Group Blog
 
All blogs
 
คนบ้า

วันหนึ่งขณะที่กำลังแต่งตัวเตรียมไปทำงาน
ก็ได้ยินเสียงเพลงที่ทำให้เรายิ้มออกมาทันที

เพลงบ้าของคาราบาว ที่ทำให้เรามองเห็นคนบ้าผู้มีความสุขหลังรั้วโรงพยาบาล
นั่งยองๆกินขนมห่อ มองผู้คน รถราไปมา
และมองเห็นหญิงสาวกำลังเปลี่ยนยางที่แตก

หญิงสาวลนลานเตะน็อตตกลงท่อไป เพราะมีคนบ้ามาจ้องมองยิ้มไปยิ้มมา
ความกลัวกลายเป็นความโกรธ ตวาดแว้ด "ยิ้มทำไม ไอ้คนบ้า!!!"
ก็น่าให้โมโหอยู่หรอก

คนบ้าบอกว่า เขาเป็นคนบ้า เพราะสติไม่ดี แต่เขาไม่ใช่คนไม่ดี
บอกให้เธอใจเย็นๆ แล้วถอดน็อตที่ล้ออื่นมาใส่
หญิงสาวแปลกใจ ก็ไหนว่าเป็นคนบ้าไงล่ะ
"ถึงจะบ้าแต่ว่าไม่โง่"
ประโยคนี้ทำให้เราหัวเราะ


คิดถึงคนบ้าสองสามคนที่เราเคยพบเจอ

คนแรกเป็นเด็กที่น่าจะอายุใกล้เคียงเรา สมัยที่ยังเรียนหนังสือ
เขาเดินไปเดินมา น่ากลัวเวลาเดินมาขอตังค์
"พี่... ขอตังค์" กรุณาลากเสียงยาวๆจะได้อารมณ์ประมาณเด็กคนนั้น
ถ้าได้ เขาก็จะเอาไปซื้อเบียร์ เมา เดินเป๋ไปเป๋มา

มีคนบอกว่าเขาชอบเที่ยวไล่คว้าสาวๆ เป็นที่ขยาดของผู้คนละแวกนั้น
แต่กับเราและน้องสาว เวลาเดินไปโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยแล้วเจออู๊ด ก็จะทำหน้าโหด เสียงเขียว

"ไปเลยอู๊ด กลับบ้านเดี๋ยวนี้!!!" (บ้านอู๊ดอยู่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน)
เจ้าอู๊ดก็จะวิ่งลนลานจากไปไม่มาตอแยด้วย

นานจนเราลืมไป ว่าไม่ค่อยเห็นอู๊ดอีก
บางครั้งก็ได้ข่าวว่าโดนรถชน แต่ก็ทนทายาด รอดมาได้
จนหลังสุดอู๊ดก็คงหมดเวรกรรมไปจริงๆ และเราก็ไม่ได้เห็นเขาอีกเลย


คนที่สองเป็นคนบ้าที่ตลาด
วันหนึ่งฝนตกหนัก ผู้คนเข้าคิวโทรศัพท์กลับบ้าน เพราะยังไม่มีมือถือแพร่หลาย
เราเพิ่งกลับจากเรียนหนังสือก็โทรเข้าบ้านให้พ่อมารับ

มีคนบ้าคนหนึ่งมายืนทำมือฮัลโหลอยู่ข้างๆผู้คนที่มาโทรศัพท์
ลอยหน้าลอยตา แล้วทำท่าล้อเลียน

เรากลัวก็กลัว เพราะไม่ใช่คนบ้าที่เคยคุ้นหน้า

พอถึงตาเราโทรศัพท์
เจ้าคนบ้านั่นก็ตั้งท่าจะทำท่าโทรศัพท์ล้อเลียนอีก

เราหันไปจ้องเขา
ประกายโหดจากดวงตาเราที่จ้องหน้าเจ้าคนบ้าเขม็งก็ทำให้เขาคอตก
ก้มหน้างุด หลบไปจากตรงนั้นทันที
เราแทบหัวเราะออกมา
ขำก็ขำ
เออ เราน่ากลัวกว่าคนบ้าอีกแฮะ



คนที่สามเป็นผู้หญิง เราเจอเธอนอนอ่านหนังสืออยู่ที่ศาลารอรถ
แต่เธออ่านหนังสือภาษาอังกฤษกลับหัว

บางที่เราก็เจอเธอแต่งตัวสวยรัดกุมเหมือนจะเดินทาง
แต่ยืนเกาะป้ายรถเมล์พูดพึมพำคนเดียว

นานที่เราไม่เจอเธออีก
มีคนเล่าว่าเธอรอสามีมารับ แต่ก็ไม่มาเสียที

วันหนึ่งเราผ่านหน้าตลาด เห็นเธอนั่งอยู่กับกระจาดดอกไม้เหี่ยวๆ
วินาทีที่เราผ่านไป เธอก็เงยหน้ามาสบตา
แววตาระลึกรู้เหมือนเจอเพื่อนเก่า
แล้วก็มองตามรถเราจนลับตา


เวลาผ่านแถวนั้น จะเจอเธอประแป้งลายพร้อยนั่งอยู่เป็นประจำ
บางทีก็นอนหลับเค้เก้อยู่ข้างกระจาดดอกไม้
แต่แต่งตัวสะอาดสะอ้านแบบมีคนคอยดูแล
เธอจะมองเราแบบจำได้ทุกครั้ง
บางวันก็เจอเธอเดินกระเดียดกระจาดขายดอกไม้ไปตามทาง
แต่ก็ไม่เคยเจอกันจังๆ ตัวต่อตัว

วันหนึ่งเรากำลังเดินเลี้ยวเข้าปากซอยจะเข้าบ้าน
เธอเดินอยู่อีกฟากถนน
พอเห็นเธอก็ดีใจเหมือนเจอเพื่อนเก่า
วิ่งข้ามถนนมา สีหน้าดีอกดีใจ ปราดเข้ามาประชิดตัว
แล้วหยิบมาลัยมะลิหอมกรุ่นขึ้นมายื่นให้ตรงหน้า
"สามพวงยี่สิบ" เธอบอก ยิ้มอายๆเหมือนเด็ก
ราวกับรู้ว่าเราชอบมะลิ แต่ไม่ชอบดาวเรืองที่มีอยู่เต็มตะกร้านั้น

เราซื้อมาลัยเธอแล้วก็เดินกลับบ้าน
แม่ถามว่าไปซื้อมาลัยจากไหน ทำไมมันดูช้ำๆ
คงเห็นว่าต่างจากมาลัยที่เราเคยเลือกมาตามปกติ

เราบอกแม่ว่าซื้อมาจากผู้หญิงที่ชอบอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ที่ตอนนี้มาขายดอกไม้
แม่ก็นิ่งไป แล้วบอกว่าดีแล้วลูก สงสารเขา

อยากรู้จัง ว่าคนเหล่านี้เขาคิดอะไรนะ
สมัยเรียนหนังสือ เรายังอมยิ้มเวลาอาจารย์บอกว่าสำหรับคนบ้า "1+1 = 3"
แต่คนที่เป็นโรคประสาท "1+1 = 2 ...แต่ทำไมมันได้ 2 ฟะ??!!"


ในโลกของเขาเป็นสีอะไร

เขาคิดอะไรอยู่นะ








Create Date : 23 พฤษภาคม 2550
Last Update : 2 มีนาคม 2551 22:03:54 น. 4 comments
Counter : 311 Pageviews.

 


ดีคับ อิอิ

ชอบเพลงนี้เหมื่อนกันคับ

โดนใจดีคับ.......

บ้าแต่ว่าไม่โง ..อิอิ


โดย: เทียมฟ้า (benjarong9 ) วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:37:03 น.  

 
ผมก็ชอบเพลงนี้เหมือนกันครับ

ถ้าไม่ได้เข้ามาอ่านผมคงลืมเรื่องบางเรื่องไปแล้วที่ผ่านมาในชีวิต
แถวบ้านผมก็เคยมีคนบ้าที่เป็นผญ.แต่งตัวจัดๆแต่งหน้าจัดๆเหมือนกัน
แต่ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอครับ

ส่วนอีกคนเป็นผช. คนนี้เด็กๆกลัวมาก เรียกเค้าว่าซีอุย
เพราะเค้าจะหน้าเหมือนดาราที่เล่นบทซีอุยสมัยนั้นที่ดังๆครับ
ผมก็ไม่รู้ที่มานะครับว่าจริงๆแล้วเป็นไง
แต่มาจนถึงวันนี้เดาว่า ที่เด็กๆกลัวและเชื่อแบบนั้น
เป็นเพราะพ่อแม่ของเด็กๆระแวกตลาดอาศัยเค้าเพื่อขู่เด็กเวลาเด็กดื้อน่ะครับ
ว่าอย่าซนนะ กินข้าวนะไม่งั้นซีอุยจะมาจับตัวไป
นายคนนั้นเลยน่าสงสารเลย ไปไหนมีแต่เด็กกลัว
เด็กที่ซ่าๆหน่อยก็อวดเพื่อนว่าไม่กลัวด้วยการแกล้งเค้า
ดีไม่ดีคนทั้งสองที่ผมเล่าอาจจะไม่ใช่คนบ้าก็ได้มั้งครับ
เพียงแต่เค้าไม่ออกมาปกป้องตัวเองว่าเค้าไม่ได้บ้า
ไม่รู้เหมือนกันครับ ^ ^"


โดย: อะไรคือสิ่งหายาก แต่ไม่มีค่า วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:56:02 น.  

 
คุณแม่น่ารักจังเลยค่ะ จขบ.ก็น่ารัก

แถวบ้านปุ๊กไม่ค่อยมีคนบ้าน่ารักๆแบบนี้เท่าไหร่ ออกแนวอนาจารกับน่ากลัวมากกว่า แต่ก็น่าเห็นใจค่ะ ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น

น่าคิดเหมือนกันนะคะ ว่าโลกของเขาเป็นสีอะไร
อาจจะเป็นสีรุ้งที่เปลี่ยนได้หลากหลายสีตามเหลื่อมแสง
หรืออาจจะไม่มีสีใดๆ เลยก็ได้ ไม่มีการให้ค่าใดๆ ทางใจ ไม่ว่าสุขหรือทุกข์
มีแต่ร้อนหรือหนาว อิ่มหรือหิว...ฯลฯ

ถ้าคนเราสามารถหัวเราะให้กับปัญหาชีวิตได้ราวกับคนบ้า
แต่จัดการกับปัญหาชีวิตได้อย่างคนมีสติก็คงดีไม่น้อยเลยนะคะ :-)




โดย: Hobbit วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:47:55 น.  

 
คุณตี๋ ถ้าคนนั้นเขาไม่ได้บ้า ก็น่าสงสารนะคะ

คุณปุ๊ก ชอบประโยคสุดท้ายจังเลยค่ะ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:34:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

HoneyLemonSoda
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เพราะทุกวันที่ตื่นขึ้นมา
คือของขวัญที่กาลเวลามอบให้
Friends' blogs
[Add HoneyLemonSoda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.