โลกไกลบ้าน ชีวิตนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในอเมริกา
Group Blog
 
All Blogs
 
★ ★ ★ ★จ้องตาหน่อยมั้ย ว่าใครจริงกว่า... ชีวิตนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในอเมริกา ตอนที่ 10 ★ ★ ★ ★

สัปดาห์นี้สัปดาห์สุดท้าย ใกล้เปิดเทอมแล้ว
แล้วก็ขอบอกว่า ระบบมหาลัยที่นี่ เรียนเป็นเรียน เค้าเรียนหนักกันจริงๆ
ตอนแรกว่าจะไม่เขียนแล้ว เพราะคงยุ่งๆ
แอบไปเห็นคอมเม้นต์ มีคนมาโพสต์ บอกจะปู่เสื่อรออ่านต่อ
เห็นแล้วหัวใจโพงโต ฮึดสู้ขึ้นมาทันที
พอดีคนเขียนบ้ายอ แล้วก็ขาดความอบอุ่นด้วย
ถ้าใครยังอยากให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ ก็แวะมากระซิบว่ายังอยู่กันบ้างนะ
เปิดเทอมแล้ว คงไม่มีเวลามาพูดคนเดียว เหมือนตอนซัมเมอร์

เริ่มเร็วละกันวันนี้

เย่ ได้กินข้าวเที่ยงแล้ว!
ขนาด Lunch ของคนอเมริกันก็จะใหญ่กว่า Breakfast ขึ้นมานิดนึง แต่ก็ยังมีขนาดปริมาณเล็กกว่า Dinner
ในโรงอาหาร ก็จะมีอาหารหลากลายให้กินกัน
จะมีอาหารจานพิเศษ ที่เค้าจะทำมาให้ เปลี่ยนไปแต่ละวัน
มีโซนของพิซซ่า มี โซนของผักหลายๆชนิด และน้ำสลัดให้เราทำสลัดกัน เรียกว่า salad bar
บางที่เค้าอาจจะทำ อาหารที่คล้ายๆกับพวกของผัดๆบ้านเรา
ที่เค้าจะเอาเนื้อสัตว์ มาผัดรวมๆกับผัก แล้วก็ใส่ซอสลงไปเรียกว่า stir fry
แล้วก็จะมีโซนน้ำดื่มหลากหลายชนิดบริการให้ มีโซนนมด้วย

คนที่นี่จะเรื่องมากเรื่องอาหารการกินมาก คือคุณๆทั้งหลายจะกลัวอ้วน
แต่ยิ่งกลัวยิ่งอ้วนกันเป็นแถว
เวลาสั่งอาหารอะไรที่ต้องใส่นม ต้องบอกเค้าด้วยว่าเอานมแบบไหน
นมที่มีไขมันต่ำกว่า 0.5% เค้าจะเรียกว่า "skim milk"
มากขึ้นมาอีกนิด ถ้ามีไขมัน 1% เค้าจะเรียกว่า "1% milk" (เรียกง่ายดีเนอะ ตรงดี)
ถ้ามีไขมัน 2% เค้าจะเรียกว่า "2% milk"
ถ้าใครไม่กลัวอ้วน อยากได้สารอาหารจากนม ครบจากเต้า ไม่ผ่านกระบวนการใดๆ ก็บอกเค้าไปเลยว่า "Whole Milk" เพ่

พูดถึงเรื่องนมทีไร ยังอดเจ็บใจไม่หาย
ตอนเด็กๆจะได้รับฉายาว่า "นักดื่มนมวัว" เพราะชอบดื่มนมมาก ดื่มวันละแปดถุงแน่ะ (นมโรงเรียนที่ให้เด็กๆกินน่ะ นึกออกป่ะ)
แต่มาบัดดลนี้ ท้องของข้าพเจ้า (จริงๆต้องลำไส้เล็กดิ เนอะ) ไม่สามารถย่อยนมได้แล้ว
คือ กินทีไรต้อง จู๊ดๆๆๆๆ ออกมาทุกที แล้วได้กลิ่นนม อย่างชัดเจน .... แหวะ
ถ้าใครมีอาการแบบนี้อยู่เหมือนกัน เค้ามีศัพท์เฉพาะจัดให้ครับ
ทีนี้ก็ไม่ต้องไปบอกว่า "When I drink milk, I will จู๊ดๆๆๆ " อีกต่อไป
เวลามีคนถามว่าจะกินนมมั้ย แล้วดันกินไมได้ ท้องไม่รับ ก็แค่ตอบว่า
"No, thanks. I'm lactose intolerant"
เค้าก็รู้แล้วล่ะครับว่า เราแพ้นม
เคยแอบคิดน้อยใจในวาสนาตัวเองอยู่เหมือนกัน
เพราะนมแสนจะดี มีโปรตีนเยอะ แคลเซี่ยมสูง ถูกด้วย
แต่ดันกินไม่ได้ เหมือนไก่ได้พลอย
แต่วันก่อนไปค้นๆใน wikipedia ดู
เค้าบอกว่า "99% ของคนไทยเป็น lactose intolerant!"
ก็เลยทำใจกันไปตามๆกัน

ท้องอิ่มแล้ว จู๊ดๆแล้ว ก็กลับไปเรียนกันเถอะเนอะ

คลาสต่อไปเป็นคลาส Reading
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า การอ่าน
ก็ อ่านๆๆ อ่านกันเข้าไป
มีคุณครูอันแสนจะใจดีๆๆ มากๆ นามว่า Mary
พวกเราพอหนังท้องตึง หนังตาหย่อน ก็พากันเข้าห้วงแห่งภวังค์ (สะกดไง บอกด้วย)
ไปๆมาๆ เหลือป้าแกยืนอ่านอยู่คนเดียวทุกที
ป้าแกใจดีๆมาก ผมเป็นลูกรักป้าแกเลย
ไหนๆก็ไหนแล้ว ขอนินทาคุณแม่น่อยละกัน
มีอยู่วันนึงผมไปหาป้าแกที่ออฟฟิซ
พอเดินเข้าไปป้าแกบแกว่า "หยุดนะ อย่าขยับ" (Stand right there, don't move!)
เราก็ตกใจ นึกในใจว่าจะโดนสังหาร เหมือนหนังฆาตกรรมป่าววะ
มองไปด้านล่าง ถึงได้ถึงบางอ้อว่า ห้องป้าแกรกมาก
เครื่องเขียน หนังสือ วางบนพื้นเต็มไปหมด
ถึงว่า เราถึงกลายเป็นลูกรัก ไปโดยปริยาย


คลาสสุดท้าย ก่อนบ่ายคลายเครียด (หรือยิ่งเครียดก็ไม่รู้)
คือคลาส Culture
คือจะเรียนเรื่องวัฒนธรรมอเมริกันที่แตกต่างจากวัฒนธรรมไทย
คลาสนี้สอนโดย ป ูโร้ค นั่นเอง
ใครไปสาย โดน!
ไม่ทำการบ้าน โดน!
เด็กๆเลย เกร็งๆกลัวๆ ตั้งใจเป็นพิเศษ
บทเรียนแรกที่เค้าสอนคือ คนอเมริกันจะเป็นคนที่ถือเรื่องความซื่อสัตย์เป็นหลัก
เวลาพูดต้องจ้องตา จ้องตา จ้องตา
ไม่ต้องเขิน ไม่ต้องกลัวจะท้อง เหมือนปลากัด
ตอนแรกก็ เก้ๆกังๆ คะๆเขินๆ อยู่เหมือนกัน
แต่ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินไปเอง
คนอเมริกันเค้าไม่ถือว่าหาเรื่องหรอกครับ ถ้าจ้องตาเค้า
แต่ถ้าไม่จ้อง เค้าถือว่า ไม่จริงใจ มีอะไรในกอไผ่อยู่

พูดถึงเรื่องไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่พูดถึงน้องกบสุดสวย ก็ชักจะกระไรอยู่
คือ รูมเมตน้องกบ มักจะมาเผาให้ชาวบ้านฟังเสมอว่า
น้องกบ แอบคุยโทรศัพท์ หวานแหวนกับนายลูกชิ้นปลาเป็นประจำ
แล้ววันนึง ก็รู้ไปถึงทีเอฝรั่ง
แล้วหนูกบเค้าก็เขิน ตามประสาหญิงไทยใจงาม
เธอจึงบอกไปว่า "Between ลูกชิ้นปลา and I, there's nothing in the bamboo."
ฝรั่งก็งงใหญ่ ว่าไอ้สองคนนี้แอบไปทำอะไรกันในสวนไผ่รึปล่าว
คือ ฝรั่งเค้าไม่มีสำนวนนี้กันอะครับ

อย่างที่สองจากบทเรียนแรก คือ เวลาจับมือ ต้องจับให้มั่นคั้นให้ตาย
ไม่ถึงขนาดน้าาน
แต่ว่าเวลาเรารู้จักกับใครเป็นครั้งแรก
ก็จะพูดกันว่า "Nice to meet you." พร้อมยื่นมือไปให้
คนที่โดนตัดหน้า โดนแย่งพูดไปก่อนก็จะพูดว่า "Nice to meet you too." พร้อมยื่นมือไปจับ
(จับมือที่เค้ายื่นมาให้ เพ่ ไม่ใช่จับอย่างอื่น)
แล้วก็จับกันให้แน่นเลยนะ ไม่ต้องกลัวถูกแต๊ะอั๋ง ฝรั่งเค้ายอมมาจับกับพวกเราก็บุญแล้ว
แล้วก็เขย่าแล้วโยก เขย่าแล้วโยก ซักสองสามทีพอเป็นพิธี
พร้อมทั้งจ้องตา แล้วก็ห้ามเขินเด็ดขาด เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเรามีใจ
(เดี๋ยวจะเป็นเหมือนคดีมิกอีก)

เรียนเสร็จหนึ่งวัน ยังไม่หมดแค่นี้ครับ ยังมีอีกเยอะ
โรงเรียนที่นี่เค้าจะเป็นแบบนี้ล่ะครับ เหมือนเรียนครึ่งวันก็จริง แต่เค้าจะมี กิจกรรม เยอะแยะมากมาย
กิจกรรมต่อไปที่ต้องทำคือ Discussion Group
เค้าจะแบ่งหลุ่มใหม่ คละจากทุกห้องปนๆกันหมด
นำทีมโดย ทีเอฝรั่งสองคน ของแต่ละกลุ่ม
แต่ละวันก็จะมีหัวข้อเรื่องโน้น เรื่องนี้ พูดกัน ถกกัน
แล้วก็จะมีการบ้านเล็กๆน้อยๆให้ทำ
เช่น แต่ละวันไปหามาว่า สำนวนนี้ แปลว่าอะไร พร้อมทั้งการใช้งาน
กลุ่มไหนเก็บคะแนนได้เยอะสุดก็ จะได้รับรางวัล มาม่า อะไรทำนองนี้

พอเสร็จจาก Discussion Group เค้าก็จะให้พักไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเตรียมตัวไปเล่นกีฬา
เค้าเรียกว่า Recreation พวกเราเรียกสั้นๆว่า เล่น Rec
กีฬาที่นี่ก็จะมีมากมายหลายประเภท มากกว่ากีฬาเมืองไทยเยอะ ทั้งกลางแจ้ง ในร่ม และก็บนเตียง
(พวก sit up ไง อย่าคิดไกล)
แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า กลางแจ้งที่นี่จะแจ้งมาก
คือ แดดแผดเผามาก ร้อนได้ใจ เหมือนบ่ายโมงหน้าร้อนไทยยังไงยังงั้น
แต่ที่นี่เค้าไม่ค่อยมีเมฆนะ อย่าลืม

Recreation นี่ เป็นมารหัวใจของสาวๆทั่วไป
ทุกคนจะทากันแดดกันหนาประมาณหนึ่งนิ้ว
ผมทาไปวันแรก แล้วก็เริ่มขี้เกียจ ก็เลยปล่อยตามบุญตามกรรม ตามมีตามเกิดละกัน
สองเดือนผ่านไป ต้องปิดไฟเวลาดูกระจก เพราะรับสภาพไม่ได้กับสีผิวตัวเอง
เพิ่งกลับไปดูรูปถ่ายรวม ที่ถ่ายไว้เมื่อสามปีที่แล้ว มา
ตอนแรกคิดว่า แสงจากกล้องไม่ถึง
เพราะเห็น เมี่ยมๆ กันหมด
แต่ดูไปดูมา ทุกกล้องก็เป็นแบบนี้ เอ๊ะ ยังไงกัน
แต่ละคนก็จะมีฉายาความดำกัน
อย่างเช่นน้องด้วงของเรา หนุ่มหน้าใสไร้สิวจากภาคอีสาน
ได้ฉายาว่า "ปลาแดกแดดเดียว" ไปเป็นนามแฝง

สองตา - Yes! 9

อ้าวพร้อมกันรึยัง ให้เวลาอีกนิดนึง เดี๋ยวไปเล่น Rec กัน เหงื่อสาด + เลือดสาด + ด่ากัน ไอ้ส_ดดดดด แน่




Create Date : 24 สิงหาคม 2551
Last Update : 24 สิงหาคม 2551 15:52:31 น. 14 comments
Counter : 453 Pageviews.

 
นีขนาดคาดว่าจะไม่มีเวลานะเนี่ย ยังเล่าอะไรต่อมิอะไรได้เยอะเชียว พูดเรื่องนม พี่เคยดื่มนมไขมัน 0% ของที่อเมริกา โทษที มันเหมือนน้ำล้างจานเลย พี่ต้องเททิ้งทังแกลลอนเลย

เรียนๆเล่นๆให้คุ้มค่านะคะ จัดแบ่งเวลาให้ถูก ว่าแต่ไปหลายปีแล้วใช่มั้ยค่ะ (สามปีใช่ป่ะ) แล้วทุนเขาให้เรียนถึงเอกเลยหรือเปล่าคะ พี่เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: Chulapinan วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:16:52:22 น.  

 
ดูน่าสนุกจังค่ะมีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะเลย
อยากหาทุนไปเรียนต่อหลังเรียนจบเหมือนกันค่ะ กะว่าจะเริ่มหาแล้ว เคยไปทำงานร้านกาแฟที่โน่นเวลาลูกค้ามาซื้อก็ต้องห้ามลืมถาม Whole milk or skim milk ทุกครั้ง

ไว้จะมาติดตามตอนต่อไปนะคะ


โดย: darksky วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:17:27:58 น.  

 
มาปูเสื่อรอฟัง
ต่อจากคนข้างบนจ้า

ชอบๆ เล่าอีกนะ



โดย: gingotree วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:19:06:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ...
แวะมาเยี่ยมค่ะ
มีความสุขในวันหยุดนะคะ



โดย: t_karnya วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:19:07:39 น.  

 
ตามมาถูกบ้านแล้ว...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

ถ้าจะว่าเรื่องนม นมที่เมกามีให้เลือกเยอะมากเลย แต่ก็ยังรู้สึกว่าชอบที่บ้านเรามากกว่าเพราะมันมีกลิ่นหอมนมกว่าอ่ะค่ะ...

ไว้จะเข้ามาอ่านเรื่อยๆนะคะ ^^


โดย: แค่อยากจะรู้ วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:21:38:16 น.  

 
ใกล้เปิดเทอมแล้วเหรอ ตั้งใจเรียนละกันนะ ว่างๆเซ็งๆ ก็เข้ามาเล่าไรหนุกๆ อีก
เพิ่งเรียนจบ รู้สึกอยากกลับไปเป็นนักเรียนอีก
แล้วจะคอยแวะมารอดูอย่างสม่ำเสมอนะจะ


โดย: kap IP: 202.91.19.206 วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:22:12:13 น.  

 
ไว้หวานสอบเสร็จก่อนนะ...
จะรีบไปเล่าละครต่อให้อ่านนะจ๊ะ...

แต่ตอนนี้ขอหัวปักหัวปำกะ Regression Analysis ก่อนนะ


โดย: หวาน (หมูน้อยคอยโคลน ) วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:23:15:59 น.  

 
ทำไม U เราไม่มีกิจกรรมอะไรเลยเนี่ยอ้อมีอยู่ 2 อย่าง กรึบ กะ ก๊ง


โดย: Whisky Diva IP: 98.215.43.154 วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:2:43:58 น.  

 
อ้อ ลืมคอนเฟิร์มไปว่าปู่เสื่อผืนโตรออ่านนะจ๊ะ


โดย: Whisky Diva IP: 98.215.43.154 วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:2:45:29 น.  

 
แวะมาลงชื่อ รายงานตัวครับ เพราะกลัวจะหยุดเขียนไปดื้อๆ หวั่นๆ ใจอยู่เนืองๆ

ซุ่มอ่านตั้งแต่ เปิดฉาก...ชีวิตนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในอเมริกา จนมาถึงทุกวันนี้

อ่านสนุกและได้ความรู้ใหม่ๆ ไปด้วยในตัว

.
.

ปล. จขบ. รู้ไหมครับ ว่าตัวน้องเป็นคนที่มีทักษะการเขียนเล่าเรื่องอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยทีเดียว

บุญรักษาครับ


โดย: Power Tough Guy IP: 61.19.164.8 วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:17:58:01 น.  

 
แอบอ่านมาได้สักพัก แต่กลัวเจ้าของบล๊อกน้อยใจหนีหาย ไม่เขียนต่อ เลยมาเม้นซะเลยค่ะ ฮ่าๆ

เขียนได้ฮาจิงจัง

แล้วจารออ่านต่อคร่า


โดย: japor IP: 58.8.94.8 วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:21:32:02 น.  

 
เป็นเหมือนกันเลย เมื่อก่อนเราก็กินนมได้
แต่ตอนนี้กินไม่ได้แล้ว เพราะมันจู๊ดๆๆ
ช่วงนี้อาจจะไม่ได้มาปูเสื่อรอทุกวันนะจ้ะ
เพราะว่าจะเริ่มทำงานแล้ว แต่.......
จะไม่ทิ้งบล๊อคนี้ไปไหนแน่นอนจ้า
ก็คนเขียนออกจะอารมณ์ดีขนาดนี้ หุหุ


โดย: amp_joe วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:1:02:25 น.  

 
ชอบอ่านมาก เขียนต่อนะ ^^


โดย: DaRia IP: 203.170.248.209 วันที่: 17 ตุลาคม 2551 เวลา:16:37:21 น.  

 
เขียนต่อนะคะ รออ่านอยู่^^


โดย: paipai IP: 1.2.209.157 วันที่: 25 กันยายน 2555 เวลา:12:25:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลูกคิดไกลบ้าน
Location :
กรุงเทพฯ United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลไทย กำลังเรียนปริญญาตรี คณะวิศวกรรมอยู่มหาลัยแห่งหนึ่งที่อเมริกาครับ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
Friends' blogs
[Add ลูกคิดไกลบ้าน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.