Group Blog
 
All Blogs
 



ถอนตัวเถอะเม้ง (ก่อนเจ๊งรอบสอง)

 

ผมเคยได้ยินคนพูดกันบ่อยๆว่า

ถ้าอยากตามหาญาติให้ไปเป็นนักการเมือง

เพราะถ้าเราเป็นนักการเมืองเมื่อไร

เราจะถูกนักการเมืองฝั่งตรงข้ามสืบประวัติอย่างละเอียดชนิดที่เราเองก็คาดไม่ถึง

และบ่อยครั้ง เราสามารถตามหาญาติที่ห่างกันไปนานแสนนานเจอได้อย่างง่ายดาย

 

กรณีเฮียเม้ง หรือคุณธีรชัย ธำรงพงศกร

ที่เพิ่งเปิดบริษัทมังกรเหิรฟ้าจำกัดก็คล้ายกันครับ

เรื่องมีอยู่ว่า เฮียเม้งเรียนจบ ป.4 ก่อนจะตั้งบริษัท มีกิจการส่วนตัว

ให้เช่าโต๊ะ เก้าอี้ และเต้นท์แก่บริษัทห้างร้าน

และทุกครั้งที่เฮียเม้งรับชำระค่าเช่าจากบริษัทต่างๆ

เฮียเม้งจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3 % ตามมาตรา 50 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร

ซึ่งเฮียเม้งก็ยินดีถูกหักโดยไม่ติดใจสงสัยแต่ประการใด

แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะบริษัทที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเฮียเม้งไม่ได้เก็บเงินจำนวนนี้ไว้เอง

บริษัทที่หักเงินไว้มีหน้าที่ต้องนำส่งเงินจำนวนนี้ต่อให้กับสรรพากร

ด้วยการยื่นแบบรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร

 

และตามกฎหมาย ถือว่าเฮียเม้งเป็นผู้มีรายได้จากค่าบริการให้เช่า

มีหน้าที่ต้องยื่นแบบเพื่อชำระภาษีเงินได้ประจำปี ( ภ.ง.ด. 90 )

โดยนำรายได้ทั้งหมดในแต่ละปี

หักค่าใช้จ่าย เหลือเท่าไหร่ นำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีในอัตราที่ต่างกัน

เช่นถ้ามีรายได้ 0-100,000 บาท มีอัตราภาษี 5 %

100,001 – 500,000 มีอัตราภาษี 10 % ไล่ตามลำดับเงินได้ไปเรื่อยๆ

จนไปถึงเพดาน 4,000,001 บาทขึ้นไป ต้องเสียที่อัตราภาษี  37 % เป็นต้น

เมื่อคำนวณได้ว่าต้องเสียภาษีเท่าไร สามารถนำเงินที่ถูกหักเป็นภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ที่เคยจ่ายไปก่อนหน้านี้ (ตอนรับเงินค่าบริการ)มาหักออก

จึงเหลือเป็นภาระภาษีสุทธิที่ต้องจ่ายเพิ่ม

แต่ที่ผ่านมาเฮียเม้งไม่เคยยื่นแบบแสดงรายได้เพื่อเสียภาษีมาก่อน

เพราะเฮียเม้งเข้าใจเข้าใจเอาเองว่า

เฮียเม้งถูกหักภาษี ณ.ที่จ่ายไปแล้วและไม่มีภาระต้องเสียภาษีเงินได้อีก

 

แต่ด้วยความสามารถของสรรพาการทำให้สามารถคำนวณกลับมาได้ว่า

เฮียเม้งมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีอีกประมาณ 5 ล้านบาท

โดยเป็นภาระภาษี จำนวน 1.7 ล้านบาท  และส่งหนังสือตามให้เฮียเม้งไปเสียภาษีเพิ่ม

เมื่อเฮียเม้งได้รับหนังสือเรียกตัวให้ไปเสียภาษีจากสรรพากร

เฮียเม้งตกใจ และพยายามจะหาวิธีที่ไม่ต้องเสียภาษี

ในที่สุดบุพเพสันนิวาส ก็พาให้เฮียเม้งมาพบกับคุณวรรษมล  เพ็งดิษฐ์ (ตามข่าว)

และได้ตกลงจ้างให้เป็นที่ปรึกษา ในราคา 150,000 บาท

ชำระราคาที่ปรึกษาด้วยวิธีโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ไทยพาณิชย์สาขา เทสโก้ รังสิต

คุณวรรษมล จะไปทำการด้วยวิธีอย่างไรไม่มีใครทราบ

เวลาผ่านไป สรรพากรยังคงติดตามให้เฮียเม้งไปเสียภาษีที่ค้างอยู่

และยอมลดจำนวนภาษีให้เหลือ 700,000 บาท

โดยให้เฮียเม้งผ่อนส่งเดือนละ 40,000 บาท

 

เรื่องน่าจะจบลงด้วยดีถ้าเฮียเม้ง เป็นคนไม่คิดอะไรมาก

หรือแค่คิดว่า จากภาระภาษีเดิม 1,700,000 บาท เหลือภาระภาษี 700,000 บาท

บวกค่าที่ปรึกษา 150,000 บาท รวมเป็น 850,000 บาท

ลดภาระที่ต้องจ่ายได้มากถึง 50 % และยังสามารถผ่อนชำระเป็นงวดๆได้อีก

 

แต่เพราะสมมุติฐานของเฮียเม้งคลาดเคลื่อน เข้าใจไปเองว่า

เสียเงินค่าที่ปรึกษาไป 150,000 บาทแล้ว จะไม่ต้องเสียภาษีที่ค้างชำระ

เมื่อยังถูกทวงถามและในที่สุดต้องยอมจ่ายให้สรรพากร

เฮียเม้งจึงย้อนกลับไปทวงค่าที่ปรึกษาคืน แต่ถูกบ่ายเบี่ยง (ตามข่าว)

เฮียเม้งจึงนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนต่อพรรคเพื่อไทย

ช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมเขตหกกรุงเทพมหานคร

นักการเมืองพรรคนี้จึงได้ช่อง เพราะคุณวรรษมล  เพ็งดิษฐ์

เป็นภรรยาของคุณธาริต เพ็งดิษฐ์อธิบดี DSI

ที่กำลังเดินหน้าดำเนินคดีกับคนของพรรคเพื่อไทย และกลุ่มนปช.

ในข้อหาก่อการร้ายอย่างเอาจริงเอาจัง

 

ในฐานะที่เป็นคนทำธุรกิจเหมือนกัน

ถ้าผมมีโอกาสพบกับเฮียเม้ง ผมอยากจะเตือนเฮียเม้งว่า

เฮียกำลังเดินเข้าไปนอนอยู่ในปากจระเข้

เพราะผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยรับงานนี้ ไม่ได้รับเพื่อหวังช่วยเหลือเฮียเม้ง

เรื่องเงินค่าที่ปรึกษาหรือเรื่องภาษีแต่ประการใด

แต่หวังจะใช้เรื่องเฮียเม้ง โยงไปให้ถึงตัวคุณธาริต  เพ็งดิษฐ์ อธิบดี DSI

กลายเป็นเฮียเม้ง ที่เป็นพ่อค้าต้องมาออกแรงช่วยพรรคเพื่อไทย

งานนี้นักการเมืองมีแต่ได้กับได้  ไม่มีเสีย

 

แต่สำหรับ เฮียเม้ง  ถ้าเฮียเชื่อผมรีบถอนตัวออกมาเมื่อยังมีโอกาสจะดีที่สุด

ทำการค้าไปเงียบๆ แล้วเสียภาษีให้ถูกต้อง แต่ถ้าเฮียเม้งยังดื้อ

คิดว่าจะออกหน้าไปช่วยนักการเมืองรบกับคนที่เฮียไม่คุ้นเคย ไม่รู้จัก

 

ผมทำนายไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า

เฮียเม้งจะได้ทุกขลาภก้อนใหญ่กว่าที่คิดมาก

มองเห็นเลาๆว่าน่าเป็นสัตว์สองเท้าจำนวนมากอยากขอมาเป็นบริวาร

คอยติดตามบริการตรวจสอบบัญชีในธุรกิจของเฮียอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ไม่ปล่อยให้มีส่วนไหนหลุดรอดสายตาไปได้

และเฮียจะได้รับเกียรติยศ ให้เป็นผู้เสียภาษีครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

และนอกจากสรรพากร แล้วญาติห่างๆจะกลายมาเป็นญาติสนิทอีกหลายหน่วยงาน

เช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ DSI  ที่กำลังตามหาตัวเจ้าของเต้นท์ให้เช่า

เจ้าของเครื่องเสียง เครื่องปั่นไฟ  เวที  ที่ยังตามหาตัวไม่เจอ

และสุดท้าย ผมขอถามเฮียเม้งสักคำถามด้วยความเป็นห่วง 

เฮียเม้งแน่ใจนะว่า ไม่ได้เป็นผู้ให้เช่าอุปกรณ์

หรือสนับสนุนการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ของกลุ่ม นปช.

 

 

 

ติดตามข่าวเฮียเม้งเพิ่มเติมได้ที่

//www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1280331624&grpid=00&catid=

 

//www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1280402425&grpid=00&catid=

 

//www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNak13TURjMU13PT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHdOeTB6TUE9PQ==

Create Date : 01 สิงหาคม 2553
Last Update : 1 สิงหาคม 2553 11:31:17 น. 0 comments
Counter : 261 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

boyberm
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




boyberm
Friends' blogs
[Add boyberm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.