LOVE IS A WAR , EASY TO START BUT VERY HARD TO STOP.
Group Blog
 
All blogs
 

~~ สมุนไพร เพื่อบำรุงรักษาผิวหน้าและผิวกาย ~~

ผู้หญิงไทยนั้นเถิดและดำรงชีวิตในแผ่นดินไทย ที่มีอากาศร้อนชื้น แตกต่างจากผู้หญิงตะวันตก ที่ดำรงชีวิตในภูมิอากาศแห้ง หนาวเย็น เครื่องประเทืองผิวพรรณ และความงามของตะวันตก จึงไม่น่าจะเหมาะสมกับผู้หญิงไทย อีกทั้งยังมีราคาแพงด้วย ในปัจจุบันสถาบันการแพทย์แผนไทย ของกระทรวงสาธารณสุขได้ค้นคว้าวิจัยแล้วว่า พืชพันธุ์ไม้ของไทยหลากหลายชนิด มีคุณสมบัติในการประเทืองผิวพรรณของคนไทยได้ดี จึงขอเสนอความรู้ที่เกี่ยวกับสมุนไพร เพื่อบำรุงรักษาผิวหน้าและผิวกาย ดังต่อไปนี้





๑. แตงกวา (Cucumis Sativur Linn.) เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ง่าย ซึ่งได้จากตลาดทั่วไป แตงกวาเป็นพืชที่มีวิตามินสูง มีเอนไซม์คริสซิน (Crysin) ที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวไม่หยาบกร้าน เนื่องจากเอนไซม์ในแตงกวา จะย่อยสลายผิวหนังที่หยาบกร้านให้หลุดออก แล้วผิวใหม่ที่อ่อนนุ่มจะเกิดขึ้นมาแทนใหม่ การรักษาผิวหน้าด้วยแตงกวา ควรล้างหน้าให้สะอาด แล้วใช้แตงกวาสดฝานเป็นชิ้นบาง ๆ วางบนผิวหน้า หรือคั้นน้ำแตงกวาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงย้ายออก ปัจจุบันมีเครื่องสำอางสมุนไพรที่ใช้น้ำแตงกวาผสม เช่น สบู่แตงกวา ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว แต่วิธีใช้แตงกวาสดจะได้ผลดีและราคาถูก ถ้าใช้สม่ำเสมอจะทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวลขึ้น




๒. ว่านหางจระเข้ (Aloc indica Royle) เป็นพืชปลูกง่าย ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ต้นเป็นปล้องยาวปลายแหลม มีหนามข้าง ๆ คล้ายหางจระเข้ ในปล้องเป็นวุ้นใส มีคุณค่าสูง มีประโยชน์หลากหลาย ใช้เป็นอาหารได้ เช่น มีผู้นำวุ้นหางจระเข้ไปทำเป็นผลไม้กระป๋อง ส่งจำหน่ายต่างประเทศ หรือจะรับประทานสดเหมือนผลไม้ก็ได้ มีประโยชน์ในด้านเป็นยารักษาโรค เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้หางจระเข้ ปอกเปลือกล้างยางที่เปลือกออกให้หมด นำวุ้นของหางจระเข้แปะปิดแผล จะลดอาการอักเสบพองปวดแสบปวดร้อนได้ดี และแผลจะแห้งยุบโดยเร็ว นอกจากนี้ ใช้ว่านหางจระเข้เป็นเครื่องสำอาง เช่น ใช้วุ้นหางจระเข้สดหมักผมก่อนสระจะบำรุงให้นุ่มดกดำดี ในปัจจุบันมีการนำวุ้นหางจระเข้ไปผสมทำ แชมพูสระผม และเครื่องสำอางหลายชนิด เช่น ครีมทาผิว




๓. มะขามเปียก (Tamarindus indica Linn) คือเนื้อมะขามนุ่มสีน้ำตาลจากมะขามฝักแก่ เป็นสมุนไพรที่คนไทยใช้รักษาผิวพรรณมานาน ในวรรณคดีไทยเรื่องสำคัญ ๆ จะกล่าวถึง การที่หญิงไทยใช้มะขามเปียกขัดผิว ทำให้ผิวสะอาดเกลี้ยงเกลามีน้ำมีนวล เพราะมะขามเปียกมีกรดอ่อน ๆ ที่จะช่วยขจัดผิวที่หยาบกร้านหรือล้างคราบเหงื่อไคลสกปรก วิธีใช้อาจใช้มะขามเปียกผสมน้ำอุ่นทาผิวหน้า ผิวกาย หรือจะใช้มะขามเปียกผสมนมสด ทาหรือพอกหรือขัดบริเวณผิวพรรณที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก หัวเข่า ฝ่ามือ หลังมือ แขน ขา จะทำให้ผิวนุ่มนวลขึ้น ในปัจจุบันมีผู้ผลิตครีมมะขามสำหรับล้างหน้าออกจำหน่ายด้วย




๔. มะเขือเทศ (Lycopersicum esculentum Mill.) เป็นไม้กึ่งเลื้อยใช้รับประทานสดและประกอบอาหารได้หลากหลาย คั้นเป็นน้ำผลไม้ มีรสหวานผสมเปรี้ยวมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เพราะอุดมด้วยวิตามินหลายชนิด และมีสารคิวโลทีนอย (Culotenoid) เมื่อดิบผลมีสีเขียว เมื่อสุกมีสีแดงส้ม ซึ่งมีสาร Licopersioin มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย ถ้าใช้มะเขือเทศสุกสดคั้นน้ำและเนื้อทาพอกหน้า จะมีผลด้านสมานผิวให้เต่งตึง ช่วยขจัดความกร้านหรือจุดด่างดำได้ หรือจะฝานมะเขือเทศสุกเป็นแผ่นบาง ๆ แปะบนผิวหน้า จะรักษาผิวพรรณให้สะอาดเกลี้ยงนุ่มนวลดี




๕. มะนาว (Circus arranitfolia Swing) ในวงศ์ Rutaceae ผลเล็ก ๆ รสเปรี้ยว ประโยชน์ใช้ปรุงอาหาร เช่น ต้มยำ ยำต่าง ๆ หรือบีบน้ำมะนาวลงในอาหาร เช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว หรือทำเครื่องดื่ม เช่น น้ำมะนาว ชามะนาว และใช้น้ำมะนาวบำรุงรักษาผิวพรรณได้ โดยใช้น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ทาผิวหน้าที่เป็นฝ้าหรือรอยด่างดำ ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก ปฏิบัติสม่ำเสมอสัปดาห์ละ ๒-๓ ครั้ง ผิวจะนุ่มเนียน สะอาด รอยด่างดำจะหายไป




๖. งา (Sesamum indicum.,S.orientle L.) เป็นพืชที่ให้เมล็ดจำนวนมาก มีทั้งงาดำและงาขาว ใช้เมล็ดงาสดบีบคั้นน้ำมันซึ่งมีอยู่ในเมล็ดถึงร้อยละ ๔๕ ขึ้นไป โดยไม่ต้องคั่วหรือใช้ความร้อนช่วย นำน้ำมันจากเมล็ดงามาทาผิวหน้า ผิวกาย จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้นุ่มเนียนผุดผ่อง หรือใช้น้ำมันงาหมักผมก่อนสระ ผมจะดกดำเป็นเงางาม และเส้นผมแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย




๗. ขมิ้นชัน (Curcuma Longe Linn.) วิถีไทยแต่โบราณใช้เหง้าขมิ้น บำรุงผิวพรรณ ดังปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่องที่กล่าวถึงสตรีไทย ใช้ขมิ้นทาบำรุงผิวให้เหลืองละออนุ่มนวลงดงาม ทั้งนี้ เพราะขมิ้นเป็นสมุนไพรที่มีสาร Curcumin และน้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นหอม และมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด เมื่อมีผดผื่นคัน ใช้ขมิ้นทาจะขจัดอาการคันได้ และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคเชื้อราของโรคผิวหนังบางชนิดได้ด้วย




๙. ขิง (Zingiber officinale Roscoe ในวงศ์ Zingiberaceae) ใช้ประกอบอาหาร เช่น ใช้เหง้าอ่อนดองหวานและดองเค็ม ใช้เหง้าขิงแก่แห้งป่นเป็นผงชงน้ำดื่ม หรือทุบต้มน้ำผสมน้ำตาล เป็นน้ำขิง ผสมขนม เช่น เต้าฮวย ใช้หัวขิงแก่ประกอบอาหาร เช่น ไก่ผัดขิง หรือผสมผักราดหน้าปลา ฯลฯ ในปัจจุบัน มีการนำขิงไปผสมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น แชมพูขิง ของโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ช่วยทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ บำรุงเส้นผมให้แข็งแรงเป็นเงางามและสุขภาพผมแข็งแรง




๑๐. บอระเพ็ด (Tinospora crispa Miers ในวงศ์ Menispermaceae) เป็นไม้เถามีตุ่ม รสขม ปกติใช้ทำยา ทำอาหารก็ได้ เช่น บอระเพ็ดแช่อิ่ม ใช้บอระเพ็ดประเทืองความงามก็ได้ โดยมีการนำบอระเพ็ดผสมทำแชมพูสระผม ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ บำรุงเส้นผมให้แข็งแรงเป็นเงางามและสุขภาพผมแข็งแรงดี





๑๑. มะกรูด (Citrus hystrix DC. ในวงศ์ Rutaceae) เป็นไม้ต้นผลขรุขระ รสเปรี้ยว ใช้น้ำมะกรูดสระผม ผมจะดกดำเป็นเงางาม และใช้ทาผิวหน้า ผิวกาย กำจัดรอยด่างดำ ทำให้ผิวหน้าสะอาด ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สมุนไพร เช่น แชมพูมะกรูด



หวังว่าเพื่อนๆคงเอาไปใช้เป็นประโยชน์ได้บ้างนะคะ วันหลังเจออะไรดีๆ จะนำมาฝากกันอีกจ้า




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2551    
Last Update : 27 ตุลาคม 2551 22:58:33 น.
Counter : 2415 Pageviews.  

วิธีแก้ไขปัญหา "หน้ามันเยิ้ม"

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ ที่เพิ่มขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น แต่บางคนคิดว่าตัวเองพ้นวัยรุ่นมานานแล้ว ทำไมยังหน้ามันไม่หายสักที นั่นเป็นเพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อความมันบนใบหน้า ความเครียด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในหญิงมีครรภ์, ความร้อน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม

*ส่วนความเชื่อที่ว่าการรับประทานของมันๆ*

เช่น ขาหมู, ไอสกรีม, กะทิ แล้วจะทำให้หน้ามันนั้นเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะเป็นไขมันคนละชนิด กับที่หลั่งออกมาสู่ผิวหนัง

*ปัญหาที่พบคู่กันกับคนหน้ามันคือ*

รูขุมขนกว้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และหลั่งออกสู่ผิวหนังที่มากขึ้น เพราะถ้าไขมันเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็จะเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวตามมาให้กลุ้มใจอีกเรื่อง

*การดูแลรักษาผิวหน้า สำหรับคนหน้ามัน*

1. ควรล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2-3 ครั้งก็พอ เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไป กลับจะเป็นโทษคือทำให้ผิวหน้าอักเสบระคายเคืองได้ ในระหว่างวันถ้ารู้สึกรำคาญหน้ามันก็อาจใช้กระดาษซับมันช่วยได้ สบู่หรือโฟมที่เลือกใช้ควรผลิตสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ หรืออาจใช้เป็นสบู่เด็กก็พอ ไม่ควรใช้สบู่ที่ฟอกแล้วหน้าตึงมาก

2. ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (Oil-free) และไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comidogenic) และควรมีสารป้องกันแสง UV ที่จะมาทำลายผิวด้วย

3. การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ (Water Based) และปราศจากน้ำมัน (Oil-free)

ถ้าปฏิบัติด้วยวิธีดังกล่าวแล้วยังมีหน้ามันมาก มีรูขุมขนกว้างหรือมีสิวขึ้นจนขาดความมั่นใจ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะคุณหมอจะมียาทาบางชนิดที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ที่อุดตันตามรูขุมขนออกไป เช่น ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ, AHA, BHA ฯลฯ ทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้น

ส่วนยารับประทานที่ควบคุมความมันบนใบหน้า เป็นยาอันตรายนะคะ! ซื้อทานเองหรือเอาไปแบ่งเพื่อนทานก็ไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น







 

Create Date : 25 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 15:55:37 น.
Counter : 237 Pageviews.  

ผิวแบบไหน...ดูแลอย่างไร

ผิวของแต่ละคน มีลักษณะที่ต่างกัน จึงย่อมต้องการดูแลที่ไม่เหมือนกันก่อนอื่นมาตรวจสอบกันก่อนว่า คุณมีผิวชนิดใด

ล้างหน้าให้สะอาด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถ้าทำการตรวจสอบทันทีหลังล้างหน้า อาจทำให้คลาดเคลื่อนได้ เพราะแม้แต่คนที่หน้ามันสุด ๆ ยังดูแห้งได้หลังจากล้างหน้าใหม่ ๆ จึงควรทิ้งเวลาออกไป เพื่อดูการทำงานของต่อมไขมัน โดยใช้กระดาษนุ่ม ๆ บาง ๆ ปิดหน้า ถ้ากระดาษติดหน้าแสดงว่าผิวมัน ถ้าไม่ติดหน้าเลยแสดงว่าผิวแห้ง ถ้ากระดาษติดหน้าเพียงบางส่วนโดยเฉพาะบริเวณทีโซน แสดงว่าคุณมีผิวปกติ


*ผิวแห้ง* เป็นผิวที่ไม่สามารถรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ ทำให้ใบหน้าดูไม่มีชีวิตชีวา และมีโอกาสเกิดรื้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น ๆลักษณะของคนผิวแห้ง ...บริเวณแก้มด้านล่างที่ต่อกับคาง และผิวใต้ตาจะดูแห้ง บางครั้งจะลอกเป็นขุย
*วิธีดูแล* หลีกเลี่ยงการใช้โลชั่นเช็ดผิว เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้นทางทีดีควรใช้น้ำเปล่าล้างหน้าในช่วงเช้า ส่วนช่วงเย็น ซึ่งต้องล้างเครื่องสำอางออก ควรเลือกใช้ ครีมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ซึ่งจะรู้สึกผิวลื่น ๆหลังล้างหน้า ส่วนก่อนนอนควรบำรุงผิวหน้าด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าสำหรับคนที่หน้าแห้งมาก จนแตกเป็นลายงา ให้เพิ่มมอยเจอร์ไรเซอร์ในช่วงเช้าและกลางวัน แต่คนผิวแห้งก็มีข้อดี คือ รูขุมขน มักกระชับมองดูหน้าเนียนและไม่ค่อยมีปัญหาใบหน้ามันย่อง จนทำให้แต่งหน้าไม่ติดทน

-----------------------------------------------------------------------------

*ผิวมัน* ผิวประเภทนี้ จะมีความมันกระจายอยู่ทั่วใบหน้า และจะมีความมันมากเป็นพิเศษบริเวณทีโซน...หรือแถวหน้าผาก คาง และจมูก คนผิวมันดูเหมือนว่า จะเกิดริ้วรอยได้ยากกว่าคนผิวแห้ง แต่ก็ทำความสะอาดได้ยากกว่า และเนื่องจากต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ จึงทำให้รูขุมขนใหญ่ ผิวหน้าดูหยาบกว่าคนผิวแห้ง ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของคนผิวมัน คือ เมื่อไขมันออกมาเคลือบใบหน้ามาก ๆ เข้า ทำให้ใบหน้าดูมันย่อง หน้าตาไม่สดใส แต่งหน้าก็มักไม่ติดทน

*ขั้นตอนการดูแล* เลือกใช้สบู่อ่อน ๆ หรือเจลใสล้างหน้า และไม่จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อย ๆ ถ้าหน้ามันมาก ให้ใช้กระดาษซับหน้า คอยดูดซับน้ำมันออก จะช่วยให้ผิวหน้าผ่องขึ้นได้ ส่วนเครื่องสำอาง เลือกใช้ชนิด Oil-free เพื่อไม่ให้ใบหน้าดูมันเยิ้ม

-----------------------------------------------------------------------------

*ผิวปกติ* จริง ๆ แล้วคนส่วนใหญ่ มักมีผิวลักษณะนี้ คือ จะมีน้ำมันเคลือบผิวบาง ๆ บริเวณทีโซน คือส่วนของหน้าผาก และจมูกจะมีความมันมากกว่าส่วนของแก้ม ในขณะที่ผิวรอบดวงตาและส่วนของแก้มลงมาจนถึงคอ จะดูแห้งกว่าบริเวณทีโซน

*ขั้นตอนการดูแล* ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ และไม่ควรใช้โลชั่นทีมีส่วนผสมของแอลกฮอล์ เพราะจะทำให้คุณเป็นคนผิวแห้งได้ ส่วนการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ให้เลือกทาเฉพาะส่วนของของแก้ม และผิวรอบดวงตา เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย

-----------------------------------------------------------------------------









 

Create Date : 25 ตุลาคม 2551    
Last Update : 26 ตุลาคม 2551 8:24:29 น.
Counter : 187 Pageviews.  

เป็น " สิว "บอกอะไรได้มากกว่าที่คิด

สิวผุดขึ้นมาแต่ละเม็ด แต่ละเม็ด ก็ทำให้หนุ่มสาวหน้าใสที่ห่วงสวยห่วงหล่อแทบคลั่ง วิ่งหาวิธี delete สิวออกไปจากใบหน้ากันให้วุ่นวาย แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่าเป็นสิวไม่ใช่แค่บอกว่าสุขภาพผิวหน้าเราไม่ดี แต่ยังบอกถึงสุขภาพทั่ว ๆ ไปอีกด้วย เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบัน Leonard Drake ได้คิดค้นวิธีการวิเคราะห์ผิวลงไปลึกลงไปอีก ด้วยการผสานความรู้ในการดูแลผิวหน้าแบบตะวันตกเข้ากับศาสตร์การอ่านใบหน้าแบบจีน ซึ่งสามารถบอกได้ว่าสิวที่ขึ้นตามตำแหน่งต่าง ๆ ของใบหน้าหรือร่างกาย บอกความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนในบ้าง ว่าแล้วก็ไปหยิบกระจกมาส่องหน้าดูซิว่า อวัยวะส่วนใดผิดปกติกันบ้าง


โซนที่ 1
ตำแหน่งของสิว :หน้าผากด้านซ้าย
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง :การย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด เพราะทารองพื้นหรือแต่งคิ้วมากไป


โซนที่ 2
ตำแหน่งของสิว : หว่างคิ้ว
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง : ตับ
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้)การรสจัดหรืออาหารกินอาหารดึกเกินไป


โซนที่ 3
ตำแหน่งของสิว : หน้าผากด้านขวา
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง :การย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด เพราะทารองพื้นหรือแต่งคิ้วมากไป


โซนที่ 4,10
ตำแหน่งของสิว : ใบหูทั้ง 2 ข้าง
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง :ไต
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :ล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์หรือกินเนื้อสัตว์มากเกินไป


โซนที่ 5,9
ตำแหน่งของสิว: แก้มทั้ง 2 ด้าน
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง :
- แก้มส่วนบน ไซนัสและปอด
- แก้มส่วนล่าง เหงือก และฟัน
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :สูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็น ๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือโทรศัพท์มือถือไม่สะอาด


โซนที่ 6, 8
ตำแหน่งของสิว :รอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง :ไต และปัญหาภูมิแพ้
เสาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :ครื่องสำอางทีใช้อาจไม่เหมาะ หรือใส่แว่นาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือผักผ่อนน้อย เปลือกตาหากมีความระคายเคืองอาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร


โซนที่ 7
ตำแหน่งของสิว: จมูก และเหนือริมฝีปาก
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง :หัวใจ และระบบสืบพันธุ์
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :หากมีผิวสีแดงเข้มที่จมูก อาจบ่งบอกถึงโรคความดันโลหิตสูง การอุดตันหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ บอกถึงผลกระทบจากฮอร์โมน เช่นกำลังมีประจำเดือน วัยทอง การใช้ยาคุมกำเนิด


โซนที่ 11,13
ตำแหน่งของสิว :ใต้ริมฝีปากด้านซ้าย และขวา
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง :รังไข่
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ: อาจทำความสะอาดได้ไม่พอ หรือมาจากความสมดุลทางฮอร์โมน หากมีปัญหาการอุดตันช่วงใบหู อาจแสดงว่าฟันกรามมีปัญหา หรือว่าเพิ่งผ่าตัดฟันมา หรืออาจเกิดจากการมีรอบเดือน


โซนที่ 12
ตำแหน่งของสิว :ปลายคาง
อวัยวะที่เกี่ยวข้อง :กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :อาจกินอาหารรสจัดเกินไปจนลำไส้มีปัญหาในการดูดซึม


โซนที่ 14
ตำแหน่งของสิว ลำคอ และหน้าอก
สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ :ความเครียด

วันนี้ถ้าส่องกระจกดูสิว ก็อย่าลืมสังเกตสุขภาพร่างกายไปพร้อม ๆ กันด้วยนะคะ



ข้อมูลจาก สถาบัน Leonard Drake







 

Create Date : 19 ตุลาคม 2551    
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 15:51:23 น.
Counter : 167 Pageviews.  

~~ ข้อควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด ~~

ตอนนี้ทุกๆคนก็คงพอทราบถึงความสำคัญของการทาครีมกันแดด เพราะมีโฆษณาสินค้ากลุ่มนี้ออกมามากมายเหลือเกิน แต่หลายๆคนก็คงยังจะงงอยู่ว่า ตกลงแสง UVA กับ UVB มันต่างกันอย่างไร และ ทำไมเราถึงต้องระวังมันเป็นพิเศษ? แล้วพวกสารกันแดดทั้งหลายทั้งปวงที่เห็นตามโฆษณาน่ะ มันต่างกันอย่างไร?



ก่อนอื่นเลย ขออธิบายก่อนว่า ที่เราต้องทาครีมกันแดด (ทั้งตัวนะคะ ไม่ใช่ดูแลใบหน้าอย่างเดียว) นั้น เป็นเพราะว่ารังสี UVA จะทำให้ผิวเราเกิดริ้วรอย และเป็นต้นเหตุหลักของการดูแก่ก่อนวัย ส่วนรังสี UVB เป็นตัวการที่ทำให้ผิวเราไหม้ มิหนำซ้ำ รังสีทั้ง 2 ประเภทนี้เป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังที่สามารถคร่าชีวิตคุณได้ รู้อย่างนี้แล้ว คงพอเข้าใจถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการทาครีมกันแดดให้ทั่วๆตัวทุกครั้งก่อนที่จะออกไปโดนแดดนะคะ



แต่อย่าหลงคิดนะคะ ว่าทาครีมกันแดดอะไรก็ได้ แล้วจะปลอดภัยจากรังสีUVA และUVB เพราะสารกันแดดหลายตัวกลับสลายตัวเมื่อโดนแดด! นอกจากนั้น สารกันแดดบางตัวก็สามารถกันได้เฉพาะรังสี UVB เท่านั้น



Zinc Oxide และ Titanium Dioxide เป็นสารกันแดดที่นักเคมีต่างเห็นพ้องว่าเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการกันแดดได้ดีกว่าสารอื่นๆในท้องตลาด เพราะสาร 2 ตัวนี้สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB แถมยังไม่สลายตัว หรือ สูญเสียประสิทธิภาพในการกันแดดได้ง่ายๆด้วย วิธีที่สารสองตัวนี้กันแดด คือการสะท้อนรังสีนี้ออกไปจากผิวหนัง หรือที่เรียกว่าเป็น Physical Blockers



ส่วนสารกันแดดที่เป็น Chemical Blockers จะดูดซึมรังสีและไม่ให้มันทะลุเข้าไปใต้ผิวหนัง ที่ใช้มากในท้องตลาดคือ:


- Oxybenzone (กันรังสี UVB ได้มากแต่ UVAได้แค่บางส่วน),


- Avobenzone (กันรังสี UVA ได้อย่างเดียว),


- Mexoryl SX (กันรังสี UV ได้ทั้ง 2 แบบ),


- Helioplex (เป็นสารป้องกันการเสื่อมสภาพของสารกันแดดและ มีใช้ในสูตรที่ผสม Avobenzone และ Oxybenzone)



โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้ชี้แจงว่า Physical Blockers นั้นมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า Chemical Blockers อย่างไรก็ตาม Physical Blockers ก็มีข้อด้อยตรงที่จะทำให้ใบหน้าดูขาววอก จึงมีเฉพาะสาวหมวยหนุ่มตี๋/ยุ่น/ เกาหลี หรือ ฝรั่งที่จะพอใช้ครีมกันแดดประเภทนี้ได้



ในจำนวน Chemical Blockers นั้น Mexoryl และ Helioplex จะมีความเสถียรที่ดีกว่าตัวอื่นๆ อย่างไรก็ตาม Environmental Working Group (EWG) ของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาแสดงถึงความกังวลว่า Chemical Blockers อาจก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมนของร่างกายได้ถึงแม้ในขณะนี้ยังไม่มีการวิจัยที่ชี้ชัดว่าการใช้ Chemical Blockers มีอันตรายต่อสุขภาพ แต่เพื่อความสบายใจ เราแนะนำให้เลือกซื้อครีมกันแดดสูตรที่มี Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide อย่างน้อย 7 % โดยเฉพาะเมื่อใช้กับเด็กและ ทารก โดยครีมกันแดดนั้น ควรจะมีค่า SPF อย่างน้อย 30 สำหรับวิธีการใช้ที่ถูกต้องนั้น คือต้องทาครีมก่อนออกแดดซัก 20-30 นาทีและ ควรจะทาซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมงค่ะ



ส่วนบางคนที่อาจจะถามว่า แล้วถ้าเราใส่เสื้อผ้าแขนยาวขายาวล่ะ จะกันแดดได้หรือไม่? คำตอบก็คือ ได้ต่อเมื่อผ้านั้นถูกทอมาอย่างแน่นมากๆ ซึ่งวิธีการทดสอบว่าแน่นพอหรือไม่นั้น สามารถทำได้ง่ายๆค่ะ เพียงคุณนำไฟฉายส่องไปที่ผ้า แล้วดูว่ามีแสงเล็ดลอดไปอีกฝั่งของผ้ามั้ย หากไม่มีก็แสดงว่าผ้าตัวนี้สามารถกันแดดได้ค่ะ



หวังว่าข้อมูลที่เราสรรหามาให้คุณผู้อ่าน จะมีประโยชน์และ ช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อครีมกันแดดที่ดีที่สุดสำหรับคุณและ ครอบครัวนะคะ




#ขอบคุณ GNC Thailand





 

Create Date : 15 ตุลาคม 2551    
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 15:53:56 น.
Counter : 218 Pageviews.  

1  2  

Gus J.
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้องรับสู่ BLOG PIZZA
(◡‿◡✿) (◕‿◕✿) (◕〝◕) •.★*
*.:。✿*゚‘゚・✿.。.:*.♡.•
°∴ ☆..•°
รักสวยรักงาม
ชอบสะสมเงินและเครื่องสำอาง
รสนิยมสูงรายได้พองาม
ชอบท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อย
ชอปปิ้งคืองานของเรา ห้างไหนเซลจะเจอเราที่นั่น
เรื่องกินขอให้บอก กินได้ทุกอย่างจนตัวอ้วนกลม
รักหมารักแมว
อยากเป็นแม่บ้านให้คุณสามี
อยากมีลูกชายน่ารักๆ
นี่แหละตัวชั้น
❃❂❁❀✿✾✽✼✻✺✹✸✷
free counters




Friends' blogs
[Add Gus J.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.