Group Blog
 
All blogs
 

Pfingstmontag

วันนี้ก็เป็นวันหยุดต่อเนื่องมาจากเมื่อวันอาทิตย์นั่นแหละ เราเลยได้หยุดกันยาวมาตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันจันทร์ แต่เนื่องจากอากาศไม่เป็นใจ ทำให้เราไม่ได้วางแผนไปเที่ยวไหนกันไกล ๆ แต่ก็ได้ไอเดียว่า ในเมื่อไม่ได้ไปไหนไกล ก็เที่ยวมันแถว ๆ บ้านเรานี่แหละ ลองดูสิว่า แถว ๆ บ้านมันมีอะไรให้ได้เที่ยวกันบ้าง

คุณชายก็เลยเสนอความคิดเห็นว่าไปที่ Yburg กันดีกว่า Yburg เป็นชื่อของ Burg ที่อยู่ในเมือง Steinbach ไม่ไกลจากหมู่บ้านเรานัก ความหมายของ Burg ก็คือปราสาทนั่นเอง ส่วนมากทุก ๆ เมืองก็จะมี Burg ตั้งอยู่บนยอดเขากันเกือบทุกเมือง ที่หมู่บ้านเก๋ก็มี จำได้ไหมเคยพาไปดูมาแล้วไง

พอดีว่าวันนี้เมกับสามีมาดื่มกาแฟด้วยตอนบ่าย เราเลยชวนทั้งคู่ไปด้วยกัน เปิดประตูบ้านออกไป แดดก็ยังออกดีอยู่หรอก แต่พอขับรถออกไปยังไม่ถึง 5 นาทีเลย ฟ้าเริ่มมืดครึม เราขับรถออกจากบัานกันตอน 6 โมงครึ่งได้ ไม่ไกลขับประมาณ 15 นาทีก็ถึง Steinbach แต่ที่ช้าเพราะมัวแต่หาทางไป Yburg ไม่เจอ ฝนก็ตกลงมาแล้วด้วย เสียอารมณ์ ลงมติว่าขับรถกลับบ้านดีกว่า แต่พอเลี้ยวรถดันเห็นทางขึ้นปราสาทจนได้ มีหรือที่คุณชายจะไม่ไปน่ะ มาถึงนี่แล้ว ไอ้เราก็บอกว่า ไปดูเฉพาะข้างนอกแล้วกัน ถ้าฝนไม่หยุดไม่ลงจากรถนะ

ปรากฏว่าพอถึงลานจอดรถหน้าปราสาท ฝนหยุดค่ะ ลงเม็ดปรอย ๆ เท่านั้นเอง เป็นอันว่าพวกเราต้องลงจากรถกัน



อ่านประวัติความเป็นมากันซะก่อน แต่ไม่มีใครแปลให้เก๋เลย ใจดำ แล้วจะพามาด้วยทำไมกันล่ะนี่ ฝนยังตกนิดหน่อย



เห็นน้องหมาตัวนี้อยู่ในรถ เจ้าของไปไหนไม่รู้ น่าสงสาร ไอ้เราเดินสำรวจรอบรถ เขาไม่ได้เปิดหน้าต่างเอาไว้เลย แง้มไว้สักนิดก็ไม่มี มันจะตายไหมนี่ จะเอามาด้วยทำไม ถ้าเอามาแล้วขังไว้ก็ปล่อยให้มันอยู่บ้านดีกว่า มีน้ำโห แต่มารู้ทีหลังว่า เจ้าของน่ะ เข้าไปกินอาหารในร้านด้านในปราสาท เลยเอาหมาไว้ในรถ มันใช้ได้ไหมล่ะนี่





ประวัติความเป็นมาของปราสาท กับแผนที่ในเขตปราสาท แต่ไม่มีใครอยู่รอ หรือแปลให้เลย เดินหนีไปข้างในกันหมดแล้ว แล้วจะเอาข้อมูลที่ไหนมาบรรยายล่ะนี่ คราวนี้ดูรูปอย่างเดียวแล้วกันเนอะ



โฉมหน้าของพวกไม่ที่ไม่รอเรา เดินหนี่เข้ามาก่อน ซิก็อีกคน ได้เพื่อนแล้วลืมกันเลยนะ



ภายในเขตของปราสาทมีร้านอาหารด้วย



ตรงดิ่งไปดูรายการอาหาร และราคากันก่อนเลยนะ แต่ไม่ค่ะ วันนี้เรามาชมวิวบนปราสาทกันเฉย ๆ ไม่ได้จะมากิน ติดเอาไว้ก่อนแล้วกัน



นี่แหละ เราจะขึ้นกันไปบนปราสาทนี้แหละ แต่งานนี้แค่เก๋กับซินะ เมขึ้นไม่ไหว หนักท้อง




ดูเอาสิ อย่างงี้จะเดินขึ้นไหวไหมล่ะ ปล่อยให้เดินเล่นอยู่ข้างล่างเถอะ



บันไดที่เดินขึ้นยอดบนปราสาท เก่ามาก มืดมาก ไม่มีไฟไฟ้เลย มองไม่ค่อยจะเห็นทางเดินเลย



เดินตามพี่มาช้า ๆ น้อง ไม่ต้องกลัว



ขึ้นมาถึงข้างบนแล้ว สวยจัง ลมแรงด้วย แต่ว่าวิวมองไม่ค่อยได้ไกลเท่าไหร่ เพราะฝนเพิ่งจะหยุดตก ยังมีหมอกอยู่เลย น่าเสียดาย



วิวจากด้านบน หมอกเยอะ รูปไม่ค่อยสวยเท่าไหร



วิวอีกด้านหนึ่ง แต่มองไม่เห็นหมู่บ้านที่เราอยู่ เพราะว่าโดนเขาอื่นบังไว้



เที่ยวสบาย ๆ ใกล้ ๆ หมู่บ้าน ก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง



นี่แหละตัวปราสาท Yburg ที่ยังคงเหลืออยู่ ส่วนด้านกำแพงรอบ ๆ ก็พังไปเกือบหมดแล้ว บรรยากาศหลังฝนตกดีมาก ๆ เลย ได้กลิ่นดินด้วย ชอบจัง เสียแต่พื้นแฉะนิดหน่อย

นี่แหละวันหยุด 2 วันของเรา 2 คน ต้องรอดูว่าวันหยุดคราวหน้าจะได้ไปเที่ยวไหนอีก




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2549    
Last Update : 7 มิถุนายน 2549 5:16:57 น.
Counter : 363 Pageviews.  

Pfingstsonntag

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวัน Pfingstsonntag เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของทางศาสนาคริสต์ แต่ประวัติความเป็นมาเป็นอย่างไรนั้น เก๋ก็ไม่ค่อยรู้มากเท่าไหร่ ไ่ถ่ถามได้ใจความมาว่า เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของศาสนาคริสต์ ตรงกับวันอาทิตย์ที่7หลังวัน Chr.Himmelfahrt ซึ่งเป็นวันที่พระเยซูคริสตขึ้นสวรรค์

ตามปรกติในวันนี้อากาศที่นี่จะดีมาก ๆ ปีที่แล้วเรา 2 คน ก็ไปปั่นจักรยานกับเพื่อน ๆ แต่ปีนี้เนื่องจากอากาศแย่มาก ๆ ยังหนาวอยู่เรื่อย ๆ บวกกับฝนยังคงตกอยู่เล็กน้อย ทำให้วันนี้เราไม่มีโปรแกรมที่จะไปข้างนอกกันเลย

ตื่นเช้ามาฝนตกเล็กน้อย ท้องฟ้ามืด ๆ มัว ๆ เราก็คุยกันว่า สงสัยคงไม่ได้ไปไหน อยู่บ้านดูหนังกันดีกว่า แต่พอตกเย็น แดดออกซะงั้น เราก็ไม่รอช้า รีบกางแผนที่หาที่เที่ยวกันดีกว่า นาน ๆ จะมีแดดสักทีเรื่องอะไรจะนั่งอยู่แต่ในบ้าน ว่าแล้วก็คิดขึ้นว่าไปเดินเล่นแถวแม่น้ำไรน์กันดีกว่า เห็นเพื่อนบอกว่าเขามีแพให้ข้ามไปฝั่งฝรั่งเศษได้ด้วย คุณชายเห็นดีด้วย งั้นเราก็เตรียมตัวไปกันเลยดีกว่า

เราออกจากบ้านกันตอน 5 โมงเย็น โทรหาเม กะว่าจะชวนให้ไปด้วยกัน แต่ไม่มีใครรับสายซะงั้น งั้นเราก็ไปโรแมนติกกัน 2 คนก็ได้ เห็นแดดจัดแบบนี้ แต่มีลมพัดอยู่เรืื่่อย ๆ เล่นเอาหนาวเหมือนกัน เราขับรถกันไปเรื่อย ๆ ดูวิวทิวทัศน์ข้างทางไปเรื่อยเปื่อย เห็นได้ว่า อากาศปีนี้แย่จริง ๆ ปีที่แล้วตอนกุ๊กมาเที่ยวเมื่อเดือนเมษายน ดอกแอ๊ปเปิ้ลออกดอกบานเต็มไปหมด แต่ปีนี้เดือนมิถุนายนแล้ว ดอกยังเป็นดอกตูมอยู่เลย เฮ้อ ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดหนาวซะที

เราใช้เวลาขับรถจากบ้านประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ก็ถึงท่าจอดแพสำหรับข้ามไปฝั่งโน้น สำรวจราคาค่าข้ามแล้วถึงได้รู้ว่าเขาให้ข้ามฟรี ไม่ว่าจะเป็นรถหรือว่าคน ถ้าอย่างนี้จะรอช้าอยู่ทำไม ใช่ไหมล่ะ



ยืนดูแผนที่กันก่อนว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน เรากำลังอยู่ที่ปลายสุดด้านซ้ายมือของแผนที่



ไปรอเข้าแถวลงแพกันดีกว่า



เรื่อจากฝั่งฝรั่งเศษกำลังจะเข้าท่าฝั่งเยอรมันแล้ว



และแล้วเรา 2 คนก็อยู่บนแพแล้ว เร็วมากจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้นใช้เวลาไม่น่าเกิน 5 นาที



พอแพจอดก็รีบวิ่งขึ้นมาก่อนเลย เพราะอยากถ่ายรูป



เย้ เรามาฝรั่งเศษกันแล้ว แต่ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกนะ แค่ข้ามมาเฉย ๆ มาเดินเล่นริมแม่น้ำไรน์



รถจากฝั่งฝรั่งเศษรอคิวลงแพข้ามไปฝั่งเยอรมัน เห็นรถคันนี้แล้วชอบ บึกบึนดี



พวกเรายืนมองข้ามแม่น้ำไป นั่นไงประเทศเยอรมัน



ยืนรับลม สูดอากาศบริสุทธิ์ ดีกว่านอนอยู่บ้านเฉย ๆ เนอะ



ทำไมฝั่งนี้มีหงส์เต็มไปหมด ฝั่งเราไม่เห็นมีเลย หันหลังไปอีกที ถึงบางอ้อ ก็ฝั่งนี้เขามีร้านรถขายของกิน เครื่องดื่ม ที่ริมฝั่งเลย คนกินขนมปังเหลือ ๆ ก็โยนให้กิน หงส์เลยมาอยู่แถวนี้เยอะ ฝั่งเยอรมันตรงท่าแพมีแต่ร้านอาหาร แต่ไม่ได้อยู่ติดริมน้ำ เลยอดดูหงส์เลย



บรรยายว่าอะไรดีล่ะนี่



นี่ไงรถขายของริมแม่น้ำ ตรงนี้มีอยู่ร้านเดียวเอง ซื้อขนมปังไส้กรอกกินกันดีกว่า



อร่อยดี ไส้กรอกของฝรั่งเศษอร่อยดี อร่อยกว่าของเยอรมันอีกนะ



แต่คุณชายบอกว่าเบียร์ฝรั่งเศษไม่อร่อยเลย ของเยอรมันดีกว่า โรครักชาติกำเริบ ขนมปังไส้กรอก 1 อัน เบียร์ 1 ขวด โค้ก 1 กระป๋อง 6 ยูโร แพงไหม



ชมวิวก็แล้ว เดินเล่นก็แล้ว กินก็อิ่มแล้ว งั้นเรากลับฝั่งบ้านเรากันเถอะ กลับมาฝั่งนี้ก็ยังเห็นแดดออกดีอยู่เลย นั่งเล่นต่ออีกหน่อยแล้วกัน



ฝรั่งน่ะ เห็นแดดไม่ได้ ต้องรีบออกมานั่ง พวกเขาอยากมีสีผิวแทน สีคล้ำกัน เขาบอกว่า ถ้าฝรั่งมีสีผิวแทนแปลว่าเป็นพวกมีเงิน ไปเที่ยวบ่อย ผิวเลยคล้ำ แต่ถ้าผิวขาว ๆ แปลว่าได้แต่ทำงานแล้วก็อยู่แต่บ้าน ไอ้เราน่ะคล้ำอยู่แล้ว ตากแดดนิดเดียวก็ดำเลย เฮ้อ



ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกริมแม่น้ำไรน์กันซะหน่อย



กำลังจะกลับกันแล้ว ไม่มีอะไรทำ กระโดดโลดเต้นสักนิดหน่อย ให้อาหารมันย่อย ก่อนที่จะไปกินมื้อค่ำที่บ้านกันต่อ



กระโดดไม่ถูกใจผู้กำกับ เลยสั่งให้กระโดดให้อีกหลายรอบ จนเป็นที่พอในของท่านผู้กำกับเขาล่ะ เล่นเอาคนละแวกนั้นที่มานั่งปล่อยอารมณ์ มองมากันเป็นแถว ก็จะไม่ให้มองได้ยังไงล่ะ เขานั่งรับลมกันอยู่เงียบ ๆ ยัยบ้านี่มากระโดดอะไรอยู่ได้ โดดไปหัวเราะไป แต่ภาพนี้คุณชายเขาชอบ บอกว่าเห็นพุงอ้วน ๆ ด้วยล่ะ



อยู่ต่อไม่ไหวแล้ว เพราะว่าลมพัดมาจากแม่น้ำ ทำให้รู้สึกหนาว ๆ ขาเดินไปลานจอดรถ มองย้อนกลับขึ้นไปตรงริมแม่น้ำ จะเห็นได้ว่า คนที่นี่ชอบธรรมชาติ ไม่มีอะไรทำ ได้นั่งมองก็เพลิน ก็เป็นสุข เหมือนเรา 2 คน ขับรถกลับบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม วันนี้ได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติกันเต็ม กลับถึงบ้านก็ 2 ทุ่มเห็นจะได้ ฟ้ายังไม่มืดเลย ชอบจัง ถ้าเป็นหน้าหนาวเหรอ 4 โมงเย็นก็มืดแล้ว แต่ว่าตอนนี้จะเรียกว่าหน้าอะไรดีล่ะ จะร้อนก็ยังไม่ใช่ จะหนาวก็ไม่ถึงกับหนาวจัด เรียกไม่ถูก เฮ้อ




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2549    
Last Update : 7 มิถุนายน 2549 4:00:16 น.
Counter : 1097 Pageviews.  

สงกานต์นี้ที่เยอรมัน ภาค 4

พรุ่งนี้กุ๊กก็ต้องกลับซะแล้ว เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วอะไรแบบนี้ วันนี้เลยถือโอกาสพาเที่ยวใกล้ ๆ บ้านกันแล้วกัน ที่แรกเลยคงจะไม่พลาด Schwarzwald หรือเขา Black Forest นั่นเอง ลืมบอกไป Schwarzwal นี่อยู่ใกล้บ้านเอามาก ๆ ขับรถจากบ้านขึ้นไปนิดเดียวเอง เนื่องจากทางที่เราไปมันเป็นทางตัดเขาด้านใน เราจึงใช้เวลาประมาณ 15 นาทีได้ ก็จะถึง Mummelsee



รูปนี้เป็นจุดชมวิว ก่อนถึง Mummelsee วันนี้มีหมอกเลยมองเห็นได้ไม่ไกล ถ้าแดดดี ๆ ไม่มีหมอก เราสามารถมองเห็นฝรั่งเศษกันได้เลย (จริง ๆ ที่ระเบียงบ้าน ถ้าวันไหน อากาศดี ๆ จะมองเห็นฝรั่งเศษเหมือนกัน)



Mummelsee เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่ จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอยู่ทุกวัน เราขึ้นไปไม่ถึงยอดเขา Schwarzwald กันหรอก เพราะว่ารถขึ้นไปไม่ถึง เราต้องเดินทางเท้าขึ้นไปกัน แต่ว่าวันนี้กุ๊กขอบาย ไม่เอาด้วย เดินเที่ยวรอบ ๆ Mummelsee ก็พอ ที่นี่เขามีเรื่องเล่ากันไว้ว่า เป็นที่อยู่ของราชาที่ท่อนบนเป็นคน แต่ท่อนล่างเป็นปลา เหมือนนางเงือกเลย แต่เป็นผู้ชายนะ



รูปนี้ถ้าเป็นตอนหน้าหนาว น้ำในนี้จะกลายเป็นน้ำแข็ง บางปีหนาขนาดที่ว่าลงไปวิ่งเล่นได้



แวะซื้อของฝากกันหน่อยดีกว่า ก่อนที่จะพาไปช็อปปิ้งที่เมืองคนรวยกัน



ถ่ายที่หน้า Kurhaus & Casino ใน Baden-Baden



ส่วนรูปนี้เป็นทางเดินเข้า Casino คนละด้านกับรูปแรก



ตรงนี้เป็นแหล่งช็อปปิ้งของ Baden-Baden พวกเราได้แต่เดินดู เพราะไม่อยากเสียเงิน ของอะไรไม่รู้มีแต่แพง ๆ



ถนนหนทางที่นี่เขาก็สะอาดกันดี ลืมพากุ๊กขึ้นรถเมล์ เลยได้แต่ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก



วันนี้กลับบ้านแต่วัน เพื่อที่ทำอาหารเลี้ยงส่งกุ๊กกันซะหน่อย พรุ่งนี้ก็จะกลับซะแล้ว มื้อเย็นนี้ก็พิเศษกันหน่อยแล้วกัน

โชคดีของกุ๊ก วันนี้คุณชายลงมือทำ Spätzle ด้วยตัวเอง (ของโปรดเลยล่ะ) ไอ้เราก็มีหน้าที่อบไก่ ส่วนกุ๊กมีหน้าที่รอชิม



Prost und guten Appetit! เจริญอาหารกันไปตามระเบียบ ก่อนจะนอนคุยกันส่งท้าย

16 เมษายน 2548

ตื่นแต่เช้าอีกเหมือนเดิม ไปส่งกุ๊กที่สนามบิน ว่าไปเช้าแล้วนะ คนรอเช็คตั๋วเยอะมาก ทำให้ไม่มีเวลาได้นั่งเม้าท์กันเลย ยืนรอส่งกุ๊กเข้าด้านใน กุ๊กหันมาบ๊ายบาย น้ำตาไหลออกมาทันที เฮ้อ เพื่อนกลับซะแล้ว เราก็ต้องเหงาอีกแล้วสินี่ แต่ในระยะเวลาสั้น ๆ 5 วัน เรา 2 คนก็สนุก และประทับใจด้วยกันทั้งคู่




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2549 16:19:18 น.
Counter : 386 Pageviews.  

สงกานต์นี้ที่เยอรมัน ภาค 3

13 เมษายน 2548

วันนี้คงไม่พาไปเที่ยวไหนไกล เพราะเหนื่อยเต็มที่กันมา 2 วันแล้ว กลัวว่าคนขับรถจะล้มป่วยไปซะก่อน เราเลยเปลี่ยนแผนพาทัวร์ในหมู่บ้านกันบ้างแล้วกัน ดูว่ามีอะไรกันบ้างแถวบ้านที่อยู่น่ะ



ภาพนี้ถ่ายรูปที่หน้าบ้าน กุ๊กอยากได้ภาพเป็นที่ระลึก ก็จัดให้



พาเดินวนรอบหมู่บ้าน แต่ขาขึ้นนี่มันต้องเดินขึ้นเขา เล่นเอาหอบกันเล็กน้อย แต่เดี๋ยวสบายขาลง เห็นกันหรือยังว่าเก๋เขาอยู่ที่หมู่บ้านนี่น่ะ



เดินกันได้ครึ่งทางเล่นเอาได้เหงื่อเหมือนกัน จากที่ใส่เสื้อคลุมกันตอนแรก ต้องถอดออกกันซะแล้ว กุ๊กถึงกับบ่น ดีนะืัที่ก่อนมาฉันฟิตร่างกายมาก่อน ไม่นึกว่าจะเดินกันเป็นกิโลขนาดนี้

แวะพักเหนื่อยเดี๋ยวค่อยเดินต่อ ไม่รู้เหมือนกันว่าขำอะไรกันนักหนา จำไม่ได้ซะแล้ว

14 เมษายน 2548

วันนี้พากุ๊กไปนั่งเรือล่องแม่น้ำไรน์กัน จะพาไปดูภูเขาร้องเพลงได้ ที่มีชื่อว่า Loreley คุณชายเขาบอกว่า เมื่อก่อนคนที่ล่องเรือผ่านภูเขา Loreley จะได้ยินเหมือนเสียงผู้หญิงร้องเพลง แต่ไอ้ตอนที่ไปน่ะ ได้ยินเสียงร้องเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เสียงจริง ๆ เขาเปิดเทปเอาน่ะ







ล่องเรือขาไป พอเขาหยุดที่สถานีสุดท้าย เราสามารถขึ้นฝั่งไปเดินเล่น หาอะไรกินกันได้ เราก็ไม่รอช้า ไปสิ จะเหลือเหรอ แต่เป็นการสำรวจพื้นที่อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกินข้าวด้วย เนื่องจากเขามีเวลาให้แค่ 45 นาทีเอง กว่าจะสั่งอาหาร รอ แล้วกิน เวลาก็เกือบหมดแล้ว ต้องรีบกลับมาลงเรือ เพื่อล่องกลับที่ท่าเดิม แล้วก็ขับรถกลับบ้านกัน ไปนั่งเม้าท์กันที่บ้านบ้างเถอะ มายังไม่ค่อยจะได้เม้าท์กันเท่าไหร่เลย




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2549 4:42:24 น.
Counter : 622 Pageviews.  

สงกานต์นี้ที่เยอรมัน ภาค 2

12 เมษายน 2548

หลังจากที่เที่ยวกันซะเหน็ดเหนื่อยจากเมื่อวาน เล่นเอากุ๊กสลบไปในทันทีที่กลับมาถึงบ้าน เช้านี้เราก็ต้องตื่นกันแต่เช้าอีกแล้ว เพื่อนที่จะต้องขับรถทางไกลไปขึ้นเขากัน เช้านี้ไม่ลืมที่จะเตรียมเสบียงตุนไว้ให้เรียบร้อย ระหว่างทางจะได้แวะพักเติมพลังกันได้ เมื่อพร้อมได้ที่ เราก็มุ่งหน้าไป Bayern (บาเยิร์น) เป็นแคว้นทางใต้และเป็นแคว้นใหญ่ที่สุดของสมาพันธรัฐ เยอรมนี จำได้ว่าเราขับรถกันประมาณ 5 ชั่วโมงกว่า ๆ ได้ แต่ก็ว่าคุ้มค่า เพราะว่าที่ Zugspitze เป็นเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน บนยอดเขานี้จะมีหิมะตลอดทั้งปี

แรก ๆ กุ๊กก็บอกอากาศเย็นสบายดี แต่พอลงจากรถเท่านั้น โอ้แม่เจ้า ทำไมมันเย็นขนาดนี้นะ วันนี้คนมาเที่ยวเยอะมาก ขนาดเป็นวันธรรมดานะ กว่าจะหาที่จอดรถได้เล่นเอาวนอยู่หลายรอบ จอดเสร็จไม่รอช้า รีบไปซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าไปบนยอดเขากันดีกว่า ค่าตั๋วไม่ใช่ถูก ๆ 30 ยูโร ต่อคน แต่ก็ถือว่าคุ้มแหละ เพราะว่ามันสวยจริง ๆ



กระเช้าใหญ่ดีเนอะ แต่เที่ยวนี้มีคนขึ้นแค่ 4 คนเอง พวกเราน่ะมาช้าไปแล้ว คนอื่น ๆ เขามาถึงไปตั้งแต่เช้าแล้ว จะไม่ให้ช้าได้ยังไง มันอยู่ไกลบ้านขนาดนี้



ภาพนี้ถ่ายระหว่างนั่งกระเช้าขึ้นบนยอดเขา



และแล้วเราก็ได้มาเหยียบยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน ที่มีชื่อว่า Zugspitze “Höchster Berg Deutschlands”



2 สาว ถ่ายรูปเป็นหลักฐานกันซะหน่อย



ยืนยันว่า้มาเที่ยวกันจริง ๆ



Zugspitze นี่อยู่ใกล้กับ Tirol ใกล้กันขนาดไหนดูได้จากรูป Tirol เป็นเขาที่อยู่ในเขต Austria ติดกับ Swiss



ดื่มด่ำธรรมชาติบนยอดเขาจนเป็นที่พอใจ เราก็นั่งกระเช้าลงไปตรงจุดที่เขาใช้สำหรับเล่นสกี เราสามารถสัมผัส และเล่นกับหิมะได้ที่ตรงนี้

ภาพนี้ก็ถ่ายจากบนกระเช้าขาลง



โอ้แม่เจ้า หนาวไหมกุ๊ก ขาชาหรือยัง อยากรู้ไม่ใช่หรือว่าหิมะหนาขนาดไหน ตอนนี้ได้รู้กันแล้วล่ะ

เพลิดเพลินกันเต็มที่ ก็ได้เวลานั่งรถไฟลงจากยอดเขา เปลี่ยนเส้นทางลง เพื่อที่จะได้ดูธรรมชาติด้านอื่นของเขากันบ้าง จากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านกันดีกว่า เหนื่อยกันเหลือเกิน สงสารก็แต่คนขับรถ ไม่ได้พักกับเขาเลย ขับคนเดียว คนอื่นเขาหลับกันหมดขากลับ




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2549 4:35:10 น.
Counter : 433 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

หมาน้อยไกลบ้าน
Location :
- Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add หมาน้อยไกลบ้าน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.