Group Blog
 
All blogs
 
คืนหนึ่งในโรงพยาบาล (ภาค 1)






บ่ายสี่โมงครึ่ง หมอประจำตัวบอกมาทางโทรศัพท์ว่า
หนูมาถึงโรงพยาบาลสักหกโมงเย็น ทันไหมครับ
เรารับคำ เพราะหมอบอกก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือนแล้วว่าจะตรวจเนื้อเยื่อ
หนูคงต้องหาใครมารับหนูกลับบ้านด้วย เพราะหมอคงต้องให้ยานอนหลับ ไม่งั้นหนูจะเกร็งและเจ็บมาก
เราเริ่มอึ้ง เจ็บเหรอ ทำไมหมอเพิ่งมาบอกล่ะ...

ในที่สุดก็ตกลงกันว่าเราจะต้องนอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนหลังจากตื่นจากยานอนหลับ
เพราะหมอไม่อยากให้เรากลับเองแบบสลึมสลือตอนดึก

หลังจากการแอดมิทแบบเร่งด่วน สารพัดการเซ็นเอกสารผ่านไป
ไม่มีห้องเดี่ยว มีแต่ห้องสวีท คืนละเกือบเจ็ดพันบาท
ขอเก็บตังค์ไว้ไปเที่ยวดีกว่า
นอนห้องรวมก็ได้ แค่คืนเดียวเอง

พี่ที่ทำงานบอกว่า จะอยู่รอเป็นเพื่อน แต่เราปฏิเสธว่าไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวพยาบาลคงให้ยานอนหลับแล้ว
น้องสาวออกมาจากที่ทำงานมาถึงไล่หลังเราเพียง 15 นาที
มาเก็บสมบัติ แหวน สร้อย นาฬิกา
ทิ้งกระเป๋าสตางค์กับมือถือไว้ให้ แต่ก็ต้องฝากโรงพยาบาล เพราะเราบอกน้องว่าอย่าเฝ้าเลย ไม่สะดวก เพราะเป็นห้องรวม
แถมวันรุ่งขึ้นเธอยังมีงานแต่เช้า ปล่อยกลับไปนอนบ้านแบบสบายๆดีกว่า

พี่พยาบาลน่ารักมาก เธอรับฝากมือถือไว้ เพราะเราบอกว่าต้องโทรกลับบ้าน
และคอยดูแลทุกอย่าง ระหว่างให้ยาก่อนหมอจะมา
ในช่วงเวลาสลึมสลือของการให้ยานอนหลับ
เรากำหนดสติอยู่ตลอดและรู้ว่าคงหายใจเบาลง
ได้ยินเสียงพี่พยาบาลพูดเป็นระยะๆ ว่า "หายใจยาวๆให้พี่ดูหน่อยสิคะ"
เราทำตามทุกครั้ง เพราะรู้ว่าเธอกลัวเราหยุดหายใจจากยาที่ให้
ทั้งยาแก้ปวด ยานอนหลับ ยาแก้อาเจียน
แต่เราก็รู้สึกว่า เราผงกหัวขึ้นมาอาเจียนครั้งหนึ่ง
ได้ยินเสียงเธอพูดแว่วๆกับเพื่อนร่วมงานว่า คุณเขาน่ารักมากเลย ให้ความร่วมมือทุกอย่าง

และแล้วก็เป็นช่วงเวลาที่เรารับรู้ว่า ความเจ็บที่แทรกเข้ามาในฝันเป็นอย่างไร
ความรู้สึกคือ พยายามขยับตัวให้รู้ว่าเจ็บ
และคิดว่าเมื่อไหร่จะเสร็จเสียที

รู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนพยาบาลบอกว่า เดี๋ยวพี่ย้ายไปห้องพักนะคะ
มือถืออยู่นี่นะคะ
รู้ว่ามีการวัดความดัน วัดอุณหภูมิร่างกายอยู่ตลอด
แล้วเราก็ถูกเข็นไปห้องพัก มีสายน้ำเกลือติดแขนมา

ไม่เคยอยู่ห้องรวมมาก่อน
แต่ห้องนี้กว้างมาก ประมาณ 5 ห้องรวมกัน เพียงแต่ใช้ม่านกั้นส่วนแทนผนัง
และห้องน้ำรวม

ตอนนั้นยังไม่ดึกนัก สักสองทุ่มกว่า
ญาติคนไข้คนอื่นยังอยู่ และมีคนมาเยี่ยมประปราย
รู้ว่ามีสายตามองมาด้วยความสนใจหลายคู่ ว่ายายคนมาใหม่เป็นอะไร
เนื่องจากพยาบาลไม่ได้ปิดม่านหมดทุกด้าน
ทำให้เราลืมตามาจ้องเป๋งกลับไปที่ประตูไกลลิบ ด้วยความรู้สึกว่ามีคนมองอยู่
ทำเอาคนมองต้องล่าถอยหลบไป

แต่ที่ขำสุดคือ ได้ยินเสียงคนพูดว่า
นั่งโซฟาตัวนี้ก่อนก็ได้...
ไม่เป็นไร อันนั้นของเตียงโน้นเค้า...
"ไม่เป็นไรหรอก เตียงโน้นเค้าไม่มีญาติ ไม่มีคนมาเฝ้า"
แง... เรากลายเป็นคนไข้อนาถาไปแล้ว




Create Date : 12 สิงหาคม 2554
Last Update : 12 สิงหาคม 2554 16:25:34 น. 3 comments
Counter : 413 Pageviews.

 
สวัสดีครับคุณฮันนี่

นี่แค่ภาค 1 เองนะ เลยยังไม่รู้ว่าคุณฮันนี่ป่วยเป็นอะไร

เอาเป็นว่า ตอนนี้ปลอดภัย กลับมาบ้านแล้ว ไงละก็หมั่นรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนะครับ

สุขสันต์วันแม่ครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:16:53:56 น.  

 
ขอบคุณค่ะ คุณตฤณ ที่เป็นห่วง
เฉลยตอนจบก่อนละกันค่ะ ว่าผลตรวจออกมาเนื้อเยื่อปกติดี


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:17:03:18 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่


รออ่านตอน 2ครับ
แต่พี่เล่าจนผมนึกภาพตามได้เลยครับ แหะๆๆๆ










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 สิงหาคม 2554 เวลา:6:08:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

HoneyLemonSoda
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เพราะทุกวันที่ตื่นขึ้นมา
คือของขวัญที่กาลเวลามอบให้
Friends' blogs
[Add HoneyLemonSoda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.