วันวานในสยาม...ยามนั้นและยามนี้

InSiam : From Time to Time



Group Blog
 
All blogs
 
อำแดงเหมือนกับนายริด ตอนที่2 /1 ...สิทธิและความเสมอภาคของสตรี ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงหรือ

ก่อน พ.ศ. ๒๔๐๘

สตรีไทยถูกประเมินค่าต่ำมากในสังคม

บิดามารดาหรือสามี

มีสิทธิตามกฎหมาย

ที่จะยกหรือขายบุตร, ภรรยา

ของตนให้แก่ผู้อื่นได้

โดยมิพักต้องถามควาสมัครใจ

ดุจขายวัวขายควาย

จนมีคำกล่าวถึงสิทธิในความเป็นคนของสตรีไทยว่า

“ผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน”

สภาพบ้านเมืองสยามในสมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นยุคเดียวกับอำแดงเหมือน

 5-1.jpg

เรือนแพพักอาศัยของชาวสยามสมัยก่อนตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 012.jpg

ในภาพเป็นภาพแม่น้ำเจ้าพระยามองจากมุมวัดอรุณราชวราราม

จากบทความตอนที่แล้ว เรื่องเกี่ยวกับอำแดงเหมือน สตรีผู้หาญกล้า ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกัน เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ในช่วงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ประกาศพระราชบัญญัติลักษณะลักพาที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เนื่องจากมีผู้อ่านหลายท่านให้ความสนใจอยากจะรู้เรื่องราวความเป็นมา ของเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้เขียนจึงได้ค้นคว้าหาข้อมูลต่าง ๆ เท่าที่พบได้ในขณะนี้ จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังดังนี้ เรื่องราวของอำแดงเหมือน กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนในยุคนั้นต่างให้ความสนใจและเห็นใจคนทั้งสอง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสนพระทัย โปรดให้นำคดีมาชำระความขึ้นใหม่อย่างเป็นธรรม

 06.jpg

พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ สถานที่อำแดงเหมือนถวายฏีกา

มีพระบรมราชโอการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทให้ประกาศแก่ลูกขุนตุลาการโรงศาล และราษฏรในกรุงและหัวเมืองให้ทราบทั่วกันว่า เมื่อวันอาทิตย์ เดือนอ้าย แรม ๗ ค่ำ ปีฉลู สัปตศก เสด็จออกหน้าพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ มีหญิงสาวคนหนึ่งทำเรื่องราวฏีกามาทูลเกล้าฯ ถวายความในฏีกา......................................................

 02.jpg

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์อย่างยุโรป ทรงพระภูษาโจง
พระมาลาแบบสก๊อต พระราชหัตถเลขาที่ปรากฏในภาพตรงกับวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ.๒๔๐๔

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรรับฏีกาแล้ว ทรงให้ความสนพระทัยมาก ทั้งพระราชดำริวินิจฉัยความด้วยพระองค์เอง โดยโปรดให้อำแดงเหมือน หญิงที่ถวายฏีกานั้นตกเป็นภรรยาของชายชู้ (นายริด) ตามที่สมัครใจ

ความตอนนี้ มีบันทึกให้ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔ นั้นบันทึกไว้ความว่า “ฏีกานี้ทรงแล้วจึงทรงพระราชหัตถเลขาสลักหลักฏีกาลง ถ้าความเรื่องที่กล่าวในฏีกานี้ไม่ผิดไกลจากการที่เป็นจริงนัก ให้จมื่นราชามาตย์กับนายรอดมอญมหาดเล็กขึ้นไปจัดการตัดสินให้หญิงผู้ร้องฏีกาตกเป็นภรรยาชายชู้เดิมตามสมัคร เพราะหญิงนั้นอายุก็มากถึง 20 ปีเศษแล้ว ควรจะเลือกหาผัวตามชอบใจได้ แต่ให้ชายผู้เดิมเสียเบี้ยละเมิดให้บิดามารดาหญิงชั่งหนึ่งให้ชายผู้ที่ได้หญิงนั้นด้วยบิดามารดายอมยกให้สิบตำลึง รวมเป็นเงินสามสิบตำลึง ค่าฤชาธรรมเนียมให้ชายชู้เดิมเสียแทนบิดามารดาหญิง แลชายที่เป็นเจ้าของหญิงนั้นด้วย ให้ความเป็นเลิกแล้วต่อกันทั้งเรื่อง”

เรื่องราวของอำแดงเหมือนกับนายภูและนายริดนั้น เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ในยุคสมัยนั้น นับว่าเป็นเรื่องยากยิ่งที่สตรีในยุคสมัยเมื่อร้อยกว่าปี กล้าที่จะถวายฏีการ้องทุกข์ต่อพระมหากษัตริย์ผู้เป็นเจ้าชีวิต ประกอบกับบ้านเมืองในยุคสมัยนั้นอยู่ภายใต้ระบบทาส การซื้อขายบุตรหลานให้ไปอยู่กับบรรดาผู้ที่มีทรัพย์สิน ศักดินามาก และไม่เป็นการผิดตามตัวบทกฎหมายแต่อย่างใด อย่างกรณีของอำแดงเหมือน ที่บิดามารดาบังคับขู่เข็ญจะให้ไปอยู่กับนายภู ซึ่งเธอไม่ยินยอม แล้วตระลาการ พิพากษาว่าให้เธอไปอยู่กับนายริดชู้รักได้ จึงเป็นเรื่องราวที่น่าแปลกและยากที่คนในยุคนั้นจะเข้าใจได้

ขอหยิบยกบางส่วนที่น่าสนใจ จากหนังสือ บทภาพยนต์ “อำแดงเหมือนกับนายริด” กำกับการแสดงโดย เชิด ทรงศรี เขียนบทโดย ธม ธาตรี และ จันนิภา ซึ่งในครั้งนั้นผู้แสดงเป็นอำแดงเหมือน รับบทโดย จินตหรา สุขพัฒน์ สำหรับ นายริด รับบทโดย สันติสุข พรหมศิริ ผู้เขียนยังทันได้ดูภาพยนต์เรื่องนี้ และยังประทับใจกับบทบาท ของนักแสดง ตลอดจนฝีมือการกำกับ โดยเชิด ทรงศรี หากสนใจในภาพยนต์เรื่องนี้ก็ยังพอที่จะหาได้ตามร้านจำหน่ายซีดีทั่วไป สิ่งที่น่าสนใจและท้าท้ายมากสำหรับการนำเสนอเรื่องนี้ ด้วยเหตุที่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง มีที่มาจากบันทึกคดีอำแดงเหมือนทูลเกล้าฯ ถวายฏีการัชกาลที่ ๔ ซึ่งมีเนื้อความสั้นเสียยิ่งกว่าเรื่องสั้น การแต่งเติมเรื่อง จึงต้องกระทำตามแบบอย่างของการเขียนบทจากเรื่องสั้น แต่คิดจะแต่งเติมตามจินตนาการอย่างเดียวนั้นไม่ได้ ต้องคำนึงถึงความจริงเป็นหลักอยู่เสมอ

ด้วยเหตุนี้ การอ่านจากบันทึกคดีอำแดงเหมือน ทูลเกล้าถวายฏีกาให้เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งทุกตัวอักษร ถึงแม้จะมีเนื้อความอยู่น้อย แต่หากพินิจพิเคราะห์ ก็จะได้อะไรเพิ่มเติมขึ้นอีกหลาย ๆ อย่าง ดังเช่น ความตอนหนึ่งในฏีกาไม่มีข้อความตอนไหนเลยที่บ่งบอกว่าอำแดงเหมือนหรือครอบครัวประกอบอาชีพอะไร แต่จากประโยคในฏีกาที่ว่า “ตั้งบ้านเรือนอยู่บางม่วง แขวงเมืองนนทบุรี” ก็พอที่จะช่วยให้คิดต่อไปว่า บางม่วงนั้น อยู่ส่วนไหนของนนทบุรี เมื่อไปเสาะหาก็ทราบได้ว่า บางม่วง เป็นตำบลหนึ่งอยู่ในอำเภอบางใหญ่ และทำให้นึกถึงสภาพภูมิประเทศ บางม่วง ซึ่งเป็นถิ่นที่เป็นสวนทุเรียนมาเนิ่นนานกว่าร้อย ๆ ปีมาแล้ว จึงน่าจะอนุมานได้ว่า อำแดงเหมือนกับครอบครัวน่าจะเป็นสาวชาวสวนผลไม้ที่มีทุเรียนเป็นหลัก

 03.jpg

บ้านเรือนชาวสยาม นิยมสร้างเป็นเรือนทรงไทยฝาสำรวด หลังคามุงจาก

จากความตอนหนึ่งในฏีกาฯ พอที่จะรู้ได้ว่าอำแดงเหมือนนั้น อายุ ๒๑ ปี สำหรับหญิงสาวชาวสยามในยุค พ.ศ. ๒๔๐๘ อายุ ๒๑ ปี แต่ยังไม่แต่งงานซึ่งถือว่า “อายุมากแล้ว” นี่คืออีกประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเหตุใด อำแดงเหมือนถึงยังไม่แต่งงาน ความตอนหนึ่งว่า “เดิมข้าพระพุทธเจ้ากับนายริดรักใคร่เป็นชู้กัน บิดามารดาข้าพระพุทธเจ้าหารู้ไม่” นี่เป็นคำตอบที่ได้รับจากฏีกาฯ และทำไมอำแดงเหมือน “รักใคร่เป็นชู้กัน” กับนายริด แล้วพ่อแม่ไม่รู้ มีประเด็นที่พอจะเป็นไปได้ คือ เพราะนายริดเป็นบุคคลที่พ่อแม่อำแดงเหมือนรังเกียจ อำแดงเหมือนจึงปิดบัง หรืออีกประเด็นหนึ่งคือ นายริดอาจจะเป็นบุคคล “ต้องห้าม” ที่อำแดงเหมือน “รักใคร่เป็นชู้” ด้วยแล้วไม่อาจจะเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ จะเห็นได้ว่าผู้จัดทำบทภาพยนต์เรื่องนี้ เลือกที่จะนำประเด็นหลังมาเผยแพร่

 4.jpg

การแต่งกายของหญิงสาวชาวสยามสามัญชน บริเวณวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

 โปรดอ่านต่อในตอนที่ 2 / 2

*ถ้าชอบบทความนี้ คุณสามารถให้กำลังใจ ด้วยการแสดงความคิดเห็น หรือร่วม Vote กันได้นะครับ




Create Date : 28 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 3 ธันวาคม 2555 0:05:56 น. 2 comments
Counter : 4537 Pageviews.

 
เป็นเรื่องราวที่น่าศึกษาเพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิของสตรีโดยตรงและดิฉันทึ่งในความอดทนและยึดมั่นอยู่ในความถูกต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมและในฐานะที่เกิดมาในครอบครัวที่ยากจนด้วยแล้วยิ่งสามารถรับรู้ว่าเกิดเป็นผู้หญิงมันลำบากแค่ใหน ขอเป็นกำลังใจให้ทำตอนต่อๆไปเรื่อยๆแล้วจะคอยอ่านอยู่ตลอดไปค่ะ


โดย: สุทธิลักษณ์ ธิวงค์ IP: 120.148.224.23 วันที่: 29 ธันวาคม 2555 เวลา:20:06:18 น.  

 
เป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งและน่าสนใจสำหรับผู้ใคร่รู้ ขอบคุณ



โดย: seedaa84 IP: 14.207.9.179 วันที่: 17 มีนาคม 2557 เวลา:0:10:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nuttavong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Blog รักสยาม : เกิดขึ้นจากผู้เขียนเป็นนักอ่านและมีความหลงไหลในเสน่ห์ของหนังสือเก่า ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาในอดีตตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษของเรา ที่ได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ ผ่านตัวอักษร และทุก ๆ ตัวอักษรได้บอกเล่าเรื่องราวของสยามบ้านเมืองของเราเมื่อครั้งอดีต และมีความเชื่อว่า "อดีตคือรากฐานของปัจจุบัน" หนังสือเก่าจึงเต็มไปด้วยคุณค่าและความหมายแตกต่างกันไป เมื่อเกิดชำรุดเสียหายมีหลายคนไม่เห็นคุณค่าปล่อยให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากปล่อยให้เป็นอย่างนั้น ลูกหลานของเราในวันข้างหน้าอาจลืมเลือนความเป็นชาติของเรา และอาจหลงลืมความดีงามของบรรพบุรุษที่ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงไว้

ผู้เขียนยอมรับว่าการเขียนบทความ ณ ที่นี้ได้เรียบเรียงจากหนังสือเก่าอันทรงคุณค่าหลายเล่ม ด้วยภูมิรู้ของตนเองเท่าที่มีอยู่น้อยนิด หากผิดพลาดประการใด
ผู้เขียนขอน้อมรับคำแนะนำจากท่านผู้รู้ทั้งหลายด้วยความยินดี และหากท่านจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดความรู้ก็จะเป็นประโยชน์สืบต่อไปในภายหน้า
Friends' blogs
[Add nuttavong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.