kai's blog
Group Blog
 
All blogs
 

เปิดถุง Blush MAC : Pinch O' Peach กับ แป้งฝุ่น Laura Mercier



----------------------------------------------------------

ไม่น่าเชื่อว่าแป้งฝุ่นกระปุกเบ้อเริ่มจะหมดไปได้ (จริงๆแอบทำหกไปนิดนึงด้วยอะ แต่นิดเดียวจริงๆ)
วันนี้เลยได้ฤกษ์งามยามดี สั่งกระปุกใหม่มาซะเลย ที่สั่งก็เป็นรุ่นเดิมแหละค่ะ Laura Mercier Loose Setting Powder สี Translucent




ตัวนี้สั่งจากเมซี่ 34 เหรียญยังไม่รวมtax จริงๆก็อยากลองตัว invisible ตัวใหม่ที่คนเริ่มๆพูดถึงอยู่นะ แต่ก็สองจิตสองใจ เลยสั่งตัวเดิมมา แต่ตอนนี้ใจก็ร่ำๆอยากได้มาลอง เห็นคนพูดว่ามันคุมมันดีกว่า loose setting มาก หน้าเราก็ยิ่งมันๆ ไม่แน่ blogหน้าอาจจะได้เห็นมันโผล่มาให้ยลโฉม

พูดถึงตัวนี้มันก็ไม่ได้คุมมันเราดีมากมาย แต่ก็ดีกว่าไม่ใช้อะ ถ้าเจอตัวที่ดีกว่านี้ไม่แน่คงได้บอกลากัน

----------------------------------------------------------

เนื่องจากสั่งแป้งแค่ตัวเดียว มันจะเสียแค่ shipping เอา ไม่ได้ๆ คนงกอย่างเรา ต้องสั่งเพิ่ม มองๆหาอะไรที่มันครบ 50 เหรียญพอดีๆ eyeshadow รึที่มีก็ยังใช้ไม่หมด skincare ก็ยังเต็มบ้าน ผ่านไปเวบ MAC โอ้ สั่ง Blush มาดีกว่า ไม่ถูกไม่แพง 19.5 เหรียญ พอดีเกิน 50 นิดๆ



ชื่อสี Pinch O' Peach ตามชื่อเหมือนน่าจะพีช แต่ก็มีนิ๊ดดดดเดียว ตามชื่อจริงๆ ออกจะชมพูนิดๆ เราใช้นิ้วปาด สีเลยออกไม่มาก ถ้าใช้แปรงคงชัดกว่านี้

ที่เลือกสีนี้ก็เพราะไม่อยากได้ชมพู ทาที่แขนออกมาก็ดูพอใช้นะ (ในรูปถ่ายเวลาเดียวกัน แต่ไหงสีแสงออกมาต่างกันก็ไม่รู้ สงสัยจะเป็นรัศมีของสีblush) ยังไม่ถูกใจมาก แต่ก็ถือว่าใช้ได้ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลากว่าจะเจอคู่เรา อิอิ

----------------------------------------------------------

ของแถมๆ ไปเดินเมซี่มา (อาจจะสงสัยว่าทำไมมีแต่เมซี่ ก็บ้านอิชั้นมีอยู่ห้างเดียว ใครจะว่าเป็นม้าให้เมซี่ ก็ถูกอีกแหละ อิอิ) นึกอยากได้ถุงเท้าหรือถุงน่องที่ใส่กับรองเท้าส้นสูงหรือคัดชู

ป๊าป เจอตัวนี้กำลังลดราคาด้วย เลยเอามาสองสี สีดำกับสีเทา



น่าเอามาลอง อิอิ เลยแถมใส่ให้ดูซะหน่อย ปรากฎว่าอิชั้นขาใหญ่ ใส่แล้วมันเต็มจริงจริ้ง ไม่เห็นสวยเหมือนในรูปเลย

อะโชว์สีดำก่อน กระโปรงไม่เข้ากะรองเท้านิดนึง แบบว่าหยิบกระโปรงไกล้มือ เพื่อมาลองถุงเท้าดูเฉยๆ



ลองใส่ทั้งแบบรูดสุดกะแบบรูดลงมากองที่ข้อเท้า แต่มันรูดลงแต่แค่นี้อะ มันเต็มขามากๆ



สีเทากะรองเท้าคู่เดิม จริงๆก็มีอยู่คู่เดียว เพราะว่าที่ทำงานเราต้องแต่งธีมสีดำ ดูๆไปแล้ว เราชอบสีดำมากกว่าอะ

จบละ เปิดถุงรอบนี้
ขอบคุณที่ผ่านมา(หรือหลงทางมา)อ่านนะคะ




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2554    
Last Update : 3 สิงหาคม 2554 9:02:35 น.
Counter : 881 Pageviews.  

Ray ban RB3267

เริ่มร้อนมาสักพักแล้ว แว่นกันแดดตัวเก่าก็เก่าเกินแกง เลยมองๆหาอันใหม่มาทดแทน
เห็นคนอื่นเค้าใส่ Ray ban สวยงาม ก็อยากได้บ้าง

เลิกงานก็ไปวนเวียนอยู่หน้าร้านแว่นมาเป็นเดือน แต่ไม่ซื้อสักที ลองใส่อันนู้นอันนี้ หลากหลายยี่ห้อก็ยังไม่ได้ที่ถูกใจ
ไม่ใช่ว่าเป็นคนเลือกยากอะไรหรอก แต่หน้าตาไม่ให้ต่างหาก ดั้งก็ไม่มีกับเค้า

พนักงานขายก็ใจดี แนะนำไม่มีบ่น และแล้วก็มาถึงวันที่ต้องเสียตังค์เมื่อพนักงานขายบอกว่า ตอนนี้มีโปรโมชั่นลดและพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการลด 20%

กลับมาบ้านเปิดเวบ เข้าห้องโต๊ะเครื่องแป้ง หาข้อมูลแว่นสำหรับคนไม่มีดั้ง ในความคิดเรา เพื่อที่จะไม่ให้แว่นไหล ควรจะเป็นแว่นที่แป้นจมูก เพราะสามารถปรับให้รับกับหน้าของเราได้ และด้วยความชอบส่วนตัว ชอบแว่นกรอบใหญ่ๆ

Search search search....แว่นกรอบใหญ่มีแป้น นี่มันหายากเหลือเกิน บางแบบก็ไม่ถูกสเปก จริงๆก็ชอบ aviator นะ แต่เคยไปลองแล้วรูสึกมันไม่ใช่เราอะ (แต่ใจจริงอยากได้มากก)

จดชื่อรุ่นไปสองสามรุ่น เป็นเรย์แบน cats, Jackie ohh, RB3387
วันต่อมาไปลอง เนื่องด้วยเมืองที่เราอยู่เป็นเมืองเล็กๆ รุ่นแว่นที่มีเลยไม่หลากหลาย ไอ้ที่จดๆไป มีให้ลองแค่ 3387 ใจก็ไปกับรุ่นนี้แล้วแหละ คงไม่พ้นแน่ๆ

พลันก็เหลือบไปเห็นรุ่นหนึ่ง อ๊ะ คล้ายๆกัน เหมือนเลนส์จะเล็กกว่าหน่อย ลองหน่อยซิ คุณสามีก็ชอบรุ่นนี้มากกว่า คนขายก็บอกเข้ากับหน้าเรามากกว่า อ๊ะ เชื่อคนง่าย สามีบอกว่าสวยก็พอใจละ เลยตกลงปลงใจไปกับ 3267 สีน้ำตาล


รูปรวมๆ พยายามถ่ายให้ไกล้สุดละ



รายละเอียดขาแว่น Made in China ชื่อรุ่นอาจไม่ชัด RB3267


คนขายปรับแป้นให้รับกับจมูก อิอิ แล้วบอกว่าใส่ไปสักหน่อย หากยังไม่พอใจ เอามาให้เค้าปรับแป้นใหม่ได้ และตัวแว่นรับประกัน 90 วัน และภายใน 1 ปีหากเราทำแตกทำพัง(ไม่ว่ากรณีใดๆ)เค้ารับประกันให้เรามาซื้อคู่ถัดไปในราคา50%


โชว์หน้าบานๆ ดั้งไม่มีหน่อย พยายามมองผ่านสิวๆทั้งหลายนะคะ


สรุปวันนั้นอิชั้นควักตังค์ไป ประมาณ 110 เหรียญ (ลดแล้วนะเนี่ย )หวังว่าคงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหาแว่นกันแดดใหม่นะคะ
เราว่ารุ่นนี้เหมาะกะหน้าบานๆอย่างเราดี

ขอบคุณทุกท่านที่หลงทางผ่านมาค้า บ้ายบาย




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2554    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2554 9:20:23 น.
Counter : 2403 Pageviews.  

"Chicago trip" เปิดถุง urban decay naked, clinique, benefit และรองเท้า

นานๆทีได้หยุดงานเสาร์อาทิตย์ เลยชวนคุณสามีไปท่องเที่ยวตามประสา ก่อนที่ซัมเมอร์จะหมดซะก่อน
คิดไปคิดมา ชิคาโก ละกัน ไม่ไกล้ไม่ไกล แล้วเรายังได้ไปช๊อปด้วย

--------------------------------------------------------



ภาพรวมหมู่


--------------------------------------------------------


ไปชิคาโกสองสามทีแล้ว แต่ทุกครั้งที่ไป ไม่เคยไปช๊อปเลย
จะไปแต่ museum, navy pier, park ต่างๆ หรือ ไม่ก็ไอ้เม็ดถั่วยักษ์ (ไม่รู้เค้าเรียกไรเหมือนกัน)

ครั้งนี้เลยบอกคุณเธอว่าเราขอไปช๊อปหน่อย แบบว่าห่างไกลความเจริญมานานละ

เลยจองโรงแรมแถบ magnificent mile ที่เป็นย่านช๊อปปิ้งยาวไปทั้งถนน
ร้านหรูๆเยอะแยะมากมาย แต่ไม่มีกะตังค์ อิอิ ได้แต่มอง แล้วเก็บเป็น wish list ในใจ

เนื่องจากมีเวลาไม่มาก ตามประสาคนชอบนอนตื่นสาย เราเลยมุ่งไปยังจุดหมายแรกของเราก่อน

Macy's นั่นเอง เราว่าของราคาโอเคดี ช่วงนี้ลดราคาด้วย เปิดถุงวันนี้เลยมีรีวิวนิดหน่อย จากที่ใช้มาสองอาทิตย์ (รีวิวตามความรู้สึกนะคะ ไม่มีอะไรมาอ้างอิงหรอกค่ะ

--------------------------------------------------------



ก้าวแรกเข้าไปก็เจอบูทbenefit ก่อนเลย
ตั้งใจไปมองหาตัวเขียนคิ้ว คุณBA ชวนนั่ง แล้วจับแต่งนู้นเติมนี่
เลยได้ตัวอื่นมาด้วยหลายตัวเลย

ก็มี benefit brow zings (30 เหรียญ) สี dark ใช้แล้ว ก็โอเค ชอบมาก ด้วยที่ยังไม่เคยใช้ยี่ห้ออื่นมาก่อน เลยไม่รู้จะเปรียบเทียบยังไง ส่วนตัวคิดว่าโอเค

หลังจากเขียนคิ้ว BAก็ทาตัวนี้ให้ benefit highbrow (20 เหรียญ) อันนี้ชอบมากกกก เราว่ามันช่วยให้คิ้วดูได้รูปยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมือใหม่หัดเขียนคิ้ว(อย่างเรา) ทีแรกแค่ลง brow zings ยังดูหวั่นๆแบบว่า ชั้นเติมเข้มป่าวว้า เขียนหนาไปมั้ยน้า หรือ ทำไมเติมแล้วมันดูรกแบบนี้ พอเติมตัวนี้ไป เริ่ด อิอิ

อีกอันที่เป็นตัวเด่นของ benefit ก็ benetint (28 เหรียญ) คือเราอยากได้ tint เอามาทาปากมานานแล้ว แต่ไม่รู้จะซื้อของอะไรดี เห็นหลายคนบอก tint ของetude ดีแจ่ม แต่เราก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน เล็งๆตัวนี้มานาน บางคนก็บอกงั้นๆแหละ ตอนลองที่เคาเตอร์ก็ไม่ได้ชอบไรมาก แต่ด้วยที่อยากได้เลยเอามาด้วย

พอเอามาใช้ ทาปากก็งั้นๆไม่ค่อยติด คงเพราะปากเราคล้ำ แต่ทาแก้มแล้วชอบมาก BAบอกว่าให้เอา tint ทาที่แปรงแล้วค่อยเอาแปรงมาปัดแก้ม จะดูเป็นธรรมชาติ ลองทำดูก็ใช่เลย ชอบมาก ไม่เปื้อนมือด้วย

--------------------------------------------------------



ยังอยู่ที่ benefit เค้าลอง porefessional กับ ohh la lift ให้ เราว่าก็ใช้ได้นะ

porefessional (28 เหรียญ) เอาลงก่อนแต่งหน้า ปิดรูขมขนดี เนียนกริบ แต่แอบกลัวอุดตัน เลยเอามาไว้ใช้เฉพาะวันที่อยากดูเนียนละกัน

ส่วน ohh la lift ( 22 เหรียญ) เอามาใช้คู่กับ boi-ing ที่เรามีอยู่แล้ว เพราะเราบอกเค้าว่าเราใช้ boi-ing ทาใต้ตาแล้ว มันดูแห้ง เป็นผิวขาดน้ำมาก คุณBA เลยบอกให้เอาตัวนี้ทาก่อน เพราะตัวนี้มีมอยเจอไรเซอร์ ลองใช้ดูก็ดี(มั้ง) แต่ใต้ตาเราคล้ำแบบเกินเยียวยา เพราะงั้นเลยไม่หวังผลมาก ใช้ไปให้รู้สึกดีไว้ก่อน

--------------------------------------------------------



อันนี้ของแถม พร้อมกระเป๋า
ได้ชุดนี้มาเป็นของแถม คุณBA โฆษณามาก ว่าเป็นชุดสกินแคร์ที่ดีเลิศ มี มอยส์เจอไรเซอร์ cleanser และ eye cream แต่ยังไม่ได้ลอง (ที่มีก็ใช้จะไม่หมดแล้ว) ไม่มีคอมเมนต์ละกัน

--------------------------------------------------------


ต่อมาๆ ตระกูล estee lauder


จากรูป จริงๆตัวที่ซื้อมาคือ ตัว eye cream ที่ปลายหลอดทรงแปลกๆ นั่นแหละ นอกนั้นของแถมพร้อมถุง
ชอบถุงอะ ใหญ่ดี เอาไว้ใส่ของไปนู้นนี่ได้ ไม่ใช่กระเป๋าเครื่องสำอางเหมือนยี่ห้ออื่น

ขอบรรยายสรรพคุณตัว eye cream หน่อยละกัน ชื่อมันคือ idealist cooling eye illuminator (58 เหรียญ) มีสองสี สีเข้มกะอ่อน เราเอามีอ่อนมา คุณBA บอกตัวปลายหลอด ทำจากเซรามิกที่คิดค้นมาจากองค์การนาซ่า(รึป่าว) คือ มันจะเย็นตลอดเวลา โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น แล้วเค้าคุยว่าเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย โดยเอาไอ้ปลายเซรามิกถูตาจากหัวตาไปหางตาสามสี่ครั้ง อ้อ ก่อนถูบีบครีมออกมาก่อนนะ หลังจากถูก็แตะๆให้ครีมมันซึม เนียนไปกับผิว

หลังจากลองมาสองอาทิตย์ ชอบตรงที่มันเย็นตลอดเวลา ทำให้รู้สึกดีเวลาใช้(จริงๆก็ไม่เย็นถึงขนาดแช่ตู้เย็นนะ แต่เย็นกว่าปกติอะ) ส่วนที่ว่าเห็นผลครั้งแรกที่ใช้ เราว่าโม้ไปหน่อย มันดูเห็นผลเพราะสีเนื้อครีมมากกว่านะ ประกอบกับตาเราเกินเยียวยา เลยทาไปเพื่อให้สบายใจ(อีกแล้ว)ไปงั้นแหละ

ส่วนที่เหลือในรูปก็เป็นของแถมที่ได้มา มีลิปสองแท่ง (สีตามนั้นเลยค่ะ แบบว่าลืมswatchสี แฮะๆ), มาสคาร่าที่เค้าโม้ว่า ทาดีติดทน ทนน้ำทนฝน ล้างออกได้โดยน้ำอุ่นอย่างเดียว, eye makeup remover, cleanser และ ANR ขวดเล็กๆขวดนึง ของแถมต่างๆยังไม่ได้ใช้ เลย no comment

--------------------------------------------------------


จากนั้นเลยเดินไปโซนรองเท้า คนเยอะมากๆเพราะมีsale ซื้อ 1 คู่ลด 15% ซื้อสองคู่ ลด 20% ซื้อ 3 คู่ลด 30%

เดินวนรอบนึง ตั้งใจมองหารองเท้าใส่ไปทำงานกับรองเท้าแตะ เห็นแก่ส่วนลดเลยคิดว่า เอาสามคู่ไปเลยละกัน แต่บางอันชอบก็ไม่มีไซส์ สุดท้ายสู้รบตบตีได้มาสองคู่



คู่สีขาวของ Michale kors (79 เหรียญ ลด 20% เหลือ 63.20) ชอบตรงที่เป็น MK เป็นเป็นตัวย่อชื่อเรากะคุณสามี
รุ่นนี้มีสองสี ชมพูกับขาว ลองชมพูแล้วไม่ค่อยเข้ากับเท้า สีขาวดูดีกว่า เลยเอามาไว้ใส่ไปทำงาน (แบบว่าเราทำงานใส่แบบไหนก็ได้ ขอให้ไม่ใช่แตะ)

ส่วนอีกคู่ของ Guess (32 เหรียญ ลดเหลือ 28)กะว่าเอาไว้ใส่เล่น มันดูเป็นแตะ แต่มีความน่ารัก หรูหราแฝงอยู่ อิอิ

จากที่ครอบครองทั้งสองคู่มาเป็นเวลา สองอาทิตย์ปรากฏว่า ใส่สีขาวบ่อยกว่าสีดำ ชอบที่ใส่ได้ทั้งเวลางานและเลิกงาน ในขณะที่สีดำใส่ไปครั้งเดียว เนื่องจากหาชุดใส่ด้วยยาก คือมันเป็นแตะ น่ารักๆ แต่ชุดใส่เล่นเราออกแนวบ้านๆ ลุยๆ เลยไม่รู้จะใส่ยังไง คงต้องมิกแอนแมทส์กันต่อไป

--------------------------------------------------------


หลังจากนั้นก่อนออกจากMacy's นึกได้อยากได้ ตัวล้างเครื่องสำอางของคลีนิก(ไม่รู้หรอกว่าตัวไหน ได้ยินเค้าเล่ามา กะไปถาม BA เอาอีกที) และก็แวะไปดู Urban decay Naked

ปรากฏว่า Naked ของหมด อ่า...ส่วนคลีนิก หลังจากคุยกะ BA ก็ได้ความมาว่า เราเป็นคนผิวมัน ควรใช้เจลล้างหน้าที่ชื่อ Blue Gel ไรนี่แหละ แต่ตอนนี้ของหมดเช่นกัน แง่ว....

กลับมาโรงแรม ไม่ได้ละ อุตสาห์เตรียมใจเสียตังค์แล้ว ต้องเอาให้ได้ เลยเข้าเวบ Macys.com สั่งมันออนไลน์ซะเลย สั่ง blue gel (19.50 เหรียญ)กะ Naked (48 เหรียญ) ไป และตาไปเห็น Take the day off balm (27.50 เหรียญ)เคยเห็นใครบอกว่าใช้ดี (แม้จะไม่โด่งดังในห้องแป้ง แต่ก็ได้ยินผ่านหูมา) เลยเอามาด้วยซะเลย

กลับถึงบ้านได้สองสามวันของก็มาส่ง....เย้



หลังจากใช้มาสองอาทิตย์

ชอบตัว Take the day off มากกกกกก ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด ทั่วทั้งหน้า ใช้ได้ทั้งตา ทั้งปาก แถมไม่ทิ้งความมันหลังล้างด้วย ออกหมดจด แต่เราก็ล้างต่อด้วยเจลของPaula's choice เพื่อความสะอาด

ส่วนเจ้า Blue Gel เราเฉยๆ เราไม่รู้ว่าเราสื่อสารกับ BA ผิดรึป่าว เพราะเหมือนตัวนี้จะล้างเครื่องสำอางไม่ได้เลย เหมือนเป็น cleanser ล้างหน้าทั่วไป ก็เลยเอาไว้ล้างหน้าตอนเช้าแทนละกัน หรือถ้าใครเคยเอาไปล้างเครื่องสำอางก็ส่งข่าวมาบอกหน่อยนะคะว่าดีไม่ดียังไง

ส่วน Naked ก็ชอบมากกกกกก เราชอบแต่งตาดำๆน้ำตาลๆอยู่แล้ว เลยคิดว่าน่าจะใช้ได้คุ้มแน่ๆ สีแต่ละสีชัดเจนมาก ใช้ร่วมกับ primer ที่มาด้วยกันก็อยู่เช้ายันเย็นเลย สีวิ้งๆก็ชัดเจน ตกเย็นก็ยังวิ้งอยู่

เสียอย่างเดียว ชั้นจะทำไงกับอายชาโดว์อันเก่าที่ใช้ยังไงก็ไม่หมดซะทีน้า >

--------------------------------------------------------



ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายนะคะ




ปล. เข้ามาแก้ไขเพิ่มเติมราคาค่ะ เห็นเพื่อนๆถามเข้ามา




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2554    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2554 2:19:13 น.
Counter : 1159 Pageviews.  


Millie Chaos
Location :
Michigan United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาเจ้าค่ะ
kookkai
Friends' blogs
[Add Millie Chaos's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.