Group Blog
 
All blogs
 

คนบ้า

วันหนึ่งขณะที่กำลังแต่งตัวเตรียมไปทำงาน
ก็ได้ยินเสียงเพลงที่ทำให้เรายิ้มออกมาทันที

เพลงบ้าของคาราบาว ที่ทำให้เรามองเห็นคนบ้าผู้มีความสุขหลังรั้วโรงพยาบาล
นั่งยองๆกินขนมห่อ มองผู้คน รถราไปมา
และมองเห็นหญิงสาวกำลังเปลี่ยนยางที่แตก

หญิงสาวลนลานเตะน็อตตกลงท่อไป เพราะมีคนบ้ามาจ้องมองยิ้มไปยิ้มมา
ความกลัวกลายเป็นความโกรธ ตวาดแว้ด "ยิ้มทำไม ไอ้คนบ้า!!!"
ก็น่าให้โมโหอยู่หรอก

คนบ้าบอกว่า เขาเป็นคนบ้า เพราะสติไม่ดี แต่เขาไม่ใช่คนไม่ดี
บอกให้เธอใจเย็นๆ แล้วถอดน็อตที่ล้ออื่นมาใส่
หญิงสาวแปลกใจ ก็ไหนว่าเป็นคนบ้าไงล่ะ
"ถึงจะบ้าแต่ว่าไม่โง่"
ประโยคนี้ทำให้เราหัวเราะ


คิดถึงคนบ้าสองสามคนที่เราเคยพบเจอ

คนแรกเป็นเด็กที่น่าจะอายุใกล้เคียงเรา สมัยที่ยังเรียนหนังสือ
เขาเดินไปเดินมา น่ากลัวเวลาเดินมาขอตังค์
"พี่... ขอตังค์" กรุณาลากเสียงยาวๆจะได้อารมณ์ประมาณเด็กคนนั้น
ถ้าได้ เขาก็จะเอาไปซื้อเบียร์ เมา เดินเป๋ไปเป๋มา

มีคนบอกว่าเขาชอบเที่ยวไล่คว้าสาวๆ เป็นที่ขยาดของผู้คนละแวกนั้น
แต่กับเราและน้องสาว เวลาเดินไปโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยแล้วเจออู๊ด ก็จะทำหน้าโหด เสียงเขียว

"ไปเลยอู๊ด กลับบ้านเดี๋ยวนี้!!!" (บ้านอู๊ดอยู่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน)
เจ้าอู๊ดก็จะวิ่งลนลานจากไปไม่มาตอแยด้วย

นานจนเราลืมไป ว่าไม่ค่อยเห็นอู๊ดอีก
บางครั้งก็ได้ข่าวว่าโดนรถชน แต่ก็ทนทายาด รอดมาได้
จนหลังสุดอู๊ดก็คงหมดเวรกรรมไปจริงๆ และเราก็ไม่ได้เห็นเขาอีกเลย


คนที่สองเป็นคนบ้าที่ตลาด
วันหนึ่งฝนตกหนัก ผู้คนเข้าคิวโทรศัพท์กลับบ้าน เพราะยังไม่มีมือถือแพร่หลาย
เราเพิ่งกลับจากเรียนหนังสือก็โทรเข้าบ้านให้พ่อมารับ

มีคนบ้าคนหนึ่งมายืนทำมือฮัลโหลอยู่ข้างๆผู้คนที่มาโทรศัพท์
ลอยหน้าลอยตา แล้วทำท่าล้อเลียน

เรากลัวก็กลัว เพราะไม่ใช่คนบ้าที่เคยคุ้นหน้า

พอถึงตาเราโทรศัพท์
เจ้าคนบ้านั่นก็ตั้งท่าจะทำท่าโทรศัพท์ล้อเลียนอีก

เราหันไปจ้องเขา
ประกายโหดจากดวงตาเราที่จ้องหน้าเจ้าคนบ้าเขม็งก็ทำให้เขาคอตก
ก้มหน้างุด หลบไปจากตรงนั้นทันที
เราแทบหัวเราะออกมา
ขำก็ขำ
เออ เราน่ากลัวกว่าคนบ้าอีกแฮะ



คนที่สามเป็นผู้หญิง เราเจอเธอนอนอ่านหนังสืออยู่ที่ศาลารอรถ
แต่เธออ่านหนังสือภาษาอังกฤษกลับหัว

บางที่เราก็เจอเธอแต่งตัวสวยรัดกุมเหมือนจะเดินทาง
แต่ยืนเกาะป้ายรถเมล์พูดพึมพำคนเดียว

นานที่เราไม่เจอเธออีก
มีคนเล่าว่าเธอรอสามีมารับ แต่ก็ไม่มาเสียที

วันหนึ่งเราผ่านหน้าตลาด เห็นเธอนั่งอยู่กับกระจาดดอกไม้เหี่ยวๆ
วินาทีที่เราผ่านไป เธอก็เงยหน้ามาสบตา
แววตาระลึกรู้เหมือนเจอเพื่อนเก่า
แล้วก็มองตามรถเราจนลับตา


เวลาผ่านแถวนั้น จะเจอเธอประแป้งลายพร้อยนั่งอยู่เป็นประจำ
บางทีก็นอนหลับเค้เก้อยู่ข้างกระจาดดอกไม้
แต่แต่งตัวสะอาดสะอ้านแบบมีคนคอยดูแล
เธอจะมองเราแบบจำได้ทุกครั้ง
บางวันก็เจอเธอเดินกระเดียดกระจาดขายดอกไม้ไปตามทาง
แต่ก็ไม่เคยเจอกันจังๆ ตัวต่อตัว

วันหนึ่งเรากำลังเดินเลี้ยวเข้าปากซอยจะเข้าบ้าน
เธอเดินอยู่อีกฟากถนน
พอเห็นเธอก็ดีใจเหมือนเจอเพื่อนเก่า
วิ่งข้ามถนนมา สีหน้าดีอกดีใจ ปราดเข้ามาประชิดตัว
แล้วหยิบมาลัยมะลิหอมกรุ่นขึ้นมายื่นให้ตรงหน้า
"สามพวงยี่สิบ" เธอบอก ยิ้มอายๆเหมือนเด็ก
ราวกับรู้ว่าเราชอบมะลิ แต่ไม่ชอบดาวเรืองที่มีอยู่เต็มตะกร้านั้น

เราซื้อมาลัยเธอแล้วก็เดินกลับบ้าน
แม่ถามว่าไปซื้อมาลัยจากไหน ทำไมมันดูช้ำๆ
คงเห็นว่าต่างจากมาลัยที่เราเคยเลือกมาตามปกติ

เราบอกแม่ว่าซื้อมาจากผู้หญิงที่ชอบอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ที่ตอนนี้มาขายดอกไม้
แม่ก็นิ่งไป แล้วบอกว่าดีแล้วลูก สงสารเขา

อยากรู้จัง ว่าคนเหล่านี้เขาคิดอะไรนะ
สมัยเรียนหนังสือ เรายังอมยิ้มเวลาอาจารย์บอกว่าสำหรับคนบ้า "1+1 = 3"
แต่คนที่เป็นโรคประสาท "1+1 = 2 ...แต่ทำไมมันได้ 2 ฟะ??!!"


ในโลกของเขาเป็นสีอะไร

เขาคิดอะไรอยู่นะ








 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 2 มีนาคม 2551 22:03:54 น.
Counter : 380 Pageviews.  

เปลี่ยนที่กิน - เปลี่ยนที่นอน ... หัวหิน - ชะอำ

และแล้วพลพรรคคนว่างงานทั้งเจ็ด ก็พากันไปชะอำ-หัวหิน
ออกสายหน่อย เพราะแวะรับกันผิดซอย
แต่ก็มาถึงที่พักไล่เลี่ยกัน

กินข้าวกลางวันกันแถวๆเขาตะเกียบ




ก็ต้องเริ่มด้วยอาหารทะเล
นี่แค่ตัวอย่าง

ส้มตำปูม้าดอง




ปลาหมึกผัดไข่เค็ม






ขึ้นไปไหว้พระธาตุที่เขาตะเกียบ








Dinner ริมทะเล หลังฝนหยุดตก






ห้องน้ำแบบ Al Fresco ด้วย เข้ากับบรรยากาศรีสอร์ท






กลางวันของอีกวัน ไปกินอาหารทะเลที่ชะอำ
แต่ไม่มีรูปอาหารสักจาน
เพราะปฏิบัติภารกิจอย่างหนักหน่วงในการแกะหอย กุ้ง ปู
เนื่องจากคนสั่งอาหารคิดว่าจานเล็กเหมือนเวลาเธอมากันสองคน
ก็เลยสั่งแบบไม่ยั้ง
ปูผัดผงกะหรี่ ปูผัดพริกไทยดำ กุ้งเผา กั้งทอดกระเทียม
หอยหวานเผา หอยแมลงภู่อบ หอยเชลล์ผัด
ปลาจะละเม็ดนึ่งบ๊วย ปลาจะละเม็ดนึ่งเต้าซี่ ต้มยำทะเล
แต่ทั้งหมดมาแบบจานสำหรับเจ็ดคน
เป็นภาระที่หนักหน่วงมาก
แต่ที่น่ากลัวก็คือ หมด!!!


แต่ละคนทำท่าเหนื่อย แล้วกะว่าจะกินอาหารที่ตลาดโต้รุ่ง หัวหิน ตอนดึกๆหน่อย
แต่ความตั้งใจก็มลายไป
เมื่อเจองานฟู้ดแฟร์ที่หาดชะอำเสียก่อน





เริ่มจากแค่ชิม ยำสามไข่ มีไข่แดงไชยา ไข่ปูม้า ไข่ปลาสลิด
เลือกได้ตามชอบ
ยังมีไข่เยี่ยวม้า ไข่แมงดา ไข่มดแดง ฯลฯ ให้เลือก






จากนั้นก็เดินลัดเลาะบูธต่างๆ หอยทอด ผัดไทย แหนมปลา น้ำปั่น ผลไม้
จนอิ่มแล้วก็นั่งดูการแสดงบนเวทีไปเพลินๆ
เอารถคันหนึ่งออกไปซื้อกะปิหวานที่ตลาดฉัตรไชยเอากลับบ้าน
หลังจากกินตอนคืนแรกแล้วถูกใจ ใช่เลย
กลับมานั่งดื่ม คุยกันจนตีสาม



มื้อกลางวันก่อนกลับเป็นก๋วยเตี๋ยวทะเล บะหมี่ เย็นตาโฟทะเล เจ้าเก่าในหัวหิน








แวะซื้อขนมหวานก่อนกลับ
มีข้าวเหนียวแดงของโปรด หม้อแกง กับลูกชุบ ของคนที่บ้าน
วันนี้ยังมีขนมเหลือหลายอย่าง เพราะเพิ่งจะเที่ยง
มีขนมซ่อนลูก ข้าวฟ่างกวน เม็ดขนุน ฝอยทอง
แต่วุ้นตาวัวหมดแล้ว
บ้าบิ่น ของโปรดเรายังไม่สุก




ใครคนหนึ่งในทีมบอกว่า แวะเขาวังได้ไหมคะ หนูยังไม่เคยขึ้นเลย
ได้สิ ว่าแล้วก็ขึ้น cable car ไปบนเขา



จนฝนเริ่มลงเม็ดก็ลงมาข้างล่าง
แต่สายไปเสียแล้ว
ฝนตกหนักจนเดินไปที่จอดรถไม่ได้
เลยนั่งกินไอติมรอ คุยกันจนฝนซา
น้ำท่วมที่จอดรถ เพราะอยู่เชิงเขา
ย่ำลงไปดังจ๋อม!! เพราะน้ำอยู่ราวๆเกือบถึงประตูรถ

แต่พอออกจากเพชรบุรี ฝนก็ขาดเม็ด
อากาศดีขึ้น



ทริปนี้เป็นทริปที่สบายสุด แบบไม่ต้องแย่งกิน แย่งเที่ยวกับใคร
เนื่องจากตั้งใจเอาวันที่ชาวบ้านต้องทำงาน
เพราะอยู่ระหว่างลองวีคเอนด์
ทำให้ทุกๆอย่างราบรื่นหมด
จะจอดรถตรงไหนก็มีที่จอด
อาหารเร็ว พนักงานบริการดี เนื่องจากไม่ค่อยมีแขก
จนในทีมหัวเราะกันว่า ต้องคนว่างงานแบบเราเท่านั้น
และมีเพื่อนเป็นคนว่างงานด้วยกัน ถึงจะมาแบบนี้ได้





 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2550 15:39:59 น.
Counter : 1066 Pageviews.  

ฟ้าหลังฝน...การปล้นและทำร้าย

เช้านี้แดดเปรี้ยง หลังจากไม่ได้เห็นแดดจัดๆแบบนี้มาหลายวัน
ก็ดีไปอีกแบบ
และจะดีมากหากวันนี้พ้นหางพายุเสียที
เพราะพรุ่งนี้เราจะไปทะเล

สาเหตุเพราะมีคนอดไปอัมพวา เธอก็เลยชวนขึ้นมาว่า
ไปทะเลกันเถอะค่ะ
ชวนใครไม่ชวน ชวนเรา พูดจบก็กำหนดวันซะเลย
แล้วก็มีสมาชิกอีกสองคนซึ่งรับปากก่อนรู้ว่าไปไหนด้วยซ้ำ
ที่เหลือขอจัดการวันลาก่อนรับปาก

ชวนน้องอีกคนที่ไปอัมพวาด้วยกัน ไปทะเลกับพี่ไหม
ไปได้นะ เพราะคนที่ไปก็มีแต่คนที่เธอรู้จักคุ้นเคย

เธอบอกว่าพอดีหนูมีมีตติ้งรุ่นที่กระบี่ แล้วจะลงไปสงขลา
พี่จะเอาขนมไข่สอดไส้เนยไหม เดี๋ยวหนูหิ้วมาให้
เธอหมายถึงขนมไข่เจ้าเก่า หอมมัน ที่ตัวเมืองสงขลาซึ่งเราชอบกิน
...งั้นไม่เป็นไร เที่ยวให้สนุกนะ...

แต่ยังไม่ทันเธอจะได้ไปเที่ยว
ก็ถูกทำร้ายเสียก่อน จากการโดนปล้นในบ้านตัวเอง

เย็นวันที่เราเห็นเธอออกมาจากห้องผ่าตัด
เราแทบน้ำตาร่วง
กระดูกโหนกแก้มร้าว หมอผ่าแล้วดึงขึ้น ใช้ลวดร้อยไว้
ปากแตก คิ้วแตก หน้าบวมเป็นสีม่วง ตาบวมปิดทั้งสองข้าง
ห่างไกลจากสภาพคนที่สดใส ร่าเริง เต็มไปด้วยพลังโดยสิ้นเชิง

แต่เธอก็ยังพยายามขยับนิ้วมือ บอกว่าหนูไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง
พี่เอาเบอร์โทรที่โต๊ะโทรหาเพื่อนหนูหน่อยสิ บอกว่าได้ใบรับรองแพทย์กับใบแจ้งความแล้ว ยกเลิกตั๋วเครื่องบินให้หน่อย
แล้วก็พึมพำว่า รู้สึกเหมือนเป็นคุณหญิงเลย นอนสั่งการ
มีแต่ผู้ใหญ่มาช่วยทำให้

มันเอามีดปอกผลไม้ในกระเป๋าหนูไปด้วยละ...เธอบอกเราเบาๆ
วินาทีนั้น เราอึ้ง นึกอยู่ว่า มันไม่ปาดคอหนูก็บุญแล้ว
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่ลูบผมเธอ
บางอย่างก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย
ดีที่เธอเป็นคนที่มีสติ ในสภาวะคับขันแบบนั้น

หวังว่าฟ้าของเธอคงจะแจ่มใสขึ้น
หลังจากพายุหนักและวันคืนที่ชวนขวัญผวาผ่านไป
คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ กว่าที่เธอจะรู้สึกปลอดภัยในบ้านตัวเองอีกครั้ง





 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 12:50:14 น.
Counter : 380 Pageviews.  

ไปกินลิ้นจี่ ดูซอ นอนบูติกรีสอร์ท... ภาค 2

มาต่อค่ะ .....

ตอนเย็นออกไปเดินหาของกินที่ตลาด ผู้คนล้านเจ็ดแสน
เดินเบียดกันไป มองหาของอร่อยๆไป
ใครไม่ชอบคนแน่นๆ โปรดหลีกเลี่ยงค่ะ


ผัดไทยทะเล สีสันหน้าตาเย้ายวนใจมาก






ลูกชิ้นแถวนี้ โฆษณาว่าน้ำจิ้มเดือดทั้งนั้น ก็ดีค่ะ กันท้องเสีย
เพราะกินลูกชิ้นปิ้งเจ้าอร่อยทีไร ท้องเสียเพราะน้ำจิ้มทุกที






ที่ท่าน้ำ มีตลาดน้ำยามเย็น คนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับอาหารที่ขายในเรือ ตรงบันไดท่าน้ำเต็มไปหมด






อาหารที่เดินชิมเรียงรายมา ก็คือ หมูย่างน้ำผึ้ง ปาท่องโก๋ย่างราดสังขยา+นมข้น ผัดไทยทะเล ขนมปลากริมไข่เต่า ข้าวโพดย่าง ทอดมันหัวปลี

ที่ไม่มีรูป เพราะไม่สามารถกินไปถ่ายรูปไปขณะเบียดเสียดได้ค่ะ


ไปเดินรับลมริมน้ำ แล้วก็ย้อนกลับมาที่รีสอร์ทริมคลอง
ขนลิ้นจี่ลงมานั่งที่ห้องนั่งเล่น

ก่อนจะย้ายมาตรงท่าน้ำ
มองดูเรือผ่านไปมา เพื่อไปดูหิ่งห้อย

แต่พวกเราขี้เกียจ นั่งคุยกันตรงท่าน้ำสบายอารมณ์





ตอนบ่ายๆ น้ำลง เห็นบันไดฝั่งตรงข้ามอีกหลายขั้น

ท่าน้ำที่รีสอร์ทนี้แต่งน่ารักสุดใจ
เสียแต่มีโต๊ะเดียว
ต้องหมายตากันไว้ ใครลุกเป็นต้องมีคนมาแทนที่






ค่ำๆ น้ำขึ้นสูงจนเกือบแตะกระดานท่าน้ำ
ขนาดมีเสื่อปู ยังก้นเปียกเวลาเรือแล่นผ่าน





น้ำขึ้นสูงจนนั่งเอาขาแช่น้ำได้สบายๆ
รูปนี้เดินข้ามสะพานสูงหน้าบ้านไปถ่ายจากอีกฝั่งคลอง
หมาเห่ากันเกรียวกราว

คืนนั้นใครที่นั่งเรือไปดูหิ่งห้อย ผ่านหน้ารีสอร์ท แล้วเห็นผู้หญิงใส่เสื้อสีช็อคกิ้งพิงค์ นั่งกินไอติมโฮมเมด อ่านหนังสืออยู่ที่หน้าบ้าน หรือนั่งเอาขาจุ่มน้ำเล่นสบายใจ
นั่นแหละ เราเองค่ะ






เช้ามาก็ตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ลุกลงมาใส่บาตร
พระเดินบิณฑบาตรมาตามทางเดินริมคลองเป็นทิวแถว
หลวงตาบางรูปก็พายเรือมา
หน้าตาท่านใจดี อารมณ์ดี






เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย สุขสงบ






ที่รีสอร์ทมีชา กาแฟ ขนมปัง แยม ข้าวต้มทะเลให้
แต่เราเดินออกมาริมคลอง เพื่อไปแวะกินกาแฟเจ้าเก่า







ยามเช้าที่สดชื่น กับบ้านริมคลอง






แวะมานั่งกินอาหารเช้าที่บ้าน พร้อมกับหมูปิ้ง ไก่ปิ้ง ผัดผักบุ้ง ที่ซื้อมาจากตลาด
อิ่มหนำสำราญก็เดินออกไปอุทยานร.2

อากาศร้อน แดดร้อนได้ที่เลย
มีรูปปั้นเจ้าเงาะ จากเรื่องสังข์ทอง โดยอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต

(เด็กๆสมัยนี้ จะรู้จักสังข์ทองไหมนะ
เคยได้ยินเขาพูดกันตอนเจอรูปปั้นเจ้าเงาะ รจนา ที่พิพิธภัณฑ์ตรงพระบรมมหาราชวัง ว่า "ตัวอะไร(วะ)นั่น"
เดี๋ยวนี้ เขาไม่เรียนวรรณคดีกันแล้วใช่ไหม)





ไกรทองกับชาละวัน





ในอุทยาน






มุมสงบ






ว่านแสงอาทิตย์





มดแดง ทักทายกัน

ตอนเด็กๆ ชอบนั่งดูมดเดินสวนทาง ทักทายกัน
บางทีถึงกับนอนพังพาบไปกับพื้น
เพลินได้เป็นชั่วโมง พอๆกับดูปลาหางนกยูงว่ายในบ่อ






ก่อนกลับ แวะไปเอาลิ้นจี่ที่สั่งไว้ที่สวนเดิมที่ไปปีน
เจ้านั้นหวานสนิท ที่บอกว่าหวานจนแสบคอนั่นแหละค่ะ

แล้วก็ยังมาเจออีกสวนหนึ่ง เนื้อหนา หวานอมเปรี้ยวนิดๆ... จิ๊ดเดียวจริงๆ แต่ทำให้รสจัดมาก
ชอบรสลิ้นจี่สวนนี้มากกว่า
เจ้าของสวนใจดี ลูกชายน่ารัก

ก็เลยได้หอบลิ้นจี่เพิ่มมาอีกรวมๆกันสิบกว่ากิโลจากสวนนี้
ไปฝากญาติสนิท มิตรสหาย และผู้มีอุปการะคุณ


จบท้ายทริปด้วยการแวะกินอาหารกลางวัน
เป็นปลาทูเนื้อแน่นต้มยำ หอยหลอดผัดกระเทียม ปูทะเลนึ่ง แกะกันเหนื่อย
ระวังสุดชีวิตที่จะไม่ให้กระเด็นโดนเสื้อ เพราะต้องกลับมาประชุมตอนบ่ายวันอาทิตย์
น้องน่ารักมากตรงที่พามาหย่อนไว้ที่ที่ประชุมได้ทันเวลา
แล้วก็ขับรถเอาลิ้นจี่หลายถุง เกือบสิบกิโล กับเป้เสื้อผ้ามาให้ที่บ้านก่อน
ไม่งั้นต้องแปรสภาพเป็นพจมานหิ้วชะลอมลิ้นจี่ไปนั่งประชุมด้วยแน่ๆ










 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2550 18:48:05 น.
Counter : 2129 Pageviews.  

ไปกินลิ้นจี่ ดูซอ นอนบูติกรีสอร์ท... ภาค 1

อาทิตย์ก่อนนู้น รุ่นน้องและเพื่อนชวนไปบูติกรีสอร์ทที่อัมพวา
กะไปกินลิ้นจี่ให้ชุ่มฉ่ำใจ

รีสอร์ทสวย สบายตา โดยเฉพาะตรงบ่อปลาสารพัดสี
มีกุ้งตัวโตก้ามสีน้ำเงินเข้ม ว่ายไปมา เอาก้ามชนกัน
เย็นจนอยากเอนตัวลงนอนขวางทางเดิน

มุมอ่านหนังสือหน้าบ้านก็น่าสบาย



ทางเดินในบ้าน ตรงที่คนเดินนั่นแหละที่เราอยากนอนขวางทาง



น้ำใสเย็น จากห้องพักด้านซ้ายมือจะมองเห็นวิวสวนน้ำ



แต่ถ้าอยู่ห้องข้างบน จะเห็นตุ๊กแกสีสันคัลเลอร์ฟูล บนต้นไม้



แวะไปบ้านพญาซอ เพื่อดูการทำซออู้
พี่คนทำน่ารักมาก ให้ดูซอที่แกะสลักไว้ สวยเชียว



น้องที่ไปด้วยถามว่าพี่เล่นซอได้หรือเปล่า
พี่ก็ตอบแกมประชดหน่อยๆว่าคงไม่ได้มั้ง
พอเห็นน้องที่ถามพาซื่อจริงๆ
พี่ก็เลยคว้าซอมาเล่นให้ฟัง
อิ่มใจจริงๆ



พอจะกลับก็มีของเล่นใหม่มาให้ดู
เป็นกระเช้า 12 นักษัตร สวยละเอียด



แถมใจดีเก็บลิ้นจี่ไม่มีเมล็ดให้อีก
ประทับใจสุดๆ






จากนั้นก็ไปวัดปรกโพธิ์ ที่ต้นไม้ขึ้นคลุมโบสถ์
ยังกับอยู่ในแดนมหัศจรรย์



แล้วก็ไปดูเขาเก็บลิ้นจี่ในสวน
แอบไปปีนกับเขาด้วย
วิญญาณความซนสมัยเด็กเข้าสิง
แต่ไม่ให้ดูรูปหรอก



ตัดลิ้นจี่ใส่เข่ง หอบลงมา ก็เอาไปกองไว้คัดขนาดที่เต๊นท์หน้าสวน รอคนซื้อ



สั่งไว้สำหรับพรุ่งนี้เช้าค่อยมารับ เพราะอยากได้ที่สดๆ
แต่เย็นนั้นซื้อไปกินตอนกลางคืนส่วนหนึ่ง
เวลาอ่านหนังสือ
กินซะจนหวานจนแสบคอ

เดี๋ยวค่อยมาต่อ...




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2550 11:53:07 น.
Counter : 1441 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

HoneyLemonSoda
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เพราะทุกวันที่ตื่นขึ้นมา
คือของขวัญที่กาลเวลามอบให้
Friends' blogs
[Add HoneyLemonSoda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.