Group Blog
 
All Blogs
 
เรื่องของลำไส้: สถานีส่งผ่านและดูดซึมสารอาหาร

loadaraiClarks Walking ShoesClarks Womens SandalsClassic Golf ShoesClassic Tennis ShoesClothing DistributorColumbia Boat ShoesColumbia Sportswear ShoesConverse Girl ShoesConverse OnlineConverse Running ShoesCool Kids ShoesCool Tennis ShoesCourt ShoeCream Dress ShoesCushion Running ShoesCustom Orthopedic ShoesCustom Soccer ShoesDansko Clogs DiscountDansko Discount ShoesDansko Nursing ClogsDansko Shoes SaleDansko Women ShoesDekline Skate ShoesDesign Basketball ShoesDesigner Discount ShoesDexter StoreDickies Work ShoesDiscount Baseball CleatsDiscount ClogsDiscount FootwearDiscount Ladies ShoesDiscount Mens Dress ShoesDiscount Mizuno Running ShoesDiscount Naot ShoesDiscount New Balance Running ShoesDiscount Nursing ShoesDiscount Rockport ShoesDiscount Shoes And BootsDiscount Soccer ShoesDiscount Tennis ApparelDiscounted New Balance ShoesDoc Marten SandalsDoc Martins ShoesDoctor Martens BootsDr Martens 8761Dr Martens PinkDr Martens ShoeDr Martens Slip OnDr Martens Steel Toe ShoesDress Casual Shoes


เรื่องของลำไส้: สถานีส่งผ่านและดูดซึมสารอาหาร



   ลำไส้เล็กถือเป็นจุดสุดท้ายของกระบวนการย่อยอาหาร ซึ่งอาศัยเอ็นไซม์ทั้งจากลำไส้เล็กเองและจากตับอ่อน โดยลำไส้เล็กจะสร้างเอนไซม์ชื่อมอลเตส แลกเตส และ ซูเครสสำหรับย่อยคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล ในขณะที่ตับอ่อน สร้างเอนไซม์ชื่อทริปซินสำหรับย่อยโปรตีน และไลเปสสำหรับย่อยไขมัน เมื่อสารอาหารที่ผ่านการย่อยแล้วถูกส่งไปตามร่างกาย ส่วนที่ย่อยไม่ได้หรือกากอาหารก็จะถูกส่งต่อไปยังลำไส้ใหญ่



   ที่ลำไส้ใหญ่ไม่มีการย่อยหรือดูดซึมสารอาหารอีกแล้ว และเมื่อผ่าออกมาดูจะพบว่าลำไส้ใหญ่นี้มีลักษณะเป็นกระเปาะไปเกือบตลอดความยาวทั้งหมด ยกเว้นไส้ตรงเท่านั้นที่มีผนังเรียบ และด้วยความที่ผนังลำไส้ใหญ่โป่งออกไปเป็นกระเปาะนี่เอง จึงทำให้มีเศษอุจจาระเข้าไปสะสมอยู่มาก จนทำให้เกิดโรคได้



   ตรงส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ส่วนต้นยังเป็นที่อยู่ของลำไส้อีกประเภท ที่ใครๆ มักคิดว่าเป็นส่วนเกินและอยากตัดออก นั่นก็คือ ไส้ติ่งหรือไส้ตัน ความจริงแล้วไส้ติ่งไม่ใช่ส่วนเกิน แต่เป็นต่อมน้ำเหลืองต่อมหนึ่ง ขนาดยาวราว 10 เซนติเมตรและกว้าง 1.5 เซนติเมตร ทำหน้าที่ช่วยดักจับเชื้อโรคที่ผ่านเข้ามาในบริเวณลำไส้ คล้ายกับหน้าที่ของต่อมทอนซิลในลำคอนั่นเอง อย่างไรก็ตาม หากไส้ติ่งเกิดการอักเสบ สามารถตัดทิ้งได้ โดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ เพราะยังมีต่อมน้ำเหลืองอยู่อีกหลายแห่งทั่วร่างกายค่ะ



   จากปากถึงทวาร ร่างกายจะทำงานแบบวันเวย์ นับเวลาที่เราเคี้ยวข้าวคำแรกและกลืนลงคอ จนถึงเวลาปวดท้องอยากถ่ายก็นับได้เกือบ 9 ชั่วโมง ลองนึกดูว่าหากคุณไม่ถ่ายหลายๆวัน ของเสียที่มารออยู่ลำไส้ใหญ่ก็จะค้างอยู่อย่างนั้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อและนำไปสู่โรคอื่นๆ ได้มากมายเช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ริดสีดวงทวารหนัก กระเปาะทวารหนัก และลำไส้แปรปรวน เป็นต้น



4 โรคลำไส้ยอดฮิต



1. มะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้จะไม่ใช่มะเร็งที่พบบ่อย แต่เมื่อพบทีไรนั่นหมายความว่าโอกาสรอดของคนไข้น้อยเต็มที เพราะคนไทยส่วนมากไม่ค่อยตรวจลำไส้ เมื่อเกิดมะเร็ง กว่าจะรู้ตัวก็เข้าสู่ระยะที่สามซึ่งรักษาแทบไม่ได้ ทราบหรือไม่ว่า หากตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่หนึ่งมีโอกาสผ่าตัดหายถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ระยะที่สองเหลือ 89 เปอร์เซ็นต์ โรคนี้ป้องกันได้ นอกจากการรับประทานอาหารให้ครบหมู่ และดูแลร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ควรไปตรวจลำไส้เป็นประจำตั้งแต่อายุ 50 ปี เพราะอายุเฉลี่ยผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ทั้งโลกอยู่ที่ 63 ปี การตรวจล่วงหน้า 10 ปีจึงเป็นการป้องกันอย่างได้ผล แต่หากครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งทุกชนิด ควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุน้อยๆ



2. ริดสีดวงทวาร เกิดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระนานๆ ทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักจึงยืดพองขึ้นเป็นติ่งเนื้อ ผนังหลอดเลือดจึงบางลง เมื่อเกิดการเสียดสีกับอุจจาระที่หยาบและแข็งจะทำให้หลอดเลือดดำปริแตกหรือฉีกขาด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากอาการท้องผูก การยืนหรือนั่งท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนานๆ และการกลั้นอุจจาระ ริดสีดวงทวารรักษาได้ทั้งการใช้ยาและผ่าตัด การป้องกันทำได้โดยดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานผักผลไม้เป็นประจำ ขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่เบ่งอุจจาระเมื่อไม่รู้สึกอยากถ่าย และควรออกกำลังกายเสมอเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ แค่นี้ก็ปลอดภัยจากริดสีดวงแล้ว



3. โรคกระเปาะทวารหนัก ทางการแพทย์เรียกว่า Rectocele โรคนี้เกิดเฉพาะในเพศหญิงที่กลั้นอุจจาระนานๆ หรือผ่านการคลอดลูกมาแล้วหลายหน ทำให้ผนังลำไส้ใหญ่บริเวณทวารหนักกับช่องคลอดแยกตัวออกจากกัน เมื่อถึงเวลาปวดเบ่ง ผนังส่วนหนึ่งของลำไส้ใหญ่จะยื่นเป็นกระเปาะเข้าไปในช่องคลอด ทำให้อุจจาระไหลลงผิดทาง ไปติดขัดอยู่ตรงกระเปาะ เกิดการอักเสบติดเชื้อทั้งในลำไส้ใหญ่และช่องคลอด รักษาได้ด้วยการเย็บกระเปาะให้เข้าที่



4. ลำไส้แปรปรวนหรือ IBS (Irritable Bowel Syndrome) เป็นโรคทางเดินอาหารที่พบบ่อยโดยเฉพาะในวัยทำงาน แต่ปัจจุบันพบว่าวัยรุ่นก็เป็นโรคนี้กันมาก IBS มีสาเหตุที่ไม่แน่ชัด แต่อาการของโรคคือ ลำไส้บีบตัวผิดปกติ อาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคนี้ คือ ปวดเกร็งท้อง แน่นท้อง ท้องอืด ท้องโตเหมือนมีลม เรอหรือผายลมบ่อย บางคนอาจมีท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นมูกแต่ไม่มีเลือด เป็นๆหายๆต่อเนื่องนาน 2-3 เดือน เชื่อกันว่าความเครียด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคนี้ และการรับประทานผักผลไม้เยอะๆ ก็ช่วยให้อาการดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตามโรคนี้รักษาให้หายสนิทค่อนข้างยาก ทำได้แค่ประคองอาการ ทางที่ดีไม่ป่วยเลยดีที่สุด การไม่เครียด รับประทานอาหารครบทุกหมู่และดื่มน้ำเยอะๆ ก็ช่วยให้มั่นใจได้ระดับหนึ่ง



เจ+มังสวิรัติ+ดีท็อกซ์ มิตรหรือมารของลำไส้



   ในทางการแพทย์ ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่า การกินเจหรือมังสวิรัติในช่วงเวลาสั้นๆ จะช่วยให้ลำไส้สะอาดขึ้นได้ หรือความจริงแล้วลำไส้ไม่ได้ต้องการความสะอาดมากอย่างที่เราคิด เพียงรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็พอต่อกระบวนการต่างๆของร่างกาย รวมทั้งกระบวนการย่อย ดูดซึมสารอาหารและขับถ่ายที่เกิดในลำไส้ด้วย



   และเพราะอาหารเจส่วนใหญ่อุดมไปด้วยแป้งและไขมัน นอกจากทำให้อ้วนได้ง่ายแล้วยังทำให้การขับถ่ายยากลำบากเพราะไม่มีกากอาหาร และความเชื่อที่ว่าการกินเจช่วยทำความสะอาดภายในนั้น ไม่ถูกต้องเสียทีเดียวหากอาหารเจที่คุณกินเข้าไปนั้นมีแต่แป้งกับไขมัน เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพลำไส้ ขณะการกินเจควรกินผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้นด้วย เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและเพิ่มใยอาหารสำหรับช่วยในการขับถ่าย



   ใยอาหารเป็นอาหารประเภทเดียวที่ลำไส้ไม่สามารถย่อยได้ แต่ที่แนะนำให้รับประทานมากๆ ก็เพื่อช่วยในการขับถ่ายนั่นเอง นอกจากนี้ใยอาหารยังช่วยป้องกันท้องผูก ลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงเบาหวาน และควบคุมการเจริญอาหารได้ แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน การรับประทานใยอาหารมากเกินไปก็อาจเกิดผลเสีย คือ ลดการดูดซึมแร่ธาตุ และอุดตันทางเดินอาหาร เนื่องจากกินผักมากแต่ดื่มน้ำน้อย



   แล้วเราต้องกินใยอาหารเท่าไรจึงพอดี คำถามข้อนี้ยังไม่มีคำตอบ เพราะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุชัด แต่มีข้อแนะนำว่าให้กินผัก ผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ส่วน และธัญพืชกับข้าวซ้อมมือ วันละ 7 ส่วน จึงจะเหมาะสม นอกจากนี้สมาคมโภชนาการเบาหวานของอเมริกา ยังแนะนำว่า ผู้ป่วยเบาหวานควรบริโภคใยอาหารวันละ 20-35 กรัม หากกินคาร์โบไฮเดรตมาก ควรเพิ่มใยอาหารเป็นวันละ 25-50 กรัมต่อวัน ในขณะที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติของอเมริกา ได้เพิ่มเติมว่าใยอาหาร 25-30 กรัมต่อวัน ช่วยป้องกันมะเร็งได้



   นอกจากการปรับเรื่องอาหารการกินเพื่อช่วยให้ลำไส้สะอาดขึ้นแล้ว หลายคนยังทำดีท็อกซ์หรือการสวนล้างลำไส้ แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ระบบทางเดินอาหารของคนเราทำงานแบบวันเวย์ ดังนั้น การดีท็อกซ์จึงเป็นการกระทำที่สวนทางธรรมชาติ ความจริงคือในการสวนล้างแต่ละครั้งไม่ได้ทำให้ลำไส้สะอาดไปทุกส่วน แต่สะอาดได้แค่ส่วนปลายลำไส้ใหญ่หรือราว 25 เซนติเมตรจากทวารหนักเท่านั้น การที่จะล้างลำไส้ทั้งเส้นให้สะอาดได้จำเป็นต้องใช้แรงดันมหาศาลพาน้ำพุ่งผ่านระยะทาง 9 เมตร ซึ่งแน่นอนว่าร่างกายรับไม่ไหวและลำไส้อาจต้องแตก หากกังวลว่าลำไส้จะไม่สะอาดพอแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เพื่อที่อุจจาระจะได้ไม่ตกค้างในลำไส้ เมื่อบวกกับการทำงานของแบคทีเรียที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของลำไส้แล้ว แค่นี้ก็สะอาดเกินพอ แต่ถ้าใครทำดีท็อกซ์แล้วสบายใจก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดค่ะ



   บทสรุปของลำไส้ ปลายทางของอาหารทุกคำ แม้จะมีความเสี่ยงเกิดโรคอันตรายหลายอย่าง แต่การป้องกันลำไส้ที่ดีที่สุดก็ไม่พ้นเรื่องการกิน กินดี คือ กินให้ถูกสุขลักษณะและครบถ้วนทุกหมู่ มากน้อยตามแต่ร่างกายต้องการ อยู่ดี คือ อยู่อย่างมีความสุข ไม่เครียด ไม่ทุกข์ เพียงแค่นี้ นอกจากลำไส้จะดีแล้วส่วนอื่นๆของร่างกายยังดีไปด้วย




 



อ่านเพิ่มเติมในคอลัมน์ Health นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 9 ฉบับที่ : 105 เดือน
: ตุลาคม 2552






From: //healthandcuisine.com/health.aspx?cId=7&aId=1469


Create Date : 13 มกราคม 2553
Last Update : 13 มกราคม 2553 9:00:10 น. 0 comments
Counter : 333 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Loveaddicted8
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Loveaddicted8's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.