'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)
The Kite Runner - เด็กเก็บว่าว ~ Khaled Hosseini





The Kite Runner
By Khaled Hosseini

~ There is a way to be good again ~



เพื่อนคนหนึ่ง ฝากหนังสือเล่มนี้มาให้เมื่อปีก่อนนู้น
กำกับมาด้วยว่า...อยากให้อ่าน เพราะเขาอ่านแล้วเห็นว่าเป็นนิยายที่...
ชั่วชีวิตหนึ่ง คน ๆ หนึ่งควรจะได้อ่านหนังสือดี ๆ แบบนี้สักเล่ม
ไอ้เราก็...ว้าว...ขนาดนั้นเชียวหรือ...ดูหน้าปก ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง ตลอดจนคำโปรยบนหน้าปก...โห...เป็นหนึ่งใน unforgettable stories ทีเดียวนะ...แถมยัง powerful haunting อีกด้วย เข้าทาง ๆ
แต่มาสะดุดกะตรงที่บอกว่าเป็น portrait of modern Afghanistan นี่สิ เพราะ...ขอสารภาพว่า(เป็นไบแอสส่วนตัว) ไม่ชอบอ่านนิยายแนวเชื้อชาติ ชนชาติหรือกระทั่งศาสนาสักเท่าไหร่
(เว้นแต่จะเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่เรารู้ชัดถึงบทสรุปของมันอยู่ก่อนแล้ว)
จึงพลิกดูเนื้อในคร่าว ๆ เจอชื่อ... Rahim...Ali ...Hassan...แล้วก็ อือม์...เอ่อ...เดี๋ยวอ่านนะ...เดี๋ยวอ่าน
แล้วก็วางไว้บนกองหนังสือบนโต๊ะหัวเตียง ที่มีหนังสือกองอยู่บนนั้นแล้วนับสิบเล่ม...

บังเอิ๊ญ...ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ตัวเองต้องวุ่นวายอยู่กับความเจ็บไข้ได้ป่วย ทั้งของพ่อและของตัวเอง จนออกจะลืมเลือนหนังสือเล่มนี้ไป จวบจนเวลาล่วงเลยมา อะไร ๆ ในชีวิตส่วนตัวคลี่คลายไป จนค่อนข้างจะปลอดโปร่งพอที่จะมาริทำบล็อกเพื่อบอกเล่าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
เน้นคุยเรื่องหนังสือเป็นพิเศษ เพราะถนัดอยู่เรื่องเดียว...

จึงได้เริ่มปฏิบัติการทลายกองดอง...ทั้งที่ดองอยู่ในหัว (ที่อ่านแล้วเมื่อชาติปางก่อน)...กับที่กองอยู่ในห้อง...(อีเหละเขละขละ บนชั้น บนโต๊ะ บนพื้น...)
พร้อมกันก็อ่านรีวิวหนังสือจากบรรดาบล็อกเกอร์หนอนหนังสือตรงนู้นตรงนี้
เห็นชื่อหนังสือเล่มนี้บ่อยครั้งเข้า อ๊ะ...ของเขาต้องดีจริงซีน่า บางคนเขาให้ถึงสิบดาวแน่ะ จึงหยิบมาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจอีกครั้ง...




บทแรก ๆ ก็ยังไม่อะไรมาก ก็รู้สึกอยู่ว่า อือม์ เขาเล่าเรื่องได้ลื่นไหลดี เป็นวิธีเล่าเรื่องในแบบที่เราชอบอ่านด้วยแหละ...
เป็นลักษณะกระแสสำนึกของผู้เล่าคือ อามีร์ ซึ่งในเรื่องเป็นนักเขียนมีชื่อชาวอัฟกัน - อเมริกัน เล่าย้อนไปถึงวัยเด็กของเขากับเด็กชายชาวชนเผ่า Hazara คนหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรชายของอาลี คนรับใช้ของเขา และมีเรื่อราวเล่าขานว่า แม่ของฮัสซันนั้นเป็นโสเภณีที่ทิ้งฮัสซันไปหลังจากให้กำเนิดเด็กชายเพียงห้าวัน

อามีร์เป็นลูกชายของนักธุรกิจผู้ร่ำรวย ผู้ที่เขาเรียกว่า Baba - - ทั้งอามีร์และฮัสซันเติบโตมาคู่กัน ในเขตบ้านเดียวกัน และดูดนมจากแม่นมคนเดียวกัน - - หากสถานภาพของทั้งสองก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

And, under the same roof, we spoke our first words.
Mine was _Baba_.
His was _Amir_. My name.


ในความเป็นเด็ก อามีร์ไม่กล้าเรียกฮัสซันว่า "เพื่อน" ได้เต็มปากเต็มคำนัก เพราะในความรู้สึกของเขา ฮัสซันเป็นเพียง "ลูกชายคนรับใช้ " ที่มีหน้าที่ต้องบริการเขาเท่านั้น...

ถึงตอนนี้เราก็ยังไม่รู้สึกอะไรนะ เข้าใจและเห็นใจอามีร์ที่อาจจะมีความอิจฉา หรืออารมณ์หวงพ่ออย่างเด็ก ๆ บ้าง เป็นเรื่องธรรมดา...
กระทั่งพลอยเห็นขันไปกับทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อามีร์แกล้งฮัสซัน เวลาที่อ่านหนังสือให้ฮัสซันฟัง เพราะฮัสซันไม่ได้เรียนหนังสือ

(ในสมัยเด็ก ๆ ...ไม่เด็กล่ะ...โต ๆ แล้วนี่แหละ มีบ่อยครั้งไปที่เราหลอกเพื่อน ๆ คนกรุงเทพว่า...คำว่า "สลิดดก" แปลว่า ฉลาดมาก...หรือคำว่า "สึ่งตึง" แปลว่า สวย หรือรูปหล่อ...)

ความที่เที่ยวไปอ่านรีวิวมาเสียก่อนเยอะ ทำให้รู้ล่วงหน้าว่ามันต้องมีอะไรที่มากกว่านี้...พานทำให้ 'กลัว' ที่จะอ่านต่อ...เลยพักอยู่ตรงนี้นานพอสมควร


จนมาอ่านรีวิวจากบล็อกคุณทามะจัง กับ บล็อกคุณวิ ...ได้รับการันตีจากทั้งสองท่านว่า...เป็นนิยายที่ดีที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาทีเดียว...จึงฮึดหยิบขึ้นมาอ่านต่อ...อีกครั้ง





สารภาพว่าแอบข้าม ๆ บทบรรยายบางตอนที่ผู้เล่าเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาได้พบเห็นฮัสซันถูกทำทารุณกรรมแล้วเขาไม่ได้เข้าไปช่วยเพราะความขี้ขลาดของเขาเอง...
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ดูเหมือนจะเหินห่างกันไป...ความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ฮัสซันเก็บตัว เงียบ ไม่พูด และอามีร์ก้ไม่ปริปากบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง...ถึงตอนนี้เราสงสารฮัสซันแต่ก็พยายามเข้าใจอามีร์
แต่เมื่ออ่านต่อไป ๆ ถึงตอนที่อามีร์หาวิธีเสือกไสฮัสซันกับพ่อให้ออกจากบ้าน...และวิธีที่เขาใช้นั้นเรียกได้ว่า...สกปรก...
บอกได้คำเดียวว่า...เกลียดสองพ่อลูก Baba กับ Amir จับใจ...

ตอนหลังอัฟกานิสถานเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ อามีร์กับพ่ออพยพไปอยู่อเมริกา อามีร์แต่งงานกับหญิงสาวชาวอัฟกันคนหนึ่ง กลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง ชีวิตมีความสุขดี...
แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของพ่อ - - (ซึ่งเพื่อนพ่อเขาคนนี้เป็นคนที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตของอามีร์ทีเดียว เพราะตั้งแต่วัยเด็กมาแล้วที่เขาต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ แม้กระทั่งในส่วนที่เกี่ยวกับพ่อของเขาเองจากเพื่อนของพ่อคนนี้...)
บอกเล่าถึงชะตากรรมอันรันทดของฮัสซัน และบอกว่านั่นคือผลพวงแห่งบาปกรรมที่เขากับพ่อได้ก่อให้เกิดขึ้น...
แต่อามีร์สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้...
There is a way to be good again

(แอบรู้สึกสะใจนะที่รับรู้ได้ว่าอามีร์รู้สึกผิดและยังรำลึกถึงอดีตอันมืดหม่นในวัยเด็ก...)

และยิ่งอยากจะตอกย้ำซ้ำเติมเมื่ออามีร์ได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์อันแท้จริงของตัวเองกับฮัสซัน...หลังจากที่ฝ่ายนั้นไม่มีชีวิตอยู่เพื่อรอรับการแก้ตัวหรือแก้ไขใด ๆ จากเขาแล้ว...

แต่ก็อย่างที่ราฮิม คานบอกเขา...ว่า...มันมีอยู่นะ วิธีที่จะทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นน่ะ เพราะอย่างน้อย ฮัสซันก็ยังทิ้งลูกน้อยอย่าง Sohrab ไว้ให้อามีร์ได้มีโอกาสแก้ตัว...แก้ไขความผิดบาปทั้งปวงที่ล่วงผ่านไป





โอ...แค่นี้ก็สปอยล์เสียจนน่าเกลียดแล้ว...ขออภัยนะคะถ้าใครจะคิดว่ารีวิวของเราจะทำให้เสียอรรถรสในการอ่าน...

แต่ขอยืนยันว่ายังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เข้มข้นและหม่นทึม
ที่ต้องอ่านเองเท่านั้นถึงจะสัมผัสได้...
ด้วยถ้อยสำนวนที่เรียบลื่น สั้น ๆ ง่าย ๆ แต่ทรงพลัง
รับรู้ถึงความหมายหรือนัยแฝงเร้นที่มีอยู่แทบจะทุกประโยคทีเดียว

เราไม่อยากจะบอกว่านิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเท่าที่อ่านนิยายมาหรอกค่ะ เพราะส่วนตัวยังคิดว่า...ไม่ถึงขนาดนั้น

แต่ก็เป็นนิยายที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง...ซึ่งอาจจะจัดอันดับให้อยู่แถวต้น ๆ ...ในบรรดานิยายที่ดีที่สุดหลาย ๆ เรื่องของโลกวรรณกรรม


แต่...หากมองในแง่ที่ว่าหนังสือเล่มนี้เป็น debut ของผู้เขียนแล้ว...
หนังสือเล่มนี้ก็ประสบความสำเร็จสูงสุด...
ในอันที่จะเปิดเผยเรื่องราวของชีวิตและสังคมของผู้คนกลุ่มหนึ่งในโลกให้ได้รับรู้กันในวงกว้างอย่างตรงไปตรงมา
แต่กระแทก...กระทบใจ

อ่านเถอะค่ะ อย่ารีรอหรือหวั่นหวาดที่จะรับรู้ถึงบาปอันมืดดำของผู้อื่นด้วยเกรงว่า...มันจะเข้ามาก่อกวนมโนสำนึกของตัวคุณเอง (อย่างที่จขบ.หวั่นเกรงมาแต่ต้น) อยู่เลย...

แน่นอนว่า...หนังสือดี ๆ ต้องก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในหัวใจคนอ่านไม่มากก็น้อย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...

...There is a way to be good again ค่ะ





**ชวนอ่าน เรื่องของ "พ่อ" ตอน "พ่อหมอ" ค่ะ











Create Date : 10 เมษายน 2551
Last Update : 8 มิถุนายน 2552 13:48:38 น. 31 comments
Counter : 1734 Pageviews.

 
ขออัพบล็อกทิ้งไว้ก่อน ต้องไปธุระอย่างรีบด่วน เดี๋ยวค่อยกลับมาแต่งบล็อกนะคะ แหะ ๆ



โดย: แม่ไก่ วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:14:49:51 น.  

 
โอ้โห แท็กธีมเก็บว่าว 5 5

ได้อ่านเรื่องว่าวทั้งของคุณJevanni พี่สาวไกด์ แล้วก็คุณแม่ไก่

เต็มอิ่มจริงๆ ค่ะ ชอบมากเลย


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:16:03:15 น.  

 

มีเล่มไหนอีกมั๊ย ที่เขียนถึงกันทุกบ่อยขนาดนี้
อ่านแน่ แต่ขอทำใจก่อนนะ แนวเชื้อชาตินี่-เดี๋ยวของขึ้น


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:17:19:12 น.  

 
มาอ่านแบบข้ามๆ เพราะมีในมือแล้ว กำลังรอคิวอ่านค่ะ

ขออ่านก่อนแล้วจะมาอ่านแอนด์เม้นท์อีกที แหะๆ



โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:17:21:23 น.  

 
...



น่าสนใจครับ

ไว้จะไปซื้อ








โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:17:31:06 น.  

 
มาแอบอ่านเรื่อยๆ


โดย: นายแจม วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:20:05:25 น.  

 
อ๊ะ อีกเล่มที่แนะนำกันเยอะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:20:12:33 น.  

 
ซื้อมาแล้ว กำลังต่อคิวอยู่ค่ะ


โดย: PinGz (Kai-Au ) วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:20:34:44 น.  

 
เห็นรีวิวหนังสือเล่มนี้
หลายบล็อกอย่างที่คุณแม่ไก่บอกจริงๆ

อยากอ่านตั้งแต่บ้านคุณJevanni แล้วล่ะค่ะ
แต่ว่ายังไม่ได้ซื้อ
เพราะกลัวว่าจะเป็นการดอง
เลยทำใจเย็นอยู่

แหะๆ หวังว่าคงหาซื้อยากไปซะก่อนนะคะ


โดย: BeCoffee วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:21:18:17 น.  

 
There is a way to be good again



อยากอ้านนนน


โดย: treehouse วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:21:19:55 น.  

 
มายุให้อ่านอีกคนล่ะ .....
แนวรันทดเนี่ย ....เอาไว้เวลาจิตใจดี ค่อยอ่านละกันนะ
อ่านตอนนี้ มีหวังเราจะหดหู่ลงไปอีก ....
ขอติดไว้ก่อนนะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:21:36:47 น.  

 
สวัสดีเจ้าแม่ไก่เจ้า

แม่ไก่สบายดีน่อเจ้าหยังมาเปิงอกเปิงใจ๋
กำว่า ...อีเหละเขละขละ อิอิ กำม่เก่าแต้ๆ มาบ้านแม่ไก่ได้ฮู้กำที่เมืองแต้ๆมากเลยเจ้าชอบขนาดเจ้าแม่ไก่เจ้า

ปี๋ใหม่เมืองนี้แม่ไก่จะไปแอ่วเล่นน้ำก่อหา กาว่าอ่านหนังสืออยู่กับบ้านเจ้า

นุชเลยขอถือโอกาศ นี้

สวัสดีปี๋ใหม่แม่ไก่และครอบครัว
แม่ไก่ จงมีความสุข สุขภาพแข็งแรงและ สนุกสุขสันต์ในวันปี๋ใหม่เมืองนี้เน่อเจ้า


โดย: แม่เฮือน วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:22:37:59 น.  

 
มาลงชื่อละกันนะคะ
เพราะเรารีวิวไปแล้ว
ไม่มีอะไรจะพูดอีก...

เท่าที่เราทำมาทั้งหมดก็เป็นอัศวพักตร์เต็มตัวไปแล้วล่ะค่ะ 555


โดย: Jevanni วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:23:03:00 น.  

 

ชั่วชีวิตหนึ่ง คน ๆ หนึ่งควรจะได้อ่านหนังสือดี ๆ แบบนี้สักเล่ม<<< สะดุ้งตากับคำนี้นะครับ

ทำให้อยากอ่านขึ้นมาเลยครับ

จากที่ตอนแรกดูแค่หน้าปกก็เห็นว่าธรรมดา ไม่ได้น่าสนใจมาก หื้อๆ คำเชิญชวนน่าสนใจมากๆ ครับผม

ตอนนี้ผมอ่านเรื่อง เจ้าจันท์ผมหอม นิราศอินแขวงน่ะครับ

คุณแม่ไก่อ่านหรือยังครับผม?


โดย: ห่วงใย วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:23:10:25 น.  

 
มีแล้ว แต่ยังไม่ถึงคิวอ่านเลย
อ่านแล้วเดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที


โดย: kiimujii วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:0:14:12 น.  

 
มีแต่เล่มภาษาปะกิต เห็นชื่อแขก ๆ บวกกับเป็นแนวน่าจะเครียด เลยไม่ค่อยมีกำลังใจอ่านเท่าไหร่แฮะ


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:3:41:14 น.  

 
แหะ มันต้องกด Play ก่อนอ่ะแล้วมันถึงจะเล่น แต่ถ้าเล่นไม่ได้ก็คือเน็ตไทยแลนด์เน่าอีกแว้ว


โดย: LEE (lyfah ) วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:7:51:16 น.  

 
นิ้วดีขึ้น ใช้วิธีจิ้มด้วยมือซ้ายจ้า
ก็มันคิดถึงเพื่อนๆ นี่นา อาการติดบล๊อกไม่ต่างจากคนอื่นค่ะ อิ อิ อิ

มีงอนเดี๋ยวมาอ่านนะคะ วันนี้มีรดน้ำดำหัว นายอำเภอเช้า เก้านาฬิกาค่ะ

คิดถึงค่ะ


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:8:15:50 น.  

 
อ่านอยู่ค่ะ แต่ไม่จบสักที อ่านๆวางๆ


โดย: BoOKend วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:11:42:44 น.  

 
^
^
ขออนุญาตทักทายรวม ๆ นะคะ

มาเพิ่มเติมคำเล่าสั้น ๆ ที่กระแทกใจจขบ.อย่างจังข้างบนคือคำแรกที่ออกปากเอ่ยได้ของเด็กน้อยทั้งสอง...เห็นได้ชัดถึงความผูกพัน ความภักดีที่ตัวอามีร์เองก็จำหลักอยู่ในใจ...

ถ้าใครเคยเลี้ยงเด็กทารกมาแล้ว จะในฐานะใดก็ตาม ความภาคภูมิใจสูงสุดอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นหากเด็กน้อยคนนั้นพูดคำแรกในชีวิตด้วยการเรียกชื่อ หรือเรียกขาน"ตัวตน"ของคุณ...

มันจะเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก ตัวจขบ.เองเคยได้สัมผัสความรู้สึกนี้มาแล้วสามครั้งสามคราในชีวิต

ซึ่งเราแน่ใจว่า...อามีร์ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน


อ้อ...ย้อนไปอ่านรีวิวของคนอื่น แหะ ๆ เขาเรียกอามีร์ว่า อาเมียร์ง่ะ ไม่รู้สิ พอดีจขบ.ไม่เห็นฉบับแปล ก็เขียนไปตามเสียงที่ตัวเองอ่านอ่ะนะ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนยังไงก็ขออภัยแล้วกัน

แต่อยากเชียรให้อ่านจริง ๆ ใครจะหาว่าเป็นอัศวพักตร์ก็ตามที

ไม่ว่าจะภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย เชื่อว่าคุณจะรับรู้ได้ถึงความนัยในเรื่องราวได้พอกัน


โดย: แม่ไก่ วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:12:09:19 น.  

 
แนวรันทดๆเครียดๆอย่างนี้ อ่านไม่ไหว ขอผ่านแล้วกันค่ะ (ถึงแม้ว่าหนังสือมันจะดีมากก็ตาม)


โดย: หมูย้อมสี วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:12:11:41 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:14:28:34 น.  

 
อาจารย์ประทุมพร เอาหนังสือเล่มนี้มาพูดถึงในรายการวิทยุ คลื่น 97 ตอนเย็น 6 โมงเศษ ทำให้สนใจขึ้นอีกมาก


โดย: นายแจม วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:18:16:44 น.  

 
ชอบไอ้ตรงทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อามีร์แกล้งฮัสซันนี่แหล่ะค่ะ มันลึกซึ้งให้ตีความดี แต่หลังๆเริ่มเป็นนิยายเกินไปนิดนึงก็เลยหงุกหงิกๆนิดนึงเหมือนกันนะคะ

คุณพ่อสบายดีหรือยังคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะทั้งคุณพ่อและคุณลูก


โดย: TaMaChAN (narumol_tama ) วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:19:57:01 น.  

 
^
^
ว้าว อยากฟังมุมมองของอ.ประทุมพรจังค่ะ

แหะ ๆ คุณTaMaChAN คะ พ่อแม่ไก่เดินทางไปสู่สรวงสวรรค์แล้วค่ะ

ป่านนี้คงกำลังนั่งมองแม่ไก่เล่นเน็ตอยู่บนโน้นแล้ว
ขอบคุณที่ถามไถ่ค่า...


โดย: แม่ไก่ วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:20:38:00 น.  

 
สงกรานต์นี้ ให้แม่ไก่มี ความสุขมากมาย
คิดสิ่งใด ให้ได้ สมหมาย
ร่มเย็น ใจกาย
ห่างทุกข์ สุขเย็น




เป็นไง... แม่ไก่ กลอนสงกรานต์..


(มะไม่ สัมผัส ฉันลักษณ์เลย)




สุขสันต์สงกรานต์ค่ะ ^ ^


โดย: treehouse วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:8:26:22 น.  

 
แวะมาอวยพร คุณแม่ไก่ และครอบครัว ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขสนุกสุขสันต์ในวันสงกรานต์นี้นะเจ้า

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ



ขอถือโอกาศ เล่นสาดน้ำกันตรงนี้เลยนะเจ้า อิอิอิ


โดย: แม่เฮือน วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:17:38:01 น.  

 
สวัสดีปี๋ใหม่เมืองเจ้า...

แม่ไก่... ไปแอ่วไหนก่อเจ้า



โดย: ปลิวตามลม วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:22:09:54 น.  

 


โดย: นัทธ์ วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:7:32:31 น.  

 


โดย: ดอกเสี้ยวขาว วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:8:26:34 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแม่ไก่ มาอีกแล้ว
อารมณ์เหมือนกันเลย
คืออ่านไปซักพัก .. ก็ทิ้งจนเดี๋ยวนี้ยังไม่ยอมอ่านต่อเลย
- แต่เดี๋ยวจะตั้งใจใหม่ -

แต่ก่อนอ่าน มาชวนดูตอนเขาทำเป็นหนังกัน
13 ธค. ใน True film Asia
อย่าลืมดูพร้อมกันนะคะ


โดย: คน (PhueJa ) วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:9:55:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.