เพราะฉันยังคงเดินดิน ไม่ได้มีปีกบิน หรือเป็น เช่น นางฟ้า...
อดีตคือความฝัน ปัจจุบันต้องอดทน
Group Blog
 
All blogs
 

ทำไมต้องมี"เขา"........?

......ทำไมต้องมีเขา......

















 

Create Date : 20 ธันวาคม 2551    
Last Update : 20 ธันวาคม 2551 15:51:04 น.
Counter : 345 Pageviews.  

พวงมาลัยกับข้าวต้มมัด (อยากให้อ่านน่ารักมาก)

อยากให้อ่าน น่ารักมากๆ



คุณคงดีใจหากว่าเช้าวันหนึ่งจะมีดอกกุหลาบสักดอกมาวางอยู่บนโต๊ะทำงาน

นั่นแสดงว่ามีคนตาถึงมองเห็นเสน่ห์และความน่ารักในตัวคุณ แต่ฉันนี่สิ

พวงมาลัยสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมของดอกมะลิที่วางอยู่บนโต๊ะฉัน

ทำเอาฉันเป็นตัวตลกของเพื่อนร่วมงานไปโดยปริยาย

คนที่เอาพวงมาลัยมาวางให้ฉันทุกเช้าเป็นวิศวกรในแผนกวางแผน ฉันไม่

รู้จักเขามากนัก แต่เพื่อนๆในแผนกฉันพูดถึงเขาว่าเป็นคนไม่ค่อยเต็ม ออก

จะขวางโลกนิดๆ ฐานะทางบ้านจัดว่าดีทีเดียว แต่ตัวเองงกชะมัด เดิมเขาขับ

สปอร์ตคันหรูมาทำงาน
ทำเอาสาวๆในบริษัทเก็บเอาไปฝันอยากเป็นตุ๊กตา
หน้ารถของเขากันหลายคน แต่อยู่ดีๆเขากลับนั่งรถเมล์มาทำงานเสียเฉยๆ

ทำให้สาวๆเหล่านั้นค่อยถอนตัวไปทีละคนสองคนจนไม่เหลือใคร


ถึงฉันจะเป็นพนักงานบัญชีและเห็นด้วยกับมาตรการประหยัดของเขาแต่

แค่ดอกกุหลาบสักดอกคงไม่ได้แพงไปกว่าพวงมาลัยสักเท่าไรละมัง


วันนี้ฉันมาทำงานเช้ากว่าปกติซึ่งทางหัวหน้าของฉันขอร้องมาสำหรับเช้า

วันจันทร์ เพื่อมารับรายงานจากฝ่ายต่างๆและเตรียมรายงานให้เสร็จก่อน

เก้าโมง เช้า ทำเอาฉันต้องรองท้องด้วยกาแฟเพียงแก้วเดียวสำหรับมื้อเช้า

มื้อที่สำคัญที่สุดของวัน แต่ก็ทำให้ฉันได้มีโอกาสเจอวิศวกรคนนั้น คนที่

เอาพวงมาลัยมาวางที่โต๊ะฉันทุกเช้า



เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวที่ถูกม้วนขึ้นไปจนเกือบถึงข้อศอกทำให้เขาดูทะมัด

ทะแมงขึ้น นั่งคงเพราะต้องโหนรถเมล์มาละมัง เขาทำท่าลังเลอยู่หน่อย

เมื่อพบว่าฉันมาทำงานแต่เช้า ก่อนจะเดินเข้ามาและวางพวงมาลัยบนโต๊ะ

ฉันอย่างเงียบๆ


'ขอบคุณค่ะ หอมจัง' ฉันบอกเขาไป

'คุณชอบมันจริงๆเหรอ' เขาถามกลับ

ฉันยิ้มให้ เขาควรจะไปตีความเอาเอง ว่าผู้หญิงหน้าตาน่ารักอย่างฉันเหมาะ

กับพวงมาลัยไหม

'ดีใจที่คุณชอบ'

อ้าว .. นี่เขาเป็นวิศวกรจริงๆหรือเปล่านะ ไม่ฉลาดเอาเสียเลย

'ทำไมวันนี้มาแต่เช้าล่ะครับ' เขาชวนคุย

'พอดี พี่วรรณขอให้มาก่อนเวลาในทุกวันจันทร์น่ะค่ะ' ฉันตอบ

'ถ้างั้นคุณคงไม่มีเวลาทานข้าวเช้า'

ฉันยกแก้วกาแฟให้เขาดูแทนคำตอบ เขาทำสีหน้าครุ่นคิด นี่คงไม่ได้

กำลังคิดหรอกนะว่าฉันจะได้พลังงานจากกาแฟแก้วนี้กี่แคลอรี่ และเพียง

พอกับการทำงานของฉันในช่วงเช้าหรือเปล่า

'แล้วทำไมมาเช้าจังล่ะคะ' ฉันถามเขา

'ผมต้องต่อรถเมล์ มาน่ะครับ ถ้ามาสายรถจะติด'
'แล้วรถคันเดิมไปไหนแล้วคะ'

'ผมจอดไว้ที่หอพักเพื่อนแล้วขึ้นรถเมล์มาครับ สะดวกกว่า และได้ทำธุระ

ด้วย' เขาบอก
ธุระอะไรของเขานะ ที่ต้องทำแต่เช้าเชียว หรือจะใส่บาตร

แต่ฉันก็ไม่ได้ถามเขาไปหรอก

'หอพักเพื่อนคุณ อยู่ใกล้เหรอคะ' ฉันถามเขาเพราะอยากหาที่พักใกล้ที่ทำ

งานมากขึ้น สนองนโยบายรัฐ

'ต่อรถเมล์มานี่ก็สองต่อเองครับใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที'

'พอมีเบอร์ติดต่อไหมคะ'
'ผมพาไปได้ ถ้าคุณสนใจ' เขาบอก

'ค่ะ' ฉันตอบ ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับไปทำงาน

...............................................................................




จากนั้นในทุกวันจันทร์ บนโต๊ะของฉันนอกจากจะมีพวงมาลัยดอกมะลิแล้ว

ยังมีข้าวต้มมัดเพิ่มมาด้วยอีกหนึ่งอย่าง
ข้าวต้มมัดกับกาแฟ ดู

ท่าเขาจะเป็นคน ขวางโลกจริงๆเสียแล้วสิ


เพื่อนสาวในแผนกฉันหลายคนได้รับดอกกุหลาบ บางคนมีขนมปัง โดนัท

หรือมิฉะนั้นก็เป็นปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ จากหนุ่มๆที่ตา ถึงและพากันมา

เกาะ แกะกับสาวๆแผนกบัญชี บอกตรงๆว่าฉันก็อายอยู่ไม่น้อยกับรสนิยม

ของเขา

แต่เพราะ บุคลิกที่เงียบขรึม ท่าทางจริงจัง และรอยยิ้มที่อ่อนโยนนั้นทำให้

ฉันปฏิเสธเขาไม่ลง ไม่รู้ว่าเพราะฉันกลัวเขาจะเสียน้ำใจ หรือเพราะชอบเขา

ขึ้นมาแล้วกันแน่


'ช่วยเขียนแผนที่กับเบอร์ติดต่อหอพักที่ว่าให้หน่อยได้ไหมคะ' ฉันบอกเขา

ในวันหนึ่ง

'ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเย็นนี้ผมพาไปดู' เขาบอก

'ขอบคุณค่ะ' ฉันตอบ และเย็นนั้น เขาพาฉันขึ้นรถเมล์จากป้ายใกล้ๆบริษัท

และไปต่อรถเมล์อีกสายหนึ่งในป้ายถัดไป ก่อนจะไปถึงหอพักที่ว่าโดยใช้

เวลาไม่เกินสามสิบนาที

'ใกล้จริงๆด้วยค่ะ' ฉันบอกเขา


จากนั้นเขาพาฉันไปดูห้องตัวอย่างก็ห้องเพื่อนเขานั่นล่ะ ฉันตกลงใจที่จะ

ย้ายมาอยู่ในเดือนหน้าและวางเงินมัดจำไปก่อน

'เย็นนี้คุณรีบไปไหนหรือเปล่า' เขาถาม

'ไม่ค่ะ' ฉันตอบ แอบคิดไปว่าเขาคงชวนทานข้าวละมัง


'ทานข้าวกับผมนะ' เขาชวนจริงๆ ฉันยิ้ม อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะพาฉัน
ไปทานที่ไหน คนที่ชอบ ข้าวต้มมัดกับพวงมาลัยจะมีรสนิยมเรื่องอาหาร

ยังไงนะ แต่ก็ได้ยินเสียงตัวเองตอบตกลงกับเขา



ร้านที่เขาพามาเป็นร้านอาหารบรรยากาศดี ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ เหมือนสวน

หลังบ้านเสียมากกว่าร้านอาหาร ดูเขาจะคุ้นเคยกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี
'เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วครับ' เขาบอกเมื่อเห็นสายตาสงสัย

ของฉัน

เสียงเพลงไพเราะจากวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีเพียงไม่กี่ชิ้นนั่นทำให้ฉันรู้สึก

ผ่อนคลาย

'ไม่รู้ว่ามีร้านแบบนี้อยู่ด้วย' ฉันพูดกับเขา

'ผมมาที่นี่บ่อยๆ' เขาบอก ฉันต้องแอบมองเขาด้วยความสงสัย ความจริง

เขาก็ไม่ได้ถึงกับประหยัดอะไรมากมาย แต่ทำไมถึงเป็น พวงมาลัยและ

ข้าวต้มมัดนะ ฉันแอบยิ้ม

'คุณยิ้มทำไม' แย่จริง เขาจับได้
ก่อนที่เขาจะเรียกเด็กหญิงที่ขายดอกกุหลาบ

มาและซื้อให้ฉันดอกหนึ่ง ทำเอาหัวใจฉันพองโต และนำกุหลาบดอกนั้น

กลับมาทับด้วยหนังสือเล่มหนาที่หัวเตียง


........................................................................



วันนี้ฉันย้ายหอพักวันแรก ฉันตัดสินใจออกจากหอเช้ากว่าที่ควรจะเป็น

อยากมีเวลาในการสำรวจเส้นทางก่อน แม้ว่าเขาบอกว่าจะมารับฉันและ

ไปทำงานพร้อมกัน

ฉันขึ้นรถเมล์จากป้ายใกล้ๆหอพักและลงเพื่อต่อรถอีกสาย ที่ป้ายรถเมล์

กลางเส้นทางนั้นฉันเห็นคุณยายหลังค่อมนั่งร้อยพวงมาลัยอยู่ พวงมาลัย

ดอกมะลิ ขาวสะอาดตา เขาคงซื้อจากที่นี่ทุกวัน ฉันคิด ฉันเดินเข้าใกล้และ

พบว่า คุณยายคนนั้นขาพิการ คุณยายเล่าว่าทุกๆเช้าจะมีเพื่อนบ้านที่มาทำ

งานแถวนี้พาคุณยาย และหลานมาขายพวงมาลัยที่นี่และรอรับกลับในช่วง

บ่าย
ฉันอมยิ้มกับความอ่อนโยนของเขา นี่ละมังเหตุผลที่เขาขึ้นรถเมล์ไปทำ

งาน และซื้อพวงมาลัยให้ฉันทุกเช้า
'ขายยังไงจ๊ะ' ฉันถามคุณยาย

'พวงละยี่สิบบาท'

ฉันยื่นธนบัตรฉบับละร้อยให้กับคุณยาย

'เอาพวงนึง ไม่ต้องทอนจ๊ะ'

'งั้นไม่ขาย ฉันไม่ใช่ขอทาน' คุณยายบอก พร้อมกับมองหน้าฉัน ซึ่งรู้สึก

ว่าหน้าตัวเองชาไปในทันที

'หนูขอโทษ' ฉันพนมมือไหว้ ก่อนที่คุณยายจะยิ้มตอบ
'ไม่เป็นไร หนูทำให้ฉันนึกถึงผู้ชายอีกคน' คุณยายเล่า

'เขาทำแบบหนู แต่ให้แบงค์พัน ยายก็ดุเขาไปเหมือนกัน'
คุณยายเล่าต่อ

'แล้วเขาทำยังไงคะ' ฉันถาม
เขาขอโทษ และซื้อพวงมาลัยวันละพวงแทน บางทีก็ซื้อข้าวต้มมัดของ

หลาน ยายด้วย นี่ใกล้จะมาแล้ว' คุณยายบอก


'เขาบอกว่าซื้อไปให้แฟน ฉันยังถามเขาเลยว่าสาวๆที่ไหนจะชอบ มีแต่คนแก่

ที่ชอบพวงมาลัย'
คุณยายเล่า โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าหัวคิ้วฉัน

แทบจะชนกันอยู่แล้ว

'แต่เขาบอกว่าแฟนเขาชอบ' คุณยายเล่าต่อ ทำเอาฉันหน้าแดงขึ้นมาทันที
ใครบอกว่าฉันเป็นแฟนนาย....

'อ้าว คุณ ทำไมออกมาก่อนล่ะ' เสียงทุ้มๆดังขึ้นด้านหลังของฉัน ฉันแกลัง

ทำเป็นไม่ได้ยินไปอย่างนั้น เพราะขืนฉันหันไปตอนนี้ คงซ่อนหน้าแดงๆนี้ไม่ได้

'คุณยาย นี่แฟนผม' เขาว่า ฉันตีต้นแขนเขาทันทีเหมือนกัน

'พวงมาลัย พวงนึงครับ' เขาบอกก่อนจะหยิบธนบัตรใบละยี่สิบให้คุณยาย

ส่วนฉัน หันไปคุยกับเด็กหญิงตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ

'ข้าวต้มมัดขายยังไงคะ'

'มัดละห้าบาทค่ะ' เธอบอก

'งั้นเอายี่สิบบาทด้วยค่ะ' ฉันบอกพร้อมกับยื่นสตางค์ให้โดยมีเขายืนยิ้มอยู่ข้างๆ
'แสดงว่าที่ผมซื้อไปคุณทานไม่อิ่ม เพราะผมซื้อแค่สิบบาทเอง' เขาพูด

'อิ่มย่ะ' ฉันเถียง เขาทำท่าจะพูดอะไรต่อแต่ก็ไม่เถียงฉัน ก่อนที่เราจะขึ้นรถเมล์มาทำงานด้วยกัน
'พวงมาลัยของคุณ ' เขาบอกพร้อมกับยื่นพวงมาลัยสีขาวสะอาดตานั้นให้ฉัน
เมื่อเดินมาส่งฉันที่โต๊ะ

'ข้าวต้มมัดของคุณ' ฉันแบ่งข้าวต้มมัดในถุงให้เขา

'อ้าว' เขาร้อง

'ไม่ชอบเหรอคะ' ฉันถามเขายิ้มๆ

'ยังไม่เคยลองทานเลยครับ อร่อยไหม' เขาตอบกลับทำเอาฉันคิ้วขมวด


นี่ฉันกลายเป็นหนูลองยาให้เขาหรือนี่

'แต่ก็คงอร่อย เพราะคุณทานหมดทุกครั้ง' เขาตอบก่อนจะรับถุงข้าวต้มมัดไป
จากมือ จงใจให้ปลายนิ้วสัมผัสกันนิดหนึ่ง

'กลับบ้านพร้อมกันนะ' เขาชวน
'ค่ะ'

ฉันยิ้มให้ และตอบออกไปอย่างเต็มใจ
เพื่อนฉันเพิ่งบอกเมื่อวานเองว่า

อย่าไปหลงเสน่ห์ พ่อพวงมาลัยกับข้าวต้มมัด เพราะจะทำให้เสียชื่อสาวๆ

แผนกบัญชี
ดูท่าเช้านี้ ฉันต้องหาเหตุผลดีๆไว้แก้ตัวแล้วล่ะ....................




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2551    
Last Update : 22 ธันวาคม 2551 16:11:23 น.
Counter : 685 Pageviews.  

ฉันไปทำ......."เสน่ห์ยาแฝด"......

ฉันไปทำ......"เสน่ห์ยาแฝด"



ฉันกับแฟนคบกันมา 4 ปี มีโครงการจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้ แต่แล้วจู่ ๆ เค้าก็มาบอกว่า “เราเลิกกัน เค้าไม่ได้รักฉันแล้ว ตอนนี้เค้าพบคนใหม่ ตลอดเวลาเค้าหลอกฉันมาตลอดว่ารัก เค้าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่สิ้นปีนี้”ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อจะฉุดรั้งเค้ากลับมา ฉันถามว่าฉันผิดตรงไหน ไม่ดีตรงไหน ฉันจะปรับปรุงตัวใหม่ เค้าต้องการอะไรฉันทำให้ได้ทุกอย่างและยอมทุกอย่าง ขอเพียงแค่ “กลับมาเหมือนเดิม” แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือความเฉยชา,หงุดหงิด,รำคาญ ทำอะไรก็ผิดไปหมด

เพื่อนแนะนำฉันให้ “ไปทำเสน่ห์” ปกติฉันเป็นคนที่กลัวเรื่องพวกนี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยว
ไม่อยากเข้าใกล้ แต่....ณ จุดจุดนี้ ไม่ได้แล้ว ความรักบังตาฉันยอมทุกอย่าง ขอเพียงได้เค้ากลับคืน อะไรก็ได้สำหรับฉัน ณ ตอนนี้“ปู่ฤาษี” คือผู้ที่เพื่อนฉันพาไปหา เพื่อนบอกว่า “ท่านเก่ง ญาติของเพื่อน สามีหนีไปอยู่กับเมียน้อยท่านก็เป็นคนเรียกกลับมา ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งหลงภรรยา ไม่ไปมีใหม่อีกเลย”

บ้านปูนชั้นเดียว มีลานจอดรถที่พอจอดรถยนต์ได้ประมาณ 10 คัน

วันแรกที่ฉันไปมีรถยนต์จอดอยู่ 3 คัน มองเข้าไปในบ้านมีคนนั่งจนล้นออกมาข้างนอกมีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะ เพื่อนพาฉันเข้าไป ภาพที่ฉันเห็น “ชายหนุ่มอายุน่าจะประมาณ 28 – 29 ปี ผมยาวมีลายสักเต็มตัว นัยต์ตาหวานเยิ้ม มือคีบบุหรี่พูดไป ยิ้มไป ปล่อยมุกสนุกสนาน ทำให้ผู้ที่เข้ามาหาหัวเราะเป็นระยะ ๆ นุ่งชุดลายเสือ ดูดีมีเสน่ห์'
คนนี้เรอะที่เพื่อนบอกว่าเป็นปู่ฤาษี ทำไมยังหนุ่ม แต่ ณ วินาทีนั้นความรักบังตาไม่ได้คิดอะไร เพื่อนบอกว่าดี ฉันก็เชื่อโดยที่ไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์ในวันข้างหน้าเลย

เราสองคนนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง คนที่เข้ามาล็อตแรกก็ออกไป ถึงคิวของฉัน
เพื่อนแต่งขันธ์ห้า (ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่) พร้อมเงิน 100 บาท ให้ฉันเขียนชื่อ-นามสกุล พร้อมที่อยู่ ของฉันและของแฟน ยื่นให้ปู่ฤาษี

“.........(เอ่ยชื่อฉัน) ดวงไม่ดี จะถูกแย่งของรัก ....... (เอ่ยชื่อแฟน) คนนี้เป็นแฟนใช่มั๊ย?”
ฉันตอบ “ใช่ค่ะ”

'มีอะไรจะถาม?” ท่านถามฉัน

......เงียบ ......ฉันก็ไม่รู้จะถามอะไร

เพื่อนหันมาสะกิด “ตอบไปซิ”

ก็ไม่รู้จะตอบอะไร..........
ท่านนั่งหลับตาสวดคาถาประมาณ 5-10 คำ แล้วหันมาถาม “ รักเค้ามาก ตอนนี้ใจเศร้าหมอง ในสมอง มีแต่คิดจะฆ่าตัวตาย .........อยากได้เค้ากลับมามั๊ย?” ท่านหันมาถาม

“อยากได้ค่ะ” ฉันตอบ

“ถ้าอยากได้คืน จะช่วย แต่จะต้องจ้างน่ะ มีเงินเท่าไหร่?”

“สองพันค่ะ”


ท่านหลับตาสักพัก 'ไม่ใช่หรอก ในกระเป๋าตังค์มีเงิน ห้าพันบาท ในสมุดบัญชีมีเงินอีก 3 หมื่น”
ฉันตกใจ ท่านรู้ได้อย่างไง
“ถ้าอยากได้คืน ปู่คิดค่าจ้าง 3 หมื่น”

“ตกลงค่ะ!” ฉันตอบตกลง
“จะบ้าเหรอ.....3 หมื่นน่ะแก ไม่คิดก่อนหรือไง” เพื่อนฉันตกใจรีบหันมาถามฉัน

แต่สำหรับฉันตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการได้แฟนกลับคืนมา

ปู่ฤาษี มองหน้ายิ้ม ๆ “ให้ไปเอา...................................” ท่านสั่งให้ฉันนำสิ่งของมาเข้าพิธี

------------------------------------------------------------------------

รุ่งขึ้น เดินทางไปหาปู่ฤาษี ไปถึงก็มีคนมารอท่านเต็มอาศรมไปหมด

รายแรก....มากันประมาณ 5-6 คน แต่งขันธ์ 5 จานเดียวใส่เงิน 100 บาท แต่มีรายชื่อในกระดาษประมาณ 10 ชื่อได้ ท่านรับขันธ์ 5 ไป หลับตาสวดมนต์ ดูให้ทีละคน การทำนายของท่านแม่นเหมือนตาเห็น ท่านจะทักเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยก่อนว่า เป็นลักษณะไหนอยู่ตรงไหนมีอะไรเป็นจุดเด่น (มาทราบภายหลังว่าท่านไม่ได้ดูจากวันเดือนปีเกิด แต่จะส่งจิตไปยังบ้านที่เราอาศัยอยู่เพื่อไปตรวจสอบยังสถานที่ ท่านจึงต้องถามว่าสถานที่ที่ท่านไปถูกต้องหรือไม่)
ท่านจะทักแต่ละคนตามรายชื่อที่เขียนไป จนกระทั่งไปสะดุดที่ชื่อของลูกสาวของคนที่มาดู

“มันหนีออกจากบ้านไปใช่มั๊ย?” (จริง ๆ แล้วท่านจะพูดเป็นภาษาอีสาน แต่ว่าฉันแปลเป็นภาษาภาคกลางให้เพื่อจะได้เข้าใจ)
“ใช่จ๊ะ” คนเป็นแม่พูด น้ำตาเริ่มไหล

ท่านหลับตาสวดมนต์สัก 5-10 คำ “มันหนีไปกับผู้ชายตอนนี้มันอยู่ กาฬสินธ์ อยู่บ้านเค้า”

“ปู่ช่วยหน่อย ตามมันกลับมาให้หน่อย” แม่พูดไปพร้อมเช็ดน้ำตา ฉันเองก็พาลจะน้ำตาไหลตามไปด้วย

ท่านสวดมนต์สักพัก

“เออ....ปู่จะช่วย วันจันทร์มันจะกลับมา พอมันมาแล้วให้พามันมาหาปู่……..” ท่านพูดปลอบใจเขาสักพักแล้วก็เริ่มสอนให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตของมนุษย์เป็นคำสอนตามแบบของศาสนา จนพ่อแม่ของน้องผู้หญิงผ่อนคลายหายเศร้าท่านจึงให้กลับ

รายที่ สอง เป็นชาวบ้านมาประมาณ 4-5 คน รายนี้ภรรยาหนีตามชู้ไป
ทิ้งสามีกับลูกสองคน สามีเค้ารักภรรยามาก อยากได้ภรรยาคืน ฤาษีท่านดูไปแล้วทักว่า ภรรยาของแกหนีตามผู้ชายข้างบ้านไป ผู้ชายคนนั้นก็มีภรรยาแล้วใส่เสน่ห์ภรรยาของแกด้วย พอท่านพูดถึงตรงนี้ ผู้หญิงที่มาด้วยบอกว่าเป็นสามีของแกเอง ปู่จึงหันมาถามว่าจะเอาคืนด้วยหรือ ฝ่ายหญิงตอบว่าไม่เอา

ปู่จึงหันไปถาม ฝ่ายชายว่าจะเอาคืนจริง ๆ หรือ ไม่รังเกียจเค้าหรือที่เค้าทำแบบนี้ โกรธเค้าไหม เกลียดเค้ามั๊ย ซึ่งฝ่ายชายก็ยืนยันคำเดียวว่าจะเอาคืน ท่านถามซ้ำ 3 ครั้ง ฝ่ายชายก็ยังยืนยันคำเดิม ท่านรับปากว่าจะช่วยแล้วให้บูชาของสิ่งหนึ่งไป เรียกเก็บเงิน 500 บาท

ฉันเริ่มสงสัย เอ...ทำไมของฉัน 3 หมื่น ส่วนของคนนี้แค่ 500 บาท แต่ก็ยังไม่ได้ถามตอนนั้น

รายที่ 3 เป็นคุณยาย พาหลานสาวมากราบท่าน
บอกว่าเป็นคนนี้ที่หนีออกจากบ้านแล้วให้ท่านตามมาให้ กลับมาแล้วตามที่ท่านบอก ท่านเรียกน้องผู้หญิง (อายุประมาณ 16-17 ปี) เข้ามานั่งต่อหน้าท่านแล้วเริ่มสอน ซึ่งคำสอนของท่านฉันฟังแล้วน้ำตาแทบไหล.....

“เห็นหน้ายายมั๊ย แกเสียใจขนาดไหน เค้าเลี้ยงเรามากี่ปี แต่ผู้ชายอีกคนพึ่งเจอกันไม่เท่าไหร่ ทำไมถึงทุ่มเททุกอย่างให้เค้าได้ขนาดนั้น ยายเค้าเสียใจขนาดไหนเห็นมั๊ย? (คุณยายเริ่มเช็ดน้ำตา)
ที่ปู่ช่วยไม่ได้อยากช่วยเราน่ะ ปู่สงสารยายของเราถึงได้ช่วยเรียกกลับมา” ท่านสอนอยู่นานพอควร
เกือบบ่าย 2 ถึงคิวฉันซะที ท่านหันมายิ้ม “เดี๋ยวจะทำน้ำมนต์ให้อาบ”

ท่านให้ฉันอาบน้ำมนต์โดยท่านเป็นผู้ปลุกเสก จะมีผู้ชายอีกคนเป็นคนอาบให้
ในระหว่างที่อาบเค้าก็จะสวดคาถาไปด้วย .....หลังจากอาบน้ำมนต์เสร็จ ท่านก็ให้นำของที่เตรียมมาให้ ทำพิธีอยู่ประมาณ 10 นาที หลังเสร็จพิธีท่านผูกแขนให้ฉันแล้วสั่งให้ฉันปฏิบัติตามคำสั่ง
1. ทุกวันตอนเย็น ให้ฉันเดิน 999 ก้าว โดยให้นับทีละก้าวห้ามนับผิด หากนับผิดหรือไม่แน่ใจให้เริ่มนับใหม่
2. ก่อนนอนให้สวดมนต์ 99 จบ
3. ให้คุยกับ คุณพ่อหรือคุณแม่ทุกวัน เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังให้หมด ห้ามปิดบังและโกหก
4. ไม่ให้รับรู้หรือพูดคุยกับแฟนโดยเด็จขาด ภายใน 15 วัน หากผิดคำสัญญาจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จนกว่าจะครบ 15 วัน

ท่านให้ฉันปฏิบัติอยู่ 15 วันแล้วให้กลับมาหาท่านใหม่ ซึ่งท่านสัญญาว่าภายใน 15 วัน หากฉันทำได้ตามคำสั่งแฟนของฉันจะกลับมาหาฉันแน่นอน


ฉันรับปาก และเริ่มปฏิบัติตามที่ท่านสั่งไว้......เวลาเริ่มผ่านไปจากวันที่หนึ่ง

เป็นวันที่สอง วันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า.......วันที่สิบห้า
วันที่ 15 ครบจำนวนวันที่ท่านสัญญาไว้ ฉันเดินทางไปหาท่านแต่เช้า.......

“เป็นไง.....รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า” ท่านถาม

“ค่ะ สบายใจขึ้น มากแล้วค่ะ”

“รักเค้ามากเลยหรือ” ท่านถาม

“ค่ะ”

“ได้โทรหาแม่ทุกวันหรือเปล่า”

“โทรค่ะ”

“แม่ว่าไง เค้าเสียใจมั๊ย”

“แม่ไม่ว่าอะไรค่ะ ท่านจะคอยปลอบใจ แล้วท่านก็เสียใจมากค่ะ”

“แม่เสียใจ แล้วเราเสียใจมั๊ย”

.....ฉันเงียบ เริ่มคิด
“เสียใจค่ะ”
“ตอนเราร้องไห้ แม่เค้าว่าไง”“
......แม่เค้าก็ร้องไห้ค่ะ....”
“รักแม่มั๊ย”

“รักค่ะ”

“ใครทำให้เราเสียใจ?...ใครทำให้เราเป็นแบบนี้? ผู้ชายคนนั้นใช่มั๊ย”
.......ฉันนั่งนิ่ง น้ำตาเริ่มไหล.......

“ทำงานมาเคยให้เงินแม่บ้างมั๊ย....เวลาไปตลาดเห็นกับข้าวเคยจำได้มั๊ยว่าแม่ชอบกินอะไร จำได้หรือเปล่าว่าตัวเราชอบกินอะไร...............ทุกวันนี้กับข้าวที่ซื้อมากินเป็นที่เราชอบหรือเป็นที่ผู้ชายคนนั้นชอบ........ทำไมต้องให้เค้ามามีอิทธิพลอยู่เหนือตัวเองขนาดนั้น
เค้าทิ้งเราไปเพราะอะไร.......ตอบได้มั๊ย”

“.......เค้าไปมีคนใหม่ค่ะ”

“ทำไมเค้าไปมีคนใหม่”

“......ไม่ทราบค่ะ” ฉันตอบไปพลางเช็ดน้ำตา
“เพราะสันดาน......เข้าใจคำว่าสันดานมั๊ย คนดี จะคิดดี ทำดี พูดดี คนไม่ดี ความคิดมันก็เลวไปด้วย อยากจะทุกข์ทรมานอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิต ก็จะเอามันคืนให้ แต่ถ้าอยากจะมีความสุข ไม่อยากให้แม่เสียใจ มีชีวิตที่ดี เจอคนดี ๆ ก็เลิกกับมันซะ


ปู่ไม่เคยเห็นใครตายเพราะอกหัก แต่ที่คนมันตายก็เพราะมันสิ้นคิด เพราะแพ้ใจตัวเอง
ใจอ่อนแอ ถ้าไม่คิด ไม่นำจิตไปวางไว้กับมัน มันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง บังคับตัวบังคับกายมันทำได้ แต่การบังคับใจถ้าไม่แกร่งจริงมันก็ยาก แต่ใจมันเป็นของเราถ้าเรายอมแพ้มัน เราก็จะแพ้ไปตลอดชีวิต ถ้าเราเคยเอาชนะมันได้บังคับมันได้ เราก็จะไม่มีทุกข์ ไม่มีใครช่วยเราได้หรอกหมอที่ไหนก็รักษาให้ไม่ได้ มีแต่ตัวเรากับเวลาเท่านั้นที่ช่วยตัวเราได้
......สิบห้าวันผ่านมาเป็นไงบ้าง”

“ไม่ได้คิดอะไร ก็รู้สึกดีค่ะ”

“ทำต่อไปน่ะ ตัดใจซะ มันทำไม่ได้ทันทีหรอกแต่มันจะค่อย ๆ ดีขึ้น คิดถึงแม่ไว้ให้มาก ๆ ไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้เค้าฟัง ให้มีสติ อย่าไปจดจ่ออยู่กับมัน 15 วันผ่านมาไม่มีเค้าเราก็อยู่ได้
ไม่เห็นจะตายไม่ใช่หรือ ตัดใจซะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น อย่าไปใส่ใจกับมัน คนมันไม่ดีก็ปล่อยมันไปตามวิถีชีวิตของมัน........”
ปู่ฤาษี หันไปหยิบของในย่าม เป็นเงิน 3 หมื่นบาท ยื่นคืนให้ฉัน
“เงิน 3 หมื่น ปู่ไม่เอาหรอก ให้เอาไปเก็บไว้ 2 หมื่น เอาให้แม่ 5 พัน อีก 5 พัน ไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง แต่งตัวใหม่ให้ดูดีกว่านี้” พูดจบแกก็หัวเราะ
“จำคำปู่ไว้ อย่าเชื่อใจคน อย่ามองเพียงแค่ภายนอก แล้วอย่าไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก ทุกคนมีเสน่ห์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่เสน่ห์ที่เรามีจะถูกใจใครเท่านั้น พวกนุ่งผ้าเหลือง ผ้าขาว บางคนสักแต่เอาผ้ามาห่ม แต่ใจมันไม่ใช่คน เราเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้ดี ถ้าเจอคนดีก็ดีไป ถ้าเจอพวกไม่ดีเราจะเสียทั้งตัว เสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ จะไปโทษใครบอกใครก็ไม่ได้ เราโง่เอง ...หยุด...ห้ามไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก จำคำปู่ไว้ให้ขึ้นใจ วันนี้แฟนเราจะมาหา ก็ตัดสินใจเอาก็แล้วกัน”
………………………………….



ฉันกลับที่พัก เริ่มนั่งคิดทบทวน เรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา

ความเจ็บปวดที่เคยมี ทุกครั้งฉันแทบจะทนไม่ได้ถ้าคิดถึงเค้า แต่ตอนนี้ทำไมความเจ็บปวดมันลดลง เริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆที่ผ่านมา จิตใจที่เคยอ่อนแอ มันเริ่มแข็งแรงตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่รู้ น้ำตาที่เคยไหลไม่หยุดหากเมื่อไหร่ที่คิดถึงเค้า ทำไมมันหายไปไหน คำสอนของปู่ก้องอยู่ในสองหู ฉันตัดสินใจ.....จากนี้ต่อไปฉันต้องเข้มแข็ง
...........เสียงเคาะประตูหน้าห้อง.....

“ใครค่ะ?” ฉันถาม


“เราเอง”
เหมือนที่ปู่บอกไว้ไม่ผิด เค้ามาจริง ๆ ใจที่เคยเด็ดเดี่ยวเมื่อครู่หายไปไหนหมด


หัวใจเต้นแรง ใจเริ่มอ่อน เริ่มหวั่นไหว........

“มีธุระอะไร?” ฉันไม่ยอมเปิดประตู

“.....เราคิดถึง.....เปิดประตูให้เราหน่อย”

.......ฉันเริ่มสับสน น้ำตาเริ่มไหล จะทำไงดี...คิดถึงคำพูดของปู่ฤาษี คิดถึงหน้าแม่.......

“กลับไปก่อนน่ะ วันนี้เรายังไม่อยากคุย ตอนนี้เราอยู่กับแม่ กลับไปเถอะ” ฉันโกหกเพราะรู้ว่าตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอ หากเจอเค้าวันนี้ฉันต้องใจอ่อนแน่นอน
........................................................




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2551    
Last Update : 21 ธันวาคม 2551 21:18:57 น.
Counter : 673 Pageviews.  

เรียงความเรื่อง..วันเด็ก

เรียงความเรื่อง...วันเด็ก(เวร)ถ้านายกมาอ่านจะโดนด่าป่าวเนี่ย

>











 

Create Date : 19 ธันวาคม 2551    
Last Update : 9 มกราคม 2552 21:16:53 น.
Counter : 838 Pageviews.  

วันนี้...ต้นแคร์ของคุณ...ออกดอกแล้วหรือยัง

เพื่อคนที่คุณรักและคนที่รักคุณ



เวลามีปัญหา เวลามีเรื่องกระทบกระทั่งกัน
เคยแคร์ความรู้สึกของคนอื่นบ้างไหม?
เคยคิดถึงใจเขา..ใจเรา..หรือไม่?
ช่างมันฉันไม่แคร์ หรือ...เขาไม่มีค่าพอให้เราแคร์! แคร์ความรู้สึกคนอื่นไม่ใช่เรื่องอ่อนแอ...แต่เป็นเรื่องอ่อนโยน...
มิใช่เรื่องแข็งกระด้าง...แต่เป็นเรื่องจิตใจที่แข็งแกร่ง...
มิใช่ เรื่องพ่ายแพ้ แต่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่...
เธอง้อฉันก่อนสิ! ต่างคนต่างรอ...สุดท้ายก็เป็นศิลามนุษย์...

เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น...เราจะเริ่มเป็นคนที่อ่อนโยน...
เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น...เราจะปรับตัวก่อน...
เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น...เราจะขอโทษเป็น...
เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น...เราจะยอมแพ้โดยง่ายดาย...
เมื่อแคร์ความรู้สึกคนอื่น...

สุดท้ายคนอื่นก็จะต้องกลับมาแคร์... คุณ...
ต้นแคร์เมื่อปลูกแล้ว...อย่าให้โตเองโดยธรรมชาติ...
แต่เจ้าของชีวิต...ต้องรดน้ำพรวนดินสม่ำเสมอ...
ต้นแคร์ไม่มีหัวใจของคนแข็งกระด้าง...
แคร์คนอื่นเขาบ้าง ให้ความอาทรเป็นดั่งสายธารหลั่งไหลฉ่ำชื่น…
แล้วเราจะเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์...
มีจิตใจดีงาม...มีเสน่ห์...
แล้วทุกวันนี้ล่ะ...คุณดูแลต้นแคร์ของคุณดีแค่ไหน?...




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2551    
Last Update : 21 ธันวาคม 2551 21:16:41 น.
Counter : 217 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

รักตัวเองให้เป็น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สำหรับเพื่อนหลายๆคนที่ add VIP Friend มา คือรับ add ไม่เป็นอ่ะค่ะ เพราะเพิ่งหัดเล่น Blog ยังงงๆอยู่ ถ้าใครทำเป็นก้อช่วยสอนหน่อยนะคะ
Friends' blogs
[Add รักตัวเองให้เป็น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.