People like us know how to survive ….There's no point in living if you can't feel alive
Group Blog
 
All blogs
 
ชีวิตต่างขั่ว อังกฤษ ฤ เมืองไทย

2 December 2010
วันที่สองที่หิมะตกเต็มไปหมด หนากว่าทุกปีที่ผ่านมา โรงเรียนเกือบทุกที่ปิดเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กๆและผู้ปกครอง ส่วนโรงเรียนของเราก็ปิดมาได้สองวันเหมือนกัน อาทิตย์นี้เลยได้อยู่บ้านตลอดไม่ต้องออกไปทำงาน มองออกไปนอกบ้านเห็นวิวหิมะขาวไปทุกที่ ก็ตื่นเต้นนะในวันสองวันแรก แต่หลังจากนั้นก็จะเริ่มเบื่อ เพราะเวลาเดินต้องระวังลื่นเพราะหิมะมันเริ่มละลายเป็นน้ำแข็ง

ชีวิตที่อังกฤษ หลายๆคนหรือเรียกว่าคนส่วนมากหากไม่เคยมาอยู่ก็จะคิดว่า แหม มันช่างดูดีหากได้มาอยู่ประเทศนี้จะเหมือนฝันเป็นจริง (เราก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกัน) แต่เชื่อมั้ย ลองถามคนไทยที่อยู่ที่นี่ หากเลือกได้อยากอยู่ที่ไหน ทุกคนจะตอบเสียงเดียวกันว่า รักเมืองไทยที่สุด อ้าวแล้วยังอยู่กันทำมัยที่นี่ละ ประเทศที่ค่าครองชีพแสนจะแพงทั้งค่าอาหาร บิลไฟฟ้า บิลก๊าซ บิลน้ำ บิลน้ำเสีย..... อาชีพการงานที่ดีก็ไม่ได้หากันง่ายๆ อากาศหน้าหนาวที่นี่ก็พาให้หดหู่ บ่ายสามโมงก็เริ่มมืดแล้ว คนรีบกลับบ้านเก็บตัวอยู่ในบ้านมันอุ่นกว่าเป็นไหนๆ ตอนเช้าตื่นมาอยากหาอะไรกินใช่ว่าจะเดินออกมาปากซอยหาซื้อโจ๊กปลาท่องโก๋กินอย่างเมืองไทย ฝันไปเถอะ ไม่มีร้านขายของริมถนนเหมือนบ้านเรา ต้องเข้าไปซื้อในsuper market เท่านั้น
ช่วงสองปีที่ผ่านมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นแววว่าอะไรจะดีขึ้น ยังคงเห็นรัฐบาลตัดงบประมาณ ให้คนออกจากงาน บริษัทเล็กๆก็ทะยอยปิดตัว แถมรัฐบาลประกาศขึ้นค่าเรียนมหาลัยแบบมหาโหดอีก เด็กๆเลยออกมาประท้วงกันทั่วประเทศเห็นแล้วก็เครียด ช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงที่แสนสาหัสสำหรับประเทศอังกฤษที่เดียว เออ แล้วมีข้อดีบ้างมั้ย ก็ ชอบช่วงหน้าร้อนที่อากาศมันไม่ร้อนไม่หนาวไป มีที่ท่องเที่ยวหลายๆที่ที่น่าสนใจ มีเวลาไปทำกิจกรรมนอกบ้านเยอะเพราะช่วงกลางวันสว่างยันสามสี่ทุ่มนู้น อารมณ์ช่วงหน้าร้อนจะต่างกับหน้าหนาวมากเลยละ

มองไปที่ประเทศไทย อีกมุมของโลกมันช่างแตกต่างกันจัง อากาศเหมือนกันทุกวันคือร้อนและร้อนจัด ไม่ต้องสนใจดูข่าวพยากรณ์อากาศก็แต่งตัวออกจากบ้านได้ เราคนไทยไม่สนใจสภาพอากาศ ไม่เคยบ่นเรื่องอากาศเพราะเราชินแล้วกับร้อนและร้อนจัด เราคนไทยสนใจแต่เรื่องกินเท่านั้น คิดว่าจะไปกินที่ไหนมีของกินอร่อยไม่ว่าไกลแค่ไหนก็จะตามไปชิม สั่งอาหารกันเต๊มโต๊ะแต่ไม่เคยกินหมด น่าเสียดายทิ้งไปเกือบครึ่ง รอบๆกรุงเทพมีคอนโดผุดขึ้นแทบทุกวัน เหมือนกับดอกเห็ด แสดงว่าผู้คนยังมีกำลังซื้อสูง อีกไม่กี่ปีเราก็มีรถไฟฟ้าเชื่อมรอบกรุงเทพแล้ว ก็มีแต่ว่าเราคนไทยทำงานหนักกันจนแทบไม่มีเวลาสำหรับคนในครอบครัวเลย นั้นแหละคือประเด็น
เราอยู่อังกฤษมาสี่ปีแล้ว ทำงาน part time ที่ Nursery (ที่เดิมกับเด็กๆ) อาทิตย์ละสี่วัน รายได้แค่พอใช้จ่ายแต่ละเดือน ได้วีซ่าอยู่ถาวรเมื่อเดือนที่แล้วเอง กำลังคิดว่าเราเหมาะกับประเทศไหนกันแน่ คิดว่าทุกอย่างมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย หากเราถือเอาประเด็นรายได้และอาชีพหน้าที่การงานเป็นหลัก เราขอเลือกอยู่เมืองไทยเพราะรายได้มากกว่าเป็นสองเท่า หน้าที่การงานต่างกันคนละขั้ว แต่หากเอาประเด็นด้านเวลาและได้ใช้ชีวิตไม่เร่งรีบมีเวลาทำในสื่งที่อยากทำ เช่น ท่องเที่ยว ชมนกชมไม้ ทำอาหารกินเอง ทำเค็ก ปลูกต้นไม้ เราขอเลือกที่นี่ เพราะยังอยากไปเที่ยวอีกหลายๆที่ในยุโรปหรือรอบโลก

.....การที่่กล้าตัดสินใจเปลียนแปลง ก้าวออกจากสิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ ไปค้นหาสิ่งที่เราฝัน.... นั้นแหละคือสิ่งที่เราไม่เคยเสียใจ.... แม้มันอาจใช้เวลา อาจจะสักพักใหญ่ แต่มันก็ดีกว่าไม่ได้เริ่่มเดิน....ก้าวเดินทีละก้าว อาจมีสะดุดขาตัวเองบ้าง ก็ลุกขึ้นมาแล้วก้าวต่อไป และอย่าลืมชื่นชมวิวระหว่างทางด้วย เพราะมันจะช่วยให้การเดินทางมีสีสรรอีกเยอะ ...
แต่ละคนก็มีเป้าหมายชีวิตที่แต่งต่างกัน สำหรับเรา ชีวิตยังมีอะไรอีกมากมายที่เราไม่เคยรู้หรือเห็นหรือประสบ ...ฉะนั้นจึงต้องเดินทางค้นหา...จึงจะเจอ .....พยายามอย่าแบกหามอะไรให้มันหนักบ่า ปล่อยวางสิ่งที่ถ่วงหนักลง จะช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้น

การเอาเงินเป็นตัวกำหนดก็อาจไม่ใช่ทั้งหมดที่เราต้องการ แม้สิ่งเล็กน้อยที่ไม่มีค่าก็สามารถสร้างความสุขในใจเราได้ ขอเพียงแต่สร้างความนับถือและภูมิใจในตัวเอง รักตัวเอง อย่าหวังว่าจะให้ใครมาสร้างความสุขให้เรา เราต้องสร้างมันขึ้นมาเองอย่างที่เราต้องการ..........................




Create Date : 03 ธันวาคม 2553
Last Update : 3 ธันวาคม 2553 2:15:41 น. 6 comments
Counter : 385 Pageviews.

 
คิดเหมือนเราเลยค่ะ ว่าอยากมาอังกฤษคิดว่าดีกว่าเมืองไทย อยากมาค้นหาตัวเองด้วย แต่สุดท้าย คิดว่าเมืองไทยดีที่สุดค่ะ เรามาแค่ 10 เดือน เดี๋ยวก็กลับแล้วค่ะ
เห็นด้วยค่ะว่าเงินไม่ใช่ตัวกำหนดความสุข


โดย: HelloNukky IP: 81.5.147.218 วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:4:19:28 น.  

 
อืม...แวะมาหาความรู้ค่ะ....ใช่แล้วค่ะที่ไหนจะสุขใจเท่าเมืองไทยเป็นไม่มี...แต่อย่างที่อ่านมา....ได้อย่างเสียอย่างค่ะ


โดย: ไหมพรมสีสวย วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:10:07:06 น.  

 
Glitter Graphics




รักษาสุขภาพด้วยค่ะ อากาศหนาวแล้ว


โดย: Junenaka1 วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:14:15:55 น.  

 
ใช่ค่ะ เงินไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่การมีอิสระ และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำต่างหาก คือความสุขอันแท้จริง
ยังไง ก็อยากไปหาประสบการณ์ที่นั่น เหมือนกะพี่อยู่ค่ะ


โดย: ลูกเป็ดขี้เหร่ IP: 10.10.10.107, 203.146.12.12 วันที่: 12 ธันวาคม 2553 เวลา:11:17:23 น.  

 
หวัดดีค่ะ....สำหรับพี่ขออยู่เมืองไทยดีกว่าค่ะถ้าขยันรู้จักเก็บก็ไม่อดตายที่นั้นอยู่แบบตัวใครตัวมันค่ะ..


โดย: suree IP: 113.53.202.209 วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:12:18:57 น.  

 
ตอนนี้กำลังรอย่ืนวีซ่าค่ะ กังวลใจหลายอย่างมากค่ะ คิดเหมือนกันท่ีว่าเงินไม่ใช่ตัวกำหนดความสุขของชีวิต ตอนตัดสินใจทิ้งอะไรหลายอย่างมากค่ะเพ่ือไปเรียนรู้โลกใบใหม่ กลัวแต่วีซ่าไม่ผ่านน่ีหละค่ะ


โดย: Aeu IP: 115.67.84.221 วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:21:35:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

riverstone
Location :
Crawley United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




การเรียนรู้ชีวิต และประสบการณ์ต่างๆที่แปลกใหม่ ทำให้คนเรามีมุมมองชีวิตที่กว้างขึ้น ฉันจึงไม่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง อยู่ที่ไหนก็ได้ ใช้ชีวิตให้เป็นและคุ้มค่า แต่ก็ไม่เบียดเบียนใคร
......................................
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๙ ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพ หรือข้อความใน Blog นี้ไปใช้ โดยเผยแพร่หรือเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add riverstone's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.