Group Blog
 
All Blogs
 

คนอิตาเลียน?

วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2545

วันนี้เรียนอิตาเลียนครั้งที่สอง กับอาจารย์อิตาเลียน ค่อยยังชั่วมีให้ฝึกพูดกันบ้างแล้ว คราวนี้เริ่มรับรู้ว่าที่เมื่อวานอาจารย์คนไทยสอนช้าน่ะเหมาะแล้ว (มั้ง) เพราะวันนี้มีคนตามอาจารย์ graziella ไม่ทันเยอะมาก บ่นยากๆๆ กันเป็นแถว บทสนทนาง่ายโคตรๆ ก็ฝึกพูดกันไม่ได้

ตอนแรกเราจับกลุ่มกับเด็กๆ ก็ยังพอไหว ฝึกพูดกันได้บ้าง แต่พอไปจับกลุ่มกับผู้ใหญ่ กับพวกที่เรียนจบแล้ว คำโน้นก็ไม่เข้าใจ คำนี้ก็ไม่เข้าใจ เราต้องอธิบายให้คนโน้นคนนี้ฟังรอบตัว ได้ยินคนข้างหลังแอบแซว
''พี่ครับๆ พี่คนอิตาเลียนเหรอครับ''
รู้สึกเท่ห์ดีเหมือนกัน 5555 มีแต่คนถามว่าเราเรียนมาแล้วเหรอ เราก็บอกเราซื้อเทปมาเรียนเอง แต่ไม่ได้บอกว่าเราเรียนฝรั่งเศสด้วย หลักการคล้ายกันมาก แต่อิตาเลียนง่ายกว่า

ดูซิ เรียนฝรั่งเศสมีปมด้อย เรียนอิตาเลียนมีปมเด่น อย่างนี้ควรจะเอาดีทางไหนดีเนี่ย




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 3:32:51 น.
Counter : 136 Pageviews.  

วัยเรียน

วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2545

ตื่นสายแต่ยังหุงข้าว ต้มไส้กรอก และผัดเห็ดโคน ให้ตัวเองและเจ้าอั๋นกินก่อนไปเรียนทัน อั๋นไปเรียนฝรั่งเศส เราไปเรียนอิตาเลียน ซึ่งวันนี้เปิดเรียนวันแรก อาจารย์คนไทย สอนช้ามาก เกริ่นอยู่นั่น อธิบายแต่ละเรื่องง่ายๆ ใช้เวลา 10 -20 นาที เรากวาดตาดูทั่วห้อง ก็ไม่เห็นหน้าตาใคร require คำอธิบายละเอียดๆ ขนาดนั้น เทียบกับเรียนฝรั่งเศสครั้งแรกหรือแม้แต่เยอรมันครั้งแรกไม่ได้เลย โดยเฉพาะฝรั่งเศสนั่นสุดยอด ปิแอร์ไม่พูดอังกฤษพูดไทยเลยด้วยซ้ำ เรียนจบหัวฟูกันทุกคน

กลางวันไปกินก๋วยเตี๋ยวจืดสามย่านเจ้าโปรดสมัยเรียน ท่าทางเจ้าของร้านเหมือนจำเราได้ด้วยแฮะ กินเสร็จเดินผ่านแมงป่อง ผลุบเข้าไปดูนั่นนี่เล็กน้อย ได้เรื่องเลย เช่ามา 5 ม้วน

พอตอนบ่ายไปเรียนฝรั่งเศส ทุกอย่างกลับตาลปัตรกับตอนเช้า เราเรียนเป็นคอร์สที่ห้าแล้ว คราวนี้เลือกเรียน conversation เขาให้แสดงความคิดเห็นเรื่องต่างๆ รู้สึกมีปมด้อยมาก ทุกคนพูดเก่งๆ กันทั้งนั้น มีเราอ้ำๆ อึ้งๆ พูดยาวสุดได้ไม่เกิน 3-4 ประโยค แต่ก็ทำตลกกลบเกลื่อนไปได้เรื่อย อา ต้องฟิตหน่อยแล้ว เอาให้คราวหน้าอาจารย์และเพื่อนๆตะลึงไปเลย




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 3:31:12 น.
Counter : 85 Pageviews.  

ความยากจนมาเยือน

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2545

ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าตัวเองสามารถใช้จ่ายได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรมากนัก อาจจะวิสองวิก่อนจะซื้ออะไรสักอย่าง แต่เดี๋ยวนี้ต่อให้ของจำเป็นในชีวิต ยืนพิจารณาอยู่ครึ่งชั่วโมงก็อาจจะยังไม่ซื้อเอาได้

ความจริงความยากจนก็มาเยือนได้สักพักแล้ว ตั้งแต่ตอนอยู่ฝรั่งเศส ไม่ต้องพูดถึงการชอปปิ้งหรอก ไม่ได้ชอปปิ้งเอาเลย ได้แต่จ่ายตลาดซื้อกับข้าว ทั้งแครอท เห็ด หมู ข้าว พาสต้า กล้วย ขนมปัง แยม กระเทียม มะนาว กว่าจะซื้อได้แต่ละที ก็ต้องคุ้ยหาที่ถูกที่สุด ยืนคำนวณแล้วคำนวณอีก ไม่ต้องคูณกลับเป็นเงินบาทให้เมื่อยหรอก ตั้งเอาไว้ในใจว่า อะไรเกิน 1 ยูโรแพงทั้งนั้น

มีอยู่วันนึงปล่อยผี ซื้อไพ่ที่เราชอบสะสมไป 11 ยูโร ระดมซื้อโพสการ์ด 12 ใบ ซื้อช้อนฝากแม่ สิริรวมใช้ไป 25 ยูโร เล่าให้เพื่อนที่เป็นหนุ่มบ้านนอกฝรั่งเศสฟัง มันยังบอกว่า ''ไม่ละอายใจบ้างรึ?'' พอโชว์ 250 ยูโรที่มีติดตัวให้ดู มันก็บอก นั่นมันใช้ได้ 6 เดือน .... เอ ใช้ได้นานกว่าตอนเราใช้ที่เมืองไทยซะอีก

ย้ายมาปารีสยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีครัวให้ทำกับข้าว ต้องซื้อกินอย่างเดียว และอาหารนอกบ้านก็แพงหัวแบะ ขนาดแซนด์วิชบาเก็ตสั่วๆ ยัง 3 ยูโรเป็นอย่างน้อย และถ้านั่งกินในร้านก็แพงขึ้น ของถูกที่สุดที่หาได้ คือแฮมเบอร์เกอร์ขอแมคโดนัลด์ 75 เซนต์ แต่ก็ยังแพงกว่า 19 บาทของไทยอยู่ดี ส่วนน้ำใช้วิธีเอาขวดไปกรอกเอา ตอนอยู่บ้านนอก ก็กรอกจากในครัว พออยู่ปารีสกรอกได้จากห้องน้ำเท่านั้น อยู่เมืองไทย แค่คิดก็กินไรไม่ลงแล้ว

กลับมานี่ ความตึ่งหนืดก็ยังติดตัวอยู่ แค่จะหยิบกระเป๋าตังค์ออกจากกระเป๋าสะพายยังยาก ไม่ต้องพูดถึงหยิบตังค์ออกจากกระเป๋าตังค์

ปกติหน้าที่ซื้อของใช้เข้าบ้าน เป็นหน้าที่ของเรา ซึ่งเราก็ทำด้วยความเต็มใจมาตลอด แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ เพราะไม่มีตังค์

วันนี้ ยายเห็นเรากระบิดกระบวนนาน เลยควักตังค์ให้ห้าร้อย ไปซื้อสบู่แชมพูเข้าบ้าน เดี๋ยวนี้มีญาติมาอยู่ด้วยอีกสองคน สบู่เหลว 250ml หมดขวดภายในหนึ่งอาทิตย์ แชมพูหมดช้ากว่าหน่อย แต่ก็เร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดจนเราต้องเสนอให้กลับมากใช้ ''สบู่ก้อน'' แบบดั้งเดิมสุดแสนประหยัด จากที่เคยหัวสูงเลิกใช้มาหลายปีแล้ว วันนี้ไปเลือกซื้อสบู่นกแก้วราคา 8 บาทมาก้อน ดมดูแล้วหอมดีมาก แต่แบบสีเดียวสูตรดั้งเดิมหาไม่เจออ่ะ ไม่รู้เลิกผลิตไปแล้วหรือเปล่า

แต่ยังไงๆ เราก็ไม่ใจร้ายจนไม่เหลือทางเลือกไว้ให้น้องๆนะ ยังซื้อลักซ์ สกินบาร์ สูตร AHA กัอนละ 12 บาทและโดฟก้อนละ 25 บาท และบีไนซ์ขวดละ 57 มาด้วย เผื่อเจ้าอั๋นจะปรับตัวไม่ทัน ส่วนแชมพูน่ะเหรอ แพนทีนขวดละเจ็ดสิบแปดสิบเลิกคิดไปเลย มาบัดนี้ เราเลือกแฟซ่าสูตรน้ำผึ้งให้ทุกคนใช้ โฮ่ๆ ขวดละ 32 บาทเท่านั้น

ทีนี้ก็มาถึงโรลออน เราได้แต่มองนีเวียขวดละแปดสิบกว่าบาทอย่างแปลกใจว่าแต่ก่อนซื้อไปได้ไง มาบัดนี้ นี่เลยจีนี่ แค่ 38 บาทเท่านั้น ก็ยุคนี้ยุคประหยัดนี่นา




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 1:15:24 น.
Counter : 144 Pageviews.  

My Adventure in Paris, France

TAKEN DURING JUNE 20-JULY 29 2002



After the summer university, I went to
"spend money" in the so called Most Beautiful City of the World. I ended
this adventure with empty pocket.

Obelisk at the Place de la Concord

At first we headed to the Louvre. But
it was closed on Tuesday. So we wandered around. With the Obelisk at
the Place de la Concord.

Notredame



The admission is free at the Notredame.
Ce ne pas possible!

Jardin de Luxembourg

Wow... the sky's so clear at the
Jardin de Luxembourg.


In front of the Pantheon

Oh People almost saw
my underwear!




A La Tour



We waited two hours to get up here and
waited one hour to get down..

A La Tour

I was at the point where Bangkok
is 9458 Km away.


The Beautiful White Church

I was panting, sweating and swearing
all the way up here. But the view's worth it.

Cupid and Psyche

At the Louvre. With the passionate
statue ;-)

Moulin Rouge

There are so many sex shops at Pigalle.
This one seems clean.

Disneyland Paris

With the Sleeping Beauty Castle.


GoofyGoofy

Get lost children. Give way to me!

Versailles

At the Versailles Garden which, only
at a glance, made me tired.

Versailles

At the Jardin de Roi in the Versailles
area.

Champs Elysees

We Had dinner at the cafes along
the Champs Elysees almost every day. Visuvio Cafe was our favourite.




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 0:56:34 น.
Counter : 108 Pageviews.  

My Stay in Cherbourg, France

TAKEN DURING JUNE 30-JULY 20 2002

I flew all the way to France to participate
in a summer university "Innovation and Business Intelligence" for three
weeks. It was the first trip I had to pay for airfare and everything.
Before this I was the privileged journalist. It was also the longest stay
ever in a foreign country. I hope to break this record soon!!

After having emptied several bottles

This picture is taken at the Cidre
Factory where the most memorable thing is Pomme, the big black dog (not
in the picture) and, of course, their production -- Gelee, Cidre, Pommeau
and Calvodos. Sure we tried all!

PS: Please notice Joanna at the middle of the picture. If you have her
email, please tell me!!


Horse loves me

At a historical island I had no intention
to remember its name, there were lovely horses, who were waiting to
be fed (not with me hopefully). This picture was taken by, if I am not
worng, Verenika. Unfortunately, I don't have any photo of her.


Big seagulls

At the same island, Martina, Laurent,
and I were posing seagull (Laurent's Idea!) Unfortunately, this pitiful
seagull has three asymetrical legs.

Madame et Monsier, regadez moi, si vous plait!

At the Mont Saint Michel, probably
the most visited place in Normandie. This place was where I met the
biggest crowd during my three-week stay. The talking boy is Anthony
who was doing the thing he likes to do most (Guess what?). The boy in
yellow is his twin Nathanael, who, strangely, looks as BIG as his brother
in this picture. The red hair girl is Martina, the only one who speaks
German but will protest if you think she is German. The rest are Marigitas.

At the coldest and windiest beach I ever experienced

The weather was very nice before and
after we went to this beach. The girl in bikini is Claudia, the sexiest
of the group. I forgot to take pictures of all her cool costumes; otherwise
I could have submitted them to Vogue! Svetlana, everybody smiled but
you!

Farewell party

At the farewell party. Good food. Good
wine. Good company. Henry, look at the camera, not my face! Radu, my
sister and friend said you're the most handsome. I disagree. Who else?

Farewell party

At the other end of the table. Jake,
the man who wasn't there, took the photo for me. Tran's face is as red
as Marysia's blouse. Agnieszka (Lord Buddha, I just spelled her name
correctly!) is wearing her trademark smile. Jenny, you forgot to add
lipstick. Robert, sorry, I forgot to take picture at the middle. Nat,
my 19 husbands forgave you.


The end of the affair

My grandmother, 19 husbands, sugar
daddies and toy boys are very upset with this picture. Philippe, you
must be responsible! And who was the photographer? You seemed intoxicated
with wine, both white and red!

Mighty Dana

Carried by Dana, the serious, competent
and extremely fit girl from Praha.

Les Belles

The two most beautiful girls (in the
picture)

Les Espagnols

Who has the whitest teeth? Of course
not the marigitas (means I love you). Juan, I already knew your eyes
were bigger than mine. Miguel, did you shave?

Saying 'u' is easy

What did you have in your hand, Laurent?
Had you just finished rolling it?

Les Chinois

With the Chinese, who don't know what
vampires are and, unbelievably, who Dracula is. Jake, you're not as
mighty as Dana is. Oh Chan Si, did I pull your hair? And, Henry, please!
Civilised people don't have that much wine in their glasses!

With the executives

Next time I will understand your lectures
in French!




 

Create Date : 13 เมษายน 2548    
Last Update : 13 เมษายน 2548 0:29:27 น.
Counter : 149 Pageviews.  

1  2  

Notti Magiche
Location :
Bavaria Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Notti Magiche's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.