าน...
ขออนุญาตแหวกกระแสนิยายรักที่กองเกลื่อนรอบ ๆ ตัว มาอ่านเรื่องเล่า(แปล)
แนวกึ่ง ๆ คอเมดี้ กึ่ง ๆ เสียดสีสังคม ของนักเขียนหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันเล่มนี้
(ซึ่งไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ และอย่างไร จู่ ๆ ก็เห็นมันวางอยู่บนชั้น
ปนเปอยู่กับบรรดานิยายฝรั่งที่(เคย)คิดว่าจะเลิกอ่านเสียที...)

สืบเนื่องมาจากการที่แพทริก(คนเขียน)ได้อ่านบทความในนิตยสารเก่า ๆ เล่มหนึ่ง
ว่าด้วยเรื่องของ"บุคคลโดดเด่นที่ลืมไม่ลง" ของนักเขียนคนหนึ่ง
ซึ่งเมื่ออ่าน ๆ ไป บทความนั้นมันทำให้เขาหวนรำลึกถึง ป้าเมม - - "บุคคลโดดเด่นที่ลืมไม่ลง" ของเขา
ที่เขาเชื่อว่าบุคคลโดดเด่นที่ถูกกล่าวถึงในบทความชิ้นนั้นยังเทียบไม่ติดในเรื่องของความโดดเด่นที่แท้จริง

จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าถึงป้าเมมของเขา
เริ่มต้นตั้งแต่มูลเหตุที่ทำให้เขาต้องถูกส่งตัวมาอยู่ในความดูแลของป้าเมมหลังจากพ่อของเขาเสียชีวิต
ทั้งนี้เพราะป้าเมมเป็นญาติสนิทคนเดียวที่เหลืออยู่ของพ่อ...
ทั้ง ๆ ที่พ่อเคยพูดถึงป้าเมมว่าเป็นผู้หญิงที่แปลกมาก ๆ ชนิดที่พ่อเองไม่คิดอยากให้แม้แต่หมาตัวใดตกอยู่ในมือเธอ...
แต่ในทีสุด เมื่อป่วยหนักและรู้ตัวว่าจะต้องตาย
เขาก็จำต้องเขียนพินัยกรรมแต่งตั้งให้พี่สาวคนนี้เป็นผู้ดูแลแพทริกตามกฏหมาย
โดยกำหนดเงื่อนไขการเลี้ยงดูและการศึกษาให้เป็นไปตามแบบที่เขาต้องการไว้อย่างชัดเจน

หนูน้อยแพทริกในวัยสิบขวบเดินทางไปหาป้าผู้ที่เขาไม่เคยพบหน้า...
เพียงวันแรกที่เจอกัน ป้าเมมก็สร้างความประทับใจที่ลืมไม่ลงให้กับแพทริก
ด้วยงานปาร์ตี้สุดเหวี่ยง...เพียงเพราะเธอจำวันที่หลานชายจะมาถึงผิดไปหนึ่งวัน...

..............

"แล้วทำไมถึงไม่บอกฉันว่าจะมาวันนี้ ฉันจะได้ไม่จัดปาร์ตี้...
เธอบอกว่าวันที่ ๑ กรกฎา วันพรุ่งนี้นี่นา วันนี้มันวันที่ ๓๑ มิถุนา...
ใคร ๆ ก็รู้ว่าเดือนที่มี ๓๐ วันต้องลงท้ายด้วยยน กันยายน เมษายน มิถุนายน และก็...ตายจริง"
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง "โอ...ที่รัก" เธอส่งเสียงร้องราวกับกำลังแสดงละคร
"ฉันคือป้าเมมของหนูไง!" เธอโอบผมไว้ในวงแขน และจูบผม
ผมรู้ทันทีว่าผมจะปลอดจากภัยอันตรายทั้งปวง...


นั่นคือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์(และความผูกพัน)ของสองป้าหลาน
ซึ่งผู้เขียนเล่าด้วยสำนวนสำเนียงประชดประเทียดเสียดสีเล็ก ๆ
ไม่ใช่เสียดสีป้าเขานะคะ เพราะแพทริกดูจะรักและเชื่อฟังป้าดีอยู่...
โดยเฉพาะตอนเด็ก ๆ เขาดูไร้เดียงสา ซื่อใสเลยทีเดียว...
แต่เป็นการเปรียบเปรยเบา ๆ ว่า การที่ใครจะยกย่องหรือชื่นชมว่าใครคนใดคนหนึ่งว่าเป็นบุคคลโดดเด่นที่ลืมไม่ลงนั้น
นั่นเป็นเพราะว่าเขาคนนั้นยังไม่รู้จักป้าเมมของเขาเท่านั้นแหละ...





ไม่ว่าเขาจะอ่านเจอว่าบุคคลโดดเด่นที่ลืมไม่ลงในบทความนั้นได้ประกอบวีรกรรมใดบ้าง...
เขาก็จะหยิบยกวีรกรรมของป้าเมม(ในด้านเดียวกัน)ที่เหนือกว่า โดดเด่นกว่ามาบอกเล่า
แล้วแต่ละวีรกรรมของเธอนั้นก็...ช่างโดดเด่น ยากจะลืมได้ลงจริง ๆ...
(ดูตัวอย่างได้จากคำนำสนพ.ด้านบนเลยค่ะ)

อ่านแล้วทั้งขำทั้งฮา...ผู้เขียนดำเนินเรื่องผ่านผู้เล่า ซึ่งก็คือตัวเขาเอง
ดังนั้นเรื่องราวทั้งหมดจึงมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์อันพิลึกพิลั่นที่ค่อย ๆ พัฒนาไปของทั้งคู่

แพทริกเองด้านหนึ่งก็รู้สึกนิยมชมชื่นในวีรกรรมหลาย ๆ อย่างที่แหวกกระแสสังคมของป้าเมม
ทั้งรู้สึก"รู้คุณ" ในฐานะหลานชายที่ป้าเมมทุ่มเทให้การเลี้ยงดูรักใคร่ ...

(แม้เธอจะไม่ได้รักใคร่ใยดีอะไรนักหนากับน้องชาย...พ่อของแพทริก...

"พ่อของหนูเคยพูดอะไรเกี่ยวกับป้าบ้างหรือเปล่า เคยเล่าอะไรให้ฟังเกี่ยวกับป้าก่อนที่เขาจะจากไปไหม"
นอราห์สอนผมเสมอว่าคนโกหกจะมีแต่ลงนรกเท่านั้น ผมจึงกลืนน้ำลายก่อนจะพรั่งพรูถ้อยคำออกมา
"พ่อบอกว่าป้าเป็นผู้หญิงแปลกมาก และบอกว่า การที่ผมต้องมาอยู่ในความดูแลของป้า
เป็นโชคชะตาที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นแม้แต่กับหมาตัวไหนเลย
แต่ขอทานอย่างผมไม่มีสิทธิ์เลือก และป้าก็เป็นญาติเพียงคนเดียวที่ผมมี"
ป้านั่งเงียบ อ้าปากค้าง "ไอ้สารเลว" ป้าพูดเพื่อให้หายแค้น
ผมรีบดึงสมุดคำศัพท์ขึ้นมาจด
"คำว่าสารเลวนะจ๊ะหลาน" เธอพูดเสียงหวาน "สะกดอย่างนี้นะจ๊ะ
ส-า-ร-เ-ล-ว หมายถึง พ่อของหลานที่ตายไป !
เอาละ ออกไปได้แล้วตอนนี้ และเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย ! "
...)


หากอีกด้านหนึ่งเขาก็ออกอาการมึนและต่อต้านกับพฤติกรรมประหลาดของผู้เป็นป้า...
แต่ก็นั่นแหละ ในฐานะหลานชาย หลายต่อหลายครั้งเขาต้องกลายเป็นทั้งผู้สมรู้ร่วมคิด
และผู้รับผิดชอบในความประพฤติ(และผลพวงที่ตามมา)ของป้าเมม ราวกับเขาเป็นผู้ปกครองของเด็กหญิงเล็ก ๆ เสียเอง

...............

"ถ้าจะมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่่ออกแบบขึ้นเพื่อทำให้คนเป็นบ้า
ก็ต้องเป็นการที่ป้าเมมพยายามปฏิบัติตัวตามแบบฉบับสุภาพสตรีชาวนิวอิงแลนด์
เธอทิ้งผมไว้ที่โต๊ะกับพอร์ตไวน์ ซิการ์จืด ๆ และแมลงวัน ขณะที่เธอไปงีบในห้องนั่งเล่น
และพอผมตามไปร่วมด้วยในอีกสามนาทีต่อมา เธอก็ยื่นหนังสือชื่อ 'วอลเดน'ให้ผมอ่านให้ฟังขณะที่เธอปักผ้าไป ไม่มีเสียงใดจากเธอเลย
จนกระทั่งเข็มตำนิ้วเข้า และเธอสบถสั้น ๆ อย่างไม่เป็นกุลสตรีที่สุด..."


ฉากของเรื่องเป็นราว ๆ ช่วงปี ๑๙๒๘ - ปีที่แพทริกย้ายเข้ามาอยู่กับป้าเมม
จนถึงปี ๑๙๕๕ ปีที่แพทริกมีครอบครัวแล้ว และมีลูกชายวัยเจ็ดขวบ - - ไมเคิล
และดูเหมือนว่า ทันทีที่ป้าเมมได้พบกับเขา เธอก็สามารถดึงดูดให้เขาติดตามเธอได้อย่างง่ายดาย...
ท่ามกลางอาการอกสั่นขวัญแขวนของแพทริกกับภรรยา...

..............

อาจจะดูเก่าไปสักหน่อย แต่หลายมุกหลายประเด็นที่เขาเขียนถึง
ไม่ว่าจะเป็นสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้คนยังคงร่วมสมัย ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
อ่านเอาฮาก็ได้ หรือจะอ่านเอาสาระก็ดีค่ะ

สนุกค่ะ ไม่ผิดหวังที่หยิบมาอ่านในช่วงที่อยากจะผ่อนคลาย
อ่านจบแล้วหยิบมาบอกต่อชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ









Create Date : 13 มีนาคม 2557
Last Update : 13 มีนาคม 2557 12:57:51 น. 13 comments
Counter : 1534 Pageviews.

 
น่าอ่านจังค่ะ
ในอนาคตถ้าจะต้องเป็นป้า
ก็อยากจะเป็นใ้ได้อย่างนางนะ อิอิ


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 13 มีนาคม 2557 เวลา:13:12:00 น.  

 
เคยอ่านแล้วค่ะเมื่อนานแล้ว จำได้ว่าชอบป้าเมมมาก เพราะดูเป็นคนที่แหวกแนวดี ต่างจากป้าทั่ว ๆ ไป ตอนนั้นคิดเลยว่าเฮ้ย ถ้าเราอายุมากขึ้นจะเป็นแบบป้าเมมบ้างได้ไหม555


โดย: polyj วันที่: 13 มีนาคม 2557 เวลา:15:45:31 น.  

 
น่าอ่านจังค่ะ ถ้าจำไม่ผิดเคยเห็นที่ห้องสมุดประชาชนอะค่ะเรื่องนี้


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 13 มีนาคม 2557 เวลา:21:00:40 น.  

 

เล่มนี้หาซื้อมานาน จนป่านนี้ก็ยังตามหาอยู่


โดย: กล้ายางสีขาว IP: 223.206.250.141 วันที่: 14 มีนาคม 2557 เวลา:18:41:56 น.  

 
แอบแปลกใจ ที่เห็นคุณแม่ไก่ รีวิวนิยายแปล

เล่มนี้เหมือนเคยเห็น (แต่ไม่เคยอ่าน ) นานมากแล้วนะคะเนี่ย


โดย: Serverlus วันที่: 14 มีนาคม 2557 เวลา:23:01:51 น.  

 
โอ้โห น่าอ่านค่ะ ถ้ามีโอกาสเจอเราต้องซื้อแน่ๆค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:10:46:43 น.  

 
น่าสนใจ อยากลองอ่านแนวแบบนี้ดูบ้าง ขอบคุณมากค่ะที่เอามาบอกต่อ


โดย: settembre IP: 192.99.14.36 วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:18:26:01 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ขอบคุณคุณแม่ไก่ที่ย่องไปอวยพรนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 16 มีนาคม 2557 เวลา:22:28:52 น.  

 
เป็นคุณป้าของหลานชายสี่คนค่ะ
อยากเปรี้ยวแบบนี้บ้างจังเลย


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:12:57:34 น.  

 
สวัสดีครับแม่ไก่ เรื่องนี้เคยเห็นผ่านๆ ต้องลองอ่านดูบ้างแล้วล่ะครับ


โดย: หมอหว่อง วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:21:09:36 น.  

 
ชอบหน้าปกจังค่ะ เปรี้ยววว


โดย: ชบาหลอด วันที่: 20 มีนาคม 2557 เวลา:20:22:19 น.  

 
My husband and i felt really lucky that Albert could conclude his inquiry from the precious recommendations he came across using your site. It is now and again perplexing to just possibly be giving freely methods the rest might have been trying to sell. And we discover we now have you to give thanks to for that. The main explanations you made, the easy website navigation, the relationships your site make it easier to foster - it is many unbelievable, and it's leading our son and our family recognize that this article is entertaining, and that's quite mandatory. Thank you for the whole thing!
Cheap Snapbacks //www.sunriseventuresllc.com/services.html


โดย: Cheap Snapbacks IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:4:23:08 น.  

 
เล่มนี้โออ่านตอนเด็กค่ะ ประมาณ 11-13 ได้มั้ง ประถมปลายถึงมอต้นนี่แหละ คือไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นอย่างงี้ คิดว่าจะแนวคุณป้าก๋ากั๋นน่ารักน่าหยิก พออ่านเจอ "ฉากนั้น" ช็อกเลยค่ะ เลยพาลเกลียดเรื่องนี้ไปด้วย ส่วนตัวว่าเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือเด็กเลย และแรงมากในความคิดตอนนั้น


โดย: ออโอ วันที่: 11 มีนาคม 2558 เวลา:16:48:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.