ปล่อยไหล
Group Blog
 
All blogs
 
วันพุธที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๓

"Community Medicine" จุดมุ่งหมายของเส้นทางสายนี้คือทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ ฟังดูงง ๆ ไหม? อะไรวะ จิตใจ จิตวิญญาณ มันต่างกันยังไง เป็นต้น

ไม่แปลกหรอก ครั้งแรกที่เรียน com.med เราก็งงแบบนี้แหมือนกัน แต่เท่าที่เรียนมาก็พอจะเข้าใจได้บ้างว่า เส้นทางสายนี้เป็นการดูแลสุขภาพของคนคนหนึ่งในทุก ๆ ด้าน เพราะว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการเกิดโรคได้ทั้งนั้น เช่น ถ้าเราอยู่ในสังคมที่มีแต่ปัจจัยเสี่ยง เราก็สามารถเป็นโรคได้มากมายแล้ว และเมื่อเราเป็นโรคทางกาย จิตใจเราก็จะไม่สบายไปด้วย อย่างนี้เป็นต้น

เดี๋ยวนี้แม้ว่าจะมีปริมาณแพทย์เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่พอเพียงกับความต้องการทางการแพทย์ ความต้องการการรักษาโรคสักที แล้วเราควรทำอย่างไรหละ วิชานี้บอกว่าเราจะมัวแต่ตั้งรับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างเดียวไม่ได้ เราจะมัวแต่รักษาตัวโรคอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ต้องทำงานเชิงรุกคือเป็นการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพซึ่งรายละเอียดนั้นยังมีให้เรียนอีกมากมาย ฟังดูก็เหมือนง่าย ๆ นะ แต่ถ้าง่ายจริง ๆ ทำไมประเทศไทยยังไม่ค่อยมีผลงานทางด้านนี้เลยหละ? เราก็ไม่รู้เหมือนกัน

ถ้าจะลองนึก ๆ ดูจากความคิดความอ่านของเราตอนนี้ เส้นทางสายนี้มันคงดูไม่เท่ ไม่เจ๋ง เท่ากับเส้นทางสายการรักษาหละมั้ง ลองคิดดูสิ ถ้ามีทีมสุขภาพมาที่หมู่บ้านเราแล้วก็ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค เราคงไม่ค่อยเห็นความสำคัญเท่าไหร่ ก็มันยังไม่เกิดโรคอะไรนี่หว่า เราก็สบายดี ก็เลยคิดว่าหมอเหล่านี้ไม่ค่อยเก่ง ไม่ค่อยเท่นัก กับอีกสถานการณ์นึงคือ เราไม่สบายแบบแย่สุด ๆ จะตายอยู่แล้วแต่เมื่อไปหาหมอ หมอก็รักษาให้คุณหายได้ เราก็น่าจะคิดว่าหมอคนนี้เก่งสุด ๆ ไปเลย ยังกับเป็นหมอเทวดา ทั้ง ๆ ที่ในกรณีแรก เราสามารถสร้างสุขภาพดีให้คนได้มากกว่ารอรักษาอย่างเดียวอีกนะ

พูดมาซะเนิ่นนาน สรุปคือจะบอกว่า เราควรเน้นอะไรมากกว่ากันระหว่างการรักษากับการส่งเสริมสุขภาพ เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์นะ ไม่ต้องการคำตอบ

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่เราสงสัยอยู่มาก อ.หลายคนบอกว่าพอเราโตขึ้น พบกับคนไข้มากขึ้น ความเป็นคนของเราจะน้อยลง เราจะมีความเห็นใจคนอื่นน้อยลง เราจะทำตามหน้าที่อย่างเดียว ไม่ได้ใส่ใจกับความรู้สึกของคนไข้ เราจะเห็นเคยชินกับความตาย อ. บอกว่าเราต้องคิดอยู่เสมอว่าคนไข้เป็นญาติของเรา
ตอนแรก ๆ ก็เห็นด้วยอยู่นะ แต่อยู่ดี ๆ ก็ฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่า เอ๊ะ ถ้าเราทำแบบนี้กับคนไข้ทุกคน เราจะไม่เป็นคนที่แบกโลกไว้ทั้งใบหรือไง ถ้าเรามัวแต่สงสารที่คนไข้ป่วย คนไข้ตาย มันจะเกินไปไหม ในเมื่อเราปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว และเราก็ต้องเข้าใจว่าความป่วยความตายนั้นก็เป็นเรื่องที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ เราก็น่าจะเข้าใจและวางเฉยได้นะ และก็จะได้ทำหน้าที่ของเราต่อไป

แต่พอเราคิดได้อย่างนี้ก็รู้สึกถึงความขัดแย้งภายในตัวเอง เราสงสัยว่าการที่เรามีความคิดเช่นนี้มันถูกต้องไหม หวังว่าเมื่อเราเติบโตขึ้น เราจะรู้คำตอบนะ


Create Date : 07 ตุลาคม 2553
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 0:07:52 น. 4 comments
Counter : 149 Pageviews.

 
Photobucket


โดย: Cheria (SwantiJareeCheri ) วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:6:27:39 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:16:49:47 น.  

 
เรื่อง commed เห็นด้วยอย่างยิ่ง

"เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่เราสงสัยอยู่มาก อ.หลายคนบอกว่าพอเราโตขึ้น พบกับคนไข้มากขึ้น ความเป็นคนของเราจะน้อยลง เราจะมีความเห็นใจคนอื่นน้อยลง เราจะทำตามหน้าที่อย่างเดียว ไม่ได้ใส่ใจกับความรู้สึกของคนไข้ เราจะเห็นเคยชินกับความตาย อ. บอกว่าเราต้องคิดอยู่เสมอว่าคนไข้เป็นญาติของเรา
ตอนแรก ๆ ก็เห็นด้วยอยู่นะ แต่อยู่ดี ๆ ก็ฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่า เอ๊ะ ถ้าเราทำแบบนี้กับคนไข้ทุกคน เราจะไม่เป็นคนที่แบกโลกไว้ทั้งใบหรือไง ถ้าเรามัวแต่สงสารที่คนไข้ป่วย คนไข้ตาย มันจะเกินไปไหม ในเมื่อเราปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว และเราก็ต้องเข้าใจว่าความป่วยความตายนั้นก็เป็นเรื่องที่ธรรมชาติสร้าง สรรค์ เราก็น่าจะเข้าใจและวางเฉยได้นะ และก็จะได้ทำหน้าที่ของเราต่อไป"


คำถามเดียวกันเลย...


แต่เรากลัวที่จะเคยชินไปจริงๆนะ



นี่ เราว่าเขียนดีออก ^________^


วันหลังเขียนอีกนะ


โดย: ปานตา IP: 202.12.97.100 วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:18:28:37 น.  

 


โดย: หน่อยอิง วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:20:35:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
logarithm
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add logarithm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.