Group Blog
 
All Blogs
 



ป่าบุ่งป่าทามลุ่มน้ำสงคราม "ตู้กับข้าว" ที่เรากำลังทุบทิ้งด้วยมือของเราเอง(2)

    

                 ลำน้ำอูนตอนปลายลำน้ำสาขาของลำน้ำสงครามแห้งขอดพอๆกัน

พันธุ์ไม้ในป่าบุ่งป่าทามจะมีความทนทานต่อการแช่ขังของน้ำค่อนข้างมาก  และมีการแตกกออย่างรวดเร็วจึงเพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ทางเชื้อเพลิงของชาวบ้าน  นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งด้านอาหารสัตว์และสมุนไพร  พืชน้ำที่ขึ้นอยู่หนาแน่นตามป่าบุ่งป่าทามลุ่มน้ำสงครามมีมากมาย เช่น  ผักกระเฉดน้ำ ดอกบัว กระจับ ผักตบ บีเอี่ยน  ผักปอด  แขยง  ผักแว่น  ผักพาย  ผักโหบเหบ  ผักอีแปะ  ผักอีฮีน  และพืชอาหารที่เกิดหน้าดิน  เช่น  ขี้ขมส้มข้า(แก่งใส่ปลาช่อนช่วงฤดูเก็บเกี่ยว)  เป็นต้น

  

                         ป่าบุ่งป่าทามในส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่(ตอนล่าง)

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยเพาะพันธุ์และหลบภัยของสัตว์หลายชนิด  เช่น นก หนู อีเห็น  กระแต  พังพอน  กิ้งก่า  กบ เขียด อึ่ง หอยโข่ง หอยขม งู และแมลงนานาชนิด ไข่มดแดง  ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของชาวบ้าน

          มีต้นไม้ขนาดเล็กและหญ้าหลากหลายชนิด  เช่น ผักกาดฮอ ผักเฟือยน้ำ ใบคางฮุง ใบคำพี้ เครือจิจ้อ เป็นต้น   ที่เป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงจำพวก  วัว  ควาย  ม้า  แพะ  ดังนั้นเราจึงมักพบว่าชาวบ้านบริเวณรอบๆป่าบุ่งป่าทามมักจะเลี้ยงวัว ควาย กันเป็นฝูงใหญ่  ซึ่งเป็นอาชีพอีกหนึ่งที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต

  

                          ลำน้ำสงครามในปัจจุบัน(บริเวณสะพานบ้านหาดแพง)

ชุมชนโดยรอบป่าบุ่งป่าทาม  ชาวบ้านจะอาศัยพื้นที่หลังน้ำลดเพื่อทำการเกษตร  เช่น  ทำนาแซง(นาปรัง) ปลูกผัก  ข้าวโพด  ถั่วฝักยาว  มะเขือเทศ  และอื่นๆ  วิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำแดนดินแห่งนี้เป็นมาหลายชั่วอายุคน  การใช้พื้นที่ของชาวบ้านก็จะทำในลักษณะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและสภาพโดยรวมของพื้นที่  โดยมีการจัดการอย่างเหมาะสมโดยคนในชุมชน  มีการสับเปลี่ยนพื้นที่และพืชที่ปลูก  เพื่อให้พื้นที่ได้ฟื้นตัวมันเองตามธรรมชาติ  เนื่องจากว่าดินทามเป็นดินตะกอนที่มีธาตุอาหารที่ถูกพัดพามากับสายน้ำหลากในช่วงหน้าฝน  ทำให้การเกษตรของชาวบ้านในอดีตไม่ต้องอาศัยสารเคมี

  

                                 ต้นเสียวน้ำไม้ประจำป่าทามใช้ทำฟืน

          วิถีชีวิตคนลุ่มน้ำสงคราม  มีความผูกพันกับลำน้ำสายนี้และป่าบุ่งป่าทามอย่างแยกกันไม่ออก   จนชาวบ้านได้ขนานนามป่าบุ่งป่าทามแห่งนี้ว่า  เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต  หรือ  ตู้กับข้าวของชุมชน  เพราะหากอยากกินอะไรก็จับจอบ  จับเสียม  หยิบฉวยเอาเครื่องไม้เครื่องมือที่ประดิษฐ์คิดค้นกันขึ้นมาเองในชุมชน  เดินเข้าไปในป่าบุ่งป่าทามแล้ว  พอกลับออกมาก็จะมีของกินกลับออกมาด้วย  ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

 

         เลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมเพราะป่าทามมีหญ้าและพืชที่เป็นอาหารสัตว์จำนวนมาก

ทั้งนี้ก็เนื่องจากลำน้ำสงครามและป่าบุ่งป่าทามแห่งนี้  เป็นแหล่งทรัพยากรที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ  เป็นผืนแผ่นดินอันอุดม  เปรียบเสมือนดั่งแม่ผู้มีแต่ความปราณี  หล่อหลอมชีวิตและหล่อเลี้ยงปากท้องลูกหลานในลุ่มน้ำแห่งนี้มาอย่างยาวนาน  ให้ลูกหลานได้หาอยากหากินอย่างพอเหมาะพอดี  ไม่ต้องพึ่งพิงเงินทองมากนัก  เป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน  ลดการทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติอย่างหน้ามืดตามัว 

  

         เรากำลังทำอะไรกับเขตน้ำแดนดินที่บรรพบุรุษของเราอุตส่าห์รักษาไว้ให้เรา

ลุ่มน้ำสงคราม ถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่อีกสายหนึ่งของชีวิต  แต่ในปัจจุบันป่าบุ่งป่าทามในเขตลุ่มน้ำแดนดินแห่งนี้   ได้ถูกรุกล้ำจากแนวเดิมเพื่อการทำการเกษตรของชุมชนบริเวณใกล้เคียง  แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการรุกของนายทุน  นักการเมืองบางคน  จนเกือบไม่เหลือสภาพป่าดั่งเดิมแล้วก็ตาม แต่ยังคงมีพรรณไม้ซึ่งมีคุณค่าทางด้านอาหารพอจะหาได้  เช่น หน่อไม้ กระโดน หว้า หมากแซว(มะกอกน้ำ) มันแซง เห็ดต่างๆ เช่น  เห็ดผึ้งทาม  เห็ดปลวก  เห็ดแทดเห็ดทา(บางที่เรียกเห็ดหัวหญ้า)  และไม้ที่เป็นคุณค่าทางเชื้อเพลิงอย่างไม้หูลิง ฝ้ายน้ำ เหมือดแฮ เสียว เบ็น  เปลือยน้ำ  ไผ่  ท่ม  หนอนหน่าย  ตลอดจนคุณค่าทางวัสดุเครื่องใช้ เช่น กก ผือ เครือซูด เครือตาปลา ตำลึง  เครือจิจ้อ(จีจ้อ)  เถาวัลย์อื่นๆ  และคุณค่าทางสมุนไพร เช่น เนาน้ำ  ก้านเหลือง กระโดน  เม่า(หมากไข่ปู)  ส้มโมง  หลงเหลืออยู่แต่ก็ไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน

  

            มีรถบรรทุกวิ่งขนดินทั้งวัน ไม่น่าเชื่อว่าใต้ล้อรถเมื่อก่อนคือป่าอันอุดม

ในอดีตลูกหลานลุ่มน้ำสงครามถือว่าเป็นชุมชนมีความมั่งคั่งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ  และมีความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและประเพณี  ซึ่งก็คือความมั่นคงของชาตินั่นเอง  แต่เวลานี้การรุกล้ำพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อสนองตอบต่อความต้องการอันไร้ขีดจำกัดของตัวเราเอง  คิดในมุมกลับกันดูสิครับ  เรากำลังเผาตู้กับของตัวเราเองหรือเปล่า.

    

  ทรัพยากรธรรมชาติมีเพียงพอสำหรับคนทุกคน แต่ทั้งโลกก็ไม่เพียงพอสำหรับคนที่มีแต่ความโลภเพียงคนเดียว

Create Date : 11 กรกฎาคม 2553
Last Update : 11 กรกฎาคม 2553 1:12:27 น. 0 comments
Counter : 436 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

boyberm
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




boyberm
Friends' blogs
[Add boyberm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.