วันวานในสยาม...ยามนั้นและยามนี้

InSiam : From Time to Time



Group Blog
 
All blogs
 
ราชาการ์ตูนระดับโลกของสยาม – คู่มือสู้ชีวิตของคนยาก

    


      ในยุคที่ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองของคณะปฏิวัติ โดยการนำของจอมพลถนอม กิตติขจร ในช่วงยุคนั้นคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “ประยูร จรรยาวงษ์” ซึ่งเป็นผู้ที่หาญกล้าเขียนภาพการ์ตูนล้อเลียนรัฐบาลในเชิงลบผ่านตัวการ์ตูน “ศุขเล็ก”



ประยูร จรรยาวงษ์  




        ประยูรฯ ไม่เป็นเพียงนักเขียนการ์ตูนธรรมดา แต่ถูกการันตรีด้วยผลงานรางวัลที่  1 การ์ตูนโลกเพื่อสันติภาพและรางวัลแมกไซไซ สาขาหนังสือพิมพ์ วรรณกรรมและนิเทศศาสตร์ทางสร้างสรรค์ ประกาศ วัชรภรณ์ (2538 : 232-234) ได้เขียนยกย่องไว้ดังนี้


         “ฝีมือการวาดภาพล้อของเขาไม่ใช่จะมีชื่อเสียงเฉพาะในเมืองไทยยังเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากในต่างประเทศ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นนักเขียนภาพล้อคนหนึ่งของโลกที่มีเกียรติ ขอย้อนอดีต ครั้งหนึ่งได้มีผู้จัดการประกวดการ์ตูนโลกเพื่อสันติภาพปรากฏว่าได้มีจิตรกร 30 ประเทศส่งภาพการ์ตูนกว่า 600 ภาพ ผลปรากฏว่า ภาพล้อที่ให้ชื่อว่าการทดลองระเบิดปรมาณูลูกสุดท้าย เป็นภาพโลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ ของเขาได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นความภูมิใจอย่างมาก


            เบื้องหลังการส่งเข้าประกวดนั้น เขาไม่ได้ส่งเข้าประกวดด้วยตนเอง ทั้งที่ได้รับจดหมายเชิญ เพราะตนเองไม่ชอบทำอะไรแข่งกับใคร เมื่อถึงเวลา บรรณาธิการคุณบุศย์ สิมะเสถียร ได้มาเตือนว่าถ้ายังไม่ส่งบรรณาธิการจะส่งเอง จึงได้ไปค้นหารูปที่เขาเคยได้วาดไว้จัดส่งเข้าประกวด เขาสารภาพว่า “บังเอิญไปตรงกับใจของกรรมการ ก็เลยได้รับรางวัลชนะที่ 1


            เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนและอยู่เบื้องหลังงานมากกว่า เป็นคนทำงานที่ไม่มีวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดประจำปี ได้ปฏิบัติตนเองเช่นนี้มากกว่า 40 ปี ขณะที่ทำงานประจำที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐตั้งแต่เวลาเย็นจนกระทั่งดึกดื่น บางวันถึงตี 1 ตี 2 และขับรถด้วยตนเองกลับบ้านในยามค่ำคืน ไม่ชอบให้คนอื่นขับ ได้ปฏิบัติตัวเช่นนี้ตลอดมา ด้วยฝีมือในการวาดภาพล้อซึ่งปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่องกันมา 40 กว่าปี คณะกรรมการรางวัลแมกไซไซประจำปี 2514 จึงได้พิจารณามอบรางวัลใหญ่แห่งเอเซีย สาขาหนังสือพิมพ์ วรรณกรรมและนิเทศศาสตร์ทางสร้างสรรค์ให้แก่เขา  ออกมาเป็นภาพการ์ตูน มีคำบรรยายหรือความรู้ในการทำมาหากินประกอบ เพื่อสนองทางออกให้แก่เกษตรกรและคนยากจน ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อเรื่อง ขบวนการแก้จน คณะยอดชายนายศุกเล็กเสนอ  


             อันมีที่มาจากคอลัมน์ “ขบวนการแก้จน” ในหน้า 5 ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของ ประยูร จรรยาวงษ์ สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2514 ขณะที่ประเทศไทยเราตกอยู่ภายใต้การปกครองของคณะปฏิวัติ โดยการนำของจอมพลถนอม กิตติขจร ได้มีคำสั่งผ่านมายังกองบังคับการตำรวจสันติบาล ถึงประยูรฯ เรื่องขอให้ความร่วมมือกับคณะปฏิวัติในการเขียนภาพล้อการเมือง เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2515  ซึ้งปกติแล้วนัยของภาพล้อมักจจะมีผลกระทบต่อภาพพจน์ของรัฐบาลในเชิงลบไม่เป็นที่สบอารมณ์ ต่อจากนั้นมาผู้ที่ติดตามผลงานของเขาก็ได้พบว่า การ์ตูนตัว “ศุขเล็ก”  ถูกเย็บปากตัวเองอย่างสนิท และให้เขียนลงในหน้าประจำ คือหน้า 3 เป็นภาพล้อการเมืองและสังคมว่า


              “ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผมของดจะกล่าวถึง พูดถึงหรือบอกให้ฝ่ายบ้านเมืองรู้ว่า ชาวบ้านชาวเมืองเขามีความรู้สึกอย่างไร ชอบหรือชังการกระทำของท่านซึ่งผมได้กระทำมาด้วยความเห็นอกเห็นใจและสุจริตใจต่อทุกฝ่ายตั้งแต่ต้นนั้นตลอดมาด้วย”(ไทยรัฐ ฉบับที่ 10 ก.พ. 2515)


            เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ประยูรฯ อยากจะระบายความรู้สึกและประสบการณ์ต่าง ๆ ของเรื่องต้นไม้ใบหญ้า การเลี้ยงสัตว์ การทำอาหาร และความรู้เบ็ดเตล็ดทั่ว ๆ ไป เริ่มด้วยภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการตอน ต่อและติดตาต้นไม้และเรื่องต่าง ๆ ดังได้กล่าวมา โดยยังมิได้ตั้งชื่อว่า “ขบวนการแก้จน” และมีตัวการ์ตูนศุขเล็กที่ถูกเย็บปากเป็นตัวประกอบเรื่องเป็นที่กล่าวขานวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ผู้อ่านถึงการถูกจำกัดเสรีภาพจากคณะปฏิวัติ


 


ขบวนการแก้จน ฉบับที่พิมพ์ครั้งหลัง


 การตั้งชื่อคอลัมน์ว่า “ขบวนการแก้จน”  ประยูรฯ มีความคิดเห็นว่า


        “คนจนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในเมืองไทยเรานี้ ไม่สามารถแก้ปัญหาของตนเองได้ เพราะขาดความรู้และกำลังใจในการทำมาหากิน หรือไม่ก็หลงงมงายหวังรวยทางลัดด้วยการเสี่ยงโชคกับหวย ทั้งหวยใต้ดินและหวยรัฐบาล"


สรุปแล้ว การ์ตูนขบวนการแก้จน ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2515 ลงพิมพ์สัมดาห์ละ  6 วัน คือวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ ติดต่อกันเรื่อยมาจนกระทั่งผู้เขียนวายชนม์ในปี 2535 นับว่ายาวนานประมาณ 2 ทศวรรษทีเดียว หากแต่ขาดช่วงไปตอนหนึ่งซึ่งว่างเว้นการลงพิมพ์เป็นเวลา 2 ปี คือ ปี พ.ศ. 2516 และ พ.ศ. 2517


 


   การ์ตูน “ขบวนการแก้จน” ได้รับความสนใจจากผู้อ่านเป็นจำนวนมาก เรียกร้องให้รวบรวมพิมพ์เป็นเล่ม เพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชน์ ในปี 2519 -2521 ประยูรฯ จึงได้รวบรวมพิมพ์ขึ้น 8 เล่ม ในคำนำหนังสือ “ขบวนการแก้จน”เล่ม 1 ประยูรฯ ได้เผยความในใจว่า


“ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นด้วยความสบายใจ เพราะเรื่องเกี่ยวกับการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ตลอดจนการปรุงอาหารง่าย ๆ ราคาถูก ๆ รวมทั้งการถนอมอาหารเป็นสิ่งที่ถูกอัธยาศัยของผมมาก ผมเกิดมาในครอบครัวธรรมดา ๆ ระดับชนชั้นพอมีพอกิน พอย่างเข้าวัยรุ่นพ่อก็ตาย ชีวิตผมจึงพบกับความยากจน และได้รับรู้มากมายเกี่ยวกับการปรุงอาหารจากยาย..... 


.


ฉะนั้น ขบวนการแก้จน จึงมิใช่ตำรา แต่เป็นประสบการณ์ชีวิตของคนคนหนึ่งซึ่งผ่านความจนและความซนมาอย่างโชกโชน....”  


  และว่า


           “ประสบการณ์ของชีวิตบอกตัวเองว่า ความขยันหมั่นเพียรอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะเอาชนะความจนได้อย่างเด็ดขาด ฉะนั้นความจนจึงเป็น “ความจนที่น่ารัก” ของผมซึ่งผมเอาชนะมันได้จนถึงทุกวันนี้”


 


             ข้อมูลการจำแนกผลงาน “ขบวนการแก้จน” ที่ได้เห็นต่อไปนี้เก็บมาจากวิทยานิพนธ์ภาควิชาการสื่อสารมวลขน บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในชื่อว่า “กลยุทธ์การสื่อสารการ์ตูน” ขบวนการแก้จน ของนางสาวสุดรัก จรรยาวงษ์ บุตรีของประยูรฯ แยกเป็นหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ได้ 8 หมวดดังนี้


1.การประกอบอาหาร


2.การเพาะปลูก


3.การเลี้ยงสัตว์


4.การดูแลรักษาสุขภาพอนามัย


5.การดำเนินชีวิตครอบครัว


6.ปัญหาในสังคมเกี่ยวข้องกับประชาชนในฐานะเป็นเกษตรกร                                     


7.การผักผ่อนหย่อนใจและการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์


8.ปัญหาในสังคมที่เกี่ยวข้องกับประชาขนในฐานะเป็นผู้บริโภค


หนังสือการ์ตูน "ขบวนการแก้จน" ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ปี 2519 จำนวน 8 เล่มจบ



        หนังสือการ์ตูนชุด “ขบวนการแก้จน” เป็นหนังสือดี หนึ่งในร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน และจัดเป็นคู่มือสำหรับประกอบการทำมาหากินให้เน้นการพึ่งพาตนเอง  ซึ่งสอดคล้องตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจแบบพอเพียง อีกทั้งยังสะท้อนปัญหาทางการเมืองสังคม การเรียกร้องการอยู่แบบสันติของมนุษย์ สิทธิประชาธิปไตย สะท้อนชีวิตของคนจนที่ขมขื่นปวดร้าว ขบวนการแก้จนจึงเป็นเสมือนอัญมณีทางการ์ตูนที่หาได้ยากยิ่ง ประกอบกับความตั้งใจของผู้เขียนที่แสดงถึงจิตใจที่รับผิดชอบต่อคนยากจนและพยายามเสนอวิธีการให้ชาวบ้านให้รู้จักคุณค่าของสิ่งที่ตนมีอยู่แบบพออยู่พอกิน เพื่อนำมาใช้ประโยชน์และพึ่งตนเองได้แบบยั่งยืน                            



Free TextEditor


Create Date : 25 กันยายน 2554
Last Update : 25 กันยายน 2554 17:08:23 น. 3 comments
Counter : 1728 Pageviews.

 
เคยอ่านในหนังสือพิมพ์เมื่อตอนเด็ก เห็นแล้วคิดถึงเลยครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:21:55:42 น.  

 
ดีครับ เอาของดีเก่าๆมาเล่าสู่กันฟัง จะได้ไม่สูญหาย


โดย: แอ๊ด ปากเกร็ด IP: 192.168.111.196, 61.47.68.69 วันที่: 26 กันยายน 2554 เวลา:11:58:33 น.  

 
มีเกือบครบแต่ปกไปหมดแล้ว


โดย: ToodMah IP: 125.25.171.63 วันที่: 5 มีนาคม 2556 เวลา:4:07:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nuttavong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Blog รักสยาม : เกิดขึ้นจากผู้เขียนเป็นนักอ่านและมีความหลงไหลในเสน่ห์ของหนังสือเก่า ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาในอดีตตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษของเรา ที่ได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ ผ่านตัวอักษร และทุก ๆ ตัวอักษรได้บอกเล่าเรื่องราวของสยามบ้านเมืองของเราเมื่อครั้งอดีต และมีความเชื่อว่า "อดีตคือรากฐานของปัจจุบัน" หนังสือเก่าจึงเต็มไปด้วยคุณค่าและความหมายแตกต่างกันไป เมื่อเกิดชำรุดเสียหายมีหลายคนไม่เห็นคุณค่าปล่อยให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากปล่อยให้เป็นอย่างนั้น ลูกหลานของเราในวันข้างหน้าอาจลืมเลือนความเป็นชาติของเรา และอาจหลงลืมความดีงามของบรรพบุรุษที่ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงไว้

ผู้เขียนยอมรับว่าการเขียนบทความ ณ ที่นี้ได้เรียบเรียงจากหนังสือเก่าอันทรงคุณค่าหลายเล่ม ด้วยภูมิรู้ของตนเองเท่าที่มีอยู่น้อยนิด หากผิดพลาดประการใด
ผู้เขียนขอน้อมรับคำแนะนำจากท่านผู้รู้ทั้งหลายด้วยความยินดี และหากท่านจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดความรู้ก็จะเป็นประโยชน์สืบต่อไปในภายหน้า
Friends' blogs
[Add nuttavong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.