งาน งาน งาน และงาน ทำไมหายากจริง ๆ







ตั้งแต่เมื่อกลางปีที่แล้วเป็นต้นมา ก็ได้ทำการตั้งหน้าตั้งตาหางานทำอยู่เป็นระลอก ๆ แต่ก็แลดูเหมือนมันจะลำบากไปเสียหมด ที่ไหน ๆ ก็ต้องขั้นต่ำที่ปริญญาตรี ทั้ง ๆ ที่ดูสโคปงานแล้วเราก็เคยทำมาหมด ประสบการณ์การทำงานก็ค่อนข้างเยอะ (ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง ทำงานมาเป็นสิบกว่าปี ไม่เยอะก็แปลก) เวลาสัมภาษณ์ก็ตอบแล้วก็อธิบายให้เค้าฟังอย่างละเอียดถึงสิ่งที่เราเคยทำ แล้วคำตอบที่ได้รับกลับมาเป็นระยะเวลาค่อนปี ก็คือ "แล้วจะติดต่อกลับไปนะคะ" ไม่ก็ "พี่สนใจอยากได้น้องมาทำงานมากเลย แต่ติดตรงที่น้องยังเรียนไม่จบปริญญาตรี" เฮ้อออ!!! คนทำงานก็ท้อเป็น หรือจบแค่ ปวช. ปวส. นี่ต้องไปทำงานเป็นรับจ้างแบกหามกันนะ ในบางครั้งก็สงสัยในมาตรฐานการรับคนสักคนเข้าทำงานเหมือนกัน ว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ว่าคน ๆ นั้นจะทำงาน เท่าที่เคยได้สัมผัสมา งานบางอย่าง มันก็ใช้แค่ ระดับความรู้มาชี้วัดไม่ได้ว่า คน ๆ นั้นจะทำงานนั้นได้ เคยลองไปทำงานเป็น Guest Relation ที่โรงพยาบาลเซนต์คาร์ลอส ปทุมธานีมา ระยะหนึ่ง ตอนแรกคิดว่า งานนี้ต้องได้พบปะพูดคุยกับชาวต่างชาติ อธิบายและประชาสัมพันธ์ถึงโรงพยาบาลและบริการของสปาที่โรงพยาบาลมี แต่ที่ไหนได้กลับกลายเป็นต้องคอยดูแลห้องน้ำสำหรับลูกค้าฟิตเนส เปลี่ยนผ้า ดูแลล็อกเกอร์ ซึ่งนั่น จะต่างอะไรกับการที่เราสมัครไปเป็นพนักงานแม่บ้าน (ไม่ได้จะดูถูกตำแหน่งอะไรนะคะ แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าเราสมัครงานในตำแหน่ง Guest Relation ซึ่งในความหมายถึง เราึควรจะมีหน้าที่กึ่งประชาสัมพันธ์และดูแลลูกค้า ในตำแหน่งนั้นประจำที่แผนก สปาของ โรงพยาบาล) แ่ต่ก็พอที่จะได้พูดคุยกับลูกค้าชาวต่างชาติค่อนข้างบ่อย เพราะพนักงานที่เป็น Therapist นั้นพูดอังกฤษสื่อสารกะแขกไม่ได้ ดังนั้นเราจึงได้รับตำแหน่งล่ามให้เค้ากันอีกทีหนึ่ง แต่เพื่อนร่วมงานที่นั่นบางคนก็มีการแบ่งชนชั้นวรรณะกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งประมาณว่า ณ ขณะนั้นกิ่งจบเพียงแค่ ปวช การที่จะเป็นนักบำบัดตำแหน่งอย่างเขา ๆ ได้นั้น ต้องจบปริญญาตรี เท่านั้น (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องจบตรีสาขา กายภาพบำบัดนะ สาขาไหนก็ได้ แต่ทางโรงพยาบาลจะนำมาเทรนอีกทีหนึ่ง) เวลานั้นรู้สึกไม่ค่อยดีบ้างเหมือนกัน เวลามีคนมาดูถูก ใจหนึ่งก็ไม่อยากจะช่วยสปี๊คอะไรให้เอาซะเร้ยย อยากจะให้หน้าแหกเป็นใบ้อยู่อย่างนั้น แต่อีกใจก็สงสารลุกค้า เพราะเค้าฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องและ พนักงานก็ไม่สามารถจะสื่อสารกะเค้าได้รู้เรื่อง ทำให้เค้าไม่ได้รับการบริการคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป (ไปเสียดายแทนเค้าอี๊ก) ที่พูดมาฟังเหมือนจะดูดีนะ แต่จะบอกว่า มันอดไม่ได้ที่จะช่วยน่ะ (ยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นงานของเรา ฮ่า ๆ ) หลังจากนั้นทำได้จนผ่านระยะโปรเบชั่น (แม่บอกว่าให้ทำงานให้ผ่านโปรก่อน ถ้าอยากจะลาออกค่อยลาออก) ก็เลยลาออก เพราะคิดว่าตัวเองมีความสามารถมากกว่าที่จะนั่งเก็บผ้า เก็บกุญแจล็อกเกอร์ไปวัน ๆ แล้วก็รู้สึกเหมือนว่าโดนหลอกด้วย เพราะตำแหน่งที่ทำไม่ตรงตามกับที่คุยกันไว้แต่ทีแรก แต่ที่ทำงานที่นี่ก็ได้แสดงให้เราเห็นอะไรอีกหลาย ๆ อย่างในระบบการทำงานแบบพวกเขา พวกเรา และถ้าไม่มีพวกจะเป็นอย่างไร (ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เห็นได้ทุกที่แหละ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้เลย เผลอ ๆ จะแย่กว่านี้อีก) ทำให้อยากจะรู้จริง ๆ ว่าเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่เราต้องคัดใครสักคนเข้ามาทำงาน เราจะต้องดูจุดไหนเป็นหลัก และควรวัดความสามารถของคน ๆ นั้นได้จากอะไรกันแน่ ประสบการณ์ หรือ วุฒิการศึกษา หรือคุณพวกใคร และใครพวกคุณ เส้นคุณใหญ่ขนาดไหน บะหมี่, เส้นหมี่, เส้นเล็ก หรือเส้นใหญ่...... ก็ไม่เชิงคับแค้นใจอะไร แค่อยากจะเข้าใจ



     และเมื่อปลายปีที่แล้วก็ได้ไปสัมพาสน์งานค่อนข้างหลายที่ (แต่คิดว่าที่ไม่ได้น่าจะเพราะว่ายังเรียนปริญญาตรีภาคสมทบ (เสาร์-อาทิตย์) ไม่จบดีและยังไม่มีวุฒิปริญญาตรีด้วย เลยทำให้ไม่ได้งาน) ซึ่งเราก็จริงใจที่จะบอกไปว่ากำลังต่อตรี เหลือกอีก 2 เทอม ก็จะจบแล้ว และก็เรียนเฉพาะเสาร์และอาทิตย์ (ซึ่งบอกในตอนท้ายของการสัมพาษณ์งาน เพราะอยากให้เค้าได้รู้จักเราก่อนที่จะได้ตัดสินใจไม่รับเราเข้าทำงานเลยเพราะรู้ว่ายังต้องเรียนด้วยทำงานด้วยอยู่) แต่คิดว่าสิ่งที่คิดนั้นไม่ได้เป็นผลอะไรเพราะสุดท้ายแล้วพอบอกไป หลาย ๆ ท่านก็บอกว่าเสียดาย น่าจะจบปริญญาตรีแล้ว หรือไม่ก็ สนใจจริง ๆ นะคะ แล้วจะติดกลับไปเท่านั้น ท้อเหมือนกันนะ แต่ก็คิดแค่ว่าถ้าเราอยู่จุดที่ต้องรับใครสักคนเข้าทำงานในบริษัท เราก็ควรจะมองที่ว่าบุคคลนั้น ๆ ทำงานให้บริษัทได้เต็มที่มากน้อยแค่ไหน คงจะไม่มามองว่า คน ๆ นี้ทำงานได้จริงหรือไม่ หรือว่ามีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากน้อยแค่ไหนหรอก เพราะจุดหลัก ๆ คงต้องดูที่ความคุ้มค่าเป็นหลักในการที่จะต้องจ่าย ฟิกซ์คอส เพิ่มขึ้น ก็ใจเขาใจเรา หวังไว้ลึก ๆ ในใจแค่ว่า คงจะมีสักบริษัทที่เค้าจะสนใจและรับเราเข้าทำงานจริง ๆ เพราะเล็งเห็นศักยภาพในตัวเรานั่นเอง ขอจบการพล่ามบ่น ไว้ ณ ที่นี้ คร่าาาาาาา Smiley






Free TextEditor




Create Date : 19 เมษายน 2553
Last Update : 19 เมษายน 2553 10:41:14 น. 5 comments
Counter : 223 Pageviews.

 
เข้ามาเป็นกำลังใจให้นะค่ะ


โดย: APPLEAIR วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:11:00:34 น.  

 
สวัสดีเช้าๆ ทำงานวันแรกขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ อิอิ ^^


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:11:02:05 น.  

 
สวัสดีตอนไหนไม่รู้ ดูนาฬิกาเอาเอง ทำงานวันแรกขอให้มีความสุขกับการอู้งานนะคะ เคี้ยกเคี้ยก XD


โดย: yosita_yoyo วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:11:41:59 น.  

 
ขอบคุณคร่าาาาา


โดย: กิ่งกระเด้ง (lovelyging ) วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:12:56:12 น.  

 
อย่าท้อนะ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆ


โดย: กรุ๊ปไฮโซ (กรุ๊ปไฮโซ ) วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:18:59:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

lovelyging
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add lovelyging's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.