ลิปดา..พาเที่ยว

7. Bonjour..ปุตราจายา (Putrajaya)

7/11/2008


ครึ่งเช้าใน Putrajaya มันสนุกตรงที่ขึ้นรถเมล์ในเมืองนี้เป็นว่าเล่นค่ะ เราขึ้นคันนี้ ต่อคันโน้น...อย่างกับชินกับเมืองนี้เป็นอย่างดี ความจริง..เปล่าหรอกค่ะ ค่ารถเมล์ถูกมาก คนละ 5 บาท/เที่ยว (ขอย้ำ 5 บาทจริงๆ ไม่ได้พิมพ์ผิด) และเหตุผลอีกอย่างคือ นั่งชมเมืองกันซะหน่อย เพื่อจับทิศทางให้รู้ก่อนว่าอะไรอยู่ตรงไหน จะได้ลงรถได้ถูกที่....ค่ะ เดี๋ยวจะให้ข้อมูลแบบละเอียดยิบอีกที

ตอนนี้..เรามาหาวิธีไปเมืองนี้ โดยเริ่มต้นจาก KL กันก่อน..นะคะ

จาก Tune hotels.com พวกเรานั่ง KL Monorail มาลงที่สถานี KL Sentral แล้วก็เดินข้ามถนนเข้าไปในตึก KL Sentral ขึ้นไปชั้น 2 เลยค่ะ เข้าประตูไป ขวามือจะเห็นที่ขายตั๋วรถไฟ KLIA Transit เลือกซื้อตั๋วแบบไป-กลับเลยค่ะ ราคา RM19 ถ้าเลือกซื้อขาเดียวจะราคา RM10/เที่ยว แล้วทางเข้า ที่จะลงไปขึ้นรถไฟก็อยู่ถัดมานิดเดียว...จากที่ขายตั๋ว





รถไฟ..มาแล้ว ลงสถานีที่ 3 ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 25 นาทีไม่มีขาดเกินตรงเวลาเป๊ะ ก็ถึง Putrajaya Sentral แล้วล่ะค่ะ





ออกจากสถานี ก็ลงบันไดเลื่อนลงไปชั้นล่างก็จะเจอ Bus station มีหลายสายเลยค่ะ สำหรับนักท่องโลกอย่างพวกเราให้เลือกขึ้นรถของ บ. Nadi Putra นะคะ เพราะจะเป็นรถที่วิ่งเป็นวงกลมระยะสั้นๆ ผ่านไปตามสถานที่สำคัญต่างๆ สีรถจะสดใสน่ารัก แบ่งสายรถตามสีค่ะ เช่น 100, 300, 400, 500 คนละสีกันเลย พวกเรานั่งกันมาหมดแล้วค่ะ... แต่อย่าให้บรรยายว่าเบอร์ไหน ไปไหนเลย เพราะว่าขึ้นๆ ลงๆ จนจำไม่ได้ค่ะ ยังไงก็ไม่หลงทาง พวกเราน่ะ...นั่งวนกลับมาที่ bus station ไม่รู้กี่รอบค่ะ 555 พอผิดทิศทาง..ก็เปลี่ยนสีรถมั่งดีกว่า...สบายดีค่ะ ชมเมืองด้วยรถเมล์ 5 บาทเอง รถก็หรู แอร์ก็เย็น รถก็ว่าง สงสัย..กันในหมู่พวกเรา ว่า..พลเมืองเขาหายไปไหนกันหมดน๊า เหมือนเมืองร้างเลย แต่พอ..ตอนเที่ยง โอ้โห..มนุษย์ทำงานออกมาทานข้าวกันข้างนอก ถึงกับรถติดเลยทีเดียวเชียว





อันนี้..ขำๆ นั่งรถกันไม่ลงสักที คนขับเลยถามว่าจะลงไหน ตอบกลับไปซื่อๆ ว่าไม่รู้ พี่แก..เลยบอกลงป้ายนี้ละกัน ให้เดินอีกนิดไปดูสิ่งที่นักท่องโลกเขาไปดูกัน อืมๆๆ ลงก็ได้จ๊ะ.... แล้วพี่รถสีแดง เบอร์ 100 จอดให้พวกเราลงแล้วแกก็จากไป โห..นี่ป้ายรถเมล์เขาหรือนี่..งามจัง

แล้วพวกพลัดถิ่นอย่างพวกเรา จะไปไหนกันต่อล่ะ แดดก็ร้อน..โน่นเลยหลังคาเขียวๆ ไปโลด...

และที่ขำยิ่งกว่า..คือ ไม่มีใครทำการบ้านกันอย่างดีนักกับเมืองนี้ ก็เที่ยวแบบคนตาบอดคลำช้างค่ะ เดินไปเรื่อยเปี่อย จนถึงตึกหลังคาเขียวที่เราตั้งใจไว้ เจอ รปภ. ก็เข้าไปแสดงความประสงค์ว่าจะขอเข้าไป sight seeing ข้างในหน่อยได้ไม๊จ๊ะ " No, ..@#*&@!# " แบบว่า..ฟังพี่แกไม่ค่อยรู้เรื่องน่ะ ทำไมล่ะ..นิดเดียวเอง พอพี่แกตอบประโยคนี้มาอย่างซีเครียด ขึงขัง โอเค..ขอโทษคร๊าบ แปลเลยละกันค่ะ " ไม่ได้ ที่นี่เป็นสถานที่ราชการ เป็น PM's office " 555 นี่แหละเป็นผลของการไม่ศึกษามาก่อนให้ดี ถ้าจะคิดเที่ยวด้วยตัวเองแบบไม่พึ่งไกด์ (พึมพำกับตัวเองน๊า...ไม่ได้โทษเพื่อนน๊า)





ใกล้ๆ สถานที่ทำงานท่านนายก...เดินผ่านไปอีกนิด จะพบ ทัชมาฮาลสีชมพู สวยและใหญ่มากเลย ได้แต่ชื่นชมกันอยู่ไกลๆ ค่ะ





ธงชาติมาเลเซีย... ที่เห็นธงเยอะมากขนาดนี้ ความจริงมีธงชาติหลักอยู่ธงเดียวที่เรารู้จักกันดี ส่วนธงย่อยอีก 13 ธง หมายถึง รัฐในสหพันธ์รัฐมาเลเซียทั้ง 13 รัฐ ค่ะ








Visited Putrajaya.. ด้วยรถเมล์ค่ะ มีเวลาน้อยในการชมเมืองนี้ ต้องรีบกลับไปเตรียมตัวทำมาหาเงิน เพื่อเอาไว้เที่ยวในทริปต่อไป อิอิ...

แนะนำ..ถ้ามีเวลาอยากให้ลองนอนที่นี่กันสักคืนนะคะ เพราะว่าเมืองนี้มีอะไรที่น่าสนใจหลายที่เหมือนกันค่ะ ที่สำคัญ เป็นอีกเมืองที่สงบมาก..ไม่วุ่นวายเลย และมีความเจริญสุดๆ ที่ท่านมหาเธร์..ได้วางรากฐานเอาไว้เป็นอย่างดี ถ้าได้เดินเล่นหน้าทัชมาฮาลสีชมพูตอนเย็นๆ อากาศไม่ร้อนมาก..สำหรับคู่รักคงโรแมนติกน่าดู





นี่ขนาดอยู่กันบนรถเมล์..นะนี่ ทุกคนเหลือบไปเห็นแหล่งอาหาร วิ่งพรวดลงรถกันโดยไม่ต้องขอมติที่ประชุม..อะไรทั้งสิ้น 555

ที่เมืองนี้...ใช่ว่าจะหาอะไรกินกันง่ายๆ นะคะ ยากส์...จริงๆ พี่เล่นจัดระเบียบซะ พวกเราแทบแย่..ไม่มีอะไรให้ลิ้มลองเลย อ้อ..ที่สังเกตุได้อย่างหนึ่งจากเมืองนี้คือ ค่าครองชีพที่นี่ถูกมากๆ ใช้คำว่าไม่แพงที่นี่ได้เลยสำหรับประชาชนของเขา คาดเดากันว่า..รัฐบาลน่าจะพยายามจูงใจให้คนย้ายมาอยู่เมืองใหม่แห่งนี้ให้มากที่สุด เพราะปัจจุบันคนยังอยู่ที่นี่กันน้อยมากเลย

อีกสิ่งที่สังเกตุเห็น คือ โครงการก่อสร้างที่พักอาศัยยังคงดำเนินการอย่างมากมาย บนพื้นที่โล่งกว้างสุดหูสุดตา นะ...อีกสัก 10-20 ปี จะมาดูความเจริญและการเปลี่ยนแปลงของเมืองนี้ใหม่ (ถ้ายังมีชีวิตอยู่นะ หุหุ)

หาไรกินกันดีกว่า..ค่ะ คนที่นี่ใช้มือทานอาหารที่มีน้ำแกงราดข้าวได้เก่งมากๆ เลย ทึ่ง...





กลับ กรุงกัวลาลัมเปอร์...แล้วนะคะ





คราวหน้า..จะเข้าไปพบท่านนายกรัฐมนตรี ให้ได้เลย....








เก็บกระเป๋า...ไปขึ้นรถ Sky bus ที่ KL Sentral เพื่อไปสนามบิน ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงค่ะ ระหว่างทางที่จะไปสนามบิน..อ๊าว ผ่านเมืองปุตราจายาด้วยนี่นา ดังนั้น..แผนการเดินทางของท่านอื่นๆ ที่อยากนอนเมืองนี้ก่อนบินกลับเมืองไทย ก็น่าสนใจนะคะ





และแล้ว....วันนี้ก็มาถึง หมดเวลาพักรบ..ของเราแล้ว ความจริงก็แอบคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัวเหมือนกันค่ะ แต่ถ้า มาสบายกว่านี้ก็ไม่แน่ใจ..ว่าความรู้สึกนี้จะเกิดรึเปล่านะ 555

จบทริป......คร๊าบ




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2551 13:46:50 น.
Counter : 991 Pageviews.  

6. มะละกา..น่ารัก (Melaka)

6/11/2008


วันนี้..วางแผนไปเที่ยว Melaka แบบ One day trip คาดว่าคงกลับค่ำแน่นอน..และพวกเราต้องย้ายที่นอนซะด้วย แล้วระหว่าง Cititel express ก็อยู่ไม่ไกลกับร.ร ที่จะพักกัน ก็เลยจัดการย้ายสัมภาระด้วยการเดินเท้า ไปฝากไว้ที่โรงแรม Tune Hotels.com เสียก่อน ที่นี่เป็นโรงแรมกระทัดรัด(มาก) ราคาย่อมเยาว์ สะอาด อยู่ในแหล่งคมนาคมสะดวก ที่สำคัญ อิอิ..เข้า concept ราคาที่พักประมาณ 300 กว่าบาท/ต่อคน/คืน แต่ต้องจองผ่านเนทเท่านั้นค่ะ

งั้นขอพาลูกทัวร์ ไปดูโรงแรมที่พักกันก่อนดีกว่า...น่ารักไม๊เอ่ย





เสร็จแล้ว..ก็รีบออกเดินทางด้วยรถ KL Monorail ขึ้นที่สถานี Medan Tuanku (ใกล้ร.ร ที่สุด) ไปลงสุดสายที่สถานี KL Sentral แล้วเดินข้ามถนนเข้าไปในตึก KL Sentra เพื่อต่อรถไฟฟ้าสาย Putra LRT ไปลงที่สถานี Pasar Seni แล้วก็ลัดเลาะเดินไป Puduraya Bus Station (ที่นี่เป็นท่ารถทัวร์ เพื่อเดินทางไปตามจังหวัดต่างๆ คล้าย บขส.สายใต้บ้านเรา) ก็เดินไกล..พอสมควรนะนี่ แต่เอ..วันนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไปคือ 2 เท้าเราเริ่มอยู่ตัวแล้วอ๊ะ..เดินแล้วไม่รู้สึกเมื่อยหรือเจ็บเลยแฮะ สู้ตายค่ะ!


พอถึง Puduraya ก็เดินหาช่องขายตั๋วได้เลยที่ไป Melaka ขาไปเราซื้อของ บ. Delima เพราะมีรถออกเวลา 11.00 น. ขี้เกียจรอของ บ. Transnasional ออกเวลา 11.30 น. แต่ขากลับก็กลับของ บ. Trans รอบสุดท้ายนะ โดยจองซื้อที่เมืองมะละกาไว้ก่อนเลย เพื่อความสะดวกในการชมเมืองของพวกเรา

ได้ตั๋วแล้ว ก็เตรียมไปขึ้นรถได้ ซึ่งจะเป็นแต่ละช่องบันไดให้ลงไปขึ้นรถที่ชั้นใต้ดิน ไปที่ไหนก็ลงช่องนั้น แต่ Melaka ลงช่อง 12 คร๊าบ....





ผ่านไป 2 ชั่วโมง.. มาถึงท่ารถมะละกา หิวกันจริงๆ...หาของกินก่อน 3 จานนี้ คิดไปคิดมาแพงเหมือนกันนะนี่ เฉลี่ยจานละ 70 บาทเชียวนะ อาหารมาเลย์นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบบุฟเฟ่ ให้ตักเองแล้วเดินไปให้เขาคิดตังส์ แอบแพง..นะบังนะ





อิ่มแบบแพงๆ กันเสร็จ ก็เดินออกไปที่ท่ารถเมล์ อยู่ด้านข้างๆ ของท่ารถ บขส.มะละกา นี่เอง ขึ้นรถเมล์เบอร์ 17 จะถึงย่านตึกแดงแหล่งเริ่มต้นของการท่องเที่ยวมะละกา ฉบับย่อมๆ.. ขอบรรยายด้วยภาพนะคะ


























ขึ้น Tower แบบหมุน 360 องศา ไปดูวิวพาโนรามา..ของมะละกา กันบ้างค่ะ








แก๊งค์ Jumpers โดด..กันได้ขำๆ ดี ดูทีไรยิ้มออกทุกที...





เดินเที่ยวกันต่อ...ไป











ท้องไม่ร้อง...ก็ต้องกินค่ะ ร้านนี้ขอแนะนำ อร่อยม๊ากกกก.... เขาว่ากันว่า มามะละกา ต้องลอง Chicken Rice Ball พวกเราขอการันตีอีกร้านค่ะ ชื่อร้านไม่รู้อ่านว่าอะไร อยู่บนถนน Lekir สังเกตุง่ายๆ คือ ซอยของร้านนี้จะมี Choice shop (ภาพมุมซ้ายบน) จังก้า..ตรงข้ามกับซอยเลยค่ะ เดินเข้าซอยมานิดเดียว ซึ่งจะอยู่ละแวกเดียวกันหมดเลย กับร้าน FAMOSA chicken rice ball และก็ร้านน้ำแข็งใส ไอซ์กะจัง

ร้านนี้คนขายชื่อ Mr.roy แต่มีคนไทยไปตั้งชื่อให้ลุงเข้า ว่าชื่อ Mr.A-roi ลุงก็เลยภูมิใจกะชื่อนี้มาตลอด ร้านลุงขายหมูหมักไวน์แล้วค่อยเอามาทอด กับตือฮวน เป็นสูตรของลุงเองทั้ง 2 อย่าง อร่อยอธิบายไม่ถูก ต้องไปทดลองกันเองนะคะ เพราะเห็นคนมะละกามาทานกันพอสมควรเชียวแหละ..





ของคาวเสร็จ...พลาดไม่ได้เลยของหวาน ไอซ์กะจัง เมนูฮิตมะละกา ซึ่งมันก็อร่อยจริงๆ หอมน้ำตาลอ้อยที่เอามาราดมากๆ เลย อยากกินอีก..






โอ๊ย..ตายแล้ว รีบกลับไปที่ Melaka Sentral กันได้แล้วห่วงกินกันจริงๆ.. นี่ทุ่มนิดๆ ทำไมคนหายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ เมืองเงียบสงบ รถราหายไปไหนหมดล่ะ แล้วรถเมล์จะมีเปล่า....พวกเรา เรียก taxi ดีกว่า เดี๋ยวตกรถไป KL ไม่รู้ด้วย เด้อ

แล้วก็หมดไปอีกวัน....พรุ่งนี้เย็นต้องกลับบ้านเกิดกันแล้ว งั้นขอเวลาช่วงเช้าอีกนิดที่เหลือไปเที่ยว Putrajaya กันดีกว่า ใครจะไป...ยกมือขึ้น รีบเข้านอนกันน๊า....พรุ่งนี้เจอกันจ๊า ส่วนใครตกรถตามไปบล๊อก 7 นะคะ...อิอิ




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2551 20:50:37 น.
Counter : 839 Pageviews.  

5. ลงเขา..เข้าเมือง..กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur)

5/11/2008

เช้านี้ ไปเดินเล่นเก็บบรรยากาศ City of Entertainment แห่ง Genting Highland กันต่ออีกครึ่งวัน แล้วเราก็จะลงจากเขากันไปสู่เมือง เพื่อหลงทางกันต่อ อิอิ..

ไปเดินเล่นดูโรงแรมลูกกวาดกัน... แหม..พูดไปแล้วก็เป็นลางสังหรณ์ เพราะเดินไปสุดทาง เอ๊ะ..ท่ารถอะไรนี่ ที่แท้ก็เป็นท่ารถนั่งต่อเดียว ไปลงที่ KL Sentral ได้อีกทางหนึ่งได้เลย ถ้าหากไม่เลือกลงด้วยกระเช้าแล้วไปต่อรถอีกที แหม..ถ่ายรูปเดินเล่นกันใหญ่

สรุป..พอตอนเช็คเอ๊าท์จาก Theme park ก็แบกกระเป๋าไปที่กระเช้ากัน ดันปิดปรับปรุง..ซะนี่วันนี้ ไงล่ะ..ก็ต้องแบกกระเป๋าย้อนกลับมาที่ First world อีกล่ะสิ ฮือ..ฮือ..เดินกันเป็นกิโลอีกแล้ว เห็น Genting มีอยู่แค่นั้นน่ะ แต่เดินกันทีล่ะก็...พี่น้องครับ อย่าเอาอาม่า อากง คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ไปเลย...ทรมานคนแก่ค่ะ ( หน้างานบ่นไม่ได้...มาบ่นตอนจบงาน
)





เดินเล่นกันต่อ....








เอ๊า..ทุกท่าน ดิฉันขอลองกล้องหน่อย โดด..โดด..โดด นึง..ส่อง..ซ้าม อิอิ..ไม่รู้ว่ารุ่นนี้มีอะไหล่สำรองกันไว้บ้างหรือเปล่าน๊า





ลงมาถึงในเมือง KL กันแล้ว...ไปหาไรทานย่าน Chaina town กันก่อน หิวแย๊ว... บรรยายเมนูให้น้ำย่อยทำงานกันเสียหน่อย

ฝั่งซ้ายมือ เป็นผักบุ้งผัดแห้งกับปลาหมึกกรอบ เรียกว่า Sotong Kang Kung ราคา Regular RM4 / Large RM10

ส่วนฝั่งขวามือถ้วยบน เป็น Laksa ไม่ใส่กระทิ (คล้ายขนมจีนน้ำยาป่า+ต้มยำ) ถ้วยล่าง เป็น Laksa แบบใส่กระทิค่ะ Regular RM4 / Large RM4.5





อิ่มแล้ว..ก็หาทางไป Petronas Twin Towers กันต่อเถอะ ถ้าไปตอนนี้จะได้ภาพตอนมีแสงและตอนตึกเปิดไฟ ยิงนกทีเดียวได้ 2 ตัวเชียวแหละ

แล้วจะไปกันยังไงล่ะ...จากย่าน China town มันงงไปหมด เวลาไปท่องเที่ยวกันเคยเจอแบบนี้มั่งเปล่าคะ คือ พวกเราต่างคนก็ต่างไปถามคนพื้นที่ว่าสถานีขึ้นรถไฟฟ้าไปทางไหน คำตอบที่ได้มาจาก 2 คน ต่างบอกให้ไปกันคนละทิศเลย แล้วเราจะเชื่อใครล่ะวะนี่ สรุปแล้วต้องมาทะเลาะกันเองในกลุ่ม เพราะต่างคนก็ต่างมีผู้นำทางที่แสนดีชี้แนะ ขำดี...

จงจำไว้ว่า...อย่าเชื่ออะไรใครง่ายๆ ถึงแม้..เขาจะเป็นคนท้องถิ่นก็เถอะ ทริปนี้..เจอดีกันจนต้องมีคาถาประจำกลุ่มว่า ไม่เชื่อ..ไม่เชื่อ ต้อง sound check กันก่อน..จึงจะเชื่อ


แล้วก็หลุดมาจากวังวนได้เสียที เจอสถานี Pasar Seni แล้ว (สถานีนี้เป็นสถานีปลายทางของรถไฟฟ้าสาย Putra LRT เช่น สถานีอ่อนนุช ของบ้านเราน่ะค่ะ) ถ้าจะมา China town หรือ Central market ก็ลงป้ายนี้ได้เลย ส่วนจะไปตึกแฝดก็ลงสถานี KLCC ค่ะ

การขนส่งระบบรางในเมืองของมาเลย์ มีหลายสายนะคะ เช่น Putra LRT, LRT (เฉยๆ ก็มี), KL Monorial ดูแผนที่ดีๆ ว่าจะไปไหนขึ้นให้ถูกเส้นทางก็จะสนุกสนานในการเที่ยวแล้วค่ะ

การขนส่งระบบรถเมล์ก็มีหลายสายมาก เราเรียกมันว่า รถ Rapid

การขนส่งระบบรถไฟออกนอกเมือง ก็มีหลายสาย เช่น KTM Komuter ซึ่งเราใช้การขนส่งนี้ ส่งพวกเราไปเยือนเมืองใหม่ Putrajaya มาแล้ว ด้วยเวลาที่รวดเร็วและราคาย่อมเยาว์เสียด้วยสิ

อ๊าว...โม้ซะยืดยาว เดี๋ยวใส่ link ระบบขนส่งมาเลย์ให้ศึกษาค่ะ ไป..ไป เรารีบไปตึกแฝดกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน

//www.kualalumpur.gov.my/getting1.htm





Petronas Twin Towers.... สิ่งที่มาเลเซีย ภาคภูมิใจมากๆ เลยน๊า...














Action กันพอได้แล้วจ๊า..ฉาวๆ

ค่ำนี้เราจะไปนอนที่ Cititel Espress รถไฟฟ้าสาย KL Monorail ลงที่สถานี Chow Kit แล้วเดินย้อนกลับตามถนน แนวรางรถไฟฟ้ามานิดหน่อย สังเกตุโรงแรมสีเหลือง.. ค่าที่พักที่นี่ราคา พันกว่าบาท/2คน/คืน





วันและเวลาแห่งการท่องเที่ยว..ชักเหลือน้อยลงแล้วสิ ทำไมมันช่างผ่านไปเร็วขนาดนี้หนอ...เหลืออีก 2 วันเองเหรอ เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปเที่ยว Melaka ต่อค่ะ อย่าลืมตามไปดูนะคะ.....




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2551 3:01:26 น.
Counter : 365 Pageviews.  

4. ร่ำลา...ปีนัง เจอกัน..เก็นติ้ง (Genting)

4/11/2008

เช้าแล้ว...กองทัพต้องเดินด้วยท้อง กิน กิน กิน หาไรกินกันก่อนวุ๊ย... ร้านนี้ต้องอร่อยแน่.. เพราะอายุลูกค้าทั้งร้านรวมกันคงได้หลักหมื่นแน่นอน

ติ่มซำ....รับขนมจีบ ซาลาเปา เพิ่มไม๊คะ...





อิ่มหนำ..สำราญ พวกเราก็เตรียม 12 เท้าออกเดิน(อีกแล้ว) เพื่อจะไปเที่ยววัดไทย และวัดพม่ากันต่อ เอ๊า..เดินๆๆ ยังเช้าอยู่เลย เท้าบวมช่างมันเด้อ..





เรียก taxi มาเที่ยววัดไทย ชื่อวัดไชยมังคลาราม คันละ 100 กว่าบาท ต้องเรียก 2 คันเพราะเรามากัน 6 คน แต่ถ้า..มา 5 คน พออะลุ้มอะล่วยนั่ง 1 คันได้ ดังนั้น..จำไว้นะคะ ไปมาเลเซีย จัดกรุ๊ปให้ได้ 5 หรือ 10 คน เพื่อการนั่ง taxi โดยเฉพาะ แฮะๆๆ...







จากวัดไทย...ห่างกันเพียงข้ามถนน ก็เจอวัดพม่าแล้วล่ะค่ะ โอ้..สวยงามอลัง กว่าวัดเราอีกนะนี่ สวยจัง..





หมดเวลาในปีนัง..จำใจจากอีกแล้ว ต้องเผื่อเวลาขึ้นเครื่องไปลงสนามบิน LCC-T ที่กัวลาลัมเปอร์ แล้วต่อรถบัสไปนอนที่ Genting คืนนี้ทันที รายละเอียดเดี๋ยวจะพยายามลงให้ทราบขั้นตอน ง๊าย..ง่าย ในการเดินทางค่ะ





Hello..กัวลาลัมเปอร์ ถึงโดยสวัสดิภาพกันทุกคน เอาล่ะ..ทุกคนผจญภัยในโลกกว้างกันต่อ...





สำหรับผู้ไม่เคย..ไป KL มาก่อนไม่ต้องกังวลเลย เพียงแต่..ตอนจองตั๋วเครื่องบิน ให้ติ๊กช่องซื้อรถ Sky bus เข้าเมืองไว้ด้วยจะจ่ายเพียง 6.5 RM หรือ 65 บาทเท่านั้น หากไม่ได้ซื้อล่วงหน้ามาก็จะเสียค่ารถที่ราคา 9 RM ค่ะ แค่เดินออกมานอกสนามบินก็จะเจอคิวรถบัสหลายยี่ห้อ ที่เข้าเมือง KL Sentral (ซึ่งที่ KL Sentral จะเป็นศูนย์รวมของระบบขนส่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์) เจอรถสีแดงแบบนี้ ก็ขึ้นไปได้เลยค่ะ เดี๋ยวเด็กรถจะมาขอใบปริ๊นที่จองผ่านเนทบนรถเอง หรือถ้าไม่ได้จองมา ก็เตรียมเงินให้พร้อมค่ะ ง่ายไม๊....

จากนี้ก็นั่งหลับไปได้ อีก 1 ชั่วโมงจะถึงจุดหมายปลายทาง KL Sentral ซึ่งเป็นจุดที่จะต่อรถบัส เพื่อไป Genting สบายๆ ชิวๆ..





พอลง Sky bus ที่ปลายทาง KL Sentral แล้วก็เดินหาป้อมขายตั๋วรถบัสไป Genting อยู่แถวๆ นั้นแหละค่ะ... ณ วันที่ไปนั้นจะอยู่ซ้ายมือสุด ถ้าหันหน้าเข้าหาตัวตึกนะ ค่ารถ+กระเช้า เที่ยวเดียวราคา 8.3 RM = 83 บาท โอ้แม่เจ้า..ถูกมาก รถใหม่นั่งสบายสุดๆ แหม..ราคาถูกกว่ารถบัสไทย พาไปบ่อนปอยเปตอีกนะนี่...เฮียวัฒนา ต้องเอาไปปรับปรุงหน่อยนะคะ...

แต่ถ้า..ใครพักที่ KL ก็แยกย้ายขึ้นรถไปหาโรงแรมตามใจชอบเลย ทำการบ้านดีๆ ไม่มีหลงทางค่ะ สำหรับพวกเรานั้น..ขอไปเป็นชาวเขาสักคืนก่อนนะคะ แบบว่า..อยากอยู่บนสรวงสวรรค์ เมฆปะทะหน้าสักหน่อย





ถึง Genting แว๊ว.... เอาของไปเก็บในห้องพักกันก่อน Theme Park Hotel โอ๊ย..เดินไกลอีกแล้วเหรอนี่ 555 แอบบ่น..ก็เดินไม่ได้หยุดมา 4 วันเต็มๆน่ะค่ะ ใจน่ะสู้ แต่เท้าเรานี่สิเดี้ยงไปแล้ว

จองโรงแรมผ่าน 888 DEALS ได้ราคา USD 49.60 = 1,752.97 บาท/2 ห้อง เฉลี่ยห้องละ 876 บาท ถูกดีเหมือนกันนะ นอนกันห้องละ 3 คนนี่แหละอบอุ่นดี...ก็มันหนาวนี่ อิอิ..





ออกไปรับความเย็นกันหน่อยนึง... เชื่อไม๊คะ..ว่าเมฆ ลอยผ่านตัวเราเลย วิ่งผ่านฟิ้วๆๆๆ เหมือนมีควันแบบเล่นคอนเสิร์ทบนเวทีไงงั้นเลยค่ะ....





หลังจากนี้..เข้าเขตห้ามถ่ายรูปแล้วค่ะ ไปเสียตังส์..ก่อนล่ะคืนนี้ พรุ่งนี้เจอกัน....ค่ะ ต่อวันที่ 5 นะคะ C U




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2551 20:09:55 น.
Counter : 624 Pageviews.  

3. ปีนัง..ช่างแสนสงบ (Penang)

3/11/2008

คืนวันที่ 2/11/08 พวกเรามานอนกันที่เมืองปีนัง จากท่าเรือเรียก taxi น่าจะเรียกว่าป้ายดำนะ รถเก่าสุดๆ แต่คุณพี่แกบริการดีเหลือเกิน ช่วยหาโรงแรมให้ จอดรออีกตะหาก แต่โรงแรมที่หาให้นี่ไม่ไหวแม้จะอยู่กลางใจเมืองก็จริง แต่ความสะอาดขอมาเป็นที่หนึ่งละกัน ก็เลยขอบใจกันยกใหญ่ ต่างจากลากันด้วยน้ำใจไมตรีที่ดี ค่า taxi 100 บาท เลือกเดินหาโรงแรมกันเองดีกว่า...

สรุป...ว่า เข้าออกสอบถามกันหลายที่ มาตกลงใจกันที่ Peking Hotel นี่แหละ อยู่บนถนนปีนัง กลางเมืองเลย (ใกล้ รร.Cititel ราคาพันกว่าบาท) ดูภาพรวมของสถานที่ก็สะอาดและไม่แพง..เข้า concept ดี คุณเจ๊..ขอเก็บเงินเลย อิอิ แถมมีบอกว่า..ถ้าเปลี่ยนใจไม่คืนเงินนะ อ๊าว...เจ๊ ถูกขนาดนี้ 690 บาท/4 คน/คืน ใครเปลี่ยนใจก็ฉลาดน้อยแล้วจ๊ะ.. ยังไง ยังไง ไล่เราก็ไม่ไปไหนทั้งนั้นล่ะคืนนี้....





ไปหาอะไรทานกันดีกว่า...ย่านนี้เรียกว่า ตลาดแดง แปลมันตรงๆนี่แหละค่ะ 555 Red market.. เป็นแหล่งที่ผู้คนชาวปีนังมาทานอาหารค่ำกันที่นี่เป็นส่วนใหญ่ สังเกตุจากลานจอดรถที่จอดกันเต็มไปหมด และที่สำคัญคือ มันอยู่ตรงโรงแรมที่เราพักกันเลย มีร้านอาหารขายเยอะแยะไปหมดให้เราเลือกชิมกันตามใจชอบ นึกถึงร้านอาหารฟาสฟู๊ดที่มาบุญครอง..อะไรแบบนั้นล่ะค่ะ

และแล้ว..เราก็ฝากท้องกันที่นี่ล่ะค่ะ





เช้าแล้ว...พาไปเที่ยวตลาดเช้ากันค่ะ อยู่บนถนน จรัลสนิทวงศ์ อิอิ ม่ายช่าย.. Jalan แปลว่าถนนค่ะ ทำให้ งง น้อยลงในการจดจำถ้าเห็นคำว่า Jalan ปุ๊บก็หมายถึงถนนอะไร ทำให้หาในแผนที่ง่ายหน่อย

ตลาดนี้อยู่บน ถ. KUALA KANGSAR ค่ะ ของกินเพียบ







จะพาเดินเล่นชมเมือง..บ้างล่ะนะคะ โดยมุ่งหน้าไปตึก Komtar ซึ่งที่นี่จะเป็นศูนย์รวมของรถเมล์ที่จะไปสถานที่ต่างๆ นึกอะไรไม่ออกก็ไป Komtar ไว้ก่อน อิอิ ไปตั้งต้นกันที่นี่ วนกันไปก็วนกันมาอยู่นี่แหละ...หลงทางเป็นอาจิณ

และที่ต้องวนจนนับไม่ถ้วนอีกที่นึง..ก็คือ ตรงวงเวียนโอเดียน (เหมือนบ้านเราเลย) จำได้ว่านอน 2 คืน แต่ต้องเดินผ่านเจ้าแยกโรงหนังโอเดียน (ภาพมุมซ้ายบน ตึกสีเหลือง ใกล้ รร. Cititel) ไม่ต่ำกว่า 10 รอบ เดิน..เก่ง ผิดธรรมชาติจริงๆ เลยเรา สาเหตุ..ก็มาจาก นึกไม่ออกบอก Komtar นี่แหละ...







การจะขึ้นรถประจำทางที่นี่ ก็ต้องดูว่าจะไป ณ จุดหมายปลายทางใดก็เลือกขึ้นตามเบอร์นั้น แต่..ว่า พวกเราทำการบ้านน้อย ก็เลยไปไหนไม่ค่อยถูก รู้แต่ว่า..นั่งสาย 204 เท่านั้น จึงจะไปลงตีนเขาที่ Penang Hill เลย แต่ถ้าจะไปลงแค่วัด Kek Lok Si นั่งสาย 203 ก็ถึงเลย (ระหว่าง Penang Hill กับ วัดก็ไกลกันพอสมควร เดินเมื่อยเชียวแหละ) แนะนำให้นั่งไปลงเพื่อเที่ยวที่ Penang Hill ก่อน แล้วก็นั่ง 204 มาลงย่านวัด เก็บแรงไว้เดินขึ้นเขาที่วัดดีกว่าค่ะ เสร็จแล้ว..ขากลับเข้าเมือง จะนั่งสายอะไรกลับก็ได้ทั้ง 203 และ 204 สุดสายที่ Jetty (คือ ท่าเรือ)





แต่ถ้า...จะไป Jetty เพื่อเที่ยวสถานที่ในเมือง ไม่ได้ขึ้นรถเมล์ที่ท่ารถนี้นะคะ.. ต้องเดินผ่านหน้าตึก Kompleks ---> ผ่านไปรษณีย์ ไปก่อนจะเจอถนนใหญ่ๆ ให้ข้ามถนนไปรอที่ป้ายรถเมล์ (หน้าวัดจีน) ค่ะ เพราะว่า..ก๊ง กันพักใหญ่ หลงไปพักนึง ไม่อยากให้ใครเสียเวลาเหมือนพวกเรา...





อยากไปเที่ยวย่านหอนาฬิกา ป้อมปืนใหญ่ ไปไงกันหว่า...เปิดแผนที่มันใกล้ท่าเรือ ไปลงแถวนั้นก่อนก็ได้...เดินเอา ไงๆ ก็พก 2 เท้ามาด้วยแล้วนี่ สู้ไม่สู้....อิอิ

เก็บภาพ ระหว่างทางไปด้วย เพื่อจะได้ไม่เสียเปล่า...







ที่นี่เป็นมิวเซียมเล็กๆ เดินเข้าไปก็เจอรถไฟ และรถยนต์โบราณ น่ารักดี..ค่ะ





โบสถ์นี้ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ 1818 ซึ่งเป็นหนึ่งในโบสถ์ ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองปีนัง เปิดให้ชม 9.00-17.00 น.





นี่เป็นอีกหนึ่งโบสถ์....ที่ 2 เท้าเราพาไปค่ะ







เอ๊า...สมาชิกครบ 6 ชีวิตแล้ว ไปเที่ยวไกลๆ กันดีกว่าค่ะ

Penang Hill........ นั่งสาย 204 ขึ้นที่ Komtar นะคะ





แก๊งค์นี้แหละ...พาเดินจาก Penang Hill ไป วัด Kek Lok Si กว่า 2 กม. ระหว่างทางไม่มีอะไรให้ถ่ายรูปมากนัก เพราะฉะนั้น..ขึ้นรถเมล์สาย 204 ไปลงใกล้ๆ วัดเถอะค่ะ น่าจะไม่เกิน 2 ป้ายรถเมล์ สังเกตุ..จะเป็นย่านชุมชนค่ะ





ไต่เขา..ขึ้นมาบนวัด Kek Lok Si เล่นเอาหอบ..เหนื่อยเจงๆ วัดนี้มีเต่าเยอะมากๆ ค่ะ ชาวปีนังที่อยู่ตรงนั้นจะพูดภาษาไทย (เหมือนเปิดเทป) ซ้ำๆ ประโยคเดิม "ทำบุญให้อาหารเต่าไม๊ค๊า...." ขำดี

วัดนี้..เป็นหนึ่งในวัดพุทธ ที่สวยที่สุดในเอเชียใต้เชียวนะคะ ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 20 ปี...







ลงจากเขา..เข้าเมือง George town กันเถอะค่ะ ตั้งใจว่าจะไปดู Fort Cornwallis มืดแล้ว แสงไม่พอ..ก็เลยใส่ใน memory s-mornk (สมอง อิอิ) แทน memory stick จะบอกว่าขี้เกียจน่ะค่ะ.. แต่ก็ยังมีภาพสวยๆ มาฝากเมื่อยามขยันมาเยือน...เป็นระยะๆ

แล้วก็ไปนั่งเล่นริมทะเลบริเวณนั้น ก่อนจะเดินเท้า(อีกแล้ว)กลับที่พัก





คืนที่ 2 นี้..เราพักกันที่ Cathay Hotel แค่ข้ามถนนจาก Peking Hotel เอง โรงแรมเป็นตึกสไตล์ปีนังเก่าแก่ แต๊ๆ สะอาด สงบ และเข้า concept อีกแล้ว 750 บาท/3 คน/คืน ใช้ได้ทีเดียว ที่นี่ขอ Recommend ค่ะ





และแล้วก็หมดไปอีกวัน...พรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวที่อื่นๆ ในปีนังอีก ถ้ายังไม่เบื่อก็ตามบล๊อกต่อไปนะคะ




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2551 21:20:21 น.
Counter : 1162 Pageviews.  

1  2  

ลิปดา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]





: VIP guest's visiting Me. --------<-@ Online หัวใจออกเดินทาง

Pisamai Sutawat | สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ลิปดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.