lozocat

Chicken Farm Bakes's Project #24 ; Scent of flowers : Pear Poached in Jasmine Green Tea & Pannacotta

Chicken Farm Bakes's Project #24 : Scent of flowers;
Pear Poached in Jasmine Green Tea & Pannacotta



ก่อนอื่นๆๆๆ ใดๆๆๆ ก็ต้องขอโทษโฮสท์และเพื่่อนพ้องน้องพี่ก่อนเลยค่ะ
การบ้านเลทติดๆ กันเลย แถมหายไปจากบลอกเป็นนานเชียว
มีรูปรอโพสต์อยู่เหมือนกันค่ะ แต่จัดสรรเวลาไม่ลงตัวจริงๆ

การบ้านคราวนี้เจ้าป้าแห่งเวียงเจียงใหม่ขอดอกไม้ให้คุณๆ จะดอกไม้อะไรก็ได้
ขออย่างเดียวอย่าเป็นดอกไม้พลาสติก พอดีเจอป้ามาร์ธาเค้าโพชลูกแพร์ในชาเขียว
เข้าท่าทีเดียว ก็เลยจัดวิชาแกะสลักกันนิดส์หน่อย ให้สมกับโฮสท์ช่างประดิษฐ์ประดอยค่ะ ^^

ทีนี้บีมใช้สาลี่หอม ไม่ใช่ Seckle Pear เนื้อมันก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่
เลยแอบลองเป็ยสาลี่จีนลูกใหญ่ๆ ที่เปลือกสีน้ำตาลอ่ะค่ะ เข้าท่ากว่านะคะ
แต่เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปไว้...ขนาดอันที่ถ่ายรูปเนี่ย ยังได้มาแค่รูปเดียวเลย
ไม่ทันใจคนรอหม่ำเค้า -____-" ส่วนแพนนาคอตต้า ใช้สูตรคุณเฮเลน Tartelette
เป็นสูตรที่ทำง่ายแล้วอร่อยดีค่ะ

For the panna cottas :
(ดัดแปลงจากTartelette )

น้ำเย็น 4 ชต.
เจลาตินแบบแผ่น 2 แผ่น
Heavy Cream 2 ถ้วย หรือประมาณ 500 มล.
น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย หรือ 70 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1 ชช.
โยเกิร์ตรสธรรมชาติแบบไม่พร่องมันเนย 2 ถ้วย

วิธีทำ :

- นำครีมกับน้ำตาลใส่หม้อ ตั้งไปปานกลาง พอเริ่มเดือดปิดไฟ
- ใส่เจลาตินแผ่นที่นิ่มแล้วลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน
_ ใส่โยเกิร์ต คนให้พอเข้ากัน แบ่งใส่ถ้วยหรือภภาชนะที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้เย็น
ประมาณ 20 นาที แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น




for Pear Poached in Green Tea
ดัดแปลงจาก Martha Stewart Living Thailand No.9, July 2010

ชาเขียวมะลิ 3 ชต.
น้ำเย็น 3 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
สาลี่พันธุ์จีนลูกขนาดกลางเปลือกสีน้ำตาล 4-5 ลูก
(หั่นตามขวางแล้วแกะสลักเป็นรูปดอกไม้)

- ใส่ใบชาลงในถ้วยตวงหรือกาน้ำชา เทน้ำเดือด 2 ถ้วยลงในใบชา แช่ทิ้งไว้ 4 นาที
- กรองน้ำชาลงในหม้อขนาดกลาง แล้งจึงใส่น้ำตาล และน้ำที่เหลืออีก 1 ถ้วย
ต้มน้ำให้เดือดเบาๆ ประมาณ 2 นาที คนจนน้ำตาลละลาย
- ใส่สาลี่ที่แกะสลักเสร็จแล้วลงไปในหม้อ แล้วปรับความร้อนของน้ำ โดยให้มีไอลอยขึ้น
ผิวน้ำ แต่ไม่มีฟองอากาศ โพชจนสาลี่เริ่มใส ประมาณ 12-15 นาที จากนั้นจึงใช้ตะหลิว
ตักขึ้นมาพักในชามอีกใบ พักให้เย็น
- นำหม้อที่ใส่น้ำชาไปอุ่นให้เดือดเบาๆ เพื่อให้น้ำลดลงเล็กน้อย ประมาณ 5 นาที
ราดลงบนสาลี่ รอให้เย็น แล้วจึงนำเข้าตู้เย็นหากยังไม่รับประทานทันที
- ตักราดบนแพนนาคอตตต้า ก่อนเสิร์ฟ





อย่างที่บอกนะคะ... มันถ่ายรูปทันแค่ถ้วยเดียวนี้แหล่ะ
ไม่ใช่อร่อยเทพหรืออะไร แต่คนรอเค้าโหยหิวอ่ะค่ะ
แล้วก็ลิ้งค์งานเพื่อนน้องผองพี่ค่ะ...สวยๆ เนอะ ^^






















 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2553 15:36:52 น.
Counter : 371 Pageviews.  

Chicken Farm Bakers' Project #22: In Love with Bagels...Ba-sic-Ba-gel ^^







เบเกิลแบบเบเบ สำหรับผู้มีเวลาน้อยใช้สอยประหยัดจ้า
โฮสท์น้องจิ๊บชวนทำเบเกิลที่เธอแอบหลงรัก

สูตรที่เจอมีมากมายนะคะ มีทั้งแบบต้องพักแป้งเชื้อข้ามวัน
แบบแช่เย็นข้ามคืน...ก็มี แบบเป็นแป้งชนิดพิเศษก็มี กรรมวิธีแตกต่างกันไป
เหมือนกันหมดมันก็คงไม่มีสีสันเนอะคะ ^^

ขนาดได้เบกิลมาแล้วใครจะเอาไปประยุกต์หม่ำแบบไหนก็ยังมีมากกว่า 50 แบบเหอะ
เอิ่ม..คงไม่มีใครเอาไปสร้าง FB แบบ เชื่อมั่นว่ามีมากกว่า 50 คนที่กินเบเกิลแบบต่างๆ
ไรงี้อ่ะนะ...

สำหรับแม่บ้านเวลาน้อยอย่างเรา มือใหม่หัดเบอ่ะค่ะ เจอสูตรนี้แล้วดีใจ๊ดีใจ
มันง่ายมากถึงมากที่สุด แต่ผลลัพท์ถือว่าดีนะคะ รู้สึกเหมือนกินเบเกิล
...คือมันเข้าข่ายนะ ^^ นุ่ม เปลือกไม่เหนียวค่ะ
ปกติเวลากินเบเกิลตามร้านก็จะต้องพักครึ่งนิดนึงเมื่อยกรามอ่ะค่ะ
บางทีกินครึ่งที่เหลือห่อกินรอบสอง ไม่ไหวจะเคี้ยว
ก็เลยทำไซส์ย่อมลงมาหน่อยนะคะ อันนี้ส่วนตัวมากเลยเนอะ...

ขอบคุณน้องจิ๊บนะคะที่ชวนพี่ลองของไม่เคย...ติดใจซะแล้ว อิอิ



Basic Bagels

(From Ultimate Bread)

Makes 8 bagels
(จะแปลกใจด้วยกันก็ได้นะคะที่สูตรมันง่ายแต่ดี ^^)

ส่วนผสม:

ยีสต์ 2 ชช.
น้ำตาล 1 1/2 ชต. (อันนี้แอบเปลี่ยนเป็นน้ำผึ้ง 2 ชต. ค่ะ)
น้ำอุ่น 
1 1/4 ถ้วย (300 ml)
แป้งขนมปัง 3 1/2 ถ้วย (500 g) + เผื่อตอนนวดด้วยค่ะ
เกลือ 
1 1/2 ชช.

วิธีทำ:

ในชามผสมขนาดกลาง โรยยีสต์ลงบนน้ำอุ่นครึ่งถ้วย+น้ำผึ้ง ทิ้งไว้ 5 นาที
จากนั้นคนจนยีสต์ละลาย

ในชามใบใหญ่ ผสมแป้งและเกลือเข้าด้วยกัน ทำหลุมตรงกลาง เทส่วนผสมยีสต์ลงไป
ตามด้วยน้ำอุ่นที่เหลือ คนให้เข้ากัน เติมน้ำได้ถ้าแป้งแห้งเกินไป แต่ส่วนผสมที่ได้นี้
ควรจะมีลักษณะเป็นก้อนโดว์หนืดๆ



เตรียมพื้นที่นวดแป้ง โรยแป้งให้รอบและหมั่นเติมแป้งเพื่อจะได้นวดง่ายๆ

นวดแป้งโดว์จนเหนียวนุ่มเป็นก้อนเดียวกันและไม่ติดพื้นผิวที่นวด

พักแป้งโดว์ไว้ไนชามผสมใบใหญ่ที่ทาน้ำมันพืชเคลือบบางๆ กลิ้งโดว์ไปรอบๆ ชาม
ให้ได้น้ำมันทั่วๆ รอบๆ โดว์ คลุมด้วยผ้าหรือพลาสติกแล้วพักทั้งไว้ให้ขยายตัวอีก 1 เท่า
(ประมาณ 1 ชม.)



กดไล่อากาศแล้วพักแป้งไว้อีก 10 นาที
แบ่งโดว์เป็น 8 ส่วน แล้วทำเป็นทรงกลม ใช้อุ้งมือช่วย เอานิ้วที่ถนัด
กดลงไปกลางก้อนโดว์ ทำให้กลายเป็นรูปวงแหวน
เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1/3 ของก้อนโดว์ จนครบ 8 ชิ้น

เตรียมเบเกิลไว้บนถาดปูด้วยกระดาษรองอบ/แผ่นรองอบ
คลุมไว้ด้วยพลาสติกอีกครั้ง ประมาณ 10 นาที



วอร์มเตาที่ 425 องศาฟาเรนไฮท์

ในหม้อน้ำ ต้มน้ำจนเดือด นำเบเกิลไปต้ม ข้างละ 14 วินาที
(อันนี้ตามสูตรเค้าข้างละ 1 นาที แต่เชื่อพี่เหมียวกะพี่อุ้มมากกว่าเลยต้มแค่ข้างละ 14 วินะคะ)
พักให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำกลับไปที่ถาดรองอบตามเดิม

ทา egg wash ด้วยก็ดี อันนี้ขอบคุณ petitบัวค่ะ



ตั้งใจทำ 3 หน้า แบบธรรมดา, อัลมอนด์ แล้วก็ parmesan ค่ะ

อบ 20 นาที สวยเหลืองทองกำลังดีค่ะ parmesan ใส่ตอนสุกแล้วแล้วอบต่ออีก 5 นาที ค่ะ





ขอบคุณจิ๊บ ขอบคุณทู้กกกคนค่ะ

link ชาวฟาร์มค่ะ















 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2553 13:36:57 น.
Counter : 979 Pageviews.  

Chicken Farm Baker's Project # 20 : Let's Braid Challah : Honey Challah





สวัสดีจ้าาา

กลายเป็นอัพบลอกรายสองเดือนเลยนะเนี่ย
ไม่ได้ไปคุยไปเยี่ยมเยียนบ้านไหนเลยด้วย
เพื่อนๆ พี่ๆ อย่าเพิ่งเคืองกันนะคะ กำลังปรับวิถีชีวิตขนานใหญ่เลยค่ะ
วันนี้ขอมาส่งการบ้านก่อนน๊า...

พี่ตา ผ้าไหมไทย ชวนมาซ้อมถักเปียค่ะ กำลังดีเลย
ผมหนูนินเริ่มถักได้แล้ว..ฮ่าๆ วันนี้บีมมีเปียสามกับเปียสี่ค่ะ มาเส้นสั้นๆ
พอเป็นก้อนกลมๆ นะคะ ^^

เห็นของคนอื่นทำม้ายเค้าดูขนมปังนุ่มฟูดีจัง ของบีมออกมาเกือบจะเนื้ออย่าง
ขนมปังฝรั่งเศสนั่นเชียว แต่มันก็โอเคนะคะ รสดีอยู่
ไม่หวานไป ไม่่แข็ง ออกเนื้อแน่นๆ แต่แหม ไม่พลาดก็ไม่ใช่บีมอ่ะเนอะ
src=//www.bloggang.com/emo/emo16.gif>

อ่ะโชว์รูปกันหน่อย...





สูตรและวิธีทำมาจาก Tastespotting.com ค่ะ
ก็เป็นอีกเวบนึงที่มีของดีหลากหลายมากมายให้เราศึกษาค่ะ...
ขอบคุณโลกแห่งการแบ่งปันค่ะ ^^

Honey-Vanilla Challah :
ดัดแปลงจาก //www.bakingandbooks.com/2007/04/09/t-minus-20-hours

ส่วนผสม :

* Active dry yeast 1/2 ชต.
* น้ำตาลทราย 4 ชต.
* เกลือ 1 ชช.
* แป้งบัวแดง 4 1/4 - 4 1/2 ถ้วย
* นมสดอุ่นๆ 1 ถ้วย
* ไข่ไก่ 2 ฟอง + 1 ฟอง สำหรับทาหน้าก่อนอบ
* Olive oil4 ชต. + 1 ชช. สำหรับทาหน้าและทาชามพักแป้ง
* กลิ่นวานิลลา 1/2 ชช.
* น้ำผึ้ง 1 ชต.

เตรียมชามผสมใบใหญ่ ใส่แป้ง 1 ถ้วย ยีสต์ เกลือ คนพอเข้ากัน จากนั้นใส่นมสดอุ่นๆ
ไข่ไก่ น้ำมันมะกอก 4 ชต. ใช้เครื่องตีหรือไม้พายคนให้เข้ากัน จากนั้นเติมวานิลลา
และน้ำผึ้ง (มีเคล็ดลับเล็กน้อยคือใช้ช้อนตวง ตวงน้ำมันก่อนน้ำผึ้ง แล้วน้ำผึ้งจะไม่ติดช้อนเลย
เทลงชามอย่างง่ายดายมากๆ ^^)

หมั่นปาดข้างอ่างและคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี แล้วจึงเติมแป้งที่เหลือ 2-3 รอบ
จนได้ส่วนผสมเป็นก้อน ไม่ติดชามอ่าง



นำแป้งโดว์ที่ได้มานวดบนโต๊ะเรียบที่โรยแป้งไว้บางๆ
นวดแป้งประมาณ 4 นาที จนโดว์นุ่มและเนียนเข้ากัน

ย้ายไปพักแป้งในชามอีกใบที่ทานำมันมะกอกไว้บางๆ ทั้งชาม
คลุมไว้ด้วยพลาสติกใส ทิ้งไว้ตรงที่อากาศอุ่นๆ รอให้แป้งขยายตัว
เพิ่มขนาดเป็น 1 เท่าตัว ประมาณ 1 - 2 ชม.



เตรียมถาดอบ ปูกระดาษไขรองไว้

แป้งโดว์ที่ขนาดเพิ่มขึ้น กด (ต่อย) ลงไป 1 ครั้ง เพื่อไล่อากาศ
จากนั้น แบ่งแป้งโดว์เป็น 4 ส่วน เท่าๆ กัน
ส่วนที่ 1 แบ่งเป็น 4 ส่วนเล็กๆ เท่าๆ กัน ความยาวประมาณ 1/2 ไม้บรรทัด (15 ซม.)
ส่วนที่ 2 - 4 ปั้นเป็นเส้นยาว เท่าๆ กัน ประมาณ 1 ไม้บรรทัด (30 ซม.)

ทำที่ละเปียนะคะ ส่วนที่ 1 ทำเป็นก้อนเล็ก เปีย 4
ส่วนที่ 2 - 4 เป็นอีกก้อน เปีย 3

เริ่มจากจับปลายด้านหนึ่งของเส้นเปียมาติดรวมกันไว้ก่อน
แล้วก็...ถักไป...บอกไม่ถูก แต่เหมือนถักผมเลยค่ะ...
จนถักเสร็จก็เก็บปลายทั้งด้านเริ่มและด้านจบให้เรียบร้อย




วอร์มเตาที่ 175 องศาซี
เปียก้อนที่ได้คลุมพลาสติกไว้อีกรอบ ทั้งไว้อีก 30 - 40 นาที
เพื่อรอขนาดขยายอีกครั้ง

ผสมไข่ไก่ 1 ฟองกับน้ำมันมะกอก 1 ชช. ให้เข้ากัน
ทาหน้าเปียก้อนที่ขนาดเพิ่มขึ้นครั้งที่สอง และโรยด้วยป๊อปปี้ซีด
หรือธัญพืชอื่นๆ ตามต้องการ นำเข้าอบประมาณ 30 -35 นาที
ทิ้งไว้ให้เย็นบนตะแกรง

จากนั้นก็...รับประทานตามอัธยาศัยค่ะ^^



ส่วนนี่ก็มือขยันค่ะ ขอช่วยนวดดดด...



ปิดท้ายตามธรรมเนียมด้วย Challah จากพี่น้องฟาร์มค่ะ ;














สวัสดีคร่าาาาา




 

Create Date : 22 มีนาคม 2553    
Last Update : 23 มีนาคม 2553 10:50:29 น.
Counter : 737 Pageviews.  

Chickenfarm Baker Project#18:Opera Cake with a twist!--> Milk&Honey Opera








มาแล้วจ้า การบ้านจากคนบ๊วยเค็ม -_-"
เค้กมากสิ่งของคุณปุ๊กเดลี่ฯ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความมากสิ่งหรอกนะคะ
ปัญหาของบีมคือเรื่องเวลา..า..า อยากให้วันนึงมีซัก 36 ชม.

ช่วงนี้งานชุกเยอะเป็นดอกเห็ดเลยค่ะ อั้นกันมาแต่ปลายปี
ไม่ได้เข้ามาอัพบลอกเล้ยยย เข้ามาทีก็เป็นการบ้านนี่แหล่ะค่ะ
ช่วงหยุดต้นธันวามัวแต่ไปเที่ยวเกือบสองอาทิตย์ ตั้งใจว่าจะหนีงาน ฮ่าๆๆ
ที่ไหนได้กลับมางานมันก็ยังรอเราซะงั้น..เฮ้อ...

กลับมาที่เค้กโอเปร่ากันดีกว่าเนอะ โฮสคุณปุ๊กรีเควสเค้กโอเปร่า
หรือเค้กมากสิ่งให้ชาวฟาร์มได้ลองอะไรใหม่ๆ มั่ง ไม่งั้นจะกลาย
เป็นใช้ความเคยชินทำแต่สิ่งเดิมๆ เช่นลูกไก่อย่างบีมเป็นต้น ฮ่าๆ
จะใช้รสชาดอะไรก็ลองหามาลองกันเอง ขอแค่มี almond biscuit, buttercream,
Ganache และ Glazing และที่สำมะคัน คือมันต้องเป็นชั้นๆ
แต่บีมไม่คุ้นกับอิตาเลี่ยนเมอร์แรงค์ค่ะ
ก็เลยใช้สวิสแทนอ่ะค่ะ เป็นครั้งแรกที่ลองทำดู ต้องขอบคุณโฮสนะเนี่ย
เพราะไม่งั้นก็ไม่ได้ลองอะไรใหม่ๆ หรอกจ้า ^^
ตอนเห็นโจทย์อยากทำเล้ยย หาข้อมูลมากมายหลายเวบ
รสนั้นรสนี้ หู้ยย น่ากินน่าทำไปหมด แต่พอจะทำแล้วมีเด็กน้อยมานั่งดูตาแป๋ว
ก็เลยเปลี่ยนใจตอนนั้นแหล่ะค่ะ ว่าทำรสที่มาจากนมผงของหนูนินดีกว่า
แบบว่าหลอกล่อนิดหน่อย ไม่ให้งอแงมากตอนแม่ไปทำเค้ก อิอิ

บัตเตอร์ครีมก็เลยเลือกรสน้ำผึ้ง ไม่รู้ใครชอบนมอุ่นๆ ใส่น้ำผึ้งมั่ง อร่อยเนอะ
ตอนที่ตีเสร็จป้ายใส่ปากหนูนินไป แหม เดินมาขออีกใหญ่เลย
ป้วนเปี้ยนจะกันครีม มันหอมน้ำผึ้งดีค่ะ แต่พอประกอบร่างแล้วกลิ่นน้ำผึ้งมันโดนกลบแฮะ
จะใส่เพิ่มก็กลัวจะหวานไป เพราะรวมๆ ก็ชอบนะคะ...
ถึงจะเป็นคนไม่ชอบกินบัตเตอร์ครีมก็เหอะ



ตัวเค้กสูตรนี้มาจากคุณ Aran คนเก่ง
(ใจตรงกันกะน้องก้อยเลย อิอิ)
แต่ตามสูตรเค้าใช้ไข่ 4 ฟอง ส่วนบีมตีตามเค้าแล้วมันข้นและหนืดมาก คือ
เค้าเขียนว่ามันน่าจะเป็นริบบอนน่ะค่ะ บีมก็เลยเพิ่มไข่ไปอีก 2 ฟอง
อาจจะเป็นไซส์ไข่ไม่เท่ากันมั้ง...ซึ่งพออบมาก็โอเลยค่ะ
ไม่แห้ง อร่อยเลย น่าจะกลายเป็นสูตรประจำกันไป ^^

อ้อ แล้วก็ไม่มีพลาดกันเดี๋ยวจะไม่ใช่แม่หนูนินของแท้
ตอนออกมาจากตู้เย็น กานาซสวยงามแวววาว ตอนเล็มขอบ
เห็นชั้นเค้กก็อย่างที่เห็นค่ะ ไม่เสมอกันซะเรยยย



นั่นยังไม่เท่าไหร่ พยายามจะแทยงมุมโรยผงโกโก้ แต่สุดท้าย...
ไอ้แผ่นที่บังดันไปแปะโดนหน้ากานาซ..เละเป็นรอยบุ๋มเลย...
เป็นเหตุผลให้ต้องโรยผงโกโก้ปิดบังอ่ะค่ะ....

วิธีทำไม่ยุ่งมากเท่าที่คิด หรือเราคาดว่ามันจะยาก
พอทำเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นไม่ยากมากก็ไม่รู้แฮะ

Milk&Honey Opera
ดัดแปลงจาก
Matcha, Lemon and Chocolate Opera Cake : cannelle-vanille


Milk-Almond Sponge Cake;

80 กรัม อัลมอนด์ป่น
80 กรัม icing
110 กรัม น้ำตาลทรายขาว (1)
40 กรัม แป้งบัวแดง
20 กรัม นมผง
ไข่แดง 4 ฟอง

ไข่ขาว 4 ฟอง
55 กรัม น้ำตาลทราย (2)
30 กรัม เนยสด ละลาย ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง

วิธีทำ :
- วอร์มเตาที่ 180 องศาซี เตรียมพิมพ์สี่เหลี่ยม ปูกระดาษไข ทาเนย
- ใช้ตะกร้อมือหรือเครื่องปั่นผสมอัลมอนด์บดกับ icing ให้พอเข้ากัน
อย่าให้ถึงขั้นเป็นก้อนนะคะ
- ตีส่วนผสม 5 ข้อแรกด้วยสปีดสูงจนได้ข้น ทิ้งตัวเป็นสายริบบิ้นได้ พักไว้



- ตีไข่ขาวจนเป็นโฟม ทยอยใส่น้ำตาล ตีต่อด้วยสปีดสูงสุดจนขาว ขึ้นเงา ตั้งยอด
- ตะล่อม 1/3 ส่วนของไข่ขาวลงไปในส่วนผสมไข่แดง จนเข้ากันดี ตะล่อมส่นที่เหลือ
- ใส่เนยละลาย ใช้พายยางคนพอเข้ากัน เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้
- อบ 15 นาที หรือพอสุก จับดูแล้วเค้กสปริงตัวคืนก็พอค่ะ
- เอาออกมาจากเตาแล้วใช้มีดแซะขอบ จากนั้นเอากระดาษไขแผ่นใหม่วางด้านบน
อาจจะใช้ตะแกรงผึ่งเค้กช่วยก็ได้นะคะ เพราะต้องกลับด้านเอากระดาษไขที่ใช้อบ
ให้มันกลับมาอยู่ด้านบนแทนกระดาษไขแผ่นใหม่ แล้วก็จัดการลอกกระดาษไขแผ่นที่ใช้อบออก
อย่างเบาๆ มือ แล้วก็ทิ้งเค้กไว้ให้เย็น โดยที่วางกับพื้นโต๊ะเลยนะคะ ไม่ต้องใช้ตะแกรง




แล้วก็มาเตรียมส่วนผสมอื่นๆ ต่อ..

ก็มี Vanilla Syrup ง่ายมาก น้ำ 100 กรัม น้ำตาล 100 กรัม ตั้งไฟ
พอเย็นก็ใส่กลิ่นวานิลลาลงไป

Chocolate Ganache ก็ ช็อคโกแลต 170 กรัม วิปปิ้งครีม 170 กรัม
ตั้งไฟครีมจนเดือด แล้วเทใส่ช็อคโกแลต แล้วก็คนๆๆๆ จนมันเข้ากั๊น เข้ากัน

Chocolate Glaze ก็ใช้ช็อคโกแลต 100 กรัม กับเนยขาวซัก 40 กรัม
ตั้งเตาละลายทั้งคู่แบบ Bain Marie ทิ้งไว้แบบอุ่นๆ ก่อนจนกว่าจะใช้งานค่ะ



ส่วนอันนี้เรื่องใหม่ ไม่เคยทำ เป็น Honey Buttercream
ส่วนผสม :

ไข่ขาว 2 ฟอง
100 กรัม น้ำตาลทราย
180 กรัม เนยสดแบบอ่อนตัวแต่ยังเย็นนิดๆ
50 กรัม นำ้ผึ้ง
วิธีทำ:
- ผสมไข่ขาวกับน้ำตาลทรายแล้วเอาไปตั้งบนหม้อน้ำเดือด ใช้ตะกร้อมือตีเรื่อยๆ
จนน้ำตาลละลายและเอามือแตะดูแล้วส่วนผสมอุ่นๆ ไข่ขาวฟูขึ้นนิดๆ
- เทใส่เครื่องตี ตีต่อด้วยสปีดสูงจนได้เมอร์แรงค์ขาว ข้น ฟู จับก้นอ่างตีแล้วไม่อุ่น
- ทยอยใส่เนยทีละ 1 ช้อนโต๊ะ จนหมด ตีไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นส่วนผสมฟอร์มตัวเป็น
buttercream
- ใส่น้ำผึ้ง แล้วตีต่อจนเข้ากันดี เนียน ถ้ายังไม่ประกอบร่างเค้กก็แช่เย็นไว้ก่อนค่ะ

วิธีประกอบร่าง:



- เตรียมที่ทางให้เรียบร้อย แล้วก็เอาเค้กมาตัดแบ่งเป็นสี่เหลี่ยนผืนผ้าเท่าๆ กัน
- ทา chocolate glaze ที่ด้านบนของเค้กชิ้นที่ 1 รอจนเกลซแข็งตัว
แอบแช่ตูเย็น สัก 3 นาทีก็ได้ค่ะ
- คว่ำเค้กให้เกลซอยู่ด้านล่าง แล้วพรมน้ำเชื่อมที่ด้านบน ตามด้วยปาดบัตเตอร์ครีม
ตอนอ่านๆ วิธีทำ เค้าก็มีทั้งแบบวางไปเลยกับแบบที่ใส่พิมพ์ที่พอดีกับขนากเค้กที่จะทำ
แต่ตอนทำจริงก็ลืมซะอย่างนั้นเอง...คือ พอมีพิมพ์เนี่ยมันก็ช่วยเรื่องเวลา
ราดกานาซอย่างนึง แล้วก็เวลาจะทำให้บัตเตอร์ครีมมันเรียบด้วยอ่ะ เห็นเค้าใช้
กระดาษไขปาดหน้าอีกทีทับเลเยอร์ของบัตเตอร์ครีมอ่ะนะคะ คราวหน้าแก้ตัวใหม่..
- ตามด้วยราดกานาซ แล้วก็แช่เย็นซะแปบนึงให้กานาซเซ็ตตัวหน่อย
บีมก็ใจร้อน ทับต่อเรื่อยๆ นึกว่ามันจะแข็งตัวง่ายๆ ฮ่าๆ ผลคือ กานาซไหลลงข้างซะครึ่งๆ
- ทำสลับกันไป 3 ชั้น แล้วก็แช่เย็นค่ะ
- แล้วก็ตัดแต่งพันธุกรรมรอบข้างออก....เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ หม่ำได้ ^^



สนุกนะคะ มากสิ่งแต่คุ้มค่ะ ^^
ขอบคุณโหด เอ๊ยย โฮส จ้า
& thank you to Aran, you inspire many bloggers, such me!


สรุปโอเปร่าของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวฟาร์ม ตามนี้ค่ะ :







สวัสดีค่ะ ^^







 

Create Date : 25 มกราคม 2553    
Last Update : 27 มกราคม 2553 12:01:21 น.
Counter : 452 Pageviews.  

Chicken Farm Baker's Project#17 Bake for someone special: Poppy Seed Cake with Raspberry Curd

การบ้านฟาร์มมาแร้วจ้า ^^
ฮ่วย! มาแบบเฉียดฉิวเที่ยงคืนหยั่งกะนางซิน
ขอแปะรูปไว้ก่อนนะค๊ะโฮสอุ้มหมีของพีท

มาบรรยายต่แล้วคร่าา....
กล้องเมมโมรี่เต็มกลังจากตระเวนถ่ายรูปเยอะมาก ยังไม่ได้โหลดลงคอมพ์เลย
การบ้านคราวนี้เลยต้องใช้โทรศัพท์อ่ะ ภาพเลยเบลอๆ แตกๆ บอกไม่ถูก

เฮ้อ...เด๋วมาต่ออีกทีนะคะ...









Poppy Seed Cake with Raspberry Curd Filling
Adapted from Luscious Berry Desserts by Lori Longbotham


Cake:

2 1/3 cups แป้งเค้ก

2 3/4 ชช. baking powder

1/4 ชช. เกลือ

1 1/2 ชช. poppy seed

1 1/2 cups น้ำตาล

3/4 cup เนยจืด ทิ้งไว้อุณหภูมิห้อง

1 cup นมสด

5 ไข่ขาว

1/4 ชช. cream of tartar


วอร์มเตาที่ 180 องศาซี ทาเนยถาดเค้ก 9 X 13 นิ้ว พักไว้

ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู poppy seed และเกลือเข้าด้วยกัน ซัก 3 รอบ พักไว้

ตีเนยกับน้ำตาลจนฟูขาว เทนมสด 1/4 ส่วน มาผสมจนเข้ากันดี
เติมส่วนผสมแป้งแล้วสลับกับนมสด ประมาณ 3 รอบ
แต่ให้จบด้วยส่วนผสมแป้ง ตีส่วนผสมให้เข้ากันดี

ตีไข่ขาวที่สปีดกลางจนเริ่มเป็นฟองโฟม เติมครีมออฟทาร์ทาร์ แล้วเปลี่ยนเป็น
สปีดสูง ตีจนไข่ขาวตั้งยอด ตะล่อมไข่ขาวใส่ในส่วนผสมแป้งและเนย เบาๆ
จนเข้ากันดีและไม่ยุบตัว

เทใส่พิมพ์ที่เตรยมไว้ เกลี่ยด้านบนให้เรียบและเสมอกันดี

อบประมาณ 30 นาที หรือจนสุก ทิ้งไว้ให้เย็นบนตะแกรง

แบ่งเค้กเป็น 3 ชิ้น เท่าๆ กัน แล้วทาเคิร์ดที่ด้านบน สลับจนเป็น 3 เลเยอร์

ปาดหน้าด้วยฟรอสติ้ง ความหนาตามชอบใจเลยค่ะ ^^


Frosting:

250 grams creamcheese

1 cups ไอซิ่ง

1 ชช. น้ำมะนาว

To make the frosting:

ตีครีมชีสจนเนียนฟู ค่อยๆ ใส่น้ำตาล ลงไปผสม ตีต่อจนฟูขาว
ใส่น้ำมะนาว แล้วตีต่ออีกประมาณ 1 นาที ให้เข้ากันดี


Raspberry Curd
Makes about 1 1/2 cups

1/2 ถ้วย เนยจืด

12 ออนซ์ frozen raspberries

5 ไข่แดง ตีทิ้งไว้

3/4 ถ้วย น้ำตาล

เกลือหยิบมือ

2-3 ชช. น้ำมะนาว

ละลายเนยด้วยไฟกลางหรือไมโครเวฟตามถนัดค่ะ
เติมราสพ์เบอร์รี่ ไข่แดง น้ำตาล เกลือ ลงไป รอจนเดือด
คนไปด้วให้ราสพ์เบอร์รี่แหลกและส่วนผสมข้นขึ้นจนเป็นเนื้อเดียวกันดี
ประมาณ 10 นาที
กรองแยกน้ำออกไป แล้วเทใส่โหล ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเคิร์ดจะข้นขึ้น
แล้วค่อยแช่ตู้เย็น เก็บได้ประมาณ 1 เดือนค่ะ



การบ้านเพื่อนๆ อยู่นี่ค่ะ

พี่ปุ๊ก Daily Delicious: Maria Buns

พี่อุ้ม vanilla orchid: Caramelised apple cake with streusel toppping

พี่นก popang: ขนมปังลูกเกด..สูตรที่ชอบที่สุด

พี่ก้อย bakeaholic: Crumb Coffee Cake

จิ๊บ IyadA: Yuzu Butter Cheese Cake for P'kate pastelpiebald

บัว เจี๊ยบแคระประจำฟาร์ม Ultimate Chocolate & Lemon Lover

โฮสจอมโวยวาย กับเค้กของพีทสุดหล่อของพวกเรา

อิน อ้อมกอดของความเหงา Bake for someone special ; Lemon Cheese Cake For My Friends -*



ส่งท้ายด้วยหนูนินนะคะ ^^ ไปเที่ยวมายาว สองอาทิตย์ กลับมางานหยั่งกะดอกเห็ด...






 

Create Date : 23 ธันวาคม 2552    
Last Update : 25 ธันวาคม 2552 11:44:39 น.
Counter : 256 Pageviews.  

1  2  3  4  

maebnus
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยากทำขนม
อยากทำขนม...

อยากทำขนม.....

!!!!

iLength = document.images.length; for(i=0;i
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add maebnus's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.