alexa~xela xela~x เบญจรัตนะ
Group Blog
 
All blogs
 

ตอนที่ 1 ความลับจะถูกเปิดเผย

"คู่แฝด เป็นมากกว่าพี่น้อง" คำพูดนี้มีใครบางคนเคยพูดไว้
เธอกับเขาก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง และรู้สึกแบบนั้นมายี่สิบกว่าปีแล้ว

...TWIns  เธอบ้า ผมซ่าส์ แต่น่ารัก...



1
    เสียงนาฬิกาปลุกแผดเสียงดังแสบแก้วหู   ทำให้กวิตา หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ  ดีดตัวขึ้นจากที่นอน  หันไปมองนาฬิกาบนหัวเตียง
เกือบสามโมงเช้าแล้ว  เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย  วันนี้เป็นวันที่สามในรอบสัปดาห์ที่เธอตื่นสายเพราะมัวแต่สะสางงานจนดึก  
พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ต้องให้นาฬิกาปลุกแผดเสียงเรียกเป็นสิบครั้ง ถึงได้ลืมตาตื่นได้  
ถ้าวันนี้เธอไปทำงานสายอีก ต้องถูกหัวหน้าเล่นงานแน่ๆ  เพราะแผนกบัญชีที่เธอทำอยู่มีหัวหน้าที่ได้ชื่อว่าเฮี้ยบกว่าแผนกอื่นทั้งหมด

    “ กุ๊ก กุ๊ก กู๋  กุ๊ก กุ๊ก กู๋ “  เสียงโทรศัพท์บอกว่ามีข้อความเข้า คงเข้ามานานแล้วแต่เธอมัวแต่นอนก็เลยไม่ได้ยิน  
    “กิ๋ว ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ลืมหรือเปล่าวันนี้ประชุมนะ ” เป็นข้อความจากเพื่อนสนิทที่ฝ่ายบัญชีเหมือนกัน

    "ประชุม ประชุม" คำนี้มีมนต์ขลังเหลือเกิน ทำให้กิ๋วเด้งดึ๋งจากที่นอนทันที ตายแล้ว กิ๋วเอ้ย เธอมองเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ถึงจะเรียบร้อยแล้วก็จริงแต่ยังไม่ได้ตรวจทานอีกรอบเลย
ยิ่งเป็นรายรับรายจ่ายของบริษัทที่สำคัญมากซะด้วย ผิดพลาดไปอาจถึงตายได้
แถมหัวหน้าก็บ้าดีเดือดจริงๆ ดันมอบหมายงานช้างแบบนี้ให้เธอจัดการคนเดียว แต่จะโทษหัวหน้าฝ่ายเดียวไม่ถูก ก็เธอไปทำงานสายติดต่อกันสองวันแล้ว  
แต่ก็อีกนั่นแหละ ก็จะไม่ให้ไปสายได้ยังไง งานเก่ายังไม่ทันเสร็จก็เอางานใหม่มาให้แล้ว ถ้าทำในเวลางานได้ ก็ถือว่า ยอดมนุษย์แล้ว
เธออุตส่าห์เอากลับมาทำที่บ้านด้วย  แทนที่จะเห็นใจที่ต้องอดหลับอดนอนจนตื่นสาย แต่หัวหน้ากลับไม่คิดแบบนั้นคิดแต่ว่าเธอไม่รู้จักรับผิดชอบซะอีก
เวรกรรมของกวิตาจริงๆ

    “อร  เจ้านายมาหรือยัง” กวิตารีบกดโทรศัพท์หาเพื่อน  ถ้าเจ้านายมาแล้วต้องหาทางให้เพื่อนรักรับหน้าไปก่อน
แล้วตัวเธอจะพยายามไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

     “เฮ้ย  ไม่ต้องรีบแล้ว   กำลังจะโทรไปบอก  ว่าวันนี้เจ้านายแคนเซิ่ล  พอดีแกมีธุระสำคัญ  แน่ะ ดีใจล่ะสิ
แต่มีอีกอย่างที่น่าดีใจกว่า แต๊น แต่น  วันนี้พี่อ่อนลาว่ะ  ฉันกับพี่ติ๋ม กำลังจะชิ่งไปทำผมกัน  บ่ายๆ ค่อยเจอกันแล้วกัน”อร วดี บอกก่อนจะวางสายไป  

    “เออ  พระเจ้าช่วยกล้วยทอด เพิ่งรู้ว่าเรื่องดีๆ ก็มีในโลก”  ดี กว่าจะเที่ยงมีเวลาตั้งสองชั่วโมง นอนต่อได้อีกหน่อย
วันนี้ถือว่าเป็นวันมงคลฤกษ์ของเธอโดยแท้  เจ้านายยกเลิกการประชุม  แถมหัวหน้าแผนกก็ลาซะด้วย  เข้าทำงานบ่ายๆ ก็สบายมาก
ปกติงานของเธอก็ไม่มีอะไรมากมายอยู่แล้ว จะยุ่งมากก็ตอนสิ้นเดือน กับต้นเดือน
แต่ที่เธอยุ่งตลอดแบบนี้ เพราะหัวหน้างานยอดแย่ เอางานของตัวเอง มาให้เธอช่วยทำด้วย  แล้วตัวเองก็ไปรับงานนอก เอาเงินเข้ากระเป๋าสบายใจเฉิบ

     กิ๋วเอาผ้าห่มมาคลุมโปง เรื่องนอนเนี่ย ของถนัดอยู่แล้ว แต่ก็ดั๊นมีมารมาผจญจนได้
    “กิ๋ว  ไม่ไปทำงานหรือไง” เสียงเคาะประตูหน้าห้อง  เจ้าน้องชายตัวป่วนนั่นเอง  วันนี้วันพุธ ไม่ไปไหนหรือไงนะ  อาทิตย์นี้เพิ่งได้เจอกันก็วันนี้เนี่ยแหละ

    “ไม่ไป  รวยแล้ว” เธอเดินไปเปิดประตูให้ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา  ผิวขาว  สูงโปร่ง  จมูกโด่ง  ดูดี  กำลังยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้อง
   “ไม่ไปไหนหรือไง  คุณเก่งกล้า”กิ๋วเรียกชื่อเต็มยศ  แล้วกลับมาล้มตัวลงนอนแผ่สองสลึงอยู่เตียง
  “เดี๋ยวไป  วันนี้มีไปแคสละครเรื่องใหม่  ตัวเองล่ะ  ทำไมไม่ไปทำงาน”

   “ขี้เกียจว่ะ  เผอิญว่าเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีพันล้าน  ต้องไปรับมรดกวันนี้ ก็เลยลาออกจากงานแล้ว ” เธอพูดเป็นคุ้งเป็นแควแล้วหัวเราะ

   “มีน้องสาวกับเขาคนเดียว ก็บ้าไปแล้ว  เฮ้อ”
   “พี่สาวย่ะ”
   “อะไร  ฝาแฝดเขาถือว่า คนเกิดก่อนเป็นน้อง ไม่รู้หรือไง”
   “ไม่สน  เค้าเห็นโลกก่อนตัวเอง เขาก็ถือว่าเค้าเป็นพี่”
   “เออ  เรื่องของตัวเหอะ  เค้าขี้เกียจเถียงว่ะ” ก้าวส่ายหน้าด้วยความระอาใจ  เถียงกับเธอทีไร สู้ไม่ได้สักที

    เก่งกล้า  หรือ ก้าว  เป็นฝาแฝดกับกิ๋ว  นอกจากที่ก้าวเกิดหลังกิ๋วแค่สามนาที  ไม่มีอะไรที่บอกได้เลยว่าทั้งสองคนเป็นฝาแฝดกัน  กิ๋วนั้น ตัวเล็กกะทัดรัด  หน้าตาจิ้มลิ้ม  
ส่วนก้าวเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมคาย  ถ้ามีใครมาถามว่าทั้งสองคนเหมือนใคร ก็ไม่มีใครตอบได้เหมือนกัน เพราะจะเหมือนแม่ก็ไม่เหมือน  จะว่าเหมือนพ่อก็บอกไม่ได้ เพราะไม่รู้
แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ เท่ากับเรื่องที่ทั้งสองคนเถียงกันมายี่สิบปีแล้วว่า  ฝาแฝดคนที่เกิดทีหลังเป็นพี่ หรือเป็นน้อง  แต่กิ๋วไม่เคยสนใจ ยังดันทุรังว่าตัวเองเป็นพี่อยู่ดี  

   กิ๋วกับก้าวเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วแต่คนละที่กัน  จะว่าไปแล้วทั้งสองคนก็แยกกันเรียนมาแต่ไหนแต่ไร  กิ๋วเข้าโรงเรียนหญิงล้วน  ส่วนก้าวเข้าโรงเรียนชายล้วน  น้อยคนที่จะคิดว่าทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน  
คนที่ไม่รู้จักครอบครัวนี้ส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นแฟนกันมากกว่า  
    ตอนนี้กิ๋วเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทนำเข้า  ส่วนก้าวนั้นชอบงานในวงการบันเทิงมากกว่า และด้วยพรสวรรค์ บวกรูปร่างหน้าตาของเขา ทำให้เขากำลังไปได้ดีในอาชีพนี้
   “ทำไม อยู่ดี ๆ อยากเป็นบ้าขึ้นมา” ก้าวล้มตัวลงนอนข้าง ๆ กิ๋ว พี่น้องคู่นี้สนิทกันมาก ถึงจะทะเลาะ ตบตี แย่งข้าวของกันบ้าง ก็รักและเป็นห่วงกันเหมือนเดิม
   “เบื่อชีวิตแบบนี้แล้ว”
   “เป็นอะไร  ทำงานมาก เพี้ยนไปแล้วหรือไง  บอกว่าให้ไปเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เราก็ไม่เชื่อ” ก้าว ใช้คำว่า เรา แทนตัวเอง  เพราะใช้เค้าเหมือนกิ๋ว คงจะดูเจี๊ยมเจี๋ยมไปหน่อย

   “ไม่เอาหรอก  กลัวรวยตาย  เบื่อ ขี้เกียจไปสู้รบตบมือกับแฟนคลับตัวเอง  จำไม่ได้หรือไง คราวก่อนไปกินข้าวด้วยกัน  ที่เขานึกว่าเราเป็นแฟนกัน  ปวดฉี่จะตายก็ไม่กล้าเข้าห้องน้ำ กลัวจะโดนดักตบ”กิ๋วทำท่าสยองประกอบด้วย
   “เว่อร์ไป  ตัวเองบ้าไปเอง  แฟนคลับเค้าไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก  เขาแยกแยะได้  ละคร กับชีวิตจริง”
   “ไม่รู้ล่ะ  เค้าอยู่แบบนี้ดีแล้ว เออ เป็นถึงพระเอกสองแล้วต้องไปแคสด้วย”
  “อะไรวะ พระเอกสอง”
  “ก็พระเอกคนที่สองไง ไม่เคยเห็นเวลาเขาขึ้นเครดิตตัวแสดงเหรอ ผู้ร้ายหนึ่ง ผู้ร้ายสอง ตัวเองก็ต้องเป็นพระเอกสองซิ”
  “ทำไมไม่เรียกพระรองล่ะ”
  “สำนวนลิเกตาย เค้าจะเรียกพระเอกสองมีอะไรหรือเปล่าล่ะ เออ แล้วทำไมต้องไปเคสต์ด้วยล่ะ จะเล่นเรื่องใหม่เหรอ”
  “ก็เออสิ  ถ้าผ่าน ตัวเองจะมีพี่ชายเป็นพระเอกเลยแหละ  จะบอกให้”
   “น้องชาย” กิ๋วแก้ให้
   “เออ  ช่างเหอะ  จะพี่ชายน้องชายก็ได้วะ  ปวดประสาท”
  “จริงเหรอ  จะได้เป็นพระเอกน่ะ”
  “ไม่รู้สิ  ต้องไปแคสต์ดูก่อน”
  “เออ  ขอให้โชคดีแล้วกัน ขอนอนต่อนี๊ดนึง” กิ๋วว่าแล้วเอาผ้าห่มคลุมโปงต่อ

   ก้าวมองไปรอบๆ ห้องแล้วทำหน้าเบ้
   “แหวะ  ห้องผู้หญิงอะไรเนี่ย  โสจริงๆ เลย” ก้าวหมายถึง โสโครก  ความจริงห้องของกิ๋วก็ไม่ได้สกปรกอะไรนักหนา เพียงแค่ไม่มีระเบียบเท่านั้น
และก้าวก็เป็นพวกระเบียบจัด ของที่เคยวางตรงไหนต้องตรงนั้น จะขยับเขยื้อนสักเซ็นต์เดียวก็ไม่ได้

    “นี่  น้อย ๆ หน่อย  คนอื่นอนุญาตให้เข้าห้องแล้ว หัดมีมารยาทซะบ้างนะ  พ่อคุณ”
   “รึไม่จริง  หัดเป็นกุลสตรีซะบ้าง  ปัดกวาดเช็ดถูทำเป็นหรือเปล่า”
   “เดี๋ยวเก็บเองแหละ  ไม่ต้องบอกหรอกน่า  พอดีงานยุ่ง ๆ ไม่มีเวลาทำ”
   “หวังว่า ไม่ต้องให้แม่มาทำให้อีกนะ” ก้าวว่า
   “เออ  แล้วแม่ล่ะ  ไปไหน  เงียบจัง”
   “แฟนเค้ามา” ก้าวทำสีหน้าบวกน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ
   “อ๋อ” กิ๋วทำหน้าเข้าใจ จู่ๆ ทั้งสองคนก็ลุกขึ้นนั่งกอดเข่ามองหน้ากัน


“ก้าว” กิ๋วตบหลังก้าวเบาๆ น้ำเสียงห่วงใย
    “อะไร”
   “คิดมาก ฉี่เหลืองนะ” กิ๋วหัวเราะคิกคัก
   “เฮ้อ จะจริงจังซักเรื่องได้มั้ยเนี่ย”
   “อ่ะ ล้อเล่ง”

   “เราพูดจริงๆ นะ  บอกไม่ถูกว่ะ  แต่รู้ว่าไม่อยากให้แม่คบกับผู้ชายคนนี้เลย ดูไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้” ก้าวออกปาก
   “เค้าเล่าอะไรให้ตัวเองฟัง  ตัวเองอย่าไปบอกแม่นะ  อย่าไปว่าแฟนแม่ด้วย” กิ๋วกับก้าวไม่เคยมีเรื่องปิดบังกันอยู่แล้ว
   “เออ  เล่ามาสิ  เราไม่เล่าหรอก”
   “แฟนแม่ แต๊ะอั๋งเค้าด้วย”
   “เฮ้ย จริงดิ  ทำไมไม่บอกเรา แล้วบอกแม่หรือยัง”
   “อย่าเสียงดังซิ “ กิ๋วเอามือจุ๊ปาก
   “เขาก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก  แค่แตะนิดแตะหน่อยก็ช่างเขาเถอะ  ตัวเองก็รู้  แม่รักผู้ชายคนนั้นมาก  เค้าไม่กล้าบอกหรอก  กลัวแม่เสียใจ  
แม่อุตส่าห์ไม่มีใคร เลี้ยงเรามาจนเรียนจบ  เค้าอยากให้แม่มีความสุขบ้าง”
    ก้าวมองหน้ากิ๋ว  จริงอย่างที่เธอว่า แม่เลี้ยงทั้งสองคนมาด้วยตัวคนเดียว ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย หรือ ยากลำบากแค่ไหน  พอถึงตอนนี้แม่จะมีความสุขบ้าง เขาจะขัดขวางก็ดูจะใจร้ายเกินไป

   “ตอนนี้ก็แตะนิดแตะหน่อยแหละ  อีกหน่อยเรากลัวจะทำมากกว่านั้นสิ”
   “เค้าก็กลัวเหมือนกัน”
   “ตัวเองไปอยู่กับเราสิ  อีกหน่อยเรามีเงิน  เราจะไปอยู่คอนโดแล้ว”
   “ตัวเองไม่ห่วงแม่หรือไง  หรือว่าพวกดาราเขาชอบทำแบบนี้กัน  ดังแล้วก็ทิ้งแม่  ทิ้งพี่”กิ๋วต่อว่า
   “ไม่ใช่แบบนั้น  ตัวเองคิดดูสิ  สักวันแฟนแม่ก็ต้องมาอยู่ที่นี่  เราคงไม่ทนอยู่กับคนที่ตัวเองไม่ชอบ  
อีกอย่างเราก็ไม่ยอมให้ตัวเองอยู่ที่นี่หรอก  ไปอยู่กับเรา เราไม่ทำให้ตัวเองลำบากหรอกน่า เราสัญญา”
    ก้าวชูนิ้วก้อยสัญญา เหมือนที่เคยทำตอนเด็ก ๆ   กิ๋วยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวด้วย

    “เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยคุยกันแล้วกัน  ตัวเองกินข้าวหรือยัง  เค้าหิวข้าวว่ะ” กิ๋วลุกขึ้นจากที่นอน
   “นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็น...กิน..” ก้าวเว้นวรรคหน้าคำว่ากินนิดนึง
    “แล้วไป นึกว่าจะบอกว่า...รับประทาน” กิ๋วหัวเราะ
    “รอเดี๋ยว ล้างหน้าแปรงฟันก่อน” กิ๋วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ลงมือล้างหน้าแปรงฟัน เสียงโอ๊กอ๊ากตามมา
    “บอกแล้วเคยจำมั้ยเนี่ย ยัยกิ๋ว บอกว่าเวลาแปรงลิ้น อย่าแปรงลึก ทำเสียงแบบนี้น่าเกลียดจริงๆ เป็นผู้หญิงหรือเปล่าเรา”
    “เออๆ รู้แล้ว ลืม” กิ๋วตอบหน้าตาเฉย ก้าวพูดไม่ออกแต่สงสารผู้ชายที่หลวมตัวมาเป็นแฟนของน้องสาวเหลือเกิน

    กิ๋วไม่ยอมอาบน้ำทั้งที่ก้าวบอกว่าให้อาบก่อนแล้วค่อยลงไปทีเดียว เหตุผลที่กิ๋วอ้างก็คือเดี๋ยวกินข้าวแล้วจะกลับมานอนต่อ จะอาบทีเดียวตอนจะไปทำงาน
     เขากล่อมก็แล้ว ขอร้องก็แล้ว กิ๋วก็ยังยืนยันคำเดิม ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายแพ้เหมือนทุกครั้ง

     “ไอ้ตัวสกั๊ง” ก้าวไม่รู้จะพูดว่าไงดี มีแต่คำสรรเสริญให้
     “ขอบคุณค่ะ โอ้ย”  กิ๋วร้องเสียงหลง  ก้าวหันมามองด้วยความตกใจ

     “เป็นอะไรอีกล่ะ”
     “เค้าเหยียบอะไรไม่รู้ว่ะ” กิ๋วยกฝ่าเท้าขึ้นมาดู   ข้างฝ่าเท้ามีรอยขูดเป็นทางยาว พร้อมเลือดไหลซิบๆ กิ๋วมองหาต้นเหตุ มันคือปูนที่แตกตรงบันไดนี่เอง พอปูนแตกออกลวดเส้นเล็กๆโผล่มาจากตรงไหนก็ไม่รู้

     “บ้านเก่าแล้วมันก็แบบนี้แหละ  เดี๋ยวเรากลับมาจะซื้อปูนมาซ่อมนะ เอาไว้เราหาเงินได้เยอะๆ เราจะสร้างให้ใหม่”
    “จ้ะ  พ่อพระเอกคนรวย” กิ๋วประชด

     สองพี่น้องเดินลงมาข้างล่าง  เห็นผู้ชายที่จะมาเป็นพ่อใหม่กำลังเอกเขนกดูทีวีอย่างสบายใจ  กิ๋วกับก้าวเคยสงสัยเหมือนกัน ว่าเขาทำงานทำการอะไร ถึงได้มีเวลาว่างมากมายขนาดนี้ มาเฝ้าแม่ได้เช้าเย็น  เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง ที่ทำให้แม่มีใจโอนเอียงไปหาเขา  รักแท้แพ้ใกล้ชิด  น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน  สองคำนี้ยังใช้ดีจริงเสมอ

   “หวัดดีค่ะ  ลุง”
   “หวัดดี  ลุง” กิ๋ว กับก้าว ยกมือไหว้ตามมารยาท
   “แม่ไปไหนฮะ” ก้าวถาม
   “อ๋อ  ไปซื้อกับข้าว  วันนี้ลุงตั้งใจจะมาทานข้าวที่นี่ด้วย  แม่เขาว่าไม่ได้เตรียมอะไรไว้” ปากเขาก็ตอบก้าว แต่จ้องกิ๋วในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามเป็นมัน  ก้าวเป็นผู้ชายเหมือนกัน ดูออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

    “กิ๋ว  เราว่าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดทำงานเลยก็ได้ เดี๋ยวจะได้ออกไปพร้อมกัน ” ก้าวบอก  กิ๋วเพิ่งรู้ตัว รีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างก้าวบอก

    “ก้าว ไม่ไปไหนเหรอ” แฟนแม่ถาม
    “อีกเดี๋ยวฮะ”เขาตอบ แต่ไม่ยอมมองหน้า แค่ยอมพูดด้วย นี่ก็เป็นเสนียดปากเต็มที
     “พวกดารานี่ก็ดีนะ  งานสบาย  รายได้งาม  ลุงได้ข่าวว่ายิ่งพวกพระเอกหนุ่ม ๆ ที่ถูกพวกผู้กำกับแต๋วๆ เลี้ยงต้อย  ก็ยิ่งเงินดี ไม่ใช่เหรอ ถามจริงเหอะ ไอ้เสี่ยหมูนั่นเคยมาติดต่อก้าวมั่งมั้ย ลุงเห็นมันดังมากนะ รวยด้วย ใครเป็นข่าวด้วยเห็นดังทุกคน”  คำพูดของเขา ช่างเหมือนคนไม่มีสมองเอาซะเลย ไม่ได้นึกถึงจิตใจคนอื่นเลย ว่าใครจะรู้สึกยังไง  
    “ฮะ  ยิ่งพวกมีเรื่องมีราว ตีต่อยกับคนอื่น ก็ยิ่งดังเร็วนะฮะ ” ก้าวจ้องหน้าเขาเขม็ง  

     กิ๋วเดินลงมาในชุดฟอร์มของบริษัท เห็นก้าวกำหมัดแน่น ว่าทีพ่อเลี้ยงก็ทำหน้ากวนโอ้ย สงสัยมี่เรือ่งพูดไม่เข้าหูกันแน่ๆ
     “อดทนนะ เพื่อแม่  เค้าขอร้อง  นับหนึ่งถึงร้อย  หนึ่ง  สอง  สาม  สี่  ห้า”  กิ๋วพยายามช่วยให้ก้าวใจเย็นลง
    “เสร็จแล้วเหรอ” ก้าวใจเย็นลง หันไปสนใจกิ๋วแทน ผมที่เปียกหมาดๆ ยังไม่ผ่านหวีด้วยซ้ำ แสดงว่ายัยสกั๊งไม่ยอมใส่หมวกคลุมผมอาบน้ำอีกแล้ว แต่เขาขี้เกียจพูดแล้ว เดี๋ยวก็ถูกเถียงอย่างเคย
     “อาบน้ำ หรือวิ่งผ่านวะ ไม่ถึงห้านาทีเลย”
     “ทำไมต้องอาบนานๆ ด้วยล่ะ เปลืองน้ำ อีกอย่างเค้ามันพวกไวปานวอก ไม่รู้หรือไง”
     “เออ ยัยวอก เราจะเรียกตัวเองว่าไงดีวะ ยัยวอก ยัยเบ๊อะ ยัยเอ๋อ สกั๊ง “
    “โอ้โห เลือกยากแฮะ แต่ละชื่อดีๆ ทั้งนั้นเลย” กิ๋วลอยหน้าลอยตา นิสัยแบบนี้แหละ ที่ก้าวว่าเป็นเสน่ห์ของกิ๋ว

     กิ๋วพาก้าวเข้าไปหาอะไรในครัว มีแต่ไข่ กิ๋วว่าจะทำไข่เจียวให้ แม่กลับมาจากตลาดพอดี เมนูก็เลยต้องเปลี่ยนกะทันหัน
    “อย่าให้แม่ลำบากใจเลยนะ  ” กิ๋วทำหน้าละห้อย  ก้าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ถือว่าเมื่อกี้เป็นการซ้อมละครฉากหนึ่งก็แล้วกัน
   “ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยฮะ” ถึงก้าวจะไม่ใช่พระเอก แต่ก็ไม่ได้เล่นแข็งเป็นท่อนซุงเหมือนพระเอกบางคน  เขาเข้าใจดีว่า บางทีชีวิตจริงก็ต้องใช้ก็ต้องมีการแสดงกันบ้าง
   “แม่ว่าจะทำข้าวผัด  ลุงชาติ เขาอยากกิน  ”
     กิ๋วกับก้าวมองหน้ากัน เดี๋ยวนี้สำหรับแม่ก็เป็นลุงชาติไปซะหมด  กิ๋วกับก้าวเข้าใจว่า แม่อยากทำให้พวกเธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นคนหนึ่งในครอบครัวด้วย  ถ้าเขาเป็นคนจริง ไม่ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง กิ๋วกับก้าวก็จะไม่อินังขังขอบอะไรกับเขานักหรอก  แต่เขาเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก ทั้งสองคนก็เลยไม่ชอบใจเท่าไหร่

    “กิ๋ว ไม่ไปทำงานเหรอ เห็นเมื่อเช้านาฬิกาปลุกซะดังลั่น หรือว่าตื่นสายแล้ว เลยไม่ไป” แม่แก้วว่า
   กิ๋ว กับก้าว ช่วยแม่ล้างผัก หั่นเนื้อ  ส่วนแฟนของแม่ก็นั่งจิบเบียร์ดูทีวีอย่างสบายอารมณ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    “ไปสิแม่  บ่ายๆ จะออกไปพร้อมก้าว  ดีเหมือนกัน ไม่ต้องขึ้นรถเมล์”
    “ถ้าเราได้เป็นพระเอกเรื่องนี้ จะซื้อรถญี่ปุ่นให้คันนึง”
    “ไม่ต้องหรอกค่ะ  เป็นพระคุณอย่างสูง  ดิฉันอยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้ว”
    “ห้อยเป็นชะนีเนี่ยนะ  มีความสุข”
    “ก็ไม่ทุกวันซักหน่อย  บางวันแฟนเค้าก็มารับ”
    “อ๋อ  เราลืมไป  ตัวเองมีแฟนแล้ว” ก้าวกระแหนะกระแหน
    “กิ๋ว ไม่เห็น  อรรถ มาบ้านเรานานแล้วนะ” แม่แก้วนึกสงสัย เมื่อก่อนเช้าถึง เย็นถึง แต่นี่เกือบอาทิตย์มาแล้วที่ไม่เห็นหน้าเขาเลย
    “ตอนนี้เขากำลังยุ่งจ้ะ  งานเขาเยอะ  เขากำลังจะได้เลื่อนเป็นผู้จัดการแล้วนะ” กิ๋วอวด
   “เออ  เก่งเว้ย  อายุแค่นี้เป็นผู้จัดการแล้ว  แต่ใครก็เก่งทั้งนั้นแหละ  ถ้ารู้จักทำงานทำการ” ก้าวพูดเสียงดัง ตั้งใจให้กระทบใครโดยเฉพาะ
    กิ๋วแอบหันไปมอง ลุงชาติแทบจะสำลัก  กิ๋วบอกให้ก้าวดูด้วย สองคนพี่น้องหัวเราะอย่างพอใจ

   “บ้าจริง ๆ พี่น้องคู่นี้” แม่แก้วว่า แล้วส่ายหน้า ทั้งสองคนเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว แต่ยังทำตัวเหมือนเด็กอยู่เรื่อย
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    ลูกสาวลูกชายออกจากบ้านไปด้วยกันเลยทั้งที่บอกว่าจะไปตอนบ่าย ตอนนี้ก็เหลือแต่แม่แก้วกับลุงชาติสองคน
    แม่แก้วนั้นอายุอานามก็สี่สิบปีพอดี แต่เพราะเป็นคนรูปร่างกะทัดรัด และ ผิวขาว ทำให้ดูยังเป็นสาว  ดูเผินๆ เหมือนเป็นพี่สาวของกิ๋วด้วยซ้ำ  
งานที่แม่แก้วทำเลี้ยงลูกนั้นเป็นงานฝีมือที่ต้องทำอยู่บ้าน  ไม่ใช่งานที่ต้องออกไปตรากตรำทำงานหนัก ร่างกายก็เลยยังเต่งตึง ผุดผ่อง  ดึงดูดใจหนุ่มใหญ่ทั้งหลายได้อยู่  
และลุงชาติ หนุ่มใหญ่วัยเกือบห้าสิบ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบพอแม่แก้วอยู่เหมือนกัน  เขาบอกแค่ว่าเขาทำธุรกิจส่วนตัว  ถึงไม่ต้องไปตอกบัตรทำงานตามเวลาเหมือนคนอื่น  จึงมีเวลาแวะเวียนมาขายขนมจีบให้แม่แก้วได้บ่อยกว่าคนอื่น และดูเหมือนแม่แก้วจะมีใจให้เขามากกว่าคนอื่นด้วย ถึงได้ยอมให้เข้านอกออกในบ้านหลังนี้ได้

    “แก้วทำอาหารได้อร่อยถูกปากผมจริง ๆ ผมไม่เคยกินอาหารอร่อยแบบนี้ทีไหนเลย” ลุงชาติไม่แก่แค่ตัว มุกก็ยังเก่าแถมเน่าสนิทอีกด้วย
    “แหม  ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
    “พูดก็พูดนะ  ตอนนี้เราก็คบหาดูใจกันมานานแล้ว  ผมว่าถึงเวลาที่เราจะต้องอยู่เป็นสามีภรรยากันสักทีแล้วล่ะ  ผมก็แก่ปูนนี้แล้ว  ลูกเต้าก็คงไม่มีแล้ว  ก็มีแต่ลูกแก้วสองคนนี่แหละ ที่ผมจะฝากผีฝากไข้ตอนแก่เฒ่าได้”ลุงชาติดึงมือแม่แก้วให้นั่งลงข้าง ๆ
    “เรื่องนี้ คุณต้องพูดกับลูกแก้วเองแล้วล่ะ  เพราะตอนเป็นสาว ผู้หญิงจะมีเหย้ามีเรือนก็ต้องตามใจพ่อแม่  ตอนนี้แก้วมีลูก  ก็ต้องให้ลูกเห็นดีเห็นงามด้วย”
   “ผมว่าลูกของแก้วต้องเห็นดีอยู่แล้วล่ะ  เพราะทั้งกิ๋วกับก้าว ดูจะรักผมมาก  ผมก็รักทั้งสองคนเหมือนลูกแท้ ๆ “ ถ้ากิ๋วกับก้าวได้ยินที่เขาพูดออกมา  ทั้งสองคนอาจจะแหวะอาหารที่เพิ่งกินไป  ออกมาจนหมดก็ได้
   “แก้วดีใจที่ได้ยินคุณพูดแบบนี้”
   “ไม่ต้องห่วงหรอก  ผมจะมาอยู่ที่นี่กับแก้ว  แก้วจะได้อยู่ดูแลลูก ๆ ได้  ผมไม่พาแก้วไปอยู่ที่อื่นหรอก”
    เขาคิดว่าที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว  ขืนให้ไปอยู่บ้านเขา ก็คงได้ตบตีกับนังเมียแร้งทึ้ง ปลาร้าค้างปี  ถึงบ้านหลังนี้จะเก่าไปบ้าง แต่อีกหน่อยลูกชายที่เป็นดาราก็คงสร้างให้ใหม่ใหญ่โตกว่านี้  ถึงแม่แก้วจะหย่อนยานไปบ้าง ก็ยังมีเนื้อหนังเต่งตึงของลูกสาวไว้มองเล่นแก้เซ็ง  เผลอๆ อาจจะได้ทั้งแม่และลูกใครจะไปรู้

   “แก้วตกลงกับผมเถอะนะ  แก้วคงไม่คิดเรื่องแต่งงานหรอกมั้ง เพราะเราก็แก่กันปูนนี้แล้ว” เขาพูดดักทาง
   “ไม่หรอกค่ะ  แต่งไม่แต่งไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับแก้วหรอก  แค่ลูก ๆ รับได้ ก็พอแล้ว”
   “งั้นแก้วรีบปรึกษาลูก ๆ เลยนะ  ผมอยากมาเป็นครอบครัวเดียวกับแก้วใจจะขาดอยู่แล้ว” เขาออดอ้อน
   “ทุกวันนี้ผมอยู่ตัวคนเดียว เหงาก็เหงา  กลับไปบ้าน หัวถึงหมอน บางทีก็นอนร้องไห้ คิดว่าชีวิตตัวเองแย่จริง ๆ เกิดมาป่านนี้แล้ว ไม่รู้มีเวรมีกรรมอะไรถึงไม่มีครอบครัวเหมือนคนอื่นเขา”
   เขากลัวแม่แก้วไม่เชื่อ ทำหน้าเศร้าให้เห็นด้วย  เขาไม่มีครอบครัวจริง ๆ ไม่ได้โกหก  มีแต่เมียเล็ก เมียน้อย บ้านโน้นบ้าง  บ้านนี้บ้าง  ลูกเต้าก็มากมายจนจำได้ไม่หมด  ที่เกิดมาแล้วก็ปล่อยให้แม่มันเลี้ยงตามเวรตามกรรม  
ช่วยไม่ได้ที่ดันมาหลงคารมเขาเอง  ความจริงควรมีใครมอบรางวัลให้เขาด้วยซ้ำ ในฐานะที่ช่วยเพิ่มประชากรให้ประเทศไทย  


โชคดีที่บริษัทที่ก้าวจะไปอยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงานของกิ๋ว เขาก็มีนัดตอนบ่ายโมงเหมือนกัน เขาตั้งใจว่าจะไปส่งกิ๋วที่ทำงานก่อน แล้วค่อยเข้าไปจัดการเรื่องของตัวเอง
     “เค้าว่า  เราหันไปพึ่งไสยศาสตร์ดีกว่าไหม  อีตานั่นจะได้ไม่มายุ่งกับแม่เรา”
กิ๋วเสนอความคิดเห็น ก้าวกำลังขับรถอยู่  หันมามองหน้ากิ๋ว  จากที่แอบอมยิ้ม ก็ยิ้มอย่างเปิดเผย และหัวเราะก๊ากออกมาในที่สุด
     “ยัยบ้าเอ้ย  อุตส่าห์เป็นสาวสมัยใหม่  ใช้อินเตอร์เน็ต  ใช้มือถืออินเทรนด์  แต่ชวนพึ่งไสยศาสตร์เนี่ยนะ  บ้าหรือเปล่า”
    “นี่  ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ”
    “เราไม่ได้ลบหลู่  แต่เราเชื่อว่าสักวัน ก้อนกรวดที่คนเคยคิดว่าเป็นเพชร มันต้องเผยตัวเองให้คนเห็นว่าเป็นแค่กรวด จนได้น่ะแหละ”
   “พูดอะไรฟังไม่เข้าใจ” กิ๋วทำหน้างง
   “ช่างเหอะ  เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน  บทเรื่องใหม่น่ะ  คนเขียนบท ก็เขียนอะไรไม่รู้  งงฉิบ  เหมือนไม่ใช่ภาษาคนอย่างนั้นแหละ”
   “ระวังนะ  เราจะเอาคำพูดตัวเองไปขายนะ  พระเอกสองรูปหล่อ  ชื่ออะไรนะ  ปพนธนัย  บอกว่าคนเขียนบทละครไม่รู้เรื่อง” กิ๋วว่าแล้วหัวเราะ  ก้าวหัวเราะตามไปด้วย
    “เออว่ะ  ชื่ออะไรไม่รู้  อ่านก็ยาก  ชื่อเก่งกล้าน่ะ ดีแล้ว”
    “แหม  ก็เก่งกล้า มันเช้ยเชย  ไม่สมกับเป็นชื่อพระเอกนี่จ๊ะ” กิ๋วหัวเราะร่วน
    “ถึงจะเชยก็เป็นชื่อที่แม่เราตั้งให้  ยังไงก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว”
    “ตัวเองรู้ได้ไง  ว่าแม่ตั้ง ไม่ใช่พ่อตั้ง” กิ๋วแย้ง
    “จำไม่ได้หรือไง  ยัยเอ๋อ  แม่บอกว่า พ่อหายไปตั้งแต่เรายังอยู่ในท้องแม่ด้วยซ้ำ  พ่อจะตั้งชื่อให้เราได้ไง”

    “ทำไมจะไม่ได้  เค้ากับอรรถยังตั้งชื่อลูก  ตั้งแต่ตอนนี้เลย”
    “นั่นแหละ  มีแต่คนบ้าทั้งนั้นแหละ  ที่ทำแบบนั้น  เอ้า  ถึงออฟฟิศตัวเองแล้ว  เชิญเสด็จ”
    “อีกห้านาทีบ่ายโมง” กิ๋วมองนาฬิกาข้อมือแล้วบอก
    “ก็รีบไปสิ  เราก็จะรีบเหมือนกัน”
    กิ๋วรีบวิ่งลงจากรถ  พนักงานในบริษัทของเธอเริ่มทยอยเข้าทำงานกันแล้ว  อรกับพี่ติ๋มก็กำลังเดินมาเหมือนกัน  กิ๋วยืนรอจะได้เดินขึ้นไปบนสำนักงานที่ชั้นแปดพร้อมกัน

    “ยัยเอ๋อเอ้ย  ลืมมือถืออีกแล้ว” ก้าวมองเห็นมือถือของกิ๋ววางอยู่หน้ารถ  ถือว่าโชคดีที่เขาไม่ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ แบบกิ๋วไปด้วย ไม่งั้นคงได้ชื่อว่า พระรองร้อยเทคแน่ ๆ หรือจะเรียกว่าพระเอกสองแบบกิ๋วเรียกดี
   “เดี๋ยวค่อยเอาไปให้แล้วกัน” ก้าวว่า  เขาไปหลังเวลานัดคงไม่ดีแน่ ไม่อยากให้คนอื่นคิดว่า แค่วันมาเทสต์หน้ากล้อง เขายังไม่ตรงเวลา  เรื่องนี้สำคัญมาก  เพราะเขาเคยเจอมาแล้ว
ที่ต้องมานั่งรอพระเอกทั้งวัน แล้วจู่ ๆ พระเอกคนนั้นโทรมาบอกว่า  มาไม่ได้ เพราะตื่นสาย หรือนอนน้อยอะไรแบบนี้  คนอื่นโกรธแทบตาย แต่ก็พูดอะไรไม่ได้
เพราะเกิดพระเอกคนนั้นไม่พอใจขึ้นมา เลิกเล่นไปดื้อ ๆ กองถ่ายก็จะวุ่นวายน่าดู  ก้าวบอกกับตัวเองว่าไม่ว่าจะโด่งดังแค่ไหนก็ตาม เขาจะไม่เป็นแบบนั้นเป็นอันขาด

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    กิ๋วกำลังนั่งทำงานอยู่  สติเกือบเตลิดอยู่ๆ ก็มีเสียงร้องกรี๊ดกร๊าด เหมือนใครถูกเชือด ดังขึ้นที่หน้าออฟฟิศ
    “มีอะไรเหรอ  อร  ใครเป็นอะไร” กิ๋วเงยหน้าขึ้นมาถาม
    “พี่ก้าวมา  เร็ว ๆ สิ  ช้าอยู่นั่นแหละ” อรไม่ยอมบอกต่อว่าก้าวไหน แต่รีบวิ่งไปเฮโลกับคนอื่นด้วย
    “ก้าวไหนวะ” กิ๋วนึกสงสัยขึ้นมา  หวังว่าคงไม่ใช่ ก้าว เก่งกล้านะ  เพราะเธอเคยย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามมาเหยียบบริษัทเป็นอันขาด เพราะเธอต้องการความสงบในการทำงาน
ไม่อยากให้ถูกจับตา ว่านี่ไง พี่สาวของ ดาราที่ชื่อ ปพนธนัย

    กิ๋วลุกออกมาจากโต๊ะ  แล้วเดินไปที่หน้าออฟฟิศด้วย  ระหว่างนั้นร่างหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงกระแทกเธอเข้าจนเซถลาลงไปกองกับพื้น
   “ขอโทษจ๊ะ  กิ๋ว โยรีบ” วาโย  ลูกสาวของเจ้าของบริษัทนั่นเอง ไม่รู้ว่าเธอรีบร้อนอะไรนักหนา  วาโยเข้ามาพยุงกิ๋วลุกขึ้น  แล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไป

    กิ๋วเดินออกมาถึงหน้าประตู  เห็นคนกำลังยืนรุมล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่  ร่างสูงเด่นสะดุดตา ไม่ต้องบอกเธอก็รู้ว่าใคร  
เขาหันมากวักมือเรียก แล้วก้มลงไปเขียนอะไรยุกยิกแล้วยื่นให้บรรดาสาว ๆ ที่รุมล้อมอยู่
    “บอกแล้วว่าอย่ามาที่ทำงาน  นายก้าวนะนายก้าว  จบกันชีวิตฉัน” กิ๋วพึมพำแล้วเดินไปหาน้องชายเหมือนหุ่นยนต์






 

Create Date : 13 มิถุนายน 2551    
Last Update : 13 มิถุนายน 2551 15:19:25 น.
Counter : 167 Pageviews.  


ลำบากใจจัง~ ทีเกิดมาหน้าตาดี
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




~ ~ ~ alex~xela ~ ~ ~ xela~x ~ ~ เบญจรัตนะ ~ ~ ~

ทั้งหมดนี้ คือ เราเอง

เกิดเป็นคนนี่มันก็ดีเนอะ - -
ถึงจะไม่พ่อ - -แต่ก็ยังมีแม่ที่น่ารักมาก ๆ
มีน้องชาย ที่โคตรหล่อ (มีคนบอก แต่เราไม่เคยหาความหล่อของมันเจอเลย)

ช่างมันเหอะ - -เรื่องหน้าตา ไม่สำคัญเท่ากับจิตใจหรอก
เราเนี่ยแหละ คนนึง
หน้าตาก็ห่วย แถมจิตใจยังแย่อีกต่างหาก ก๊ากกกก - -บ้าไปแล้ว

ชอบเขียนหนังสือ แต่พูดไม่ค่อยเก่ง

คติประจำใจ - -
ถ้ามีแฟนแล้วไม่ดี ก็อย่ามีมันเลยจะดีกว่า
(หุหุ - -ข้ออ้างของคนไม่มีแฟน)








































Friends' blogs
[Add ลำบากใจจัง~ ทีเกิดมาหน้าตาดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.