Group Blog
 
All blogs
 

แตงโม แตงโมลูกโต ๆ หวาน ๆ มารับประทานถูกอกถูกใจ

วันอาทิตย์ก็ต้องเป็นวันของครอบครัวเนอะ เมื่อวานได้ฤกษ์ไปเยี่ยมโอก้าซังกับโอโต้ซัง เพราะไม่ได้ไปหามาเกือบสองอาทิตย์เลย มีอีเมลล์มาหา ว่าแวะหน่อยจิ คิดถึง

คุณชายมีงานเช้า เที่ยงก็เลิก ก็เลยนัดอาซาโกะไปด้วยจะได้ครบทีม

ไปถึง โอโต้ซัง อยู่บ้านคนเดียว โอก้าซัง ติดงานที่โรงพยาบาล เดี๋ยวก็กลับ

อากาศร้อนอบอ้าวมั่ก ๆ แดดก็เปรี้ยง โอโตซังก็เลย ไปเอาแตงโมมาให้กินแก้กระหาย เห็นลูกมันแล้ว ก็อึ้งไปเลย




ลูกมันหญ่ายมั่ก ๆ เลย ดูจิ แดงแจ๋เลย อยากกินไหมละ

งั้นดูแบบที่เทียบกับหน้า ว่าไซร์มันหญ่ายขนาดไหน


ดูดู๊ อาซาโกะ จะกินคนเดียว ทั้งครึ่งเสี้ยว

ร้อน ๆ อย่างนี้ ได้กินแตงโม หวาน ๆ เย็น ๆ แล้วมัน ชื่นใจ๊ ชื่นใจเนอะ

เสร็จก็ไปเล่นกะนัทจัง นัทจังอยากเล่นน้ำ ก็ทำสระน้ำน้อย ๆ ให้เล็ก ริมระเบียง เป็นเด็กนิ ก็ดีเนอะ



ตอนนี้นัทจัง อายุประมาณ ขวบครึ่ง แต่ฉลาดมาก ๆ เลย ฟังรู้เรื่องแล้ว เวลาแม่บอกอะไรเขาก็เข้าใจและทำตาม เด็กสมัยฉลาดเนอะ

โอ๊ะ ตาเหลือบไปเห็น อะไรสีแดง โอ๊ะ โอก้าซังเอาพริกมาปลูกด้วย กำลังสีแดงหน้ากินเลย เดี๋ยวอิลูกสะใภ้ จะเก็บไปทำกับข้าวให้หมดเลย (คุณแม่แค่ปลูกประดับ)



โอก้าซัง ชอบดอกไม้ คุณเธอ ก็จะซื้อมาใหม่เรื่อย ๆ



เย็นหน่อย ๆ ก็ทำกับข้าวกินกัน นาน ๆ ทีได้อยู่กันพร้อมหน้า ก็สนุกดีนะ วันนี้ก็เป็นอีกวันสำหรับครอบครัวสุขสันต์ของเรา



ขากลับ โอโต้ซัง เอาแตงโมอีกครึ่งซีกให้กลับไปกิน (เห็นอิลูกสะใภ้ตะกละกิน อย่างเอร็ดอร่อย และบอกว่าปกติไม่ค่อยกล้าซื้อกินค่ะ เพราะมันแพง ที่เมืองไทย ถู๊ก ถูก)

ส่วนโอก้าซัง ก็จัดแจง แบ่งอาหาร ให้กับพวกเรา ตั้งแต่ ย้ายบ้านใหม่มา ยังไม่เคยซื้อข้าวเลย เพราะโอก้าซัง จะสั่งข้าวมาเผื่อตลอด (ซึ้ง ใจดีจริง ๆ )

งั้นเดี๋ยวสัปดาห์ไปจะมาเยี่ยมอีกนะค๊า





 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2550 10:11:23 น.
Counter : 538 Pageviews.  

วันนี้ อ้วกแตก แหละ : (

เมื่อสายนี้ วิงเวียนศรีษะ หน้ามืด (หน้าดำนั่นเอง) ท้องใส้ปั่นป่วน และก็อ้วก แตก อ้วกแตน !!!!

แหม คิดกันละจิ ไม่นะ ไม่ได้มีอาการแพ้ท้อง ใด ๆ เพราะเลือดอยู่ตอนนี้ ฮิ ๆๆๆ (ติดเรท)

โห อาการแย่มาก ๆ จริง ๆ นะ อยู่คนเดียวด้วย คุณชายออกไปทำงาน เวียนหัว โลกหมุนไปหมดเลย
ตอนแรกที่เวียนหัวและพะอืดพะอมทีแรก ก็อดทน ไปอาบน้ำ (เพราะคิดอาจจะเกิดจากการเหม็นตัวเอง ที่ตืนมาสักพักแล้วไม่ยอมอาบน้ำ ฮิ ๆๆๆ)

อาบน้ำ สระผม ยังเวียนหัวอยู่ โงนเงน ๆ อาบน้ำเสร็จ เช็ดตัว ไม่ไหวแล้ว อ้วก ๆๆๆๆ มันตรงอ่างล่างหน้าอ่ะ
หมดใส้หมดพุงเลย ( เล่าซะเห็นภาพ เลย อย่าเอาไปอ้วกละ)

คลาน ๆ ไปห้องนอน ไม่ไหวแล้ว เวียนหัวมาก โทรไปอ้อนปั๋วซะหน่อย แต่ปั๋ว ยุ่ง ไม่รับโทรศัพท์ ฮือ ๆๆ

ทำไม วันนี้ เจ้าชายของฉันไม่โผล่มาละ
ก็เลย นอนพักไปจนเกือบถึงหกโมงเย็น เจ้าชายก็ยังไม่กลับ โทรไปก็ไม่รับสาย (ท่าจะยุ่งจริง ๆ)
ฉันก็เลยต้องเป็นเจ้าหญิง ที่จะต้องช่วยเหลือตัวเอง ดีขึ้นบ้างแล้ว
ก็ไปล้างอ้วกตัวเอง

แล้วก็มานั่งนึกสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร
อ้อ เมื่อสายนี้ ที่กินเข้าไปก็มีแค่ ลาเต้เย็น กะ ขนมปัง
ปกติ หลังจากตื่นนอน ก็จะต้องดื่มน้ำ ไม่ก็น้ำผลไม้ แต่พอดีว่ามันหมด ไม่ได้ไปจ่ายตลาดมาสองวันแล้ว เพราะฝนตก

ก็เลยไปคว้า ลาเต้เย็นของคุณชายมากิน (เพราะว่ามันมีนมผสมอยู่) และก็กินขนมปังลูกเกด

พอมาสังเกตุดูที่ถุง มันหมดอายุไปเมื่อวาน
ฮือ ๆๆๆๆ ไม่ดูตาม้าตาเรือ เลย ตรู

กว่า เจ้าชายของฉันจะกลับมา ก็เกือบทุ่มครึ่ง ซึ่ง อิฉันก็เริ่มอาการดีขึ้นแล้ว เลยมีแรงทำกับข้าวให้ทานได้

เป็นอุทาหรณ์นะค่ะ ก่อนกินอะไร กรุณาเช็ควันหมดอายุให้ดีละ








 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2550 18:27:50 น.
Counter : 402 Pageviews.  

20 เยนเท่านั้น ที่ฉันต้องการ

เมื่อวานนี้ ช่างเป็นวันมหาซวย ที่โรคเอ๋อ ของดิฉันกำเริบ
ความจำเริ่มเสื่อม สงสัยจะนอนมากไปหน่อยช่วงนี้ ปกติ ตื่นมาตอนเช้าเตรียมเบนโตะให้คุณชาย และอาหารเช้าแบบง่าย ๆ แล้ว ส่งไปทำงาน จากนั้นเราก็นอนต่อ

ตื่นมาดูทีวี เล่นเน็ต กินข้าวเที่ยง ออกไปซื้อของ เตรียมทำอาหารเย็นให้คุณชาย แล้วก็โบกหน้า ออกไปทำงาน

พอนั่งรถไฟไปได้ครึ่งทาง นึกขึ้นได้ เอ๋ เราลืม หุงข้าวนิน่า งั้นโทรไปบอกคุณชายให้หุงข้าวกินเองแล้วกัน

คว้าน ๆ หาโทรศัพท์ในกระเป๋าอันรก ๆ ของเรา อ่ะ ไม่มี
อ้าวนิ ตรู ลืม โทรศัพท์มือถือ ด้วยเหรอ นิ ว๊า อย่างนี้ก็ลำบากอ่ะ จิ เพราะต้องโทรบอกคุณชายให้ออกมารับตอนเลิกงาน สงสัยวันนี้ต้องเดินเข้าบ้านเอง

ปกติจะเสร็จานประมาณ สามทุ่มครึ่ง ก็จะให้นัดคุณชายมารับที่สถานีประมาณ สี่ทุ่ม แต่วันนี้ไม่ได้เอาโทรศัพท์มา คงนัดกันไม่ได้ คุณชายก็คงจะไม่รู้

วันดันยุ่ง กว่าจะเสร็จงานประมาณ สี่ทุ่ม กว่าจะถึงบ้านก็สี่ทุ่มครึ่งได้
เราก็จะใช้ตั๋วเติมเงินขึ้นรถไฟ พอขึ้นรถได้ เพิ่งมาดูที่ตั๋ว มันมีเงินเหลือ 210 Yen แต่สถานีที่เราจะลง มัน 230 Yen อ้าวนิ เราขาดอีก 20 Yen นิ ไม่งั้นออกไม่ได้

งั้นก็ไปจ่ายเพิ่มที่สถานีอีกทีแล้วกัน แล้วก็คว้าน ๆ หากระเป๋าตังค์ อ่ะ ไม่มี นิเราลืมกระเป๋าตังค์ด้วยเหรอนิ

โอ ซวย ๆๆจริง ๆๆ ทำไมดี คิด ๆๆ ทำไมตรูถึงได้ ความจำเสื่อมอย่างนี้
เขกหัวตัวเองหนึ่งที คุณป้านั่งอยู่ข้าง ๆ ชำเลืองมอง (คงคิดในใจ อินี่ บ้าอ่ะเป่าวะ) แล้วก็เขยิบออกไปนิดหนึ่ง (ท่าจะกลัวเรา )

คิดต่อ ทำไงดี หรือจะขอคุณป้าข้าง ๆ ไม่เอา น่าอายมาก ๆ ตอนนี้ 20 Yen นี่มันสำมะคัญมาก ๆ เลยนะเนี๊ยะ

และแล้วก็ถึงสถานี ทำไงดีละ ตัดสินใจเดินไปหาพนักงานที่ดูแลช่องตั๋ว แล้วก็สื่อสารด้วยภาษาญี่ปุ่น อัน งู ๆ ปลา ๆ ของเรา

โชว์บัตรให้เขาดู และบอกว่า ไม่มีเงินค่ะ กระเป๋าตังค์ไม่มีค๊า พร้อมทำหน้าตา น่าสงสาร
คุณลุงใจดี บอกงั้นก็ออกทางนี้แล้วกัน ไม่เป็นหรอก
ขอบคุณค่ะ คุณลุง

เอ้อ ผ่านไปอีกด่าน เอาละ เดี๋ยวเดินเข้าบ้านแล้วกัน
แต่แล้ว เมื่อเดินออกจากสถานี เหมือนเห็นเจ้าชายขี่ม้าขาวอยู่ข้างหน้า

คุณผู้ชาย ยืนรออยู่ข้าง ๆ รถ (ความรู้สึก เหมือนในหนังเลย ฮิ ๆๆๆ ท้ายเรื่อง อิฉันได้เป็นนางเอก )

คุณชายบอกว่า มารอ ตั้งแต่ สี่ทุ่มแล้ว ซึ้งมาก ๆ เลย

ดูจิ ผลจากการนอนมากไป เลยทำให้สมองกลวงเลย







 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2550 10:18:34 น.
Counter : 293 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากที่ทำงานอะรุไบโตะ

เวลาช่างผ่านไปเร็วจริง ๆ เลย นิเราใกล้ทำงานจะครบเดือนแล้วเหรอ แต่ภาษาญี่ปุ่นก็ยัง ไม่ไปถึงไหนเลย

ว่าด้วยเรื่องที่ทำงานพิเศษที่นี่ เรามีความสุขมาก ๆ เลยแหละ สนุกดี เมื่อก่อนเคยทำร้านอาหารไทยที่นิวซีแลนด์ คนไทยด้วยกันเนี๊ยะ เคี่ยวจริง ๆ

ร้านอาหารไทยที่เราทำงาน จะอยู่ชั้นล่างของตัวโรงแรม ใจกลางเมืองนาโกย่า ร้านอาหารก็จะมีมากมายหลายอย่าง ทั้งอาหารจีน อาหารอินเดีย อาหารญี่ปุ่น และก็ร้านอาหารไทยที่เราทำอยู่

ที่นี่จะอยู่กันแบบครอบครัว ลูกสาวเจ้าของร้านจะเป็นคนดูแล เกือบทั้งหมด ขอบอกว่า บ้านนี้ หน้าตาดี และหน้าตาเด็กกันมาก ๆ ตอนเราเจอเจ้าของร้านครั้งแรก เรานึกว่าประมาณ สี่สิบกว่า ๆ แน่เลย ที่ไหนได้ หกสิบกว่าแล้ว โอ ว่าจะขอสูตรความงามซะหน่อย

ลูกสาวเจ้าของร้านเนี๊ยะ เขาเคยไปอยู่เมืองนอกมา ก็เลยพูดภาษาอังกฤษได้ แต่เขาไม่ได้ใช้เลย มาเกือบยี่สิบปีได้ ก็เลยมาฟื้นเอาตอนเรามาทำงานนิแหละ

ภายในร้านมีพนักงานห้าคนรวมเราแล้ว ร้านก็ไม่ค่อยยุ่งมาก ส่วนใหญ่จะเป็นวันศุกร์ที่ยุ่ง

ว่าง ๆ ก็คุยกัน และก็กิน Manager (ลูกสาวเจ้าของร้าน) เอาขนมมาให้กินทุกวัน จะอ้วนก็คราวนี่แหละ

ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำ ตอนนี้เราเริ่มจำชื่อได้บ้างแล้ว เขาจะปลื้มมาก ๆ เลยถ้าเราจำชื่อเขาได้

ทุกคนจะพูดเสมอว่า Gambetene น่ารักมาก ๆ เลย
หลาย ๆ คนบอกว่า เราเหมือนคนญี่ปุ่น ถ้าไม่บอกว่าเป็นคนไทย ก็ไม่รู้ (เหมือนตรงไหนฟ่ะ สีผิวก็หนึ่งแล้วที่ผิดกันเหลือเกิน และอิฉันก็หน้าไทยเดิมอย่างบอกใคร อยู่เมืองไทย เพื่อนบอกว่า หน้าตาเหมือนคนไทยโบราณ )

ตอนนี้ ทักษะการฟังเริ่มพัฒนาขึ้น เริ่มที่จะรับออเดอร์ด้วยตัวเองได้บ้าง เมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ตอนนี้กำลังทำใหม่ เป็นแบบที่มีภาษาอังกฤษด้วย

ที่ได้ฝึกภาษาแบบเต็ม ๆ เนี๊ยะ ก็คงจะคุยกับพนักงานคนญี่ปุ่นอีกคนหนึ่ง ชื่อ เคียวโกะ หน้าตาสวยมาก ๆ เลย ผิวเนียนมั่ก ๆ อิจฉา ๆ อายุ 25 ปี เธอแบบเป็นสาวทึก เอ้ย ขยันมาก ๆ ทำงานอีกที ตั้งแต่ เก้าโมงเช้า ถึงห้าโมง แล้วก็วิ่งมาทำงานที่นี่แต่ จนถึง สามทุ่มครึ่งอีก

เธอบอกว่า เนี๊ยะ ฉันไม่มีเวลาใช้เงินเลย เพราะหยุดทีฉันก็หมดแรง ไม่อยากไปไหนแล้ว เงินมันเลยไม่ได้ออกไปไหนเลย โอ ดีจริง ๆ


เคียวโกะ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ค่ะ ฟังได้บ้างเป็นบางคำที่ง่าย ๆ ภาษาญี่ปุ่นอิฉัน ก็บ่ได้
ก็ยัง งง ๆ ที่เราคุยกันได้เป็นเรื่องเป็นราวได้ เธอแบบว่า บุคคลิกคล้าย ๆ เราเลย ขี้เล่น ร่าเริง
เดี๋ยวนี้เริ่มมีเล่นมุขกันบ้าง ฮา ๆ กันไป แบบ งง ๆ ( คือ ไม่รู้ว่าไอ้มุขที่เล่นไปเนี๊ยะ เข้าใจตรงกันนิเปล่าว๊า )

นิจ้า เคียวโกะ สุดน่ารัก ตัวจริง น่ารักกว่าในรูปเยอะมาก


คุณเชฟก็น่ารัก ใจดี มีสอนทำอาหารบ่อย ๆ มีบอกว่า เนี๊ยะ ถ้าอยากกินอะไรนะ ไม่ต้องไปซื้อกินตามร้านหรอก บอกผมมาเลย เดี๋ยวผมบอกสูตรให้
คราวก่อนเราบอกว่าชอบกินราเมน เลิกงานเขาก็ทำราเมนให้กิน
เชฟคนนี้ทำอาหารได้อร่อยมาก ๆ อาหารเขาก็ทำออกมารสชาติดีเลยแหละ เพื่อนเราที่มีกิน ยังนึกว่าเป็นเชฟคนไทยเลย

สรุปเรามีความสุขกับการทำงานที่นี่มาก ๆ ตอนนี้ทำห้าวันต่ออาทิตย์ ก็ไม่ค่อยเหนื่อยมาก เพราะเราสนุก
ค่าแรงที่ได้ คิดเป็นชั่วโมง ก็ไม่มากและไม่น้อย แต่เราคิดเสมอว่า ที่เขาจ้างเรา ก็ถือว่าเป็นบุญหัวของอิฉันแล้ว ก็เล่นพูดภาษาญี่ปุ่นยังไม่ได้ เหมือนต้องไปเพิ่มงานให้เขาที่ต้องคอยสอนเราอีก แต่ก็จะ
がんばります 


เลิกงานก็กลับพร้อมเคียวโกะ เดินไปขึ้นรถไฟกันที่ Twin Tower จากนั้นคุณชายก็จะมารับที่สถานีทุกวัน น่ารักจริง ๆ









 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2550 12:01:33 น.
Counter : 365 Pageviews.  

คุณชายจอมอนามัยกับคุณนายจอมขี้เกียจ

วันแอบนินทาคุณสามีเล็กน้อย เราได้ยินว่า น้ำที่ญี่ปุ่นเนี๊ยะมันดื่มได้ (หรือเปล่า ) แต่บ้านคุณชายเขาจะไม่ดื่มกัน จะสั่งน้ำเป็นแกลลอนมาดื่มกัน

ทีนีพอย้ายออก คุณชายก็ต้องไปซื้อน้ำดื่มจากซุปเปอร์ตลอด ลำบากอิฉัน ต้องปั่นจักรยาน น่องโต ไปซื้ออยู่เรื่อย (หนักนะเฟ้ย )

ก็เลยปรึกษากัน อิฉันคิดว่า ซื้อหัวกรองน้ำดีไหมละ (จะได้ประหยัดดี ) คุณชายอนามัยไม่ยอม บอก ไม่รู้สะอาดจริงอ่ะเปล่า เดี๋ยวเอาแบบที่บ้านคุณแม่ดีกว่า (แพงอ่ะเปล่าเนี๊ยะ)
และแล้วก็ต้องยอมคุณชาย (เลยต้องมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเลย ชิ งกไปหรือเปล่าเรา )

วันนี้เขาเอามาส่ง เป็นแบบน้ำร้อนกะน้ำเย็นในตัว ก็ดีนะ จะได้ต้มมาม่ากินได้สะดวก ๆ คริก ๆๆๆ

ค่าเช่าเครื่องเดือนละ 500 Yen น้ำกอลลอนละ 1200 Yen





นินทาความอนามัยของคุณชายอีกเรื่อง เป็นคนที่ใช้ผ้าเช็ดตัวเปลือง ๆ อิแจ๋วอย่างฉันก็ต้อง ซักผ้าเกือบทุกวัน
มิวาย ตอนนอน ยังต้องเอาผ้ามาปูรองอีกชั้นและเปลี่ยนทุกวัน กรรมของตรู ตามซักอีก

พอแล้วๆ ไม่นินทาคุณสามีแล้ว เพราะโดยรวมแล้ว น่ารักที่สุดเยย



ส่วนอิฉัน อาทิตย์ ขี้เกียจตัวเป็นขน มิได้ทำข้าวกล่องและไม่ตื่นมาส่งไปทำงาน มาหลายวัน (มะรู้เป็นไง ง่วง ๆ ช่วงนี้ )

วันนี้คุณชายหยุด นอนกัน ยาว เลย ตื่นอีกที ตอนเที่ยง (น้ำมันมาส่งถึงได้ตื่น นอนกินบ้านกินเมืองกันซะ )

อิฉัน ก็ ขี้เกียจ ตื่นมาก็หิว แต่ไม่อยากทำกับข้าว อ้อนคุณสามี ไปกินข้าวข้างนอกกันเถอะ

ข้าวเที่ยงอิ่ม กลับมาหนังตาหย่อน มันเนื่อย ๆ นั่งดูทีวีพุงกาง

ที่รัก ข้าวเย็น ไปกินบ้านคุณแม่ดีไหม
คุณชายก็พาไป อิ่มอร่อยฝีมือคุณแม่

แต่จากนี้ไปจะพยายามไม่ขี้เกียจแล้วค๊า เพราะคุณชายเล่าให้ฟังว่า ที่ทำงานถามว่า ทะเลาะกะ โอ๊คซังเหรอ หรือ โอ๊คซังไม่สบาย เพราะ ปกติจะเห็นพกข้าวกล่องมาตลอด

อายไปเลยอิฉัน เรายังร๊ากกันมั่ก ๆ สวีทหวานแหววทุกวันค่ะ แต่ อิฉันขี้เกียจเฉย ๆ






 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2550 11:40:21 น.
Counter : 298 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

KoiJapan
Location :
Nagoya Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เมื่อเราต้องพลัดถิ่นฐานไกลบ้านมา สิ่งที่ขาดหายในสถานที่ใหม่ ๆ ก็คือ มิตรภาพ และ เพื่อน ซึ่งเราจะต้องเริ่มต้นหาใหม่ อาจจะทำให้เราเหงาได้บ้าง หากไม่มีเพื่อน

เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ฉันคิดเสมอ ว่า ปัจจุบันคือ ตัวกำหนดอนาคต ดังนั้น ฉันก็จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

เป็นครั้งแรก ที่ฉันได้เขียนไดอารี่ เรื่องราวชีวิตที่เกิดกับขึ้น เมื่อฉันต้องมาอยู่ต่างเมือง ต่างภาษา เมื่อเวลาผ่านไป หากเราได้ย้อนกลับมาดูอีกครั้ง ความทรงจำทั้งดีและไม่ดี อาจจะทำให้เรายิ้มได้

และที่สำคัญ เมื่อฉันได้ทำไดอารี่ ที่นี่ สิ่งที่ฉันได้มาอีกอย่าง ก็คือ มิตรภาพ จากเพื่อน ๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชม โลกเล็ก ๆ อีกใบของฉัน

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ กำลังใจ และความห่วงใย
ขอบคุณที่จะรับฉันไว้เป็นเพื่อนอีกคน
Friends' blogs
[Add KoiJapan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.