Group Blog
 
All blogs
 

จะบ้าตาย -_-'

นาน ๆ จะเข้ามาเขียนบล็อกสักที เพราะว่าไม่รู้จะเขียนอะไร ชีวิตซ้ำ ๆ จำเจ ไม่มีอะไรใหม่ ๆ เลย น่าเบื่อ

แต่... แต่เมื่อวาน มีเรื่องเด็ด ทำเอาใจหายใจคว่ำ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ทั้ง ๆ ที่ตัวดำขนาด เรื่องของเรื่องคือ เมื่อวานนัดเพื่อนสาวชาวเขมรไว้ จะช่วยขับรถให้ พาเขาไปซื้อของขวัญให้พ่อสามี ให้สามีเขา เพราะวันนี้เป็นวันพ่อ แต่ไม่ได้รู้เลยว่าเมื่อวานมันเป็นวันเด็ก ก็น่ะนะ ไม่มีลูกมีเต้ากับใครเขานี่ เลยไม่รู้เรื่อง เพื่อนสาวเขามีลูก 2 คน เกือบจะ 3 ขวบ 1 คน แล้วก็ 10 เดือน 1 คน เป็นชายทั้งคู่

เราขับกันไปช็อปที่ Baden-Baden Cité ไปถึงก็หม่ำกันก่อนเลย จากนั้นพอจะเริ่มเดิน ก็แบ่งเด็กกันไป สุคิตา (แม่เด็ก) เขาอุ้มเด็กอ่อนไว้ ส่วนเก๋เข็นเจ้าพี่ชาย แต่เนื่องจากมันเป็นวันเด็ก เด็กเยอะมาก พ่อแม่เด็กอีก คนเต็มไปหมด เล่นเอาตาลาย (เป็นโรคไม่ค่อยชอบคนเยอะ ๆ อยู่ด้วย ) แต่พอเริ่มเดิน มันก็มีที่ให้เด็ก ๆ เล่น ของเล่นเต็มไปหมด มีซุ้มแต่งหน้าเด็ก ซุ้มทำลูกโป่ง ลานกระโดด ลานวาดรูป แล้วด้วยความที่ว่า ทั้งสุคิตาและลูก ๆ ไม่ค่อยจะได้ไปไหน พอเด็กเห็นแบบนี้ ก็ตื่นตา ตื่นเต้น

เป็นอันว่า ช่วงแรกนี้คือไม่มีโอกาสที่จะได้เดินดูของ เพราะต้องพาเจ้าเคเมน เล่นของเล่นก่อน ทีนี้พอมันนานเข้า สุคิตาเลยขอแยกไปเดินดูของกับเบบี้ ปล่อยให้เก๋เป็นพี่เลี้ยงเคเมนไป ไอ้เราก็พาเคเมนจะไปให้เขาแต่งหน้า แต่ต้องยืนต่อคิวอีกหลายคิว ไอ้ตรงที่ยืนรอ มันก็ติดกับลานกว้าง ๆ ที่เขากั้นให้เด็ก ๆ เข้าไปเล่นกัน เคเมนก็จะเข้าไปเล่นท่าเดียว ไอ้เราก็ต้องออกอุบายให้ว่าแต่งหน้าก่อน เดี๋ยวแต่งเสร็จค่อยให้เล่น เคเมนก็พยักหน้ารับรู้ ก็ยืนเกาะรั้วดูเด็กเขาเล่นกัน ซึ่งยืนห่างจากเก๋แค่ 1 เมตรเอง พอเก๋หันมาทีไร เคเมนก็จะบอกว่า รอแต่งหน้า เก๋ก็จะคอยหันไปมองคิว หันมองเคเมนเป็นระยะ ๆ แต่สักพัก หันไปมองคิว หันกลับมาอีกที เคเมนหายไปแล้ว แม่เจ้า ตกใจเลย รีบวิ่งเข้าไปดูในลาน นึกว่าจะเข้าไปเล่น ปรากฎว่าไม่มี วิ่งดูรอบ ๆ ลาน ก็ไม่มี วิ่งกลับมาถามคนที่ยืนต่อคิวต่อจากเรา เขาก็บอกตะกี้ยังเห็นยืนอยู่เลย ไม่ถึง 1 นาทีเลย หายไปไหนไม่รู้

หายใจไม่ทั่วท้องเลย ตกใจสุด ๆ รีบโทรหาสุคิตา โทรศัพท์เพื่อนสาวดันแบตฯ หมดอีก ซวยแล้วทีนี้ มองไปทางไหนก็มีแต่คน เด็กเต็มไปหมด หัวหมุนติ้วเลย กลัวสุด ๆ มันเป็นความกลัวที่ว่า เขาฝากลูกให้เราดู แล้วถ้าลูกเขาหายไปนี่ เราจะทำยังไง พ่อแม่เขาจะทำยังไง ถ้ามันเป็นลูกเราเองก็คงจะรู้สึกอีกแบบน่ะ แต่ความรู้สึกเมื่อวานนี้มันบอกไม่ถูกน่ะ ลูกเขาหาย วิ่งหาสักพัก ก็เจอกับสุคิตา รีบบอกว่าเคเมนไม่รู้หายไปไหน เพื่อนก็รีบวางของ วิ่งหา พอดีเก๋นึกขึ้นได้ ว่ามันมีลานให้เด็กเล็กเล่นอีกจุดหนึ่ง ตอนที่เราเดินผ่านมา แล้วเคเมนเล่นแล้วไม่ยอมเลิก เลยวิ่งกลับไปดู เจอจริง ๆ ด้วย เชื่อไหมความรู้สึกแรกที่เห็นหน้าเคเมน มันเป็นความโกรธ เสร็จแล้วก็เป็นความโล่งใจ

ไอ้เราก็ต่อว่าเคเมนว่าทำไมทำแบบนี้ วิ่งหนีมาทำไม รู้ไหม เคเมนว่าไง ทำหน้าตาแบบไม่มีอะไร แล้วบอกว่า รอแต่งหน้า เก๋โมโหดุไปซะเยอะ พอจูงกลับมาหาแม่ แม่มันแค่บอกว่า ทำไมทำแบบนี้ อย่าวิ่งหนีป้าเก๋สิ แค่นั้นแหละ แล้วแยกไปช็อปต่อ อะไรว่ะ อกอีแป้นจะแตก ฉันเพิ่งจะทำลูกแกหายไปหยก ๆ ยังมีหน้าทิ้งลูกไว้กับฉันอีกเหรอนี่ เครียดมาก

ทีนี้เลยไม่เป็นอันต้องทำอะไรเลย ปล่อยให้เข้าไปวิ่งเล่นในคอกเด็กเลย แล้วเก๋เข้าไปนั่งจับตามองอยู่ในคอกด้วย เพื่อนสาวก็ช็อปแบบลืมลูก ลืมเพื่อนไปเลยอ่ะ เข็ดเลย ไม่เอาอีกแล้ว คราวหน้าถ้าจะต้องแบ่งดูลูกให้ ขอเอาเบบี้มาอุ้มแทนดีกว่า ยอมหนักหน่อย เมื่อยแขนนิด แต่ชัวร์ว่าลูกเขาไม่หายแน่ ไม่ไหว ๆ คนแก่จะเป็นลม หัวใจเกือบจะหยุดเต้น เซ็งเลย

เอารูปเด็กที่ทำให้คนแก่หัวใจจะวายตายมาให้ดูด้วย

Photobucket




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2554    
Last Update : 3 มิถุนายน 2554 3:38:08 น.
Counter : 735 Pageviews.  

Wie neugeboren durch Fasten เมื่อต้องดีท็อกซ์

07-01-11

ปล่อยบล็อกร้างไว้นาน เพราะไม่มีเรื่องอะไรจะมาอัพเลย ทุก ๆ วัน เหมือน ๆ เดิม ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตสักเท่าไหร่

แต่ปีใหม่นี้ เราเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ด้วยการทำดีท็อกซ์กันตั้งแต่วันปีใหม่กันเลย จริง ๆ เก๋ไม่ได้อยากทำเลย เพราะรู้ตัวเองว่าต้องทำไม่ได้แน่ ๆ ก็เป็นคนที่กินจุกจิกทั้งวัน จะมาให้อด ๆ คิดว่าไม่ไหวแน่ แต่ด้วยความที่สงสารซิกิอ่ะ เขาอยากทำมาก สีบเนื่องจากที่เขาเคยมีปัญหาลำไส้บ่อย ๆ หมอแนะนำว่าควรทำ แล้วถ้าเขาทำแล้วเก๋ไม่ทำ เขาจะต้องเห็นเก๋นั่งกินของอร่อย ๆ ก็คงทำร้ายจิตใจกันเกินไป อีกอย่างซิกิก็โน้มน้าวว่ามันดีงั้นดีงี้ ตอนแรก ๆ เก๋ก็ว่าจะทำแค่วัน 2 วัน ถ้าทนไม่ไหวก็เลิก แต่ยังไม่ทันได้ทำเลยอ่ะ ซูสีบอกว่า เดี๋ยวฉันจะดูว่าจะทำได้สักกี่วัน เท่านั้นแหละ ความฮึดบังเกิด แหม น้ำเสียงดูถูก ว่าเราทำไม่ได้แน่ ๆ (แต่ซิกิบอกว่า ไม่ใช่ดูถูก เขารู้จักเธอต่างหาก) อีกอย่าง ซิกิบอกว่า ถ้าทำได้จะพาไปเลี้ยงใหญ่ เอาของกินมาล่อแบบนี้ เสร็จ

ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไมต้องดีท็อกซ์

การ ดีท็อกซ์ (ล้างลำไส้) จะช่วยทำความสะอาดและขจัดสิ่งสกปรก ของเสีย กากอาหาร รวมทั้งสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ให้หมดไป เนื่องจากของเสียเหล่านี้ มักถูกขับถ่ายออกได้ไม่หมด จึงตกค้างอยู่ในลำไส้ บางครั้งจะเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้เป็นตะกรัน เป็นอุจจาระ เนื้อเยื่อของเซลล์ที่ตายพยาธิและน้ำ เมือกที่ถูกสะสมไว้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการต่างๆ ของโรค เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการของโรคต่าง ๆ

ซิกิซื้อหนังสือ Wie neugeboren durch Fasten เพื่อที่จะทำตาม แต่เก๋ขอบอกเลยว่า สูตรในหนังสือเล่มนี้โหดมาก ๆ คือเก๋หมายถึง ในระหว่างที่ทำไม่สามารถที่จะเคี้ยวอะไรได้เลย ทำไมนะเหรอ มาดูกันว่าเก๋ต้องทำอะไรบ้าง

1 มกราคม วันนี้เป็นวันเตรียมร่างกาย กินผักผลไม้ ถั่ว ดื่มนมได้
ยังชิล ๆ อยู่ ไม่ค่อยรู้สึกอะไร เพราะยังได้กิน

2 มกราคม เริ่มวันแรก ตอนเช้าดื่มได้แต่น้ำชาสมุนไพร แล้วก็กินยาถ่าย กลางวัน กินน้ำซุปผัก เย็น ก็กินน้ำซุกผัก ระหว่างวันถ้าหิวก็ดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้ได้

วันนี้หงุดหงิดมาก ๆ ประมาณอยากกินโน้นนี่ แต่กินไม่ได้ ถ่ายท้องทั้งหมด 10 กว่ารอบ (แต่ไม่ปวดท้องนะ) มองเห็นของกินอยู่ตรงหน้าแต่กินไม่ได้ ต่อสู้กับตัวเองทั้งวัน

3 มกราคม วันที่สอง กินทุกอย่างเหมือนวันแรก แต่ไม่ต้องกินยาถ่ายแล้ว

ยังหงุดหงิดเหมือนเดิม แต่ไม่มากเหมือนวันแรก บ่นเรื่องกินทั้งวัน จนซิกิรำคาญ (ประมาณว่าเขาเองก็ต้องต่อสู้กับตัวเองไม่ให้อยากกิน แถมเมียมานั่งเป่าหูทั้งวันเรื่องกิน พี่แกคงหงุดหงิดอ่ะ แสดงออกทางสีหน้าเล็กน้อย) ไม่หิวนะ แต่อยากกินโน้นนี่ มีอาการปวดหัว

4 มกราคม วันที่สาม กินเหมือนวันที่สองนั่นแหละ

เริ่มอยู่ตัว แต่ก็ยังไม่วายอยากกินขนม ประมาณอยากเคี้ยวอะไรบ้าง ซิกิคอยพูดกลอกหู เดี๋ยวไปกินเลี้ยงใหญ่ทีเดียวเลย อดทนไว้ ยังปวดหัวอยู่เล็กน้อย

5 มกราคม วันที่สี่ กินเหมือนเดิม

วันนี้เริ่มให้กำลังใจตัวเอง เก๋ อีกแค่วันเดียวเอง เก่งมาก หนูทำได้ แต่อ่อนแรง เวลาลุกเหมือนจะหน้ามืด มือชา เนื่องจากกินน้ำน้อยมาก ชาก็ไม่ดื่มแล้ว เพราะไม่รู้สึกถึงความอร่อย เลยไม่กินอะไรเลย ไม่ออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกบ้านด้วย นั่งอยู่แต่หน้าคอมฯ เวลาลุกยืนเวียนหัวมาก

6 มกราคม วันที่ห้า กินเหมือนเดิม

วันนี้มีแรงขึ้นมากว่าเดิม ประมาณ เย้ พรุ่งนี้ฉันจะได้กินเหมือนเดิมแล้ว ดีใจที่สุด คิดทั้งวันว่า พรุ่งนี้ตื่นมาจะกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ดีใจในที่สุดก็ทำสำเร็จ ชนะใจตัวเอง

7 มกราคม วันที่หก วันนี้จริง ๆ แล้วเริ่มกินได้ แต่ในหนังสือให้กินประมาณชาสมุนไพร กินซุปที่มีผักได้แล้ว แอ็ปเปิ้ลชิ้นเล็ก ๆ ให้กินแต่น้อย ๆ เนื่องจากที่เราไม่ได้กินอะไร ๆ หนัก ๆ มาหลายวัน ร่างกายต้องปรับสภาพ จริง ๆ ต้องปรับสภาพร่างกายด้วยการกินอาหารอ่อน ๆ ทีละน้อย ๆ ประมาณ 2 วัน คือวันนี้กับพรุ่งนี้

ตื่นแต่เช้า รีบลงมาหาของกิน กินนมไปได้หนึ่งแก้ว แอ็ปเปิ้ลชิ้นเล็ก 1 ชิ้น คุ้กกี้ 1 ชิ้น แน่นท้องเลย กลางวันก็ไม่กินตามที่หนังสือเขียน ทำเกี้ยวน้ำ ห่อลูกเล็ก ๆ กินไปได้แค่ 5 ลูกพร้อมน้ำซุป จุก บ่าย ๆ กินชากับคุ้กกี้ได้ 3-4 ชิ้น (จากปรกติกินเค้กได้ 2 ชิ้น ช็อกโกแลตที่มองมา 5 วัน อยากกินมาก ๆ มาวันนี้ไม่อยากกินแล้วอ่ะ

* ชาสมุนไพร คือชาจริง ๆ ไม่ให้เติมน้ำตาล ใส่น้ำผึ้งผสมได้ แต่เก๋ไม่ชอบ
* น้ำซุปผัก คือน้ำต้มผักหลาย ๆ ชนิด แล้วกรองเอาผักทิ้ง กินได้แต่น้ำซุปที่เหลือ

สรุป น้ำหนักเก๋ลดไป 1.5 กิโล ส่วนซิกิลงไป 4 กิโล ซิกิบอกว่าควรจะทำปีละครั้ง โอ้แม่เจ้า แค่ครั้งเดียวสำหรับเก๋ก็เกินพอแล้วอ่ะ ถ้าจะให้ทำอีกครั้ง คงหาสูตรดีท็อกซ์อันอื่น ที่ให้กินได้แต่ผลไม้ก็ยังดี มันยังรู้สึก ได้กัด ได้เคี้ยว ได้กลืนอะไรบ้างก็ยังดี

วันนี้แวะไปดื่มชากับพ่อแม่ แม่บอกนับถือ ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำได้ เห็นกินไม่หยุดปากทั้งวัน ยิ่งทำให้ภูมิใจที่ชนะใจตัวเองได้ จริง ๆ มันก็ไม่ได้ยากอะไรหรอก แค่ต่อสู้กับความอยากกินของตัวเองเท่านั้นเอง ทำปีละครั้งก็ดีเหมือนกัน เพื่อสุขภาพ

ขอบคุณข้อมูล ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไมต้องดีท็อกซ์ จาก //www.detoxfirst.net

ลาก่อนดีท็อกซ์ เจอกันใหม่ปีหน้านะจ๊ะ




 

Create Date : 08 มกราคม 2554    
Last Update : 8 มกราคม 2554 1:26:48 น.
Counter : 557 Pageviews.  

Die Endometriose und die Zyste

เอาเรื่องไหนก่อนดีล่ะนี่ จริง ๆ ไม่ได้ขยันตื่นเช้าเพื่อที่จะมานั่งอัพบล็อกหรอกนะ แต่เรื่องของเรื่องคือมันนอนไม่หลับ ตื่นมันทุกชั่วโมงเลย จนกระทั่งตี 5 หลับตาไม่ลงแล้ว ในหัวมีแต่สิ่งเลวร้าย คิดแต่เรื่องไม่ดี ต้นเหตุมาจากซิคนเดียว นอนกรนมันทั้งคืน ดังมาก ไม่ใช่เพิ่งจะมาเป็นเอาตอนนี้หรอกนะ เป็นมานานแล้ว ไอ้เราก็ได้แต่เอาน่า เขาไม่ได้ตั้งใจ ทนไม่ไหวจริง ๆ ก็หนีบผ้าห่มลงไปนอนห้องรับแขกเอา แต่เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดบ่อยมาก ๆ ๆ ๆ แล้วใช่ว่าพอหนีลงมานอนข้างล่างแล้วจะหลับเลยนะ ไม่หรอก ยังนอนโมโห กว่าจะหลับได้ก็ต้องรอเขาไปทำงานก่อนแหละ

พอตื่นมาอีกทีความโมโหมันก็หาย ไอ้เวลาดี ๆ กันอยู่ ก็รักกันจะเป็นจะตาย อะไรก็ดีไปหมด ดีใจมีสามีดี ดูแลอย่างดี ไม่ต้องรีบตื่นนอนไปทำงาน ไม่ต้องไปนั่งให้นายบ่น อยู่บ้านจะตื่นกี่โมงก็ไม่มีใครว่า ตื่นมาไม่ทำอะไรก็ไม่มีใครบ่น หิวเมื่อไหร่เปิดตู้ของกินก็เต็ม จะมีอะไรทำก็แค่ตอนเย็นทำกับข้าว รอซิกลับมากินข้าวด้วยกัน ดูหนังด้วยกันแล้วก็ขึ้นนอน โอ้แม่เจ้า ใครมันจะมีความสุขแบบนี้

แต่พอล้มตัวลงนอนเท่านั้นแหละ พ่อเจ้าประคุณก็เริ่มกรนทันที แล้วก็ค่อย ๆ ดังเอาเรื่อย ๆ ไอ้เรามันเป็นโรคหลับยากอยู่แล้วด้วย มาเจอแบบนี้ เซ็งเลย จะ 5 ปีแล้วที่อยู่ด้วยกันมา ไม่เห็นจะชินเลย ตี 1 ก็แล้ว ตี 2 ก็แล้ว ยันตี 5 นั่นแหละ องค์ถึงได้ลง นี่ฉันมาทำอะไรอยู่ที่นี่ ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ทิ้งครอบครัว ทิ้งเพื่อนฝูง ทิ้งงานทิ้งการ เพื่อที่มาอยู่เหงาที่นี่ ตื่นมาก็ไม่มีอะไรจะทำ นั่งหายใจไปวัน ๆ เพื่อนฝูงที่นี่ก็ไม่ค่อยจะมี งานก็ไม่มีทำ วันทั้งวันก็อยู่คนเดียว ไม่ได้พูดกับใคร รอว่าเมื่อไหร่ซิจะกลับมาบ้าน แล้วเขาก็เหนื่อย ดูหนังได้แป๊ปเดียวแล้วก็หลับ แล้วฉันก็ต้องหนีบผ้าห่มลงไปนอนข้างล่างเกือบทุกคืน แบบนี้นะเหรอ พอองค์ลงเมื่อไหร่ มันคิดแต่สิ่งเลวร้าย มองไม่เห็นสิ่งดี ๆ เลย ถ้าวันไหนไม่หนีลงมานอนข้างล่าง ก็นั่นแหละ นอนพลิกซ้ายพลิกขวาไปถึงตี 5 6 โมง ค่อยลงมาโมโหอยู่คนเดียว โดยที่ซิไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย เราพูดเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้นั่นแหละ ว่าหลอดลมเขาตีบ เวลานอนหายใจไม่สะดวก มันเลยกรน กรนได้กรนดี ไม่ว่าจะนอนหงาย หันด้านข้าง พี่แกก็กรนได้ เอาสิ

Ich habe die Nase voll. ซิขา ซิจะรู้ไหมนี่ ว่าเก๋จะเป็นโรคประสาทเพราะการนอนไม่หลับอยู่แล้วนี่

ดูอย่างวันนี้เป็นต้น งุ่นง่านจนเกือบ 7 โมงเช้า ถึงได้คิดว่า ฉันลงไประบายความโมโหเป็นตัวอักษรดีกว่า เผื่ออารมณ์จะดีขึ้น นี่ที่บ่นมาทั้งหมดนี่ ยังไม่ได้ครึ่งของไอ้ตอนนอนไม่หลับแล้วคิดแต่สิ่งเลวร้ายนะ นี่ตัดทอนอารมณ์ไปเยอะแล้วนะนี่ เอ หรือนี่มันเป็นอาการของคนที่อยู่ในวัยทองละนี่

พอแหละ ค่อยยังชั่วแหละ มาเข้าเรื่องดีกว่า เมื่อตอนต้นเดือน วันที่ 8 เก๋ไปนอน รพ. มาไปให้หมอเขาตัดซีส (die Zyste) กับเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Die Endometriose) ออก จริง ๆ เมื่อ 2 ปีก่อน ก็ไปผ่าเอาออกมาแล้วที่ รพ. อื่น หลังจากผ่าคราวก่อนไปได้ 6 เดือนก็ตรวจเจอว่าซีสมันมีอีกแล้ว ที่เดิมด้วย หมอเขาเลยส่งตัวไปพบศาสตราจารย์เฉพาะด้านโดยตรง ซึ่งเขาก็รักษาโดยให้กินยาคุมติดต่อกัน 2-3 เดือน วันละ 2 เม็ด เล่นเอาหน้าอกหน้าใจใหญ่ขึ้นมาทันตาเห็น (แอบดีใจ) แล้วซีสมันก็ยุบลง แล้วมันก็โตขึ้น ก็รักษาโดยวิธีเดิม กินยามันต่อไป รักษาแบบนี้อยู่เป็นปี จนในที่สุดมันก็ไม่เล็กลง อาการปวดท้องก็มากขึ้น วันนั้นของเดือนมาทีไร วันแรกจะปวดจนทำอะไรไม่ได้ ขนาดกินยาคุมอยู่ เลือดยังออกทุกวันเลย แต่ไม่เยอะนะ จนเมื่อเดือนที่แล้วตอนไปเที่ยวมิวนิกน่ะ เลือดออกเยอะมากเลย ต้องเพิ่มจำนวนยาขึ้น ศาสตราจารย์เขาเลยว่าผ่าดีกว่า จะได้เอามันออกให้หมด

Photobucket

ไอ้วันเข้า รพ. วันแรกยังร่าเริงอยู่เลย เย้ ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่ปวดท้ิองอีกแล้ว แล้วหลังผ่าสิ ปวดท้องระบมกับแผลผ่าตัด นอนซมมันทั้งวันเลย ขนาดไม่ได้ผ่าแผลอะไรใหญ่นะ แค่เจาะหน้าท้อง 3 รูเล็ก ๆ เท่านั้นเอง แต่เจ็บอะไรขนาดนี้ ผ่าคราวก่อนยังไม่เจ็บแบบนี้เลย คราวที่แล้วก็เจาะหน้าท้องแบบนี้แหละ พอตื่นเช้าหลังวันผ่าตัด พยาบาลมาถึงถามว่า ได้ลุกเดินบ้างหรือยัง โถคุณพี่ขา สายปัสสาวะก็คาอยู่ ไหนจะสายที่เจาะหน้าท้องก็ยังคาอยู่ จะให้เดินยังไงล่ะค่ะ เท่านั้นแหละ พี่แกดึงสายปัสสาวะออกทันที เจ็บ แล้วก็ดึงให้ลุกขึ้นไปล้างหน้า พอประคองตัวเองกลับมาที่เตียงได้ ล้มตัวลงนอนได้ หมอคนที่ผ่าก็มาดึงสายที่หน้าท้องออก คิดดูสิ แผลยังสด ๆ อยู่เลย น้ำตาเล็ดเลยล่ะ

Photobucket

ตอนอยู่ รพ. เขาก็ให้เดินบ่อย ๆ ที่ รพ. นี้ก็ดีนะ วิวสวยดี สะอาดด้วย นี่มันก็เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว อากาศก็ดี แต่ฉันมานั่งเล่นอยู่แต่ใน รพ. นี่นะ

อยู่ รพ. ตั้ง 7 วัน เพราะดันไปผ่าก่อนวันอีสเตอร์ ตรงกับวันหยุดราชการพอดี เลยต้องรอวันเปิดทำการน่ะ กลับมาบ้านก็มีบิลตามหลังมา ต้องไปจ่ายอีก 70 ยูโร ที่นอนอยู่ รพ. 7 วัน นี่มันใช่ความผิดฉันเหรอ ฉันไม่ได้อยากจะนอนตั้ง 7 วัน ไม่ยอมให้ออกเอง ต้องมาเสียเงินอีก ความงกเกิดขึ้นในฉับพลัน

กลับมาบ้านก็ต้องนอนอยู่แต่ข้างล่าง ขึ้นไปนอนข้างบนไม่ไหว ไม่อยากขึ้น ๆ ลง ๆ บันได ไหนตอนกลางคืนจะต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ (ข้างบนไม่มีห้องน้ำ) กลัวแผลระบม เดินยังไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ยังเจ็บแผลอยู่ จนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตื่นเช้ามา ไม่เจ็บแล้ว เดินได้ปรกติ เลยรีบเลย ลงไปกวาดกลีบดอกไม้ที่มันร่วงลงมากองอยู่บนสนามบ้าน กับทางเดินข้างบ้าน หลังจากที่มองมาจากระเบียงหลายวัน ไอ้จะปล่อยมันทิ้งไว้ ก็กลัวคนที่เขาอยู่ข้างล่าง (เพื่อนบ้าน) จะคิดว่าอะไรกัน สามีภรรยาคู่นี่ ไม่ช่วยเก็บกวาดเลย บ้านหลังนี้อยู่กัน 2 ครอบครัวก็ต้องช่วยกันสิ คิดไปนั่น คิดได้ดังนั้น ความขยันเข้าสิง ลงไปเลยครับท่าน กวาด ๆ ๆ ก้มขึ้นก้มลงโกย ทำอยู่ประมาณเกือบ 2 ชม. ได้ กลับขึ้นมาบนบ้านได้ไม่เกิน ชม. เอาล่ะสิทีนี้ ปวดท้องขึ้นมาทันที ปวดมาก ๆ ปวดเหมือนวันแรกหลังผ่าตัดเลย รีบกินยาแก้ปวดไป 3 เม็ดต่อชม. นอนอยู่กับที่ ไม่หาย โทรหาซิ ซิรีบโทรหาหมอ หมองง จริง ๆ อาการมันต้องดีขึ้น ทำไมกลับแย่ลง ทีนี้หมอสั่งห้ามทำอะไรทั้งสิ้น นอนอย่างเดียว ไม่ต้องเดินด้วย 2 วันเต็ม ๆ ก็ดีขึ้น พอดีขึ้นก็กะว่าพรุ่งนี้คงไปเรียนได้ เลยไปนั่งเช็คเมล์ เล่นเน็ทอยู่นานเหมือนกัน พอลุกขึ้นเท่านั้นแหละ ปวดท้ิองอีกแล้ว ทีนี้ ซิสั่งห้ามเลย "ไม่ต้องเล่นคอม ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น โรงเรียนก็ไม่ต้องไป ถ้ารักษาตัวไม่หาย เดี๋ยวอาทิตย์หน้าไปเที่ยวไม่ได้ อย่ามาร้องไห้นะ" เล่นบทเข้ม นาน ๆ พี่แกจะเล่นบทนี้เสียที ดูเข้าถึงบทบาทดีเหมือนกัน

เมื่อวานอาการมันหายหมดแล้ว เดินได้ปรกติ ไอ้อาการเจ็บมันก็ยังมีอยู่บ้าง ตรงที่จะเจ็บมากก็ตรงสะดือน่ะ เวลาเอื้อมตัวหยิบของ จะเจ็บแปลบตรงสะดือ แผลมันใกล้จะตกสะเก็ดแล้วล่ะ นี่คือเหตุผลที่หลังจากออกจาก รพ. เมื่อวันที่ 14 เมื่อคืนเป็นวันแรกที่ขึ้นไปนอนบนห้อง แล้วไปเจอซินอนกรน องค์ถึงได้ลงไง

นี่ก็ 8 โมงกว่าแล้ว ซิยังนอนหลับสบายอยู่ข้างบนเลย ไอ้เก๋มานั่งบ้าบอ งุ่นง่านอยู่คนเดียว ไอ้จะขึ้นไปนอนต่อก็คงจะไม่หลับแล้ว ตาโตซะขนาดนี้ แถมกลัวว่าถ้าหลับเดี๋ยวหลับยาว เดี๋ยวไปไม่ทันนัดตัดผม นี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ไอ้เรื่องผมนี่ ซิมีปัญหามาก ๆ เลย เมื่อก่อนผมยาวอยู่ดี ๆ ก็มาบ่นว่าเบื่อ ไปตัดผมสั้นบ้างเถอะ พอผมสั้น มันก็ต้องคอยเล็มคอยตัด ค่าตัดผมที่นี่ใช่ว่าถูก ๆ ไอ้เราก็อยากประหยัด ช่างมันเถอะ ฉันอยู่แต่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหน ไม่เป็นไรหรอก รู้ไหมวันก่อนพ่อเจ้าประคุณกลับมาบ้านแล้วพูดว่าไง "นี่ ฉันนัดวันตัดผมให้เธอแล้วนะ ผมเธอมันยาวแล้ว ดูเหมือนคนไม่ได้ตัดผมมานาน หัวเธอดูโตแล้วก็บานเหมือนดอกเห็ดแล้วตอนนี้" กล้าพูดเนอะ น่าจะดีดปากเข้าให้ ว่าไหม

ไปแหละ ไปสระผมก่อน จะได้ประหยัดเงินค่าสระผมไป พูดแล้วก็คิดถึงร้านตัดผมเมืองไทยจัง นอนให้เขาเกาเขานวดจนเพลิน สระ ซอย ไดร์ 150 บาท ที่นี่เหรอ สระรอบเดียวเอง ซอยก็นิดเดียวเอง ไดร์ก็แป๊ปเดียวเอง 37 ยูโร แถมต้องให้ทิปอีก 2 ยูโร แล้วคิดว่าคนงก ๆ อย่างเก๋จะเสียดายขนาดไหน




 

Create Date : 25 เมษายน 2552    
Last Update : 25 เมษายน 2552 13:30:37 น.
Counter : 665 Pageviews.  

Alles ist vorbereitet

23-12-08

ช่วง 2-3 วันก่อนหน้านี้ หรืออาทิตย์ก่อนหน้านี้ เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านคงจะยุ่ง ๆ กับการเตรียมของขวัญ ตกแต่งบ้าน สำหรับเทศกาลคริสต์มาสกันเป็นแน่ บ้านเราไม่ค่อยได้ตกแต่งอะไรมาก เพราะส่วนใหญ่ช่วงเทศกาลนี้ เราจะไปอยู่กันแต่บ้านพ่อแม่ซะส่วนใหญ่ ปีนี้เก๋ไปช่วยแม่แต่งบ้านเหมือนทุก ๆ ปี แต่ว่าพิเศษตรงที่เก๋ได้ทำของตกแต่งเอง เช่นที่ห้อยประตู แต่ยังไม่ได้ไปถ่ายรูปไว้เลย แต่ที่ว่ายุ่งที่สุดก็ไอ้ตอนหาซื้อของขวัญนี่แหละ ครอบครัวเกือบจะใหญ่ เด็กก็หลายคน นั่งคิดปวดหัว จะซื้ออะไรให้ใครดี ซิไม่ค่อยได้ช่วยคิดเลย จ่ายเงินอย่างเดียว สบายไป ไอ้คนคิดคิดหัวจะแตก กลัวว่าเขาจะชอบกันหรือเปล่า อะไรประมาณนี้ คิดมากเกินไป

Photobucket

ปีนี้ไปซื้อต้นไม้เล็ก ๆ ของปลอมมาแต่งเล่นที่บ้านด้วย ให้ได้บรรยากาศไปกับเขาน่ะ เมื่อวันเสาร์เข้าไปซื้อของในเมือง เจอคนเยอะมาก ๆ มาตามล่าหาของขวัญกัน ประมาณว่าซื้อกันวันสุดท้าย แผนกที่คนเยอะที่สุดน่าจะเป็นของเล่นเด็ก

Photobucket

อันนี้เก๋ก็ทำเอง จริง ๆ แล้วเก๋ทำอีกอันหนึ่ง ประมาณว่าเป็นวงกลมเหมือนที่เขาขายทั่ว ๆ ไปน่ะ แต่ซิไม่ชอบ บอกว่าน่าเบื่อ ทุก ๆ บ้านคล้าย ๆ กันไปหมด เก๋เลยรีบทำใหม่ แต่ขี้เกียจไปซื้อวัสดุมาทำใหม่ เลยออกมาได้แค่นี้แหละ สวยไปอีกแบบ ซิบอก

Photobucket

คืนนี้เราเลยฉลองกันล่วงหน้าซะก่อน ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกิน นึกขึ้นได้ว่ามีเป็ดนอนแช่อยู่ในตู้แช่แข็ง เลยเอามาอบซะ ให้ดูว่าเป็นมื้อพิเศษกันสักหน่อย ประมาณว่าเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะไปเดินสายกินช่วงเทศกาลคริสมาต์น่ะ คิวแน่นเอียดเลยตั้งแต่วันที่ 24-27 แล้วจะมีคิวกินกันอีกทีก็ 27, 29, 31 เรียกว่าหมดช่วงเทศกาล น้ำหนักคงจะขึ้นอีกหลายโล

Photobucket

มื้อนี้ซิไม่ช่วยทำเลย เพราะว่าเขาต้องเคลียร์งานที่บริษัท ซึ่งดันมีปัญหา เล่นเอาเขากลับบ้านมาแบบหมดสภาพ สงสารเลยให้นั่งเป็นคุณชายรอหม่ำก็พอ

เอาเป็นว่า เหนื่อยกับการเตรียมของขวัญ ตกแต่งบ้านกันมาเป็นอาทิตย์แล้ว ตอนนี้ก็มีความสุขกันได้แล้ว กับเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้ จากที่จิตตกจากความมืดมัวของอากาศ และความหนาว เทศกาลนี้ถือว่าช่วยได้มากเลย จิตใจเบิกบานขึ้นมากระทันหัน อยากรู้จริง ๆ ว่า คืนนี้ซิจะชอบของขวัญจากเก๋ไหม แต่ของขวัญจากซิเก๋รู้แล้วว่าเป็นอะไร

เก๋ขอส่งความสุขให้กับทุก ๆ คนเลยนะ มีความสุขกันมาก ๆ นะ

Photobucket





 

Create Date : 24 ธันวาคม 2551    
Last Update : 24 ธันวาคม 2551 20:14:56 น.
Counter : 588 Pageviews.  

625 Jahr-Feier der Gemeinde Lauf

26-07-08

ห่างหายจากการอัพบล็อกไปนาน ไม่ได้หนีไปเที่ยวไหน ไปเรียนภาษาเพิ่มเติมมานั่นเอง ช่วงนี้ปิดเืทอม 3 อาทิตย์ ดีหน่อยจะได้ไม่ต้องตื่นเช้า หยุดนี่ก็ไม่ได้นั่งทบทวนหนังสือเลยนะ เพราะว่าหมักงานบ้านไว้ซะเยอะ ตอนนี้ไล่ทำไปเรื่อย ๆ เรื่องเรียนเอาไว้ใกล้้ ๆ สอบค่อยอ่านล่ะกัน แต่เอทำไมยิ่งเรียน ยิ่งถอยหลังเข้าคลองก็ไม่รู้ แก่แล้วความจำไม่ดีเลย

มาเข้าเรื่องดีกว่า เมื่อเดือนที่แล้วที่หมู่บ้านที่เก๋อยู่ เขาจัดงานครบรอบ 625 ปีขึ้น ถือว่าครั้งนี้เป็นการจัดงานที่ใหญ่ที่สุดของหมู่บ้านก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เก๋มาอยู่นี่ 4 ปี ที่หมู่บ้านเขาจะจัดงานประจำปี ก็แค่ปีละครั้งเอง แต่ก็จัดแบบเล็กมาก ๆ ดูไม่ค่อยจะเหมือนงานตามเมืองอื่น ๆ สักเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ใหญ่ดี แต่ขอโทษนะ ที่ว่าใหญ่น่ะ ใหญ่แค่ในหมู่บ้านเท่านั้นนะ อย่าเอาไปเทียบกับหมู่บ้านอื่น ๆ เขา เทียบกันไม่ได้หรอก ของเราเล็กกว่าเยอะ แต่เก๋ชอบหมู่บ้านที่เก๋อยู่น่ะ คนไม่เยอะดี เงียบ ๆ ดี รถราก็ไม่เยอะดี ดีตอนที่ไม่คิดจะออกไปไหนน่ะ แต่ถ้าจะไปไหนทีก็รอรถเมล์ไปเถอะ กว่าพี่แกจะมา เซ็ง

งานครั้งนี้เขาจัดแบบเป็นการย้อนรอยวิถีชีวิตของชาวบ้าน เมื่อสมัย 625 ปีที่แล้ว การใช้ชีวิตแบบสมัยก่อน เช่นการนอนกระโจม การแต่งกายตามสมัยนั้น มีการแสดงต่าง ๆ แต่ตอนเขาแสดงกันน่ะ เก๋ไม่ได้ไปดู นอนอืดอยู่ที่บ้าน กว่าจะย่างกายออกจากบ้านก็แดดเกือบหมดแล้ว เขาเลิกแสดงกันแล้วน่ะ ประมาณว่าออกไปหาอะไรหม่ำมากกว่า

Photobucket

เดินผ่านหน้าโบสถ์มา เจอนี่ก่อนเลย ป้าเขามาเล่นเพลงให้ฟัง

Photobucket

เดินผ่านมาอีกหน่อย ลุงเขาสอนวิธีการเพาะชำต้นไม้ ไปยืนดูมาเหมือนกัน มันก็เหมือน ๆ กับตอนที่เราเรียนตอนประถมนั่นแหละ แต่ให้ทำเองตอนนี้ก็ลืมแล้วล่ะ

Photobucket

อันนี้สาว ๆ เขาเอาต้นไม้มาขายกัน เก๋ไปเฝ้ามองมา แต่ไม่ได้มองต้นไม้นะ มองชุดเขาน่ะ อยากใส่ชุดแบบนี้จัง

ตามถนนเขาออกร้านกันเต็มไปหมด แต่เก๋ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่ มัวแต่มองหาของกิน มันเยอะไปหมด ไม่รู้จะเลือกกินอะไรดี ส่วนซิน่ะสะกิดอยู่นั่นแหละ เลือกสักทีสิที่รัก ฉันจะได้นั่งดื่มเบียร์สักที โถ พี่ขา ก็มันมีหลายอย่างจนเลือกไม่ถูกนี่พี่ เบียร์น่ะ กินเมื่อไหร่ก็ได้

แต่จะว่าไป เขาสั่งผลิตเบียร์ขึ้นมาพิเศษ สำหรับงานดีโดยเฉพาะเลยนะ อร่อยดี

Photobucket

ขอแจมสักหนึ่งรูป เวลาจะถ่ายก็ต้องบอกซิให้รีบ ๆ หน่อย คนเขามองแล้วยิ้มน่ะ สงสัยว่านังนี่ จะถ่ายไปทำไมกัน มันมีอะไรให้น่าถ่ายนักเหรอตรงนี้น่ะ

Photobucket

พยายามถ่ายโบสถ์ตอนกลางคืน เปลี่ยนโปรแกรมในกล้องหลายโปรแกรมมากเลย แต่ได้ดีที่สุดก็เท่านี้แหละ

Photobucket

พอใกล้ ๆ เที่ยงคืน ไม่รู้คนแห่มาจากไหนกัน เต็มถนนไปหมด แต่อย่าเพิ่งตกใจน่ะ เขามากันจากหมู่บ้านใกล้ ๆ กันด้วย พอเกือบ ๆ เที่ยงคืนเขาก็จุดพลุกัน สวยมาก ๆ เยอะด้วย คนปรบมือกันใหญ่เลย หลังจากนั้นก็จะเป็นการวิ่ง 8.5 กิโลเมตร แต่ไม่ได้วิ่งทางเรียบนะ วิ่งขึ้นเนินด้วย เขาใช้ชื่อว่า Mitternachtslauf เออ ปรบมือให้ เข้าใจคิดดี

ออกจากบ้านกันทั้งแต่บ่าย 4 โมงเย็น เข้าบ้านอีกทีก็เกือบตี 3 เดินเซกันกลับมาทั้งคู่ ก็นาน ๆ ทีจะได้ดื่มสักที เพราะตั้งแต่มีใบขับขี่ เวลาไปงานไม่ได้แม้กระทั่งจิบเลย เพราะซิบอกว่า เธอตั้งขับรถ ฉันดื่มได้คนเดียว งานดีไม่มีการขับรถ ใช้ขาเดินเอา ดีตรงที่ว่า จุดจัดงานอยู่ใกล้บ้านนิดเดียวเอง ถูกใจซิเป็นที่สุด คืนนี้ทั้งง่วงทั้งมึนมาก ๆ จนเสียงกรนของซิไม่สามารถทำลายล้างการนอนหลับของเราได้

แอบบ่น อุตสาห์ได้ปิดเทอม แต่ซิดันต้องไปเดนมารก์อาิทิตย์หน้าอีกแล้ว เซ็งจริง ๆ เลย เซ็ง ๆ ๆ ๆ ๆ เซ็งล่วงหน้า




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2551    
Last Update : 12 สิงหาคม 2551 18:59:26 น.
Counter : 491 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

หมาน้อยไกลบ้าน
Location :
- Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add หมาน้อยไกลบ้าน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.