Group Blog
 
All Blogs
 



^^โหด มัน ฮา^^ >>ของฝาก...จากสก็อตแลนด์



Scotland

แม้จะขลุกขลักในเบื้องต้น แต่สุดท้าย มันคือทริปที่ประทับใจที่สุดเท่าที่เคยไปต่างประเทศมา

เราทุกคนเห็นตรงกันว่าทริปนี้มันต้องมีอาถรรพ์แน่ๆ เพราะกว่าจะได้ไปก็ต้องเลื่อนทริปกันถึง 3รอบ เลื่อนครั้งแรกเปลี่ยนประเทศจากเกาหลีใต้เป็นสก็อต ต่อมาก็เกิดภูเขาไฟระเบิดเที่ยวบินยุโรปต้องหยุด และเลื่อนครั้งสุดท้ายเพราะการชุมนุมของ “คนเสื้อแดง”

แต่สุดท้ายเราก็ได้เดินทาง ในวันที่ 21 มิถุนายน... มีนักข่าวไปทั้งหมด 14 คน รวมผู้บริหารบริษัทดิอาจิโอ (ประเทศไทย)จำกัด พีอาร์ และไกด์เป็น 20 คนพอดี นับเป็นคณะที่ใหญ่มาก


โฉมหน้าแก๊งค์อาถรรพ์


เราไปลงสนามบิน ฮีทโธรเพื่อต่อเครื่องไปสก็อตแลนด์ เครื่องแตะรันเวย์ตอนประมาณ 6 โมงครึ่ง(เช้า) เราไปเดินเล่นอยู่ในสนามบิน 3-4 ชม.เพื่อรอเวลาไปขึ้นเครื่อง

ถึงเวลาขึ้นเครื่อง พวกเราก็มุ่งหน้าไปที่ “Gate 8”

ปรากฏเจ้าหน้าที่บอก “พวกคุณขึ้นเครื่องไม่ได้ พวกคุณยังไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง” ...อ้าวตาย!!!

พวกเราไม่ได้ผ่านด่าน ตม.จริงๆอย่างที่เขาบอก แต่ตอนที่จะออกบัตรผ่านขึ้นเครื่องบิน (boarding pass) ไกด์ถามเจ้าหน้าที่แล้วว่าต้องผ่าน ตม.ไหม เขาบอกไม่ต้อง ไปผ่านทีเดียวที่สก็อตเลยได้

แต่ไม่ว่าจะบอกยังไง เจ้าหน้าที่.ตรงประตูขึ้นเครื่องยืนยันว่าพวกเราต้องผ่าน ตม.ก่อน สุดท้ายเราต้องย้อนกลับไป

คิดดูเหลือเวลาประมาณ 20 นาที ต้องเดินย้อนกลับมาผ่าน ตม. คน 21 คน(มีผช.ไกด์มาเพิ่มอีกคน)จะทันได้ไง แต่เราก็ยังคิดว่าเครื่องจะรอ เพราะเป็นเครื่องเล็กมีผู้โดยสารประมาณ 35 คน และพวกเราคือ 21 ใน 35

แต่กว่าจะเรียบร้อยเกินเวลาไปเกือบครึ่ง ชม. ปรากฏตกเครื่องคร๊าบบ... เครื่องไม่รอ พวกเราต้องตกค้างอยู่ที่สนามบินต่อ โชคดีที่ยังเก็บข้าวเหนียวหมูทอดที่เขาออกมาแจกเป็นอาหารเช้าไว้ จึงได้ควักออกมากินแล้ว กินอีก..


งัดหมูปิ้งออกมากินรอบสอง


ตอนหลังทาง บ.ทัวร์ต้องซื้อตั๋วใหม่เพราะถ้ารอก็ไม่รู้อนาคต พวกเราต้องแยกกันมา 3 เที่ยวบิน เพราะที่นั่งไม่พอ จากเดิมจะมาถึงสก็อตเที่ยงๆ จึงกลายเป็นมาถึงเย็น

มิหนำซ้ำตัวไปถึงแล้ว แต่กระเป๋าไม่ไป  จาก 21คน กระเป๋าหายไป 10 ใบ!!!

กระเป๋าชุดแรก 5 ใบ ตามมาตอน 5 ทุ่ม ชุดที่ 2 อีก 4 ใบตามมาตอนสายอีกวัน ขณะที่ใบสุดท้ายได้มาตอนค่ำ โดยหลายใบมีสภาพต่างไปจากเดิม ที่หนักสุดคือล้อหักจนกระเป๋าทะลุ จนต้องไปเคลมประกันขอซื้อกระเป๋าใหม่ ที่เป็นอย่างงี้ก็คงเพราะกระเป๋าพวกเราต้องโยนเข้าโยนออกจากเครื่องบินกันหลายรอบ (เราโชคดีกระเป๋าไม่หาย  ไม่พัง)


ไชโย้...กระเป๋ามาแล้ว (ชุดที่ได้ตอนสายวันรุ่งขึ้น)


หลังผ่านเหตุการณ์ทุลักทุเล เราคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเมามัน..เฮฮา ก็มันผ่านมาได้แล้วนี่...และสรุปว่า พวกเราจะตั้งกลุ่มขึ้นมา ชื่อกลุ่ม “เกท(gate)8 : แก๊งค์กะเหรี่ยงป่วนเมือง” ก็มันเป็นที่ทำให้พวกเรากลายเป็น"กะเหรี่ยง"ไปโดยปริยาย... 555

แต่หลังจากต้องขลุกขลักใน 2วันแรก จากนั้นทุกอย่างก็ฉลุย ประทับใจกับทุกสถานที่ที่ไปเยือน ตั้งแต่โรงกลั่น scott whisky ปราสาทที่เมือง edinburge และที่สำคัญคือความสวยงามของวิวทิวทัศน์ของสก็อตแลนด์ ทุ่งหญ้าและทิวเขาที่เขียวขจีในทุกพื้นที่ที่ไป


ภูเขา...ทุ่งหญ้า และ...แกะ


และความประทับใจไม่รู้ลืมในการไปสก็อตครั้งแรกของเราคือ ไปสก็อต..ดินแดนแห่งวิสกี้ เราได้ไปเมา และฝากรักไว้ที่นั่น 2 รอบ แต่หาใช่เพราะรสชาติของวิสกี้ไม่ 555+++  “เมารถครับทั่น”

ก็ภูมิประเทศของสก็อตแลนด์เต็มไปด้วยเนินเขา ถนนจึงคดเคี้ยวขึ้นลง ขึ้นลง คดเคี้ยว โค้งๆๆๆๆ... โดยเฉพาะเส้นทางจากโรงกลั่นวิสกี้จากที่แรก ไปที่ที่สอง จากที่สองไปเมืองเอดินเบิร์ก โอ คิดถึงแล้ว...เมาขึ้นมาทันที

อีกความประทับใจก็ที่ปราสาทเอดินเบิร์ก...สวยมาก ได้เจอหนุ่มเป่าปี่สก็อตด้วยนะ แต่เสียดาย พวกเราลืมพิสูจน์ว่า เขาเป็นหนุ่มสก็อตแท้หรือเปล่า?? ไกด์บอกว่าชายชาวสก็อตของแท้ที่นุ่งกระโปรง จะไม่นุ่งกางเกงข้างในค่ะ ^^ 


หนุ่มสก็อต??


หลังจากนอนอยู่สก็อต 2 คืน เราก็กลับมาลอนดอน แต่คราวนี้ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากต้องรอรถมารับนานหน่อยเท่านั้น พวกเราเริ่มต้นที่ลอนดอนด้วยการไปกิน “เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น” อร่อยนะ แต่เราว่ามันออกจะคล้ายไปทางเป็ดพะโล้มากกว่า (อิอิ)


เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น


รุ่งขึ้นไปสำนักงานใหญ่ของบริษัทดิอาจิโอ สปอนเซอร์การเดินทางครั้งนี้เพื่อฟังบริฟเกี่ยวกับแผนธุรกิจของบริษัท

ช่วงบ่ายเราตัดสินใจไปจอยกับกลุ่มที่จะไปที่สโมสรฟุตบอลเชลซี จริงๆ เราก็ไม่ได้เป็นแฟนเชลซีหรอก และก็ไม่ได้เป็นแฟนทีมไหนด้วย เป็นแค่คนชอบดูกีฬา โดยเฉพาะช่วงบอลโลกอย่างงี้ ก็บ้าไปกะเขาด้วย


ที่เชลซีก็ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่หรอก ที่ตื่นเต้นมากตอนไปขึ้นรถไฟใต้ดินของกรุงลอนดอนมากกว่า...

มันไม่ใช่แค่ได้ไปขึ้นครั้งแรก!!!

ตอนลงไปถึงชั้นใต้ดิน ซึ่งลึกมาก รถไฟจอดอยู่แล้ว เราไปกัน 7 คน พอลงไปถึงรถไฟจอด(รอ)อยู่แล้ว ไอ้พี่คนนึงก็กระโดดขึ้นไปทันทีเป็นจังหวะเดียวกับ ปิ๊ดๆๆๆ ...ก็สัญญาณรถไฟจะออกไง เอาไงล่ะ อีก 6 คนยังไม่ได้ขึ้นเลย...ประตูรถค่อยๆปิด

ไวเกินคิด!!! น้องผู้ช่วยไกด์กระโดดไปง้างประตูไว้ไม่ให้ปิด ไอ้พี่คนนั้นก็ไวพอกัน กระโดดออกมา ผลุง!!!  555 คิดถึงเมื่อไหร่ พูดถึงเมื่อไหร่ หัวเราะน้ำหูน้ำตาไหลทุกที

ก็คุยกันขำๆว่า ถ้าติดรถไฟออกไปจริงๆจะทำไง...พี่คนนั้นบอก “ก็เราคุยกันไว้ว่าขึ้น 2สถานี ผมก็ไปลงสถานีที่ 2ซิ”  เออ...แกก็เก่งนะ แต่ปัญหาคืออะไรรู้ปะ ที่มีคนบอกให้ขึ้นไป 2สถานีน่ะ มันเป็นสถานีใหญ่ จริงๆ เราได้ลงกันจริงๆก็รถไฟจอดเป็นครั้งที่ 5 แล้ว...ถ้าหลุดไปจริงๆ ขำไม่ออกแน่

หันไปถามน้องผู้ช่วยไกด์ว่าทำไมทำอย่างงั้น น้องบอก “ผมเคยเห็นฝรั่งทำ...และถ้าประตูยังไม่ปิด ยังไงรถก็ยังไม่ออก” โธ่ แต่ฝรั่งตัวมันใหญ่นะน้อง แต่ยังไงก็โปรดอย่าลอกเลียนแบบนะ...

วันสุดท้ายไปเราออกจากโรงแรมตั้งแต่ตี 5ครึ่งเพื่อไปถ่ายรูปที่หน้าพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม (ที่อังกฤษช่วงนี้ตี5ก็สว่างแล้ว มืดประมาณ 3ทุ่ม) แล้วก็ไปหอนาฬิกา“บิ๊กเบน”  และ London eye (ชิงช้าสวรรค์) ถ่ายรูปกัน


พระชวังบั๊กกิ้งแฮม


บิ๊กเบน

สุดท้ายคือช็อปปิ้ง เพราะช่วงที่เราไปเป็นช่วง summer sale ที่เขาลดราคากันจริงๆ ส่วนใหญ่จะลดที่ประมาณ 50% แต่บางร้านก็มากกว่านั้น ได้ไปเดินแฮร์รอดด้วยนะ พวกเราไปเข้าห้องน้ำกันน่ะ(หุหุ) โห..ขนาดห้องน้ำยังหอมมมมม...คิดดูดิ

ของในนั้นหรอ แค่ชำเลืองมองยังแทบไม่กล้า แพงโคตรๆ จนต้องรีบหาทางออกกันแทบไม่ทัน...ก็แทบไม่ทันจริงๆ เพราะกว่าจะหาทางออกเจอ ก็วนกันอยู่หลายตลบ


มาเยือนแฮร์รอด


ขากลับจากสนามบินฮีทโธร ทุกอย่างโอเคหมด.. ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านสมาชิกกลุ่ม “เกท 8” นัดหมายกันว่า...แล้วเราจะมาพบกันอีก ^^


"เกท 8 : แก๊งค์กะเหรี่ยงป่วนเมือง"

>> ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ : )


Create Date : 11 กรกฎาคม 2553
Last Update : 11 กรกฎาคม 2553 1:10:47 น. 0 comments
Counter : 286 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

boyberm
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




boyberm
Friends' blogs
[Add boyberm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.