มาสค์ไรเดอร์ BLACK (มังงะอิชิโนโมริ)

มาสค์ไรเดอร์ BLACK (มังงะอิชิโนโมริ)
ผลงานมังงะที่ตีพิมพ์ควบคู่ไปกับรายการโทรทัศน์แนวโทคุซัตสึเรื่อง Kamen Rider BLACK โดยลงในนิตยสาร Weekly Shonen Sunday ตั้งแต่ฉบับที่ 41 ปี 1987 ถึงฉบับที่ 50 ปี 1988 รวมเป็นฉบับรวมเล่มทั้งหมด 6 เล่ม (แบบShonen Sunday Comics) และฉบับพิมพ์ใหม่แบบ Bunko มี 3 เล่ม นี่เป็นผลงานมังงะ Kamen Rider เรื่องสุดท้ายที่เขียนโดยผู้ให้กำเนิดซีรีส์ อ. Shotaro Ishinomori เอง เช่นเดียวกับ เวอร์ชันทีวีของ BLACK ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้นของซีรีส์ Kamen Rider มังงะเรื่องนี้จึงพยายามถ่ายทอด "ต้นกำเนิดของคาเมนไรเดอร์" ตามแนวคิดของอ. Ishinomori แต่เนื้อเรื่องกลับมีความแหวกแนวจนแทบจะไม่เหมือนกับซีรีส์เดิม
เรื่องย่อ ทีมงานรายการโทรทัศน์ที่ไปสำรวจตำนานเมืองในท่อระบายน้ำของอเมริกา ได้พบชายชาวตะวันออกที่นอนหมดสติโดยไม่มีเสื้อผ้า ขณะที่พวกเขากำลังจะช่วยเหลือ ก็มีสัตว์ประหลาดคล้ายจระเข้โผล่มาโจมตีทีมงาน ชายหนุ่มคนนั้นต่อสู้กับสัตว์ประหลาดและตกลงไปในท่อระบายน้ำ แล้วเกิดการกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดคล้ายตั๊กแตน หลังจากสังหารสัตว์ประหลาดได้ เขาก็เริ่มจำได้ว่าชื่อตัวเองคือ "โคทาโร่ มินามิ" เขาเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมตนเองถึงสามารถกลายร่างเป็นปีศาจได้? ศัตรูเหล่านี้คืออะไร? โคทาโร่จึงออกเดินทางร่วมกับทีมถ่ายทำไปทั่วโลกเพื่อค้นหาคำตอบ 

ตอนจบของเรื่องนี้ก็สิ้นหวังอย่างที่สุด โดย กอร์กอม ก่อสงครามนิวเคลียร์ทำให้ประเทศญี่ปุ่นล่มสลาย แม้โคทาโร่จะชนะในการต่อสู้สุดท้ายกับโนบุฮิโกะ แต่เขาก็สูญเสียความเป็นตัวเอง และตะโกนว่า
“บอกฉันที!! ฉันคือใครกันแน่!?”
ก่อนที่เรื่องจะจบลงอย่างยากจะเข้าใจและไร้ความหวัง




แนวทางและโลกของเรื่อง
-เรื่องนี้มีลักษณะเป็น “ละครซ้อนละคร” ซึ่ง Kamen Rider ภายในเรื่องถูกมองว่าเป็นเพียง "รายการทีวีเก่า" เท่านั้น และชื่อ “Kamen Rider BLACK” ก็มาจากละครซ้อนนี้
-โคทาโร่ใช้ชื่อ "BLACK" เพียงตอนที่เขาได้รับมอเตอร์ไซค์ที่คล้าย Battle Hopper เท่านั้น จากนั้นไม่ได้เรียกตัวเองว่าไรเดอร์อีก และแทบไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์เลย
-รูปลักษณ์หลังแปลงร่างคล้ายกับช่วงก่อนแปลงร่างในเวอร์ชันทีวี คือเป็น "มนุษย์ตั๊กแตนสีดำ" และการต่อสู้ของเขาก็เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด เช่น มีแขนงอกเพิ่ม บีบคอศัตรูด้วยมือพิเศษ ปล่อยความร้อนออกจากร่าง หรือแม้แต่ลอกคราบ
-ระหว่างแปลงร่าง เสื้อผ้าจะหายไป และเมื่อกลับร่างจะกลายเป็นร่างเปลือยเปล่า
-ตัวละครอย่าง Bilgenia หรือ Shadow Moon ไม่ได้ปรากฏในเรื่องเลย
-แม้ Nobuhiko Akizuki จะปรากฏตัว แต่เมื่อแปลงร่างแล้วกลับมีรูปร่างเหมือนโคทาโร่ไม่มีผิดเพี้ยน
-ดีไซน์ของสัตว์ประหลาดมีทั้งที่เหมือนเวอร์ชันทีวี และแบบที่นำมาจากต้นแบบดิบๆ โดยตรง รวมถึงมีสัตว์ประหลาดที่เป็นสิ่งมีชีวิตสมมติปรากฏด้วย
-ในเรื่องยังมีตัวละครดั้งเดิมอย่างลูกพี่ลูกน้องของตระกูลอาคิสึกิที่หวังจะฮุบมรดกของโซอิจิโร่ และ Tatara Banyo ที่แอบสะกดรอยตามโคทาโร่

-เนื้อหาของเรื่องมีความรุนแรงและภาพเปลือยแบบไม่ยั้ง ถือเป็นแนวไซไฟสยองขวัญที่มืดหม่น แม้แต่ผู้บริสุทธิ์ก็ถูกฆ่าไปเรื่อยๆ และเรื่องก็จบลงด้วยฉากจบที่หนักหน่วงจนแทบจะทำภาคต่อไม่ได้
-ต่างจากฉบับทีวีที่โฟกัสในพื้นที่คันโต ฉบับนี้นำเสนอตัวละครที่ออกเดินทางทั่วโลกและข้ามกาลเวลา ถือเป็นผลงานที่มีขอบเขตใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งในบรรดามังงะของซีรีส์
-โรงแรมที่ปรากฏในเรื่องก็เป็นเครือเดียวกับโรงแรม "Platon Hotel" จากผลงานดังของอ. Ishinomori เรื่อง HOTEL ทำให้เชื่อว่าเรื่องราวอาจเชื่อมโยงกัน (แต่ก็มีการออก HOTEL ภาคใหม่หลังอาจารย์เสียชีวิต จึงควรมองว่าเป็นแค่โลกของ Kamen Rider BLACK เท่านั้น)
                                                  ประวัติและข้อมูล
โคทาโร่ มินามิ และ โนบุฮิโกะ อาคิซึกิ พี่น้องบุญธรรมเกิดในวันสุริยุปราคา โคทาโร่เสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก และถูกรับเลี้ยงโดยครอบครัวอาคิซึกิ ทั้งสองฝึกคาราเต้และได้รับเชิญไปแข่งที่นิวยอร์ก แต่กลับถูกวางกับดักโดยองค์กร Gorgom ที่ลักพาตัวไปทดลองเพื่อเลือกผู้นำใหม่ โคทาโร่หนีรอดออกมาได้ แต่สูญเสียความทรงจำ และแปลงร่างเป็น Black ครั้งแรกโดยไม่รู้ตัว
เขาหนีออกมาได้แต่สูญเสียความทรงจำ และได้พบกับทีมทีวีอเมริกัน “Sam” และ “Kate” ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นความทรงจำและออกเดินทางปราบ Gorgom ทั่วโลก โคทาโร่กลับถึงเกียวโต ไปยังบ้านอาคิซึกิ และพบกับเคียวโกะ น้องสาวบุญธรรมที่คิดว่าเขาตายไปแล้ว แต่พ่อบุญธรรมกลับไม่ยอมรับเขาและไล่ออกจากบ้าน โคทาโร่เริ่มรื้อฟื้นอดีตและเรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเจ็บปวดที่ต้องต่อสู้กับโนบุฮิโกะ พี่น้องที่เติบโตมาด้วยกัน ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นศัตรู โดยมีชะตากรรมว่าหนึ่งในสองจะกลายเป็นจอมมาร 
ต่อมา โคทาโร่ถูกเรียกตัวในฐานะ “เทพสีดำ” โดยชนพื้นเมืองในอนาคต และต้องต่อสู้กับจอมมาร ก่อนจะถูกส่งข้ามเวลาสู่ปี 1995 และพบว่ามนุษย์เกือบสูญพันธุ์เพราะสงครามและโรคระบาดที่ Gorgom ก่อขึ้น เขาต่อสู้กับโนบุฮิโกะอีกครั้ง แล้วถูกส่งไปปี 1999 และแม้จะชนะได้ แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าจอมมารตัวจริงคือใคร เรื่องจบลงที่โคทาโร่ตะโกนอย่างสิ้นหวังกลางอ่าวโตเกียว
ร่างสีเขียว
เป็นร่างเริ่มต้นตอนแปลงร่างก็เหมือนกับร่าง บัตเตอร์แมน (バッタ男) / มนุษย์ตั๊กแตน (バッタ怪人) ในทีวีนั้นแหละ
ร่างสีดำ
เปลี่ยนจากเขียวเป็นดำเมื่อโกรธ เป็นร่างหลักในการต่อสู้
  • พละกำลังเหนือมนุษย์: แข็งแรงกว่าคนทั่วไปมาก สามารถต่อสู้และเอาชนะมิวแทนท์ของ Gorgom ได้เกือบทั้งหมด

  • ประสาทสัมผัสไวพิเศษ: รับรู้พลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตใกล้ตัวได้ และมองเห็นในความมืด แม้ยังไม่แปลงร่าง

  • กรามทรงพลัง: กัดได้รุนแรง เคยกัดแขนของศัตรูขาดขณะหลบหนีจากใยแมงมุม

  • ควบคุมพลังงาน: ยิงพลังงานจากอัญมณีบนหัวได้ และใช้พลังจากร่างกายทำให้ศัตรูสลบ หรือถึงตายได้ถ้าโฟกัสมากพอ

แบทเทิลฮ็อปเปอร์ (バトルホッパー) มังงะ ver.
จักรยานยนต์ของแบล็คที่ปรากฏตัวในผลงาน แบทเทิลฮอปเปอร์ก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ชีวภาพ มันเป็นจักรยานยนต์สมรรถนะสูงที่สร้างขึ้นโดยเจ้าของร้านขายมอเตอร์ไซค์ที่ชื่นชอบการแสดง Kamen Rider ผู้สร้างมันกล่าวไว้ว่า "2000cc พร้อมคอมพิวเตอร์ในตัว!"

ในขณะนี้ โคทาโร่ มินามิ คือคนเดียวในเรื่องที่เรียกตัวเองว่า"คาเมนไรเดอร์ แบล็ค"

หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเครื่องหมายบนหมวกของโคทาโร่ตรงกับเครื่องหมายหน้าอกในเวอร์ชันทีวีของ BLACK

 




Create Date : 02 มิถุนายน 2568
Last Update : 8 มิถุนายน 2568 0:54:18 น.
Counter : 182 Pageviews.

0 comments
Share to Facebook
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Zorawyt
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ผู้ชื่นชอบในหนังฮีโร่
New Comments
All Blog