Group Blog
 
All blogs
 

ร่วมทริพกรุงเทพ พระบาทน้ำพุ

พระบาทน้ำพุขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษาผู้ป่วยจนเกือบจะปิดทำการเมื่อปีที่แล้ว เราชาวจักรยานน้อยใหญ่ร่วมแรงร่วมใจรณรงค์ และร่วมระดมสมทบทุนเพื่อเพื่อนมนุษย์จะได้มีความหวัง

ตื่นแต่ตีห้าออกมารวมพล เรียกหาพวกพ้อง




พร้อมหน้ากันหน้า ปตท สำนักงานใหญ่
ทริปนี้มีทั้งนักวิ่งและนักปั่น นับถือนักวิ่งสุดใจ ที่วิ่งจากกรุงเทพฯ ถึงพระบาทน้ำพุ




เฮฮาเมื่อเจอพวกพ้อง



แล้วก็เริ่มเคลื่อนขบวน ปั่นออกวิภาวดี ออกทางรังสิต




มีพักเติมน้ำเป็นระยะ






เมื่อแรงหมดก็พึง เซอร์วิสคาร์ ประสาคนแรงแอบๆ แต่ใจรัก




รายนี้ตั้งหน้าตั้งตาซดใหญ่เลย เป็นคนเดียวในกลุ่มเราที่ปั่นจนถึง




ขากลับสำหรับพวกแรงน้อย แรงหลบในอย่างพวกเราก็ยกรถขึ้นรถซะเลย อิอิ





 

Create Date : 18 ตุลาคม 2550    
Last Update : 25 ตุลาคม 2550 14:15:28 น.
Counter : 252 Pageviews.  

ทริพใหญ่ยิ่ง....ที่สุดแห่งปี 49 ทีโอทีเฉลิมพระเกียรติ


           ร่วมงานทำความดีถวายในหลวง
ปั่นจักรยานขึ้นสะพานแห่งใหม่ สืบเนื่องจากกระทู้ของชาว ทีโอทีรายละเอียด
           คลิกที่นี่

เช้าวันอาทิตย์ 30 กรกฎาคม 2549 ตื่นเช้าเตรียมตัวอย่างรวดเร็วเอาให้เร็วที่สุด
เดี๋ยวเพื่อนมันจะด่าในใจเพราะมันรอนานแล้ว...
"เห้ย ... ทำไมเบรกมันใส่ขอเกี่ยวไม่ได้วะ"
เพื่อนหล่อล่ำถามผมเมื่อมันพยายามอยู่นานสองนานก็ยังใส่ไม่ได้ซักที
ผมวางล้อที่ถือในมือลงพร้อมกับเฟรมสีส้มจี๊ดในบ่า ทำให้ตัวเบาจนแทบลอยขึ้นจากพื้น
เมื่อหันไปดูที่แท้เพราะสายเบรกมันไถลออกมา..
จึงจัดการดึงกลับเข้าที่ก็เป็นอันเรียบร้อย


เจ็ดโมงเช้า...ขณะปั่นผ่านสี่แยกประตูน้ำ
"เข้าร่วมปั่น ทีโอทีเหรอครับ" เสียงแว่วดังๆ มาจากด้านหลัง
"ใช่แล้วครับ...ค่ะ" เราสามคนตอบแทบจะพร้อมๆ กันโดยไม่ได้หันไปมอง
"มีแนวร่วมอีกหนึ่งแล้วโวย" ผมเริ่มอุ่นใจ ยังไม่ทันจะหันไปดู
ไฟเขียวก็สว่างทันใด จำเป็นต้องปั่นจ้ำอ้าว..ออกไปทันที
"ตามผมมาเลย"เสียงคนเดิมดังอยู่ข้างๆ ผม เมื่อผมหันไปดู
เขาก็ปั่นแซงไปแล้ว ผมผิดหวังเล็กน้อย..ทีแรกนึกว่าเจอแนวร่วม
กลับเป็นคุณ รปภ.หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นมิตร
ปั่นนำหน้าไปแล้วและแวะเข้าหลังบิ๊กซีราชดำริ





แปดโมงเช้าทั่วลานคราคร่ำไปด้วยชาวเสือ บางคันจอดพิงกำแพง
บางคันวางบนพื้น ในขณะที่คันเจ๋งๆ กำลังปั่นโชว์ลีลาสุดยอด
ผมยืนดูด้วยความทึ่งในใจนึกถึงลีลามหัศจรรย์เหล่านั้น








เสียงนกหวีดดังหวีดหวิว เป็นสัญญาณบอกให้เคลื่อนขบวน
ผมมองดูขบวนแน่นขนัดแทบไม่มีที่แทรกตัวจึงหยุดรถรอให้เบาบางก่อนค่อยตามออกไป
..ทันทีที่ออกสู่ถนนเพลินจิตผ่านเข้าราชดำริ คณะชาวเสือร่วมๆ 800 คน
ทำเอาชาวบ้านชาวช่องยืนดูโบกไม้โบกมือกันใหญ่
ถนนทั้งแถบเหลืออร่ามไปด้วยเสื้อสีเหลืองเฉลิมพระเกียรติ ทั้งรถเมล์ รถยนต์
รถทุกชนิดถูกตำรวจสกัดไว้หมด ถนนช่วงแรกนี้จึงเป็นของชาวเสืออย่างแท้จริง
"เอาน่านานๆ ทีจะมีขบวนยึดครองถนนเช่นนี้ปล่อยๆ เขาไปมั่งซักวันก็แล้วกัน"
ผมคิดแทนชาวบ้านผู้ใช้รถ








ขบวนผ่านหน้าสวนลุมมุ่งสู่ถนนพระรามสาม จากขบวนแน่นๆ ก็เริ่มยืดยาวเป็นกิโลๆ
ในที่สุดผมก็หาน้องอ้วนกับเพื่อนหล่อล่ำไม่เจอ ผมจึงเริ่มทะยอยแซงขึ้นไปเรื่อยๆ
ระลึกในใจว่าเราไม่ได้มาแข่งนี่หว่า แต่เรามาร่วมกิจกรรมจึงได้ค่อยเกาะกลุ่มไปเรื่อยๆ
ไม่ว่าจะไฟเขียว ไฟแดง ไฟเหลืองเราชาวคณะเสื้อเหลืองฝ่าไม่มีเว้น
เป็นชาวบ้านที่ต้องหลีกทางให้ขบวน
"เป็นเจ้าของถนนก็คราวนี้ละว่ะ"








สิบโมงเช้า เสากระโดงปรากฏพ้นหลังคาตึกให้เห็น ถึงแล้วเว้ย...จะได้ขึ้นแล้วเว้ย...
หลังจากอ่านเจอในเวบ Thaimtb.com บอกว่าเจ้าของโครงการ
ไม่อนุญาตเนื่องจากติดขัดการตีเส้นจราจรบนสะพาน.
.และแล้วชาวคณะเสือเหลืองก็มาออ...กันอยู่ที่ตีนสะพานบางคันก็คุยกันสนุกสนาน
บางคนก็ถือโอกาสนี้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
"พี่...ไม่ต้องอะไรมาก...เอาแค่ปั่นขึ้นจากตีนสะพานจนถึงยอดสะพานก็ปาเข้าไปสี่กิโลแล้วพี่.."
เสียงเด็กร้านโปรไบค์ยังก้องอยู่ในหัวผม ... ท่าจะจริงของมันแฮะ
ถึงจะอยู่ตีนสะพานยังมองเห็นเสากระโดงอยู่ไกลลิบๆ เลย
จังหวะนั้นผมจึงพบน้องอ้วนกับเพื่อนสุดหล่อตัวดี ที่กำลังจีบสาวอยู่...










"เขามีโครงการวิ่งเปิดสะพานในอาทิตย์หน้านี้น่ะ ...จึงไม่ยอมให้เราขึ้นก่อนเดี๋ยวเขาจะถูกเราเปิดซิงสะพานตัดหน้า"
เพื่อนชาวเสือบางคนบ่น...คนไทยกับการเปิดซิงนี่ก็ช่างยึดถือเป็นจริงเป็นจังเหลือเกิน....
แต่เอะ!!!...เราเองก็หวังจะขึ้นสะพานเปิดซิงกะเขานี่หว่า...เหอเหอ..ว่าคนอื่นเขาได้ไง





"***หันหัวกลับครับ***"
เสียงเจ้าหน้าที่นำขบวนบอกผ่านเครื่องขยายเสียง เป็นเหมือนคำประกาศของพระเจ้า
"ว่าแล้ว..." ผมนึกในใจ ซึ่งทุกคนก็ทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว






สิบเอ็ดนาฬิกา ชาวคณะก็มาถึงใต้สะพานอันเป็นเป้าหมายที่ฝั่งพระประแดง
หลังจากอ้อมไปข้ามที่สะพานกรุงเทพฯ แทน
"เอาวะ...อย่างน้อยก็ได้เห็นแล้วว่ามันมีสี่เสากระโดง มากกว่าทุกสะพานแขวนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคยมี"
ผมนึกในใจ หลังจากชื่นชมจนหนำใจแล้วจึงเคลื่อนขบวนไปต่อสู่เป้าหมายต่อไป











สิบเอ็ดโมงครึ่งขบวนชุดสุดท้ายก็มาถึง อบต.บางกอบัว (บางกระเจ้า)
มีแจกข้าวแจกน้ำและเครื่องดื่มเกลือแร่ ผลไม้สารพัด ทีโอทีใจดีจริงๆ ..อย่างนี้สิลูกผู้ชายตัวจริง








"ลุยสวนเชิญทางนี้ กลับคลองเตย ขึ้นเรือตามลุงเสื้อเหลืองไปทางโน้น"
เจ้าหน้าที่ผู้นำทริพประกาศให้ตื่นจากภวังจากการย่อยอาหาร





จากถนนกว้างสามเมตรก็ลดขนาดลงเรื่อยๆ
จนเหลือเพียงสองคืบ บางช่วงต้องยกรถเลยทีเดียว









 

Create Date : 01 สิงหาคม 2549    
Last Update : 20 ตุลาคม 2550 19:37:18 น.
Counter : 266 Pageviews.  


=Lord Gary=
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








จักรยานมีดีตรงไหน??

>>ได้กินลมชมบรรยากาศ
เห็นวิถีชาวบ้านในต่างถิ่น...
เห็นพืชพรรณเฉพาะถิ่นที่อยู่ข้างทาง
บางทีการไม่มีอะไร
มาครอบเป็นหลังคา
การได้อยู่กลางทุ่งโล่ง
หรือได้ยืนบนยอดดอยสูง
ก็ทำให้เรามองฟ้าได้กว้างขึ้น

ทุกที่ที่ผ่านจะมีชาวบ้าน
โบกไม้โบกมือให้
แม้แต่เด็กยังตะโกน
"เฮ้ย..ฝรั่ง มา.."
"คนไทยครับ"
ผมตะโกนตอบ
คุณป้าสวมงอบสะกิดคุณลุง
ที่ขับอีแต๋นอยู่ข้างทาง
"ดูสองคนนั้นมัน..บร้า..
ถีบจักรยานกลางฝนอยู่ได้"

"เรานี่...ท่าจะบ้าจริง
ดังที่ป้าเขาว่าแน่ๆ"

>>มีคนกล่าวไว้ว่า...
ชีวิตนี้เกิดมาครั้งเดียว
ถ้าได้ทำสิ่งที่...อยากทำ
และได้ทำสิ่งที่...ไม่เคยทำ
ดั่งนี้แล้ว
ชีวิตนี้จะเอาอะไรอีก...




Friends' blogs
[Add =Lord Gary='s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.