Life Sabuy
Group Blog
 
All Blogs
 

- ปัญหาที่จอดรถยนต์ของคอนโด ไม่พอ -

 เชื่อว่าปัญหาหลักๆ ของ คอนโด ทั่วๆไป ปัญหาในการอยู่อาศัย ก็มีด้วยกันหลายๆ ปัญหา (ยิ่งคนอยู่เยอะ ปัญหาก็เยอะขึ้น -_-!) หนึ่งในนั้นเชื่อว่าปัญหาของ ที่จอดรถไม่เพียงพอ น่าจะเกิดขึ้นกับหลาย ๆ โครงการ


ซึ่งโดยปกติแล้ว คอนโด ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบที่จอดรถมาให้ครอบคลุมครบทุกห้อง (แถมบางห้องยังแอบใช้รถ 2 คัน รู้นะครับ ^_^)

      อ่ะ ๆ ไม่ต้องงครับ ว่า แล้วทำไมเขาไม่ออกแบบมาให้ครบละ


   การออกแบบที่จอดรถให้ครบทุกห้องสามารถทำได้ครับ (ไม่ได้ห้าม) แต่ส่วนใหญ่ ผู้พัฒนาโครงการเลือกที่จะไม่ทำจอดรถให้ครบทุกห้อง เพราะอะไรนั่นหรอครับ 

    ก็เพราะถ้าหากต้องมีที่จอดรถครบทั้งหมด  สิ่งที่ตามมากนั่นก็คือต้นทุนในการขายจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อต้นทุนมากขึ้น ก็ส่งผลให้ราคาขายต้องสูงขึ้น เพราะต้นทุนในการทำที่จอดรถก็จะถูกรวมไปในราคาขาย ทำให้ราคาขายเพิ่มขึ้น ขายยากขึ้น แถมยังส่งผลไปถึงพื้นที่ก่อสร้างถูกใช้ไปมากขึ้น เลยเหลือพื้นที่การทำห้องขายถูกทอนให้น้อยลง (พื้นที่ก่อสร้างมีเนื้อที่ก่อสร้างจำกัด ถูกกำหนดด้วย FAR ของแต่ละแปลงที่ดิน) เมื่อจำนวนยูนิตน้อยลง กำไรในการขายก็น้อยลง  ผู้พัฒนาโครงการส่วนใหญ่เลยเลือกที่จะทำพื้นที่ที่จอดรถเฉพาะตามระเบียบควบคุม เช่น ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ก็จะมีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ.2544 กำหนดไว้ว่า

  • อาคารอยู่อาศัยรวมหรืออาคารชุด ที่มีพื้นที่ห้องชุด ที่มีพื้นที่ห้องชุดแต่ละห้อง 60 ตารางเมตรขึ้นไป ให้มีสัดส่วนการคิดที่จอดรถ 1 คันต่อ1ห้อง 

แต่เนื่องด้วย พื้นที่ห้องชุด ไม่ได้ถูกจำกัดขนาด ว่าต้องมีพื้นที่ขายขั้นต่ำ 60 ตารางเมตร (พื้นที่ยิ่งเยอะ ราคายิ่งแพง ก็จะขายยากขึ้น) โดยปัจจุบัน พื้นที่ขายห้องชุด มีขนาดเล็กลง (เพื่อให้ราคาต่อยูนิตไม่สูงมาก) โดยห้องขายไซส์เล็ก ที่เห็นปัจจุบันนี้มีขนาด 21 ตารางเมตร ดังนั้นก็จะไม่เข้าเกณฑ์ข้อแรก แต่อาคารชุดจะเกี่ยวเนื่องอีกหลักเกณฑ์คือ



  • อาคารขนาดใหญ่ โดยหลักเกณฑ์ของอาคารขนาดใหญ่คือ ให้มีที่จอดรถ 1 คันต่อพื้นที่อาคาร 120  ตารางเมตร (เศษของ 120 ตารางเมตร ก็ให้คิดเป็น 1 คัน)


การคิดจำนวนที่จอดรถในปัจจุบันส่วนใหญ่ก็จะเข้าเกณฑ์ในส่วนที่ 2 หากโครงการทำพื้นที่ที่จอดรถ มาเท่าที่มีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กำหนด ก็จะยิ่งมีปัญหา เพราะด้วย ปัจจุบันพื้นที่ขายต่อห้องชุดน้อยลงกว่าแต่ก่อน

สมมุติว่าพื้นที่เท่ากับ 21 ตารางเมตรต่อ 1 ห้องทั้งหมด  จะเข้าเกณฑ์การคิด 1 คันต่อพื้นที่ใช้สอย 120 ตารางเมตร นั่นคือ ที่จอดรถ 1 คันต่อ 5.7 ห้อง ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จะน้อยมากๆ


ถึงแม้ว่าคอนโด จะตั้งอยู่ในพื้นที่ๆ มีความเจริญ  แต่ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะมีรถยนต์ใช้ เพื่อสะดวกในการเดินทาง เมื่อมีการใช้รถยนต์เยอะขึ้น ก็ส่งผลให้มีความต้องการพื้นที่จอดรถยนต์เยอะขึ้น เลยเป็นที่มาของปัญหาที่จอดรถยนต์ไม่เพียงพอ

ดังนั้น ก่อนจะซื้อคอนโด สิ่งหนึ่งที่สำคัญ ไม่แพ้ ข้ออื่นๆ ก็อย่าลืมตรวจสอบกับผู้ขายด้วยนะครับ ว่ามีที่จอดรถอยู่กี่คัน ถ้าทุกอย่างเหมือนกัน ก็อย่าลืมเลือกโครงการที่มีที่จอดรถเยอะๆ นะครับ


อ้อ! อีกอย่าง คอนโดบางแห่ง มีนโยบายเก็บค่าจอดเป็นรายเดือน (เก็บแยกจากค่าส่วนกลางปกติ) ดังนั้นก่อนทำการซื้อ อย่าลืม สอบถามและเปรียบเทียบเรื่องนี้ด้วยนะครับ และอย่าลืมเตรียมตัวรับมือกับการที่จอดรถในคอนโดไม่พอด้วยนะครับ




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2556    
Last Update : 27 ตุลาคม 2556 10:27:29 น.
Counter : 594 Pageviews.  

ข้อควรคิดเมื่อ เลือกซื้อคอนโด

- ข้อควรคิดเมื่อ เลือกซื้อคอนโด -



ในบทความที่เขียนนี้ จะเน้นที่การซื้อ คอนโด เพื่ออยู่อาศัย แล้วได้การออมเงินเพื่อการลงทุนระยะยาวเป็นของแถม มากกว่าการซื้อเพื่อลงทุนอย่างเดียวนะครับ 



โดยในการจะซื้้อคอนโด เริ่มแรกก็ได้เกริ่นไปในบทความที่แล้ว ว่าเราควรสำรวจความพร้อมของตัวเองก่อน เพราะบางครั้ง ถ้าเราเลือกซื้อคอนโดที่มีราคาสูงเกินตัวเรา เมื่อระยะผ่านไปสักระยะนึง หากหมดกำลังส่ง และขาดส่งธนาคาร หลาย ๆ เดือน อาจถูกยึดห้องขายทอดตลาด จากที่คิดว่าจะได้กำไร จะกลายเป็นขาดทุน และเสียประวัติการกู้ แทนนะครับ


เมื่อได้วงเงินของราคาคอนโดที่เราจะซื้อ ขั้นต่อไป เราก็มาเลือกทำเลกันครับ เพราะถ้าพูดถึงคอนโด นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกและชื่อเสียงของผู้พัฒนาแล้ว ปัจจัยสำคัญของ การซื้อคอนโด ก็คือ ทำเล




  • พิจารณาเรื่องทำเล

    การเลือกทำเลที่ตั้งคอนโด ถือว่ามีส่วนสำคัญทั้งเวลาที่เราพักอยู่อาศัย และเวลาที่เราจะขายเลยละครับ เพราะหากเราเลือกทำเลที่ดี เหมาะสมกับราคา (ทำเลดีมากๆ ราคาขายก็จะยิ่งสูง) และใกล้แหล่งชุมชน มีการคมนาคมสะดวก ตอนเราพักอยู่อาศัย ก็จะได้เดินทางสะดวก มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่มาก หากเมื่อจะขายหรือปล่อยเช่า ก็จะได้ราคาดี คุ้มค่าเงินที่เสียไป 


      ถ้าราคาไม่ใช่ข้อจำกัด ตอนนี้คนส่วนใหญ่ ก็ต้องเลือก คอนโดติดแนวรถไฟฟ้า อาจจะเนื่องด้วยต้องการความสะดวกสบาย หรือการจราจรในเมืองหลวงหรือตามเมืองใหญ่ๆ สภาพการจราจรหนาแน่นมากขึ้น แต่บางครั้ง การยอมถอยออกจากแนวรถไฟฟ้าออกมาเล็กน้อย เราก็อาจจะได้คอนโดที่มีราคาประหยัดกว่ากันครึ่งนึงเลยนะครับ แต่หลักๆ เราก็ควรซื้อคอนโดที่มีทางเข้า-ออกสะดวกปลอดภัย ยิ่งติดถนนเมนหลักๆ ได้ยิ่งดี


แต่ ปัจจุบัน เนื่องจากกรุงเทพมหานคร ประกาศใช้ผังเมืองใหม่ (พ.ค. 2556) การสร้างคอนโด อาจจะมีข้อจำกัดเล็กน้อย ที่ต่อไป เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นโครงการคอนโด ตามซอยเล็กๆ ถ้าจะเห็นโครงการคอนโดใหม่ๆ ในกรุงเทพ ฯ ถนนที่ตั้งคอนโด ทางเข้าก็ต้องเป็นถนนกว้างประมาณ 10 เมตรขึ้นไป ซึ่งเราคงไม่ได้พบเห็นคอนโดในซอยเล็กๆ แบบเมื่อก่อน (การติดถนนใหญ่ ก็ส่งผลให้ราคาขายคอนโดสูงขึ้น เพราะต้นทุนที่ดินแพงขึ้น) 


(ถนนกว้างไม่เกิน 10 เมตร จะสร้างอาคารได้ไม่เกิน 10,000.- ตารางเมตร แต่ก็มีข้อยกเว้น ว่าถ้าที่ตั้งโครงการอยู่ในระยะ 500ม.จากสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ถึงกว้างไม่ถึง 10 เมตรก็สร้างได้ แต่ถนนก็ต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 6 เมตร แต่บางพื้นที่ก็ไม่อนุญาตให้สร้างเลย * ตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ >>>ผังเมืองกรุงเทพมหานคร )




  • พิจารณาส่วนประกอบของคอนโด

สิ่งที่ควรนำมาประกอบอีกอย่างก็คือทรัพย์ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราจะได้รับ จากโครงการคอนโดนั้น มีมากน้อยเพียงไร เพราะของเหล่านี้มีผลต่อทั้งราคาที่เราซื้อ และส่งผลถึงราคาขายต่อ (ราคาปล่อยเช่า) ส่วนกลางทั่วๆไป ก็คือ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องรับแขก ฯ เหล่านี้ถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะส่งผลให้การใช้ชีวิตในคอนโดของเรา สะดวกสบายขึ้น ไม่ยึดติดแต่ในห้องสี่เหลี่ยม และอีกปัจจัยที่สำคัญมาก สำหรับตอนนี้  คือ ที่จอดรถยนต์


    เนื่องจาก ปัจจุบัน จำนวนที่จอดรถยนต์ที่โครงการมีไว้ให้ผู้ซื้อ จะไม่ครอบคลุม 100 %  ปกติทั่วไปก็อยู่ที่ ประมาณ 30-60% แต่ก็มีบางโครงการที่จัดที่จอดรถยนต์ไว้ให้ครบทุกห้อง แต่ก็มีไม่กี่โครงการ (และราคาขายจะสูงกว่าปกติ) เพราะการจัดให้มีที่จอดรถยนต์ครบทุกห้อง หรือมีปริมาณมาก ๆ ก็จะส่งผลให้ ราคาขายของห้องชุดสูงขึ้น อาจส่งผลให้การทำคอนโดขายได้ยากขึ้น (เพราะต้นทุนในการทำที่จอดรถของผู้ขายจะถูกนำมารวมอยู่ในราคาขายห้องชุด) ถ้าเปรียบเทียบหลายๆ โครงการ ก็อย่าลืมเปรียบเทียบจำนวนที่จอดรถยนต์ด้วยนะครับ ถึงแม่ว่าโครงการจะบอกว่า ทุกห้องมีสิทธิ์การใช้ที่จอดรถ แต่นั่นก็เป็นเพียงสิทธิ์ เพราะมิได้หมายความว่าเมื่อถึงเมื่อเวลาจริง ๆ จะมีพื้นที่ให้จอดรถยนต์ทุกห้อง (ยกเว้นว่ามีที่จอดรถยนต์ครบทุกห้อง)



- เขียนมาถึงตรงนี้ เพื่อความเข้าใจเรื่องการคิดจำนวนที่จอดรถยนต์ที่ดียิ่งขึ้น เดีียวในครั้งต่อไป เรามาทำความเข้าใจกับที่จอดรถยนต์กันดีกว่านะครับ -


>>>> ปัญหาที่จอดรถยนต์ของคอนโด ไม่พอ 




 

Create Date : 23 ตุลาคม 2556    
Last Update : 23 ตุลาคม 2556 22:16:19 น.
Counter : 319 Pageviews.  

เสียค่าเช่าห้องอยู่ทำไม ซื้อ(คอนโด)ดีกว่า(หรือ)เปล่า - ตอนที่ 2

จากครั้งก่อนที่กล่าวถึง คอนโด ที่มีเรทราคา ต่อตารางเมตร ค่อนข้างสูง  ใน ตอนที่ 2 นี้เราก็จะมาดู คอนโดที่มีราคาไม่แพง เรทที่ถือว่าอยู่ในเรทที่ถือว่าถูก มีค่าใช้จ่ายหากต้องกู้ธนาคาร ไม่สูงมาก

         ณ. เวลาที่มีข้อมูลนี้ (2556) ที่เป็น คอนโด มีแบรนด์ที่มีชื่อก็น่าจะเป็นของ กลุ่ม เสนาดีเวลลอปเม้นท์ มีชื่อ ซีรีย์ว่า " เดอะคิท คลองหลวง" ที่มีราคาเสนอขายอยู่ที่ 790,000 .- บาท  มีเนื้อที่ประมาณ 28.8 ตารางเมตร หรือ ประมาณ 27,500 บาท / ตารางเมตร 

       ซึ่ง จริงๆ แล้วก็ยังมีอีกหลาย บริษัทที่ทำคอนโด ออกมาขายตลาดล่าง ที่มีเรท ราคาคอนโด ประมาณแสนปลายๆ - 1 ล้านบาทต้นๆ


  • สมาร์ท คอนโด วัชรพล - Smart Watcharapol ของกลุ่ม บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน)
  • ไอ คอนโด งามวงศ์วาน - ICondo Ngamwongwan ของกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค
  • ศุภาลัย ปาร์ค แยกเกษตร - Supalai Park Kaset ของกลุ่ม บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • พลัม คอนโด บางแค - Plum Condo Bangkhae ของกลุ่ม บริษัท  พฤกษาเรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
  • ดีคอนโด รัตนาธิเบศร์ - D-Condo Rattanathibet ของกลุ่ม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  •  เอ สเปซ มี บางนา - A space ME Bangna ของกลุ่ม บริษัท อารียา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
  • ลุมพินี คอนโดทาวน์ บางแค – Lumpini Bangkhae CondoTown ของ กลุ่ม บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้  จำกัด (มหาชน)

ตรงนี้เป็นตัวอย่างเบื้องต้น ในกลุ่ม คอนโดที่มีราคาไม่แพง ซึ่ง ก็ยังมีอีกหลายๆ คอนโด ที่เป็นบริษัทที่เป็นแบรนด์รองลงมา เช่น


  • เดอะกรีน คอนโดมิเนียม เฟส 2 - สุขุมวิท 101 - ของกลุ่มบริษัทเดอะ แกรนด์ พัฒนา ดีเลลอปเม้นท์  มีเรทราคาอยู่ประมาณ 8-9 แสนบาท


  • รีเจ้นท์โฮม 1 พหลโยธิน 67 - ของกลุ่ม  บริษัท รีเจ้นท์ กรีน เพาเวอร์ จำกัด ที่มีเรทราคาประมาณ 699,000 บาท ต่อพื้นที่ 31 ตารางเมตร หรือประมาณ 22,500บาท / ตารางเมตร

ซึ่ง คอนโด ที่มีราคาไม่สูงนี้ จะมีกระจายอยู่ทั่วไป อีกหลายบริษัท แต่อาจจะอยู่ในทำเลที่รองลงมา เช่น ติดถนนซอย ตรงนี้ต้องรองสำรวจพื้นที่ ที่เราสนใจว่ามีคอนโด ที่มีราคาไม่สูงอยู่หรือไม่


       โดย คอนโด ที่มีระดับราคาประมณ 1 ล้าน บาท หากต้องกู้ซื้อกับสถาบันการเงินประมาณ 30 ปี จะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน ประมาณ 6,500 - 7,000 .- บาท (อาจจะมี + - ตามสภาวะดอกเบี้ยเงินกู้) ยิ่งหากราคาไม่ถึง 1 ล้าน ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ก็ยิ่งถูกลงมา


        ซึ่งหากพิจารณาเปรียบเทียบกับค่าเช่า ที่เราต้องเสีย ก็อาจจะไม่แตกต่างกันมาก ทั้งนี้ อพาร์ทเมนต์หรือห้องเช่า ที่มีเรทค่าเช่าต่อเดือน 5-6 พันบาท อาจจะได้เปรียบเรื่องทำเล เพราะอาจจะตั้งอยู่ในทำเลที่ดีกว่า เดินทางสะดวกกว่า ตรงนี้ก็ต้องลองพิจารณาดูว่าหากเราต้องย้ายไปอยู่ คอนโด ที่เราสนใจจะซื้อ จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มมาอีกเท่าไหร่ และอีกส่วนนึงที่ต้องพิจาณาร่วมด้วย นั่นก็คือ ค่าส่วนกลาง ที่เราต้องเสียเมื่อเราซื้อ คอนโด ยิ่ง คอนโด ที่เราซื้อมีจำนวนยูนิตต่อโครงการน้อย ค่าส่วนกลางต่อเดือน ก็จะยิ่งมาก 


       อาจจะดูยุ่งยากเล็กน้อย แต่หากเราสามารถหา คอนโด ที่มีทำเลที่ดี มีอนาคต ราคาไม่สูงมาก ก็จะถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาว ที่ดีกว่าการเช่าอยู่ที่เมื่อย้ายออก เราก็ไม่ได้อะไร (อาจจะต้องเสียเพิ่มตอนย้าย) แต่การซื้อ คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ ถือเป็น การลงทุน ที่เมื่อเวลาผ่านไป โดยปกติแล้ว จะยิ่งเพิ่มมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ว่าสามารถ เอาชนะเงินเฟ้อได้


     แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังของการซื้อ คอนโด ที่มีราคาไม่สูงมาก คือการดูแลสภาพอาคาร สภาพแวดล้อม การอยู่อาศัย ที่ต้องรักษาและดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งหากเจ้าของร่วมที่พักอาศัย ช่วยกันดูแล รักษาระเบียบโดยรวมแล้ว ยิ่งนานวัน ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัว คอนโด แต่ในทางตรงกันข้าม หากดูแลไม่ดี ไม่มีการซ่อมบำรุงอาคาร ยิ่งนานวัน แทนที่มูลค่าจะเพิ่ม อาจจะทำให้มูลค่า คอนโด คงที่ หรือต่ำลงกว่าตอนที่ซื้อก็เป็นไปได้ครับ



แวะไปอ่านเนื้อหาอื่นๆ >>> ได้ที่นี่ครับ 




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2556    
Last Update : 17 ตุลาคม 2556 9:11:34 น.
Counter : 1218 Pageviews.  

เสียค่าเช่าห้องอยู่ทำไม ซื้อ(คอนโด)ดีกว่า(หรือ)เปล่า - ตอนที่ 1


ปัจจุบันในกรุงเทพมหานคร หรือตามเมืองใหญ่ๆ มักจะมีประชากรแฝง กระจายอยู่ใน กรุงเทพฯ โดยส่วนใหญ่ก็คงเป็นคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานหรือศึกษาในกรุงเทพมหานคร


แรกเริ่มเดิมทีของคนส่วนใหญ่ก็มักจะหาที่พักใกล้กับที่ทำงาน ซึ่งมีกันมากมาย หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่จะเรียกกัน ทั้ง อพาร์เมนต์ ห้องเช่า แมนชั่น ฯ ซึ่งขอเหมารวมว่าเป็นการเช่าแบบเดียวกันนะครับ (เพราะก็ต้องจ่ายค่าเช่าต่อเดือนอยู่ดี)


เมื่ออยู่ ๆ ไปสักพัก เมื่อเริ่มทำงานได้สักระยะ มีรายได้มั่นคงในระดับนึง เชื่อว่า จะมีบางท่านมีความคิดเข้ามาในสมองว่า เสียดายค่าเช่า (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ^_^)  จากแรก ๆ เช่าอยู่ไม่กี่พันๆ ค่อยๆ ขยับ สี่-ห้าพัน เอ๊ะ ชักมากขึ้นเรื่อยๆ (เหมือนมันมากขึ้นตามเงินเดือนเลยนะครับ) เดือนนึง ห้า-หกพัน หรือมากกว่านี้ แล้วถ้าปีนึง หรือหลายๆปี ละ

   1 ปี 

     6,000

x

12  เดือน

=

72,000

   2 ปี 

     6,000

x

24  เดือน

=

144,000

   3 ปี 

     6,000

x

36  เดือน

=

216,000

   4 ปี 

     6,000

x

48  เดือน

=

288,000

   5 ปี 

     6,000

x

60  เดือน

=

 360,000


นั่นคือ ยิ่งเช่าพักอยู่นาน ค่าเช่าสะสมที่เราจ่ายไป หากเมื่อไหร่ที่เราย้ายออก ก็คงมิได้คืนกลับมาแม้แต่บาทเดียว ยิ่งถ้าเราเสียค่าเช่าต่อเดือนแพง ค่าเช่าสะสมที่เราเสียไปก็ยิ่งแพงขึ้น



             ตรงนี้เราอาจจะมานั่งคิดว่า อยากมีบ้าน หรือที่อยู่เป็นของตัวเอง แต่ ณ. ชั่วโมงนี้ การจะหาบ้านเดี่ยว ในเมืองหลวง น่าจะเป็นการยากขึ้น เพราะถึงเป็นบ้านเดี่ยวในราคาขั้นต้น ก็คงต้องถอยไปอยู่ชานเมือง (มากๆ) หน่อย แล้วถ้าทาวน์เฮ้าส์ละ ก็อาจจะยังพอหาได้ และอาจจะใกล้เมืองหลวงขึ้นมาหน่อย แต่อาจจะต้องเป็น ทาวน์เฮ้าส์มือสอง


(ผู้เขียนเคยได้ไปฟังบรรยาย ของผู้บริหารของผู้พัฒนาเจ้าหนึ่ง ท่านบอกว่า ด้วยต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้างปัจจุบัน บริษัทของผู้บรรยาย ไม่สามารถทำทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮม ในกรุงเทพฯ ขายในราคาต่ำกว่า 2 ล้านได้แล้ว)


            ที่น่าจะยังพอหาได้ และมีค่าใช้จ่ายรายเดือน (จริงๆต้องเรียกว่าเงินลงทุน ถึงจะถูกนะ) ใกล้เคียงกับค่าเช่าห้อง หรือค่าเช่าอพาร์ทเมนต์ และมีวิถีชีวิตใกล้เคียงกับการเช่าอพาร์เมนต์ ก็น่าจะเป็น คอนโด หรือ อาคารชุด

            โดยในปัจจุบัน ยอดขายของอสังหา อันดับ 1 ก็ต้องยกให้ คอนโด อาจจะด้วยความสะดวกสะบาย และอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงมีความปลอดภัยต่อการเดินทาง ซึ่ง สังเกตุได้จาก ปัจจุบันมีผู้พัฒนาโครงการใหม่ๆ  เข้ามาชิงเค็กก้อนนี้กัน ไม่เฉพาะ เจ้าตลาดเดิมๆ ส่วนหนึ่งก็อาจจด้วยผลตอบแทนของการลงทุนสูง เมื่อปิดโครงการ สามารถทำกำไรได้มากกว่าการพัฒนาอสังหาในแนวราบ

          ถ้าพูดถึงราคาขาย ในทุกเซกเมนต์ของ คอนโดใหม่ๆ ก็มีตั้งแต่เริ่มต้นแสนปลาย ขึ้นไป จนถึงระดับร้อยล้าน


          ถ้าแตกย่อยไปที่ราคา คอนโด ต่อตารางเมตร คอนโดราคาถูก ก็มีตั้งแต่ 25,000.- บาท/ตารางเมตร จนแพงขึ้นเรื่อยๆ สูงสุดที่มีขายในบ้านเรา เท่าที่ทราบข่าวก็คือ 400,000.- บาท/ตาราเมตร (ผมไม่ได้เขียนผิดนะ) 


คอนโด ที่มีราคาขายสูงที่สุดตอนนี้ก็คือ คอนโด เกรด Top ของแสนสิริ ชื่อ " The Stable " โดยโครงการนี้ตั้งอยู่บน ถนนวิทยุ ทำเลที่ดังเมื่อ 1-2 ปีก่อน ว่ามีการซื้อขายที่ดินในราคาที่แพงที่สุดที่ตารางวาละ 1.5 ล้าน ก็แปลงนี้แหล่ะครับ อาจจะด้วยทำเลที่ดี หาที่ดินเปล่าได้ยาก รวมถึง ใกล้ๆ กับคอนโด มีโครงการของเซ็นทรัล ที่ระดับ Top อีกเหมือนกัน นั่นก็คือ "เซ็นทรัล เอ็มบาสซี" โดยที่ ทั้ง 2 โครงการนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ก็คงต้องรอดูครับ ว่าทั้ง 2 โครงการนี้ เมื่อแล้วเสร็จจะสวย และอลังการขนาดไหน  

* ภาพโครงการ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จาก th.wikipedia.org



เมื่อพูดถึง คอนโด ที่มีราคาขายในระดับสูงแล้ว ในครั้งต่อไปจะพูดถึง คอนโดที่มีราคาไม่แพง บ้าง เดี๊ยวมาดูกันครับ ว่าปัจจุบัน คอนโด ตลาดล่าง มีราคาเสนอขายประมาณเท่าไหร่








 

Create Date : 14 ตุลาคม 2556    
Last Update : 14 ตุลาคม 2556 16:16:01 น.
Counter : 439 Pageviews.  

ย้ายบ้าน

  หลังจากที่หาเวลามาระบาย ประสบการณ์ส่วนตัวที่ Bloggang นี้ มาระยะนึง 

ตอนนี้เลยลองไปเขียนไว้อีกที่หนึง รู้สึกชอบมากกว่า
เลยว่าจะไประบายที่นั่นเป็นหลัก หากเพื่อนๆ ที่เห็นว่าเนื้อหาที่ผมระบายนี้ มีประโยชน์กับท่านบ้าง
แวะไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่บ้านใหม่ นะครับ ขอบคุณครับผม




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2556    
Last Update : 14 ตุลาคม 2556 13:29:36 น.
Counter : 366 Pageviews.  

1  2  

มนุษย์คอนโด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มนุษย์คอนโด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.