วันวานในสยาม...ยามนั้นและยามนี้

InSiam : From Time to Time



Group Blog
 
All blogs
 
ปฐมบท การ์ตูนสยาม.........."พ.บางพลี จิตรกรบ้านนา"

ปฐมบท การ์ตูนสยาม


             เมื่อพูดถึงการ์ตูนในฐานะศิลปะลายเส้น (Graphic art) จะถือได้ว่ามีภาพการ์ตูนมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยมี “ขรัวอินโข่ง” เป็นจิตรกรเอก ซึ่งภาพของขรัวอินโข่งเป็นภาพฝาผนังแบบเหมือนจริง (Realistic) และ จะสอดแทรกอารมณ์ขันและล้อเลียนผู้คนในยุคนั้น ซึ่งน่าจะถือว่าเป็นลักษณะภาพการ์ตูนได้ แต่ในยุคนั้นยังไม่มีการบัญญัติศัพท์ การ์ตูน ทำให้ไม่มีการบันทึกว่าการ์ตูนเริ่มมีในเมืองไทยตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น


            ประวัติศาสตร์การพิมพ์ของไทยเริ่มต้นในปลายรัชกาลที่สาม โดยหมอชาวอเมริกันที่ชื่อ แดน บิช บรัดเลย์ ( Dan Beach Bradley) หรือชื่อที่คนไทยคุ้นเคยว่า หมอบรัดเลย์ เป็นผู้ริเริ่มนำแท่นพิมพ์มาใช้ในในกรุงสยาม เมื่อปี พ.ศ. 2378 โดยในยุคแรกจะพิมพ์เป็นหนังสือสอนศาสนา


             ต่อมาในปี พ.ศ. 2387 ได้เริ่มมีการพิมพ์นิทานไทยขายกันอย่างแพร่หลาย เช่นเรื่อง จันทโครพ พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน เป็นต้น ต่อมาเริ่มมีโรงพิมพ์เอกชนเพิ่มขึ้น และในปี 2464 ได้เกิดนิตยสารสำหรับเด็กเล่มแรกคือ “เด็กไทย” ซึ่งเป็นของโรงพิมพ์เอกชน และหลังจากนั้นก็มีการผลิตหนังสือสำหรับเด็กอย่างแพร่หลายโดยจัดทำคล้ายคลึงกับแบบเรียนของการ์ตูนศึกษาธิการซึ่งมีการใช้รูปภาพประกอบ นั่นคือยุคเริ่มของหนังสือการ์ตูนในสยาม



            จุดเริ่มต้นปฐมบทแห่งการ์ตูนสยามเกิดขึ้นในราวปี พ.ศ. 2460 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสนพระทัยเป็นอย่างมากในศิลปะการเขียนภาพล้อและโปรดเกล้าฯ ให้แปลคำว่า Cartoon เป็นคำไทยว่า “ภาพล้อ”  และในช่วงรัชสมัยของพระองค์ในปีพ.ศ. 2463 ได้ทรงริเริ่มออกวารสารดุสิตสมิต  ที่มักจะนำภาพล้อบุคคลต่าง ๆ นำมาตีพิมพ์ด้วยเสมออีกทั้งยังได้มีการประกวดภาพเขียนจากนักวาดมือสมัครเล่นเป็นการภายในอีกด้วย จนบรรดานักหนังสือพิมพ์ในยุคนั้น ได้ตีพิมพ์ภาพล้อการเมืองกันมากขึ้น และช่วงเวลานั้นเอกได้ได้กำหนดบุคคลที่จัดเป็นการ์ตูนนิสต์ นักเขียนภาพล้อการ์ตูนการเมืองคนแรกของสยามมีนามว่า “เปล่ง ไตรปิ่น”



            เปล่ง ไตรปิ่น ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต นอกจากจะได้รับการยกย่องให้เป็นนักเขียนการ์ตูนคนแรกของประเทศสยามแล้ว และท่านยังเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อวงการสื่อสิ่งพิมพ์ของสยามอีกด้วยเพราะเป็นผู้ที่นำเทคโนโลยีการทำแม่พิมพ์หรือบล็อก เข้ามาเผยแพร่ในสยามหลังจากที่ได้เดินทางไปศึกษายังต่างประเทศ และยังได้เปิดร้านพิมพ์บล็อกนามว่า ฮาล์ฟโพนขึ้นเป็นแห่งแรกในสยามประเทศ จนทำให้ล้นกล้ารัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็น“ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต”


            ในปี พ.ศ. 2470 เป็นยุคเฟื่องฟูของหนังสืออ่านเล่นทั้งหลาย มีการผลิตหนังสืออ่านเล่นเริงรมย์ออกมามากมาย โดยสำนักพิมพ์ที่เป็นที่รู้สึกในยุคนั้นได้แก่ “สำนักพิมพ์เพลินจิตต์”มีนักประพันธ์และนักวาดที่มีชื่อเสียงมากมายอยู่ในสังกัด นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงอยู่จนถึงปัจจุบัน ป.อินทรปาลิต ผู้ก่อกำเนิดหัสนิยายที่โด่งดังอย่าง “พล นิกร กิมหงวน”  สำหรับจิตรกร และศิลปินที่วาดภาพประกอบและการ์ตูน ที่มีชื่อเสียงในสำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ที่ควรที่จะกล่าวถึงหลายท่านด้วยกัน เช่น เหม เวชกร,เสน่ห์ คล้ายเคลื่อน, เฉลิม วุฒิโฆสิต ส่วนการ์ตูนนิสต์ก็จะมี วิตต์ สุทธเสถียร ผู้ใช้นามปากกาว่า “วิตตมิน” กับ “สเตอร์ กัณหดุล” ผู้ใช้นามปากกาว่า“มิสเตอร์” สำหรับคนหลังนี้อาจารย์ปยุต เงากระจ่าง เคยยกย่องไว้เมื่อครั้งให้สัมภาษณ์กับนิตยสารไทคอมิคว่า เป็นนักเขียนการ์ตูนขำขันคนแรกของสยาม ผลงานที่โด่ดเด่น อย่างเช่น การแปลงตัวละครป๊อบอาย ของฝรั่ง มาเป็นการ์ตูนแบบบุคลิกไทย ๆ สำหรับนิยายเล่มแรกที่สำนักพิมพ์เพลินจิตต์ได้ออกมาจำหน่ายเป็นนิยายภาพ ก็คือนิยายเรื่อง “สาวน้ำเค็ม” โดย วิตตมิน นั่นเอง



            นิยายภาพเรื่องนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนทำให้สำนักพิมพ์อื่นเอาอย่างบ้างเช่น สำนักพิมพ์ ศรีอิศรา ที่ตีพิมพ์นิยายแนวผี ในชื่อ ผีบ้านร้าง ออกมาบ้าง  นิยายภาพในยุคนั้นยังไม่ใช่รูปแบบการ์ตูนหรือ Comics อย่างที่เราคุ้นเคยอย่างปัจจุบัน เพราะการดำเนินเรื่องราวไปด้วยภาพเต็มหน้า 1 หน้า โดยไม่มีช่องคำพูดหรือบอลลูนคอยกำกับเรื่อง แต่จะมีคำบรรยายเหตุการณ์ในด้านล่างของภาพแทน  งานในลักษณะนี้บางครั้งก็เรียกว่า นิยายภาพวิจิตร อาทิเช่น นิยายภาพวิจิตรชุด ราชาธิราช ผลงานของ ครูเหม เวชกร ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ชาวไทยรายวัน ราวปี2495 จะเป็นลักษณะภาพลายเส้นสี่ช่องไม่มีช่องคำพูด แต่จะมีคำบรรยายใต้ภาพเช่นกัน อย่ารไรก็ดียุคนี้นับเป็นยุคที่หนังสือการ์ตูนและนิยายภาพมีออกมากจำนวนมาก


              ภาพการ์ตูนในยุคต้นมักจะเขียนเป็นภาพลายเส้นที่เก็บรายละเอียดทุกแง่ทุกมุม มีแม้กระทั่งแสงเงา จะมีการบรรยายเชิงขำขันประกอบ ยังไม่ค่อยมีลักษณะและลีลาของการ์ตูนอย่างแท้จริงนัก จึงนับว่าภาพการ์ตูนยุคต้นนั้นเป็นภาพเกิดการปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 วงการการ์ตูนเริ่มคึกคักขึ้น มีเสรีภาพในการแสดงออกเต็มที่ จน “คณะราษฎร์”ต้องออกกฎหมายควบคุม เรื่องราวที่นำมาเขียนเป็นการ์ตูนไทยในยุคแรกๆ ต่างนิยมหยิบยกมาจากวรรณคดีไทย


            นิยายพื้นบ้านเรื่องจักรๆ วงศ์ๆ เป็นการ์ตูนใส่ชฎา เช่นเรื่อง พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน จันทโครพ สังข์ทอง ฯลฯการ์ตูนเรื่องใดได้รับความนิยมก็จะนำมาพิมพ์รวมเล่ม เมื่อนักเขียนได้เขียนเรื่องวรรณคดีไทยมากขึ้นจนล้นตลาดแล้วก็ได้หันมาแต่งเรื่องเองบ้าง แต่ก็ยังรับเอาโครงเรื่องมาจากการ์ตูนฝรั่ง และเป็นที่ต้องการของตลาดขณะนั้นแต่ก่อนนักเขียนการ์ตูนคนไหนที่ฝีมือดีก็จะถูกดึงตัวไปอยู่ค่ายต่างๆ รายได้ สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้


พ.บางพลี จิตรกรบ้านนา " รวมวิจิตรผลงาน


“ผมเป็นคนแปลกนะคุณ เวลาเขียนเรื่องแล้ว หากเป็นเรื่องเศร้า น้ำตามันจะหยดออกมาเอง


มีความรู้สึกเศร้าไปกับเรื่องขณะที่กำลังเขียน”




                       พ.บางพลี (คัดมากจากส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ในนิตยสารไทคอมิค ฉบับที่ 7 ปี 2536)


            ในช่วงยุคปี 2500 ได้กำเนิดนักเขียนการ์ตูนสำคัญท่านหนึ่งที่จะต้องกล่าวถึงมีผลงานที่รู้จักกันดี คือ คุณวีรกุล ทองน้อย หรือใช้นามปากกาว่า “พ.บางพลี”   เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2461จบการศึกษาจากโรงเรียนเพาะช่าง ก่อนจะออกมาเป็นครูช่างเขียนและย้ายไปทำงานที่กรมอุทกศาสตร์ก่อนที่จะผันผวนตัวเองมาทำงานทางด้านศิลปะอย่างเต็มตัว ต่อมาได้ทำงานเขียนนิยายภาพลงในนิตย



               สารกมลสาสน์ และเริ่มมีผลงานจากการ์ตูนชุด เด็กสามเกลอ และการ์ตูนนิยายภาพเรื่องชุดเสือใบจนมาเขียนการ์ตูนที่สร้างชื่อให้ พ.บางพลีมากที่สุด คือ นิยายภาพชุด อัศวินสายฟ้า นั่นเองตัวละคร ของอัศวินสายฟ้าได้ถอดแบบมาจากตัวละคร กัปตันมาร์เวลของ ฟอว์เซตต์โดยเนื้อหาของเรื่องแล้วนัว่าใกล้เคียงกับกัปตันต้นแบบอยู่พอสมควร โดยอัศวินสายฟ้าก็มีต้นกำเนิดจากเด็กวัดพิการหลังค่อยแต่จิตใจดีงาม ได้รับพลังวิเศษจากฤาษีตนหนึ่งให้กลายร่างเป็นอัศวินสายฟ้าเพื่อผดุงคุณธรรม แต่ที่แตกต่างกันก็คือโทนเรื่องของอัศวินสายฟ้านั้นจะออกไปในแนวนิทานไทย ๆ จักรๆ วงศ์ ๆ เสียมากกว่า อัศวินสายฟ้าของเราก็มีพลพรรคเพื่อนฝูงตัวประกอบที่แตกต่างจากต้นแบบอยู่พอสมควร อัศวินสายฟ้าเป็นการ์ตูนไทยที่ได้รับความนิยมและโด่งดังในวงกว้างมากในยุคนั้น ถึงขั้นมีการนำไปดัดแปลงสร้างเป็นละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2517 ออกอากาศช่วงเวลา18.55 น. วันอาทิตย์ ช่อง 4 อีกทั้งยังมีการผลิตเป็นอนิเมชั่นสำหรับทำสป็อตโฆษณาลูกอายี่ห้อดังในสมัยนั้นอย่างลูกอมเฮโลด้วย


            แต่อัศวินสายฟ้าก็ไม่ได้เป็นผลงานที่โด่งดังเพียงเรื่องเดียวของ อาจารย์ พ.บางพลี เท่านั้นท่านได้สร้างสรรค์ผลงานการ์ตูนและนิยายไทยไว้มากมายหลายเรื่อง โดยเรื่องเด่น ๆ นอกจากอัศวินสายฟ้าแล้ว ยังมีนิยายภาพชุด เจ้าชายลิ้นดำ เป็นนิยายภาพจักร ๆ วงศ์ ๆ เล่าถึงเจ้าชายผู้พลัดตกจากราชบัลลังก์ตั้งแต่ยังเยาว์วัย จนต้องออกผจญภัยกันพักใหญ่ ที่น่าสนใจก็คือเรื่องนี้มีอัศวินสายฟ้าและสหายมาเป็นดารารับเชิญด้วย ส่วนนิยายภาพอีกเรื่องที่จัดเป็นผลงานชิ้นสำคัญ คือ เรื่อง ชุดขุนขวานทมิฬ ที่เป็นนิยายแนวแฟนตาซี เกี่ยวกับการศึกสงครามและการล้างแค้น ซึ่งฉากกระท่อมมุงจากทรงกลมน่าจะจำลองมาจากวัฒนธรรมแอฟริกา การ์ตูนชุดนี้มีความยาวกว่าสามร้อยหน้าทีเดียว



ผลงานชิ้นสำคัญที่สร้างชื่อ


เริ่มวาดคือ การ์ตูนชุดเด็กสามเกลอ กับเรื่องเสือใบ


ปี 2500  การ์ตูนที่สร้างชื่อคือเรื่อง อัศวินสายฟ้า เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความใฝ่ฝันของเด็กชายง่อยเปลี้ยเสียขาคนหนึ่ง แต่แล้วกลับกลายมาเป็นมนุษย์อภินิหารผู้ปราบยุคเข็ญของแผ่นดิน


ปี 2504 เขียนเรื่องเจ้าชายลิ้นดำ


ปี 2506 เขียนเรื่องขุนขวานทมิฬ การ์ตูนที่สร้างชื่อเสียงของ พ.บางพลีไม่ได้มีเพียงแค่นี้ แต่ยังมีเรื่องสงครามล้างโลก น้องศรีธนญชัยการผจญภัยของนักเรียนสาวกับนากแสนรู้ ฯลฯ


            พ.บางพลีได้ฝากผลงานไว้มากมาย และวางปากกาเลิกวาดการ์ตูนอย่างถาวรเมื่ออายุได้ 68 ปีเพราะความไม่เอื้ออำนวยของสังขารและร่างกาย แต่ยังคงจับงานวาดภาพศิลปะสไตล์สีน้ำมันต่อไปจนกระทั่งท่านได้จากโลกนี้ไปด้วยอาการสงบในวัย 76 ปี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2537ปิดฉากจิตรกรบ้านนา ที่ฝากผลงานภาพวาดการ์ตูนยุคกึ่งพุทธกาลไว้กับดินแดนประเทศสยามแห่งนี้


บรรณานุกรม


นิรวาณ คุระทอง .2553.ประวัติย่อการ์ตูนไทย.กรุงเทพฯ.LET’S Comic.


ข้อมูลออนไลน์


//4592010192.bizhosting.com/html/history.html






Free TextEditor


Create Date : 14 มิถุนายน 2553
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 21:42:14 น. 0 comments
Counter : 2241 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

nuttavong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Blog รักสยาม : เกิดขึ้นจากผู้เขียนเป็นนักอ่านและมีความหลงไหลในเสน่ห์ของหนังสือเก่า ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาในอดีตตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษของเรา ที่ได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ ผ่านตัวอักษร และทุก ๆ ตัวอักษรได้บอกเล่าเรื่องราวของสยามบ้านเมืองของเราเมื่อครั้งอดีต และมีความเชื่อว่า "อดีตคือรากฐานของปัจจุบัน" หนังสือเก่าจึงเต็มไปด้วยคุณค่าและความหมายแตกต่างกันไป เมื่อเกิดชำรุดเสียหายมีหลายคนไม่เห็นคุณค่าปล่อยให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากปล่อยให้เป็นอย่างนั้น ลูกหลานของเราในวันข้างหน้าอาจลืมเลือนความเป็นชาติของเรา และอาจหลงลืมความดีงามของบรรพบุรุษที่ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงไว้

ผู้เขียนยอมรับว่าการเขียนบทความ ณ ที่นี้ได้เรียบเรียงจากหนังสือเก่าอันทรงคุณค่าหลายเล่ม ด้วยภูมิรู้ของตนเองเท่าที่มีอยู่น้อยนิด หากผิดพลาดประการใด
ผู้เขียนขอน้อมรับคำแนะนำจากท่านผู้รู้ทั้งหลายด้วยความยินดี และหากท่านจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดความรู้ก็จะเป็นประโยชน์สืบต่อไปในภายหน้า
Friends' blogs
[Add nuttavong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.