Group Blog
 
All blogs
 

ผู้จัดการอยู่ไหมคะ




หลังจากที่หิวไส้กิ่ว อยากกินอะไรง่ายๆและเร็วที่สุด
ก็เลยเดินดุ่มๆเข้าไปในร้านไก่ทอดคุณปู่นายพัน
สองทุ่มครึ่งแล้ว...สั่งเสร็จขอเวลากินสิบห้านาทีก็ทันปิดร้านสามทุ่ม

ที่เคาน์เตอร์มีคนรออยู่ 3 ราย น้องพนักงานก็จัดของมือเป็นระวิง
มีทั้งรอบางรายการ มีทั้งสั่งใหม่

จนกระทั่งถึงคิวเราผู้หิวโหย
พอเราถามถึงไก่ชนิดที่เราจะกิน
น้องพนักงานก็บอกว่ามีค่ะ แต่รอ 8 นาทีนะคะ
"งั้นพี่เอา combo set ดีกว่าค่ะ อะไรก็ได้ที่มี"
จริงๆคือหิว จะรีบกิน รีบไป
แต่พนักงานก็บอกว่า ก็ต้องรอเหมือนกันค่ะ เพราะตอนนี้แทบไม่เหลือแล้ว

ตลอดเวลาที่คุยกับเรา สีหน้าเธอยิ้มแย้ม
ไม่ใช่ยิ้มแบบถูกสั่ง หรือยิ้มตลอดแบบนางงาม แต่ยิ้มแบบจริงใจ


เรายิ้มตอบ เมื่อรับถาดเฟรนช์ฟรายด์กับน้ำดื่มมา
เธอบอกโดยไม่ต้องถาม ว่า เดี๋ยวไก่เสิร์ฟที่โต๊ะนะคะ

กินเฟรนช์ฟรายด์ไปได้สามอัน ไก่ก็มา

ระหว่างที่กินไป เราก็นั่งดูการทำงานของเธอไป
แล้วใจก็เริ่มคิดว่า ถ้าเราเป็นเจ้าของร้าน เราก็อยากได้พนักงานแบบนี้
ยิ้มแย้มแจ่มใส แม้จะวุ่นวายตลอด ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆทุกคนนะนั่น
ในฐานะลูกค้า เราก็อยากเจอพนักงานแบบนี้เหมือนกัน



ระหว่างกินก็มีเสียงโครมครามจากการเก็บถาดแบบโยนโครมๆ
ไม่ใช่หนึ่งครั้ง แต่หลายครั้งมาก จากพนักงานผู้หญิงอีกคน
คงเหนื่อย อยากรีบๆเก็บ อยากเลิก
เราเหลือบสายตาดู อยากบอกว่าเบาๆหน่อยได้ไหม มันเป็นเสียงที่น่ารำคาญ
แต่คงเป็นเคราะห์ดีของเธอที่หยุดซะก่อน

จนเรากินเสร็จ มองหากระดาษกรอกความคิดเห็น แต่ก็ไม่มี
ไม่ได้จะรายงานพนักงานโครมครามหรอกนะ เพราะไม่ได้หงุดหงิด
แต่อยากชมพนักงานยิ้มแย้มคนนั้น
เพราะคิดว่า เวลาเจออะไรไม่พอใจ คนเราพร้อมจะตำหนิ
แต่เวลาเจออะไรที่ดี เรากลับเก็บไว้ในใจ เพราะอาย เขิน ไม่กล้าบอก



กำลังจะเดินไปบอกพนักงานคนนั้น แต่พอดีมีลูกค้าอีกคน
เราเลยหยิบใบเสร็จมาวงชื่อเธอไว้ แล้วเขียนด้านหลังว่า
น่าดีใจที่มีพนักงานที่ยังยิ้มแย้มเต็มใจบริการ ถึงแม้ว่าจะยุ่งมากขนาดนี้



พอดีลูกค้าคนนั้นเดินออกไป เราเดินไปที่เคาน์เตอร์ ถามเธอว่าผู้จัดการอยู่ไหมคะ
ตั้งใจจะให้โน้ตนั้นกับผู้จัดการ เธอจะได้รับการบันทึกคำชมด้วย
เธอยังยิ้มอยู่ เมื่อตอบอย่างเต็มใจว่าอยู่ค่ะ
ผู้ชายข้างๆเธอหันมา ท่าทางจะเป็นผู้จัดการ


พอเราถามว่าน้องชื่อ... ใช่ไหมคะ ตามใบเสร็จที่เราเห็น
เอาให้แน่ใจว่าเป็นเธอแน่ๆ ไม่ใช่ใช้รหัสเครื่องเพื่อน
เธอเริ่มตาสลด เมื่อตอบรับ คงคิดว่าทำอะไรไม่ถูกใจคุณพี่คนสวยแน่ๆ



เราเลยต้องรีบบอกว่า ไม่ได้มีอะไรค่ะ นอกจากอยากจะชมว่าน้องเป็นพนักงานที่ยิ้มแย้ม บริการดีมาก ยุ่งมากขนาดนี้ก็ยังบริการดี
เราส่งโน้ตให้ผู้จัดการเธอ
ทั้งคู่ยิ้มตาเป็นประกาย พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณพร้อมกันโดยไม่ได้นัด



เรายิ้มแล้วก็เดินออกจากร้านมา
อยากให้เธอได้รับกำลังใจในนาทีสุดท้ายก่อนปิดร้าน หลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน
พรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงานต่อ
อย่างน้อย ร้านนี้ก็จะยังมีพนักงานดีๆต่อไปอีกคน

แล้วถ้าเธอได้เลื่อนขั้น เราก็แอบหวังว่าจะได้ไก่ชิ้นโตทุกครั้งที่มากิน




 

Create Date : 10 มีนาคม 2553    
Last Update : 10 มีนาคม 2553 0:09:15 น.
Counter : 429 Pageviews.  

กระรอกน้อยเปียกปอน





ตื่นมาแบบสบายๆ ว่าจะจิบกาแฟเพลินๆ
เจอภารกิจพิเศษ เลยไปทำงานสายจนได้

ภารกิจที่ว่านั่นคือการช่วยกระรอกตกน้ำ ว่ายวนอยู่ในถัง ปีนขึ้นไม่ได้
ถึงแม้บางเช้า เราจะรำคาญเสียงกระรอกที่ใช้หลังคาบ้านเรากับสายไฟเป็นทางลัดไปต้นไม้หน้าบ้าน
แต่พอเห็นท่าทางกระเสือกกระสนของเจ้ากระรอกแล้วก็อดสงสารไม่ได้



ทีแรกคิดว่าหนู
แต่เอ๊ะ! หางมันฟูๆนี่นา ไม่ใช่หนูหรอก
เป็นกระรอกสีเทาดำ


ระหว่างที่กระรอกว่ายวนสุดฤทธิ์
เราก็คิดว่าจะทำยังไงกับมันดี สงสารก็สงสาร
กลัวมันไต่มากัดมือ เพราะมันกำลังตื่นกลัว
ขี้เกียจไปฉีดยากันบาดทะยักน่ะ ไม่ใช่อะไร


ในที่สุดก็คว้ากระป๋องเล็ก กับฝาหม้อมาเตรียมปิด
ทำกระรอกต้ม
เปล่าหรอก จะตักมันออกมาน่ะ



พอหย่อนถังเล็กลงไป เจ้ากระรอกก็ว่ายเข้าไปในถัง
เราตกใจก็ปล่อยถังลอยตุ๊บป่อง
ดีที่กระรอกยังว่ายวนอยู่ในถัง
อีกมือเราก็รีบเอาฝาปิด

พอวางถังลง เปิดฝาออก กระรอกก็ไต่ขึ้นมาเอาคางเกยขอบถัง
แต่ไม่ไปไหน
สงสัยหางที่จุ่มในน้ำคงจะหนัก
มันได้แต่หลับตา อาบแดด คงหมดแรง เพราะตะกายว่ายอยู่นาน

เราปล่อยให้มันอาบแดดไป จนช่วงบนแห้ง
สักพักก็ผลักถังให้ตะแคง เจ้ากระรอกจะได้ออกไปได้
มันวิ่งไปหลบใต้พุ่มไม้
เป็นอันจบภารกิจแบบปลอดภัยทั้งสองฝ่าย

ตอนช่วงที่เจ้ากระรอกหมดแรง หลับตา อาบแดดอยู่
เราเดินกลับเข้าบ้านไปเอากล้องมาถ่ายไว้
เพราะมันดูตลกดี
แต่ขอไม่ลงรูปมันละกัน
เพราะตอนเปียกๆ มันดูเหมือนหนูขนเลี่ยนๆเป็นที่สุด



พอแต่งตัวเสร็จจะออกจากบ้าน
ได้ยินเสียงกรอบแกรบบนยอดไม้
มองไปเห็นหางฟูไวๆ สีดำๆ

เราคิดว่าเป็นเจ้าตัวที่ตกน้ำนั่นแหละ
สงสัยมาดักรอขอบคุณ




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2553 0:36:38 น.
Counter : 1281 Pageviews.  

มีใครช่วยตอบได้ไหมคะ...ว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร





เจ้าของสิ่งนี้อยู่หน้าโบสถ์ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง
เป็นที่คาใจมาหลายวันแล้ว ว่าคืออะไร
วันนั้นก็ไม่มีใครให้ถามซะด้วยสิ

สีน้ำตาลๆที่ผูกติดอยู่ คือ หมากหั่นเป็นเสี้ยวๆ


มีใครพอจะช่วยให้ความรู้ได้บ้างไหมคะ ว่ามันคืออะไร เอาไว้ทำอะไร
ดูๆไปก็เหมือนของเซ่นไหว้ สไตล์ดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู ทำนองนั้น


แอบหวังเต็มที่ ว่าคุณก๋าจะช่วยไขข้อข้องใจได้




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2552    
Last Update : 17 ธันวาคม 2552 18:02:26 น.
Counter : 448 Pageviews.  

เบื้องหลังนางงาม






ก่อนไปเที่ยวก็ตัดใจแล้วนะ ว่าอาจต้องเผชิญกับอาการเมารถ
เพราะถ้าขึ้นดอยลงดอยละก็ เป็นที่คาดเดาได้ว่า ไม่น่ารอด

ระหว่างจัดของ เพื่อนรู้เข้าก็รีบเตือนว่า อย่าลืมยาแก้เมารถ
ยังหลั่นล้าตอบได้ว่า ไม่ลืมหรอก ปัจจัยช่วยชีวิตเลยละ
ยังโดนเพื่อนกัด ตอนเราแหย่เขาว่า ดีนะเนี่ย ที่ไม่เป็นทหารเรือ หรือนักบิน
"เป็นทหารราบได้ ไม่ก็ นย." เพื่อนตอบทันควัน

นย.อะไร... เราสงสัย...
เดาได้ว่าไม่ใช่นาวิกโยธินแน่ๆ
"นย. ก็ นอนยาวไงครับ ไม่นอนราบ ก็นอนยาว"
ทำเอาเราหัวเราะขำ แอบคิดในใจว่า กินยา ไม่เป็นไรหรอก


สามวันผ่านไป ขึ้นดอย ลงดอย ฝุ่นท่วมหัวแค่ไหน ก็ยังรอดมาได้
เพราะกินยาตลอดทุกครั้งที่ขึ้นรถ
ในขณะที่เพื่อนร่วมทาง คว้าถุงดำไปตะคอกเอาเป็นเอาตาย
หน้าซีดหน้าเซียวไปหลายรอบ


ในกระบวนผู้ร่วมทริป มีกลุ่มเด็กซนแซ่บแสบไส้อยู่รถอีกคัน
ที่ซนติดอันดับแบบได้ยินเสียงแม่เรียกตลอดเวลา กลัวกลิ้งลงเขาไป มีอยู่สองคน

สองรายนี้ เราระวังสุดๆ ไม่เข้าใกล้ เพราะกลัวถูกวิ่งชนตกเหวไปไม่รู้ตัว
เรียกว่าอยู่ที่ไหนก็ได้ยินเสียง
ไม่ว่าจะเสียงเจ้าตัวเอง หรือเสียงแม่เรียก
ซึ่งไม่ว่าแม่จะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจฟัง

ช่วงอยู่บนสวนส้มบนไหล่เขา รายหนึ่งก็ถือกรรไกรตัดส้ม ล้มลื่นถลา เป็นที่น่าหวาดเสียวยิ่งนัก
ทำเอาเราตั้งปณิธานว่า อยู่ห่างๆกันได้เป็นดีที่สุด


แต่บ่ายวันสุดท้าย ก่อนแวะร้านขายเซรามิค
เราตายตอนจบด้วยการอ๊อกแบบหมดไส้หมดพุง หมดแรงเดิน
ก็เลยยืนรับลมอยู่ด้านนอกตึก ไม่มีอารมณ์ดูของ
บอกเพื่อนที่ไปด้วยกันว่า รออยู่ข้างนอกนะ ไม่ต้องห่วง


หลังจากยืนไม่พูดไม่จากับใครทั้งสิ้นอยู่ครู่ใหญ่
ก็เหลือบไปเห็นน้องบอส (นามสมมติ) เจ้าเก่ารายเดิมที่สวนส้ม เดินมาคนเดียวแบบเงียบๆ ไม่ส่งเสียงตะโกนตามที่เคย



เรานึกรู้ทันทีว่า แม่คงไม่ให้น้องบอสเข้าร้านเซรามิคแน่
เพราะถ้ากวาดยกชั้นละก็ คงจ่ายเงินกันไม่ไหว
น้องบอสก็เลยถูกทิ้งอยู่ข้างนอก


เราค่อยๆเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเดินช้าๆ
ดูโมเดลเซรามิคในตู้โชว์กระจกตามทางไปร้านขายของ
เห็นน้องบอสเดินสวนไปตามทางที่เราเพิ่งละมา

สักพัก น้องบอสก็ค่อยๆเดินกลับมาเกาะตู้โมเดลที่เราดูอยู่
ท่าทางหงอยๆผิดธรรมดา เพราะไม่มีใครคุยเล่นด้วย
ปากก็พึมพำพูดคนเดียว เกี่ยวกับรถและสะพานในตู้โชว์
ท่าทางหมดพิษสงไปถนัดใจ
แล้วก็เอียงคอมองเราแบบ คุยกันหน่อยนะ ไม่มีใครคุยด้วยแล้วละ


ทำเอานางงามที่ตั้งปณิธานว่าจะไม่เข้าใกล้ ใจอ่อนยวบ
ขนาดไม่อยากพูดจากับใครในระหว่างนั้น ก็ยังตัดสินใจถามเบาๆเรียบๆว่า
"สะพานที่ไหนครับ น้องบอส"
น้องบอสตอบด้วยเสียงเรียบร้อยผิดคาด ด้วยโทนเสียงเบาๆ
ต่างจากเสียงตะโกนโหวกเหวกที่คุ้นชินว่า "ไม่รู้ครับ"


คุยกันหนุงหนิงเบาๆอยู่สามสี่ประโยค
พร้อมความคิดแวบในหัวเราว่า เออ...ที่จริงเจ้าน้องบอสนี่ก็น่ารักดีนะ


ก็พอดียายของน้องบอสตามมาเจอ น้องบอสถูกดุใหญ่ว่าเดินไปไหนไม่ยอมบอก
แต่ก็แปลก...น้องบอสไม่เถียง ไม่ขัดขืน ไม่วิ่งหนีเหมือนเคย
ได้แต่เดินตามยายไปเงียบๆ


ตลอดเวลาที่ทรมานกับการเมารถนี่
การได้มองเห็นแง่มุมที่น่ารักของน้องบอสคงเป็นสิ่งดีเพียงอย่างเดียวที่จำได้




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2552    
Last Update : 10 ธันวาคม 2552 16:36:11 น.
Counter : 409 Pageviews.  

500 Places To See Before They Disappear



นั่งเปิดอ่าน 500 Places to see before they disappear
เพราะอยากรู้ว่า เมืองไทยมีอะไรที่ คนอื่นรู้สึกว่าอยากให้มาเห็นบ้าง

ค้นดูใน index ก็เห็นมีอยู่ 2 อย่าง ที่อยู่ในประเทศไทย
รีบเปิดไปดู
อืมม...ไม่มีสิ่งที่เราเดาไว้ในใจแฮะ

ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติ
มีใครเดาถูกบ้างไหมคะ
เดี๋ยวค่อยมาเฉลยดีกว่า...




 

Create Date : 26 ตุลาคม 2552    
Last Update : 26 ตุลาคม 2552 0:18:29 น.
Counter : 602 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

HoneyLemonSoda
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เพราะทุกวันที่ตื่นขึ้นมา
คือของขวัญที่กาลเวลามอบให้
Friends' blogs
[Add HoneyLemonSoda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.