....Lonely Windmill....
Group Blog
 
All blogs
 

Life is Beautiful



เพิ่งได้ดูเรื่องนี้

น้ำตาร่วง

หนังน่ารักมาก

ให้ข้อคิดดีๆ

นักแสดงนำทำได้เยี่ยมมาก

ไม่มีข้อติ

ดีจริงๆ

ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หาอะไรมาเปรียบไม่ได้

รอยยิ้มและความสุขในหัวใจนั้น สามารถช่วยให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไปได้

เพียงแค่อย่าท้อ อย่ายอมแพ้ แม้ว่าจะมีปัญหาที่ย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม

เพียงแค่มีความรัก ...


หนูโจชัวน่ารักจริงๆ





 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 30 พฤษภาคม 2552 13:33:17 น.
Counter : 146 Pageviews.  

Valkyrie

Valkyrie


ไปดูหนังเรื่อง Valkyrie มา เนื้อเรื่องดูหนักๆดี




ไม่อยากจะโพสอะไรมาก เพราะเหนื่อยฮ่าๆๆ ไม่ชอบทอม ครูส แต่บทนี้ก็เล่นได้ดีนะ หนังเดินเรื่องฉับไว ละสายตาออกจากจอไม่ได้เลย แถมดราม่ามากๆ ดูจบแล้วมันเศร้าน่ะ ........


(Stauffenberg และ Cruise)


แต่ฮิทเลอร์ออกมาน้อยจัง แถมดูเป็นแค่ตาแก่ใจดีๆคนหนึ่ง


ใครชอบหนังแนวๆดราม่า เครียดๆ ก็ดูเรื่องนี้ได้

//valkyrie.unitedartists.com/




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 29 มีนาคม 2552 18:31:09 น.
Counter : 145 Pageviews.  

Soi Cowboy

SOI COWBOY



ได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง Soi Cowboy ซึ่งฉายที่ Siam Paragon ที่เดียวเท่านั้น หนังเรื่องนี้น่าสนใจดี นอกจากจะได้รับรางวัลและถูกนำไปฉายที่เมืองคานส์แล้ว ยังได้พี่ สมรักษ์ คำสิงห์ มาเล่นอีกด้วย

พอเข้าไปในโรง โอ้ว..... มีแค่ 5 คนเองหรือนี่


*คำเตือน* ใครยังไม่ได้ดูระวังโดน spoil นะจ้ะ




หนังเริ่มเรื่องโดยที่เป็นสีขาวดำ ฉายไปที่ชายฝรั่งตัวอ้วนปุ๊กที่นอนอยู่บนเตียง ข้างๆเขานั้นมีสาวไทยผิวคล้ำ ซึ่งร่างกายของเธอนั้นเล็กพอที่จะเป็นลูกของเขาได้เลย หน้าท้องของเธอนั้นใหญ่โตเพราะท้องแก่มากแล้ว สีหน้าของชายฝรั่งคนนี้ดูจะไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก เราจะได้เห็นชีวิตประจำวันของฝรั่งผู้นี้ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่าง กทม. เขาอาบน้ำบ้าง ออกนอกบ้านไปมินิมาร์ทบ้าง ขึ้นบีทีเอสบ้าง ซื้อแผ่นปลอมบ้าง...

สิ่งที่ชายฝรั่งคนนี้ทำนั้น บ่งบอกว่ารักเมียของตนมากเพียงใด เขาทั้งซื้อตุ๊กตาน่ารักๆ และสร้อยราคาสูงไปให้เธอ และเขายังซื้อยาไวอากร้ามาฝากตนเองอีกด้วย

สองผัวเมียคู่นี้ได้ตัดสินออกไปเที่ยวนอกกรุงเทพ ไปพักที่โรงแรมและได้ไปสนุกด้วยกัน ช่วงนี้ของตัวหนังเริ่มที่จะมีบทสนทนาเกี่ยวกับซอยเคาบอยเข้ามาเกี่ยวแล้ว....




เรื่องตัดไปที่ฉากสีสัน ฉายไปที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งถูกว่าจ้างให้ฆ่าพี่ชายของตน (ถ้าเราไม่เข้าใจผิดนะ เพราะงงจริงๆ) ส่วนตัวพี่ชายนั้นก็รับรู้ และยินดีที่จะให้น้องชายของตนทำเยี่ยงนั้น สีหน้าและท่าทางของเขานั้นสร้อยซึมเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังจะตายเพราะสาเหตุอะไร จนในที่สุดเมื่อวันเวลามาถึง หัวของเขานั้นก็กระเด็นหลุดบ่าออกเสียแล้ว....

เมื่อทำภารกิจเสร็จ เด็กหนุ่มไม่ได้ปริปากอะไร นอกจากเดินทางไปหาเจ้านาย และมอบหัวให้เขา สถาณที่ที่นัดเจอก็คือที่ซอยเคาวบอย ซึ่งเมียฝรั่งที่เราเห็นในฉากขาวดำก็อยู่ตรงนั้นด้วย

เมื่อเธอได้เห็นศรีษะที่ถูกตัดมานั้นก็ร้องไห้โฮ ส่วนเด็กหนุ่มคนนั้นก็เรียกร้องเงินจากเจ้านายตัวแสบ (สมรักษ์ คำสิงห์) ตัวเจ้านายให้สองแสน ก่อนที่จะใช้ปืนยิงสังหารเด็กหนุ่มคนนั้นเสีย.......




โดยรวมของตัวหนังแล้ว เอ่อ.......บอกไม่ถูก ว่าจะชอบหรืออะไรดี เพราะเป็นหนังที่ต้องใช้ความอดทนในการที่จะนั่งดูเฉยๆอย่างยิ่ง มันแทบจะไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ไม่มีอะไรเลยแต่ว่าน่าสนใจนะ แต่ว่ามันไม่น่าสนใจด้วยน่ะสิ ตัวหนังช่วงแรกที่ราบเรียบเมื่อเป็นสีขาวดำ เหมือนกับกำลังดูชีวิตของคู่รัก ไม่มีอะไรโลดโผดและน่าตื่นเต้น น่าเบื่อและธรรมดา ตรงนี้ทำให้เราคิดว่า อะไรที่มันไม่มีอะไร พอมันมีอะไรขึ้นมานิดนึง ทำให้สนุกดีเหมือนกัน ดูได้เพลินๆ (ตาฝรั่งข้างๆพอดูจบ ลุกขึ้นมาตะโกนด่าใหญ่เลย)

เราว่าหนังเรื่องนี้เหมือนจะให้คนดูอย่างเราๆ วิเคราะห์เอาเองว่าเรามีอารมณ์ร่วมไหม ตีเนื้อเรื่องของหนังออกมาอย่างไร เหมือนกับว่า Soi Cowboy จะไม่พยายามยัดเยียดเนื้อเรื่องหรืออารมณ์มาให้คนดูแบบเต็มๆ แต่ให้เราตีค่าเอาเองว่าจะสนุกร่วมไปกับมัน หรือว่าไม่สนใจมันเลย ซึ่งสำหรับเรา มันก็เป็นหนังที่น่าสนใจดี Soi Cowboy ไม่ใช่หนังที่ห่วยแตกจนดูไม่ได้เลย อันที่จริงมันเป็นหนังที่ดีเสียด้วยซ้ำไป

พอออกจากโรงมาแล้วงง เอ๊ะสรุปยัยคนท้องมันชื่ออะไรวะ แล้วไอ้เด็กแว้นนั่นมันเป็นอะไรกับเธอ อ่าว แล้วไอ้คนที่โดนฆ่ามันคือใครละว้อย เออ แล้วพี่สมรักษ์ ทำไมออกมาน้อยแบบนี้ละคร้าบ หายหัวไปไหนมา ว่าตรงๆว่าไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่...... แต่บอกว่าให้ดู Soi Cowboy อีกไหม คงไม่ดูอีกแล้วล่ะ 555



ถ้าจะให้คะแนน Soi Cowboy คงไม่ให้ดีกว่า หนังเรื่องนี้ไม่มีห่วยเกินหรือดีเกิน คนดูคิดเอาเอง




 

Create Date : 27 มกราคม 2552    
Last Update : 17 มกราคม 2553 15:36:55 น.
Counter : 205 Pageviews.  

Happy Birthday

*คำเตือน* ใครยังไม่ได้ดูระวังโดน spoil นะจ้ะ


Happy Birthday ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกของปี 2009 ที่ได้ดูในโรง ที่ตัดสินใจมาดูนั้นก็เพราะได้ยินมาหลายเสียงเหลือเกินว่าหนังเรื่องนี้แสนจะซึ้งกินใจ น้ำตาไหลไม่ต่างจากหนังที่ทำเอาบ่อน้ำตาแตกเช่นเรื่อง The Letter ซึ่งเราเองก็ชอบมาก

โดยส่วนตัวก็ชอบ อนันดา เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นเรื่องนี้ก็คงไม่ควรพลาดที่จะเห็นการแสดงของเขาอีกครั้ง (ยอมรับว่าอนันดาเล่นหนังเยอะมากๆในปี 2008)

พอเข้าไปในโรง โห..... นี่มันโรงหนังเหรอวะเนี่ย ที่นั่งโล่งโจ้งมากๆ คนดูมีไม่ถึง 20 คน เอาเถอะ คนน้อยๆก็ดีจะได้ไม่ต้องมาปวดหัว

จากนั้นเรื่อง Happy Brithday ก็เริ่มขึ้น.............



เรื่องเริ่มโดยช่างภาพที่ไม่ค่อยจะมีสตางค์อย่าง "เต็น" เดินเข้าไปในร้านหนังสือ หยิบหนังสือท่องเที่ยวมาเล่มหนึ่ง พอเปิดดูเนื้อหาข้างในนั้นก็พบว่ามีคนมือบอน ขีดเขียนมันเต็มไปหมด ทุกๆหน้าจะบอกเกร็ดรายละเอียดเพิ่มเติมของสถานที่ท่องเที่ยว นายเต็นจึงทนไม่ได้ ตัดสินใจที่จะเขียนเติมเข้าไปบ้าง โดยที่เขาได้ทะเลาะและถกเถียงกับบุคลปริศนาที่เขาอยากจะเจอในหนังสือเล่มนี้

จนในที่สุดเต็นก็ได้พบ "เภา" คนที่เขาสงสัยและอยากจะเจอหน้าอยู่นั้นเอง ทั้งสองถกเถียงกันนิดหน่อยจนกระทั่งได้มีคำขอโทษหลุดเข้าไปในหนังสือเล่มนั้นอีกครั้ง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เต็นเริ่มปิ๊งสาวเภา


อนันดา: ขอหอมหน่อย..... ขอหอมหน่อยยยย....


ทั้งสองออกเดตและไปเที่ยวกัน ขอบอกว่าช่วงที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน จีบกัน มันน่ารักหวานเยิ้มมากๆ ดูแล้วต้องอมยิ้มตามไปกับความน่ารักขอทั้งสองคน ซึ่งก็เล่นได้อย่างธรรมชาติ เหมือนเป็นคู่รักคู่เพี้ยนกันจริงๆ เหมาะสมกันดี ช่วงแรกของหนังเรื่องนี้จะมีแต่ความสดใสของชายหญิงสองคน สถาณที่ถ่ายทำนั้นก็สวยมาก



จนในที่สุดก็มาถึงช่วงที่ทำให้คนดูอย่างเราๆต้องตกใจและช็อกไปตามๆกัน ตอนที่เภาโดนรถเขียวอัดลากไปชนฟุตบาท และสีหน้าของอนันดาที่ปรากฎออกมานั้น ได้ฟิลมากๆเลยทีเดียว ความตกใจความเศร้าทั้งหมดมันรวมกันเป็นกองใหญ่ๆตรงจุดนี้ และแน่นอน การที่ทั้งสองจะได้มาพูดจาหวานเยิ้ม จับมือ และแสดงความรักต่อกันมันไม่มีอีกแล้ว เพราะว่าคนเคราะห์ร้ายอย่างเภานั้น ก้านสมองได้ตายไปเสียแล้ว.........



มาแล้วกับความเศร้าของหนัง ประทับใจกับความรักของเต็นที่มอบให้เภา ถึงแม้ว่าเภาจะตอบสนองไม่ได้ก็ตาม ช่วงแรกๆ เห็นผู้ชายขี้เล่นยิ้มแย้มกวนteenและติดตลกอย่างเต็น ก็นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีความรับผิดชอบต่อคนรัก ดูแลเธอคนนั้นอย่างไม่คลาดสายตาเลยสักวินาที

ตั้งแต่นี้มา น้ำตาแตกเกือบตลอดเวลา ตอนที่เต็นพูดกับเภาที่ยังนอนนิ่งอยู่น่ะว่า..."เต็นดีพอแล้วหรือยัง" โหย...... แกน่ะดีพอแล้ว ดีเกินไปด้วย ไอ้เต็นเอ๋ย....... ยิ่งตอนเพลง "เธอคือความฝัน" ของพราวดังขึ้นมานั้น มันบิวท์อารมณ์จริงๆ




เต็นเริ่มที่จะใช้จินตนาการของตนเอง และคุ้นชินกับการดูแลเภา ปรับตัวกับสถาณการณ์ได้ เขาคิดว่าเภาสามารถยิ้ม พูด และสนุกสนานไปกับเขา ทั้งที่ตัวของเภาจริงๆนั้นยังคงตอบสนองไม่ได้เช่นเดิม ตรงนี้แหละที่ทำให้น้ำตาตกอีกครั้ง.....

เต็นทำทุกอย่างเพื่อเภา เช็ดตัว ดูแล แม้กระทั่งเปลี่ยนผ้าอนามัยให้เธอ แต่พ่อแม่ของเภานั้นตัดสินใจจะให้ลูกของพวกเขาได้ไปสบาย ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมาณแบบนี้อีกต่อไป นั่นทำให้เต็นยอมไม่ได้ เขาจะยอมให้เภาจากเขาไปได้อย่างไร....

สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยเธอไป ถึงแม้ว่าจะเลือกไม่ได้ก็ตาม




โดยรวมของหนังแล้ว ชอบช่วงแรกของเรื่องมากๆเลย น่ารักจุ๊กจิ๊กเหมือนเราเพิ่งมีความรัก แต่พอช่วงที่เภาโดนรถชนนั้น เนื้อเรื่องยืดเย้าไปนิด พล๊อตเรื่องอาจจะหลวมไปบ้าง มีบางช่วงที่น้ำตาตกโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ โดยรวมแล้วชอบนะ เศร้ากินใจ และเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้จริง....


อนันดาเล่นดีมากกกกกกกก.... ถึงมากที่สุด ประคองเนื้อเรื่องไว้อย่างดีเยี่ยม สุดยอดจริงๆอนันดา เล่นบทโทรมๆแต่ว่าดูดีและน่าดึงดูดชะมัด (แถมหล่อมากด้วย หึหึ) ดูเป็นธรรมชาติและไม่เว่อร์เกินไป ดูแล้วมันอินน่ะ การเล่นหนังของอนันดาถือว่าพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องนี้ เก่งจริงๆค่ะยอมรับ.... ส่วนนางเอก น่ารักมากๆค่ะ ถึงบทจะน้อยไปนิด แต่เล่นได้ดีเป็นธรรมชาติมากๆ เข้าขากับอนันดาได้ดีมาก




หนังเรื่อง Happy Birthday สอนให้เราได้รู้ว่า ควรที่จะมีความสุขกับคนที่เรารัก ถึงแม้ว่าเขาหรือเธอจะเป็นอย่างไรก็ตาม........





 

Create Date : 06 มกราคม 2552    
Last Update : 29 มีนาคม 2552 18:11:13 น.
Counter : 275 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Lonely Windmill
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนๆหนึ่งที่ชอบหมกหมุ่นกับสิ่งที่ตัวเองหลงรัก ^ ^

มาฟังกันได้ในวันอาทิตย์นะคะ
http://www.yesindie.com/playlists?forumaction=showforum&forum=102
Friends' blogs
[Add Lonely Windmill's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.