โลกไกลบ้าน ชีวิตนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในอเมริกา
Group Blog
 
All Blogs
 
★ ★ ★ ป า ฏิ ห า ร ย์ มี จ ริ ง ... ชีวิตนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในอเมริกา ตอนที่ 5 ★ ★ ★

เย่.. ได้วันหยุดกะเค้าซักที ก็เลยมีเวลาเขียนเยอะขึ้น คราวนี้ใจดี แถมให้สองตอนในวันเดียวกันเลย

เอาให้จบเรื่องไปเลยกับนายมิกเนี่ย ไม่ต้องคาราคาซังกันอยู่ ใครอ่านจบตอนนี้แล้ว ก็คลิ้กตอนที่ 6 ได้เลยนะครับ



ต่อจากตอนที่ 4

หนึ่งเดือนผ่านไป

ในระหว่างนั้น ก็แอบได้ยินที่เค้าคุยโทรศัพท์กับทางบ้าน

แล้วแอบได้ยินที่เค้าเม้าท์กับเพื่อนๆ สั่งสายตรงไปที่หออื่น

แล้วก็ได้ยินข่าวซุบซิบเกี่ยวกับมิก ที่คนอื่นเข้าแซดกัน


ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย เกิดมาเป็นคนเก็บข้อมูลเก่งครับ

แล้วก็เรียนรู้เร็วว่าใครเป็นยังไง

และก็เรียนรู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของมิกเป็นคนดี

แต่ก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เค้าปรากฏตัวออกมาเป็นแบบนี้

อยู่กับคนอื่นไม่เป็น เพราะไม่เคยอยู่กับใครมาก่อน

ก็ไม่ได้แปลว่า เค้าเป็นคนไม่ดี

เค้าไม่สนใจช่วยเรา ก็ใช่ว่าเค้าจะเป็นคนเห็นแก่ตัว

เราเองก็ไม่เคยปริปากถามเค้าเลย

ก็เลยฉุกคิดขึ้นมา


To have a friend, be a friend.


ความดีเท่านั้นครับ ที่จะช่วยได้

ไม่ได้คิดจะฉกฉวยผลประโยชน์จากการจุดอ่อนเค้านะครับ

แต่พอรู้ว่าจริงๆเค้าก็มีจิตใจอ่อนโยน ก็ไม่ยากหรอกครับที่จะคบค้าด้วย



ก็เลยเริ่มคุยกับเค้ามากขึ้น เพราะเรารู้ว่าเค้าสนใจเรื่องอะไร

แล้วก็ให้เค้าสอนภาษาอังกฤษให้

ขอเค้าอ่านงานเขียน ที่เค้าเคยเขียนเก็บไว้ทุกอย่าง

ทำให้รู้ว่ามีความคิดความอ่านยังไง เป็นคนถ่ายทอดความคิดมาแบบไหน

บอกเค้าตรงๆด้วยว่า เค้าโดนนินทาอะไรบ้าง นิสัยยังไงที่เพื่อนๆไม่ชอบ

แล้วก็คุยกันเป็นน้ำไหลไฟดับเลยครับทีนี้

ทั้งเรื่องวิชาการ และก็เรื่องไร้สาระ

บางทีก็แอบแชร์ความสนใจเดียวกัน

คือซุบซิบชาวบ้าน ไอ้เราก็เป็นคนถักทอข้อมูลเก่ง อ่านน้ำเสียงคน แววตาคนได้ดี

แล้วมิกก็ข้อมูลแน่นมาก เลยช่วยๆกันเดาว่าใครชอบใคร เกลียดใครอะไรยังไง

หนุกไปอีกแบบ (แต่บาป เหลือหลาย...เจ้ากรรมนายเวร อโหสิให้ด้วยนะ)





ช่วยๆกันทำการบ้านเสร็จ ก็เม้าท์กันถึงเที่ยงคืนบ้าง ตีสองบ้าง ตีสามบ้าง

จนหิวขึ้นมา ก็มาต้มมาม่าแย่งกัน

กลายเป็นว่ามันติดใจมาม่าขึ้นมา

จนหลังๆ ชาวบ้านเค้าเอือมระอากัน เพราะได้ฉายาว่าเป็น "นักแย่งมาม่าเหรียญทอง"

เพราะตัวเองทำมาม่าไม่เป็น




มีอยู่วันนึง เดินมาบอกว่า ง่วงแล้ว จะนอนแล้วนะ ขอปิดไฟนะ

หู.... ตอนนั้นนี่ แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ตบบ้องหูไปสองครั้ง ปาฏิหาริย์มีจริง

แล้วมีการบอกด้วยว่า เปลี่ยนเตียงกันมั๊ย ถ้าเมิงหนาวมาก จะได้นอนไกลๆลม

ตอนเช้าก็ช่วยๆกันปลุก



หลังๆนี่ตัวเกือบติดกันเลย

เพราะบางทีคุยค้างจากเมื่อคืน แล้วก็วิ่งกันไปคุยต่อที่โรงอาหารตอนเช้า

มีอยู่คืนนึง ถูกกิเลสครอบงำ เม้าท์กันนานมาก

เลยตื่นสายไม่ทันคลาสกันทั้งสองคน แบบมันตื่นมาปลุกผมแล้วก็วิ่งกันตาตั้งไปเลย


จนวันสุดท้ายของโปรแกรม

ตอนนั้นก็แอบเศร้าอยู่เหมือนกัน ที่เวลาที่มีความสุข ผ่านไปเร็วเหลือเกิน

แอบเสียดายที่ทำตัวงี่เง่า เสียเวลาไปหนึ่งเดือนเต็ม

อาจเป็นเพราะว่าเราทั้งสองมาเรียนรู้กันอีกที แล้วปรากฏว่าจริงๆแล้วเราก็เข้ากันได้ เหมือนตอนคุยกันในเอ็ม

เพียงแต่เรามาตั้งกำแพงกัน เมื่อเราได้เห็นด้านแย่ๆของอีกฝ่าย โดนลืมนึกไปเลยว่าด้านดีๆ เค้าก็มีอีกมากมาย



จริงๆมิกเป็นคนมีน้ำใจครับ

ปลายๆโปรแกรม มิกจะถามบ่อยๆว่าให้ช่วยอะไรบ้าง กินโน่นกินนี่มั๊ย ไปโน่นไปนี่ด้วยกันมั๊ย

พอแยกย้ายไปต่างโรงเรียนกัน มีเปเปอร์ด่วน อยากให้มิกตรวจ เค้าก็ตรวจให้

แม้จะรู้ว่าเขาก็ยุ่ง แต่มันจำเป็นอ้า.... ชั่วจริงๆเรา

แต่เค้าก็ยังทำให้ ... หลังๆนี่ซึ้งมาก เพราะนอกจากเรื่อง มาม่าแล้ว ไม่มีอะไรที่เราเคยช่วยเค้าเลย


ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้เกี่ยวดองกันแล้ว แต่ก็ยังแอบห่วงถามไถ่ทุกข์สุขอยู่บ่อยๆ

วันก่อนก็ยังถามกันอยู่เลย หลังจากไม่ได้คุยกันนานนม

ปรากฏว่ายังสบายดีครับ แฟนคลับพี่มิก ไม่ต้องห่วงนะ

(มีสายรายงานว่า ห้องเดิมที่ผมกับมิกเคยอยู่ ก็เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันเป๊ะ ในรุ่นต่อจากนั้น

มีอาถรรพณ์อะไรป่าวเนี่ย)



คนเราทุกคน แท้จริงแล้วมีความเป็นมนุษย์อยู่ในตัว

จะแสดงออกมาให้เห็นมากน้อยต่างกัน

ถ้าวันนั้นถือคติ "ร้ายมาร้ายไป" ป่านนี้ก็คงไม่ได้เป็นเพื่อนที่ดีกันจนถึงทุกวันนี้

อดรู้เลยว่าลึกๆแล้วเค้าก็เป็นคนอ่อนโยน จิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน


ได้รับบทเรียนว่า ดีด้วยเข้าไว้ ยังไงก็ต้องถึงใจเค้าซักวันครับ

ทำดี คิดดี พูดดีกับคนอื่น จริงๆเป็นเรื่องง่ายจะตาย แต่คนเราก็ไม่ชอบที่จะทำกัน

คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลก บางคนไม่เคยพูดกันซักคำ ถึงกับเกลียดขี้หน้ากันได้เลยก็มี

ห้ำหั่นกัน นินทาว่าร้าย กลั่นแกล้ง ชิงดีชิงเด่น เอาเปรียบกันสารพัด

จริงๆแล้วไม่น่าจะทำให้ยุ่งยากขนาดนั้นเลย



คนส่วนใหญ่ เวลาคิดจะช่วยใครก็คิดแล้วคิดอีก

คิดว่าจะคุ้มรึปล่าว จะเหมาะรึปล่าว

ร้ายมาก็ร้ายไปสิ แช่งให้ตายวันตายคืนไปเลย

นี่ไม่ได้กำลังบอกให้มองโลกเป็นสีชมพูนะครับ

เพราะมีบางคนจริงๆ ที่กำแพงเค้าหนามาก

ทำดีแค่ไหนเค้าก็แปลเป็นเจตนาร้ายหมด

มองแต่ด้านแย่ๆของเรา

คนใจร้าย ปากร้าย คิดร้าย เห็นแก่ตัว ไม่มีจิตใจ รักใครไม่เป็น มีอยู่จริงครับ เจอกับตัวเองมาแล้ว

(ชุดคำนี้ไปก็ก็อปมาจาก สวรรค์เบี่ยงนะครับ ไม่ได้คิดเอง)



แต่คนดีๆก็มีอีกเยอะครับ บางคนก็ไปหลบอยู่ในคราบคนปากร้าย แต่แอบใจดี

จริงๆทุกคนก็ต้องการความรัก การเอาใจใส่ การดีด้วย แต่ก็อาจมีปมลึกในใจ ที่ทำให้เค้าแสดงออกมาอีกแบบนึง

แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย เราคิดยังไงก็ได้อย่างนั้นกับตัวเราเองครับ

อันนี้ไม่ได้งมงาย เพ้อเจ้อนะ เพราะส่วนตัวผมเป็นคนวิทยาศาสตร์จ๋ามาก

เวลาเรียนเลข ทฤษฎีไหนที่มีการพิสูจน์ให้เห็นกับตา จะไม่เชื่อเด็ดขาด



ต่อไปนี้ทำใจดีๆนะครับ เพราะว่ามันอาจจะฟังดูยากซักนิด

แต่ลองๆอ่านไป เก็บไปคิด สังเกตดูไปเรื่อยๆ ก็จะ gain insight เองนะครับ

มันเป็นหลักการพื้นฐานศักยภาพมหาศาลของจิตใจคนเรา ที่สามารถสร้างสรรค์ในสิ่งที่คิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เช่น

การใช้จิตให้หายจากมะเร็ง การทำลายสถิตกีฬาโลก คุณลักษณะของการเป็นมหาเศรษฐี และรวมถึงการทำให้เป็นคนน่าคบหา ...

สัมพันธ์ - พอส

ติดตามดูตอนที่ 6 นะครับ ตอนนี้โพสต์แล้ว





Create Date : 16 สิงหาคม 2551
Last Update : 17 สิงหาคม 2551 9:41:57 น. 7 comments
Counter : 502 Pageviews.

 
เห็นมั้ยบอกแล้วว่ามิกน่าจะเป็นคนดีในระดับหนึ่ง
แต่เสียดายเวลาที่หายไปเนอะ


โดย: amp_joe วันที่: 17 สิงหาคม 2551 เวลา:0:02:25 น.  

 


โดย: Be Happy ja วันที่: 17 สิงหาคม 2551 เวลา:1:56:38 น.  

 
ว๊า..จบซะละ กำลังอ่านมันส์เลย

นี่ถ้ามิกเป็นผู้หญิงล่ะก็ จบหวานกว่านี้แน่ๆ อิอิ


โดย: yr_naughty_annie(too lazy to login) IP: 90.216.26.94 วันที่: 17 สิงหาคม 2551 เวลา:9:04:28 น.  

 
ได้เพื่อนดีๆแบบนี้ถือเป็นสิ่งดีในชีวิตค่ะ รักามิตรภาพไว้นะคะ


โดย: Chulapinan วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:11:10:32 น.  

 
แหมเกือบคิดไม่ดีไปแล้ว ถึงได้ว่าถ้าคุยกันทางเอ็มมาก่อนตั้งนาน มันไม่น่านะ ไม่ได้มามีเรื่องชู้ฉาวเป็นตัวแปรสักหน่อย คุณเขียนดีนะ สี่ห้าย่อหน้าสุดท้าย จะติดตามตอนต่อไป


โดย: Nok (nokjeffus ) วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:9:47:13 น.  

 
" ช่วยๆกันทำการบ้านเสร็จ "

เอ่อ การบ้านไรอ่ะตัวเอง =D

แอบอ่านมาหลายวันแล้ว ชอบคะได้ความรู้ดี ตอยก่อนที่พูดถึงหนังสือ เห็นด้วยนะ คนเราอยู่ได้เพราะกำลังใจ ตอนสงครามโลก hitler ก็ใช้จิตวิทยา (ถ้าจำไม่ผิดนะ โทษทีอ่านมานานแล้ว) จับชาวยิวมาปิดตา มัดตัวไว้ แล้วฉีดยา แล้วหลอกว่าเป็นยาพิษ ทั้งๆที่ไม่ใช่ สรุป ตายสมใจเลย


รออ่านต่อนะ


โดย: Veganista IP: 58.9.28.131 วันที่: 22 สิงหาคม 2551 เวลา:11:27:43 น.  

 
อันเรื่องนินทานี่จะขาดไม่ได้ในหมู่คนไทยจริงๆแหะ ตอนแอมไปทำงานที่สวนสนุกปรากฎคนไทยเยอะมาก แล้วที่นี่ใครทำอะไรก็รู้กันหมดเลย เม้้าท์กันทั้งปาร์ค


โดย: moonsky วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:3:43:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลูกคิดไกลบ้าน
Location :
กรุงเทพฯ United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลไทย กำลังเรียนปริญญาตรี คณะวิศวกรรมอยู่มหาลัยแห่งหนึ่งที่อเมริกาครับ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
Friends' blogs
[Add ลูกคิดไกลบ้าน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.