"Where there's a will, there's a way"
Group Blog
 
All blogs
 

:: Scholarships ::

:: สำหรับเรื่องทุน เนี่ยถ้าโลกนี้ ไม่มี search engine คงแย่แน่ ๆ เลยค่ะ เพราะ internet เป็นแหล่งข้อมูลในการหาทุนแบบดีเยี่ยม ค่ะ เว็บไซด์ที่เป็นแหล่งรวมทุนต่าง ๆ ที่ได้เข้าไปดูเรื่องทุนบ่อย ๆ ก็คือ

+ //www.vcharkarn.com
+ //www.guidegrants.com
+ //www.scholarshipexperts.com
+ //www.matichon.co.th/news_category_sub.php?catid=41
+ //www.chulaonline.com/free/Scholarship/search.asp
+ //scitechscholarships.blogspot.com
+ //scholarship-positions.com/index.php
+ //scholarship4thai.blogspot.com/

..... ต้องขอขอบคุณผ่านทาง Blog นี้ด้วยค่ะ ที่ได้รวบรวมมาให้ได้รับ
รู้กันทั่วหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ ......

ทุนการศึกษา ก็มีทั้งทุนในประเทศและต่างประเทศ และทุนที่ต้องกลับมาชดใช้ทุนและทุนได้เปล่า(อย่างหลังนี้เป็นที่ต้องการขอเค้าเลยล่ะ)

+ ทุนในประเทศ
โดยส่วนใหญ่ทุนในประเทศจะเป็นทุนที่ต้องกลับมาชดใช้ทุน(แต่ก็ดีมีงานทำแน่นอน และได้พัฒนาประเทศด้วยนะ) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นทุนของรัฐบาลหรือสถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชน (ชื่อดัง) ต่าง ๆ ยกตัวอย่างทุนในประเทศ

+ ทุน ก.พ.(สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)
ที่ให้ทุนทั้งข้าราชการ พนักงานของรัฐ และบุคคลทั่วไป เพื่อไปศึกษาต่อและกลับมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ ระยะเวลาการใช้ทุน = 2 เท่าของระยะเวลาเรียน ค่ะ >>> www.ocsc.go.th

และสำหรับในช่วงนี้กำลังเปิดรับสมัครอยู่ด้วยค่ะ //scholarship.ocsc.go.th ลองดูนะใครมีคุณสมบัติครบละก็ สมัครได้เลยค่ะ แต่เค้าไม่ได้เป็นข้าราชการและพนักงานของรัฐเลยไม่ได้ค่ะ

+ ทุน สกอ. (สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา)
ที่ให้ทุนทั้งข้าราชการ พนักงานของรัฐ และบุคคลทั่วไป เพื่อไปศึกษาต่อและกลับมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐเช่นเดียวกันค่ะ ระยะเวลาการใช้ทุน = 2 เท่าของระยะเวลาเรียน ค่ะ >>> www.mua.go.th

ส่วนของ สกอ. กำลังจะเปิดรับเร็วๆ นี้ค่ะ บุคคลทั่วไปสมัครได้ด้วยค่ะ //www.research.mua.go.th

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 51 ได้มีโอกาสเข้าไปรับฟังรายละเอียด "แนวทางการสมัครขอรับทุนทุกประเภท ประจำปี 2551" ที่สกอ. จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
(มอ.) แล้วด้วยค่ะ ได้ความรู้ดีมาก ๆ เลย แล้วจะเล่ารายละเอียดให้ฟังค่ะ

+ ทุนของสถาบันการศึกษา และองค์เอกชนต่าง ๆ
ทุนเหล่านี้สามารถติดตามได้จาก เว็บไซด์ โดยตรง หรือเว็บไซด์แหล่งรวมทุนก็
ได้ค่ะ ซึ่งโดยมากทุนเหล่านี้จะต้องกลับมาเป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
ที่ให้ทุนค่ะ เช่น (เฉพาะด้าน IT ที่รับในช่วงนี้นะค่ะ)

........ //www.rmuti.ac.th/2008/news/?ni=000556
........ //www.utcc.ac.th/scholarship
เป็นต้น



+ ทุนต่างประเทศ
มีให้เลือกหลากหลายอีกเช่นกันค่ะ ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นระยะ ๆ
ซึ่งอาจจะเป็นทุนจากมหาวิทยาลัยที่เราต้องการจะเรียน หรือทุนของรัฐบาลจาก
ประเทศที่เราต้องการ หรืออาจจะเป็นทุนที่ให้โดยทั่วไปก็เป็นได้ค่ะ เช่น
+ ทุนประเทศนิวซีแลนด์ มี NZDS, NZIDS >>> //www.newzealandeducated.com/
+ ทุนประเทศออสเตรเลีย North-South Dialogue, TECHNOLOGY GRANTS
เป็นต้น >>> //www.endeavour.dest.gov.au
+ ทุนจากมหาวิทยาลัยนั้น ๆ เช่น
........ //scholarships.curtin.edu.au/
....... //www.aut.ac.nz/students/student_services/scholarships/default.htm
....... //www.inter.mua.go.th/
เป็นต้นค่ะ

จริง ๆ แล้วทุนมีเยอะแยะมากมายค่ะ .... แต่มันมีอยู่ว่าคุณสมบัติ เราตรงกับที่เขา
ต้องการหรือไม่ค่ะ และเรื่องการเตรียมตัวขอทุนเนี่ยต้องเตรียมอะไรบ้าง คุณกันในหัวข้อต่อไปดีกว่าค่ะ ........... สู้ต่อ

"จงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์" :
The Story of MAHAJANAKA :
ในหลวงของเรา




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 17:06:46 น.
Counter : 84 Pageviews.  

:: Register for the TOEFL Test ::

:: อ่านหนังสือมา 2 เดือน ต้องเพิ่มแรงบันดาลใจ ให้มากกว่าเดิม ด้วยการจ่ายเงิน... เพื่อลงทะเบียนสอบ TOEFL กัน แล้วคราวนี้จะเลือกสอบแบบไหนล่ะ เพราะตอนนี้การสอบ TOEFL มีให้เลือก คือ
........... Internet-based Test (iBT) และ Paper-based Test (PBT) ...........

+ Internet-based Test (iBT)
คือ การสอบ TOEFL ผ่านทาง Internet ประกอบด้วยการสอบ reading, listening, speaking and writing ใช้เวลาประมาณ 4.5 ชม.

+ Paper-based Test (PBT)
คือ การสอบ TOEFL ในรูปแบบดั้งเดิม ด้วยกระดาษ นั่นเอง ประกอบด้วยการสอบ listening, structure (grammar), reading และ writing ใช้เวลาประมาณ 3.5 ชม.

ตั้งใจไว้ว่าการสอบครั้งแรก (ต้องมีครั้งต่อไปแน่ ๆ) ขอสอบ paper-based ก่อนละกันค่ะ เลยตกลงใจลงทะเบียนที่เว็บไซด์นี้ค่ะ

www.ets.org


และทำให้ได้รู้ว่า การสอบ paper-based ในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยศูนย์สอบที่
+ หาดใหญ่ สงขลา : Central Hotel
+ นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
+ พิษณุโลก : ราชภัฏพิบูลย์สงคราม

ทุกศูนย์สอบที่ลองลงทะเบียนแสดงข้อมูลว่า +++ No Seat Available +++
......... หมายความว่า ที่นั่งเต็มหมดแล้ว ค่ะ ............ เฮ่อ ..................
(หาดใหญ่ ก็เต็มด้วย) สืบข้อมูลมาได้ว่า ที่นั่งสอบถูกจองเต็มตั้งแต่ปีที่แล้ว
เนื่องจากว่า paper-based ได้ถูกยกเว้นการสอบไปหลายปี และกลับมาเริ่ม
เปิดให้ลงทะเบียนใหม่ทำให้ มีผู้สนใจลงทะเบียน มากมาย เลยเจอ No Seat Available หรือ ช้าไปแล้วโจ๋ ค่ะ

ทำไงเนี่ย...................................................................

หายไปคิด 1 วัน แล้วก็สรุปว่า จะลองไปสอบที่ประเทศเพื่อนบ้าน Malaysia ค่ะ

วันรุ่งขึ้นจึง หาข้อมูลในเว็บไซด์เดิมต่อว่า ที่ประเทศ Malaysia มีศูนย์สอบใกล้ ๆ ที่ไหนบ้าง ผลก็คือ TOEFL paper-base ที่ Malaysia มีศูนย์สอบคือ

+ Kota Kinabalu
+ Kuala Lumpur
+ Kuching
+ Penang

เห็นว่ามีศูนย์สอบที่ Penang ก็เริ่มตาลุกวาว เพราะจากหาดใหญ่ แค่ 3 ชม. เท่านั้น และวันสอบคือ May 10, 2008 (มีเวลาเตรียมตัวและช่วงปิดภาคการศึกษาด้วย) เพราะฉะนั้นที่นี่แหล่ะคือจุดหมายต่อไป........ แต่ก็ต้องไม่
พลาดที่จะต้องเช็คให้ชัวร์ ก่อน.......

ที่ Penang มีข้อมูลว่าศูนย์สอบอยู่ที่ Macee Office ก็เลย search ดูว่า Macee อยู่แถวไหนอย่างไร ที่เว็บไซด์.... //www.macee.org.my ก็ได้ทราบว่า Macee เป็นศูนย์สอบหลาย ๆ อย่าง รวมทั้ง TOEFL ด้วย .. (เริ่มมีความหวัง) ..
และแล้วก็เหลือบไปเห็น ข้อความหนึ่งที่ทำให้ ข้อความนั่น คือ

:: With effect from August 1, 2007, our MACEE Penang office at KDU, Penang is temporarily closed. Please contact MACEE Kuala Lumpur at 603-2166 8878 for any enquiries. ::

และแปลง่าย ๆ จากที่ Hight Light ไว้คือ ศูนย์สอบ macee ยกเลิกการสอบ TOEFL เป็นการชั่วคราว และให้ติดต่อศูนย์สอบที่ KL แทน ค่ะ

เฮ่อ !!! KL (Kuala Lumpur) นี่ใช้เวลาจากหาดใหญ่ประมาณ 7 ชม. แนะเอางัยดี
ถอยหลังมาคิด ระดมสมองกับคุณเพื่อน (ยิ้ม) และคุณน้อง (เจี๊ยบ) เอาเป็นว่าโทร
ไปสอบถามข้อมูลทั้งที่ Macee และที่ KL ดีกว่า (กลัว... ว่าที่ KL จะปิดไปอีก..)
ผลคือ .... ที่ Mecee : Penang ปิดไปแล้วจริง ๆ ค่ะ มีเพื่อนของน้องเจี๊ยบเขา Confrim มาเพราะเขาเรียนอยู่ที่ Penang ส่วนที่ KL เปิดรับอยู่ค่ะ และวันสอบก็วัน
เดียวกันด้วย คือ 10 พ.ค. 2551 ค่ะ ศูนย์สอบคือ University College

เอาล่ะ 7 ชม. (การเดินทาง) ก็ต้องหมายความว่า ไปก่อนหนึ่งวันและพัก 1 คืน และสอบวันรุ่งขึ้น สอบเสร็จเที่ยว Malaysia ต่อ ตกลงมั้ยคุณเพื่อน..... OK....

งั้นลงทะเบียนกันเลย วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม 2551 จึงเป็นวันดีในการลงทะเบียน
หลังจาก... มึน... มา 2-3 วัน การลงทะเบียนก็ไม่ยากค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

+ ข้อมูลส่วนตัว (ขอย้ำเรื่องที่อยู่.. ขอให้ใส่ข้อมูลให้ชัดเจนเลยนะ) เพราะเค้าเจอมาแล้ว คือว่าลืมใส่ตำบล เลยไม่ได้รับเอกสารต่าง ๆ ค่ะ ต้อง email ไปขอเปลี่ยนแปลงที่อยู่กับศูนย์ TOEFL ที่ USA (ซึ่งเอกสารส่งมาจากที่นั่นค่ะ).... วันนี้ยังรอเอกสารอยู่เลยค่ะ (23 ก.พ. 51) หลังจากที่คุณเพื่อนได้รับเอกสารไปแล้ว 3 ฉบับ ที่สำคัญสุดคือ Ticket ค่ะ (ยังไม่ได้เหมือนกัน) รอ........ ค่ะ

+ เงินในบัตรเครดิต เป็นค่าลงทะเบียนค่ะ จำนวน 140$ เป็นเงินไทยตามค่าเงิน ณ ขณะนั้น ค่ะ ตอนที่เค้าลงทะเบียนไปเนี่ยเช็คจากใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิต เงินถูกตัดไป 4,758.46 บาท อิอิ น้อยกว่าช่วงก่อนเกือบ 1,000 บาท
เพราะว่า ช่วงนี้ค่าเงินไทยแข็ง เงินสหรัฐอ่อน ค่าลงทะเบียนเลยถูกค่ะ (โชคดีจัง)
ซึ่งหลังจากนั้น เดือน ก.พ. ทาง TOEFL ประกาศขึ้นค่าลงทะเบียนอีกประมาณ
20$ ค่ะ (ชดเชยสิ่งที่เสียไป) เพราะฉะนั้น ใครลงทะเบียนตอนนี้ ก็ประมาณ 160$
ค่ะ

สำเร็จไป 1 เรื่องค่ะ ลงทะเบียนสอบแล้ว ถึงจะยังไม่ได้รับเอกสารก็สามารถเอา passport ไปยืนยันได้ค่ะ (สู้ๆ)

สำหรับเรื่อง passport นั้น ตอนที่สมัครสอบไป วันที่ 11 ม.ค. 51 passport กำลังจะหมดอายุ 13 ม.ค. 51 .... ต้องไปต่ออายุค่ะ .... แต่สำหรับตอนนี้ passport หมดอายุกฎใหม่ คือ ต้องทำเล่มใหม่เลยค่ะ ไม่ต้องต่ออายุแล้ว ค่าธรรมเนียมเท่าเดิม 1,000 บาท + ค่าส่งทางไปรษณีย์อีก 35 บาท ค่ะ..... ง้านไปทำซะ

และแล้ว passport เล่มใหม่ (ภาพเป็นขาวดำ..ทำมัยน้า) ก็ได้รับในวันที่ 20 ก.พ. 51 เสร็จไปอีกหนึ่งเรื่อง (รวมทั้งบัตรประชาชนใหม่ด้วย.. อิอิ)

ลงทะเบียนแล้วก็ต้องสู้ต่อ...........................




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2551 10:09:19 น.
Counter : 123 Pageviews.  

:: English is Fun ::

:: สิ่งแรกที่ทำได้ทันที คือ อ่านหนังสือภาษาอังกฤษกัน กับคุณเพื่อนสุดที่รัก "ยิ้ม ๆ" เราทั้งสองเริ่มอ่านหนังสือกันมาตั้งแต่ วันที่ 1 พ.ย. 50 เป็นต้นมา (เดือน พ.ย. เป็นเดือนที่ปรับเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่าง ) เดือนแรกอ่านวันละ 2 ชม. เดือนต่อ ๆ มาประมาณ 3 ชม. หลังเลิกงาน (จ-ศ) เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก (จริง ๆ นะ ) ได้อ่านหนังสือพัฒนาตนเอง ได้มีเพื่อนน่ารัก ๆ ช่วยกันอ่านช่วยกันค้นคว้าข้อมูล IELTS คือเป้าหมาย ส่วนยิ้ม ๆ TOEFL คือ เป้าหมาย แต่ด้วยความที่ยังไม่ได้ทุนของที่ไหนเป็นจริงเป็นจัง เลยอ่าน TOEFL ด้วยกันเพราะสามารถขอทุนได้กว้างกว่า เราจึงมีเว็บไซด์ TOEFL น่าสนใจ ๆ หลายเว็บไซด์ เช่น

+ //www.bic-englishlearning.com/toefl.html
+ //www.examenglish.com/TOEFL/index.php
+ //www.testyourenglish.net/toefl/grammar_test_1.html
+ //www.testmagic.com/toefl
+ //www.learn4good.com/languages/toefl/toefl_stan_test1.htm
+ //www.english-test.net/toefl
+ //www.englishdaily626.com/tfvocab.php
+ //esl.about.com/library/quiz/bl_toefl2.htm
+ //intereladsd.blogspot.com/2007/09/296-toefl.html

และหนังสืออื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งเอกสารที่ download จาก Bittorent ด้วย
ตั้งใจอ่าน แต่ก็รู้ว่ายังมีอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องปรับปรุง ยิ่ง Writing แล้วเนี่ยยังห่างไกล อีกหลายขุมเชียว เค้าก็มีสำนวนประจำใจ "Where there's a will, there's a way" = ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น

และแล้วก็ถึงเวลาตัดสินใจสมัครสอบ TOEFL กันแล้วค่ะ >>>>>>>>




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2551 23:03:22 น.
Counter : 72 Pageviews.  

:: What will I do? ::

:: นั่นซิ แล้วการเรียนต่ออย่างนี้ต้องทำอะไรบ้าง ... ศึกษาข้อมูลต่อนะ.......... การจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ต้องมีสิ่งต่าง ๆ ตามนี้

1. คะแนนภาษาอังกฤษ : (TOEFL หรือ IELTS (Acedemic) ตามที่มหาวิทยาลัยต้องการ)
2. หัวข้อในการทำ Thesis (Proposal) : ตามที่ถนัดและตามที่มหาวิทยาลัยต้องการ
3. ทุน : อาจเป็นทุนส่วนตัว หรือทุนการศึกษาจากที่ต่าง ๆ (ทั้งในและนอกประเทศ)
4. ประเทศและมหาวิทยาลัย (ที่ต้องการไปเรียน)
5. เอกสารต่าง ๆ : Visa, Trascript, Statement, แบบตอบรับจากมหาวิทยาลัย ฯลฯ


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

:: ดูเหมือนจะน้อยนค่ะ แต่เค้าล่ะว่าแต่ละอย่างกว่าจะได้มายากมาก ๆ ทีเดียวเชียวล่ะ

+ คะแนนภาษาอังกฤษ
... IELTS (Acedemic) คะแนนที่ต้องการ 6.5 (written 7.0 )
... TOEFL .. pbt (paper based) 575 (written 4.5 )
.. cbt (computer based) 233 (written 4.5 )
.. ibt (internet based) 90
แค่นี้ก็ หืดดดดดดดดดด ขึ้นคอแล้วค่ะ (สำหรับเค้านะ) แต่ก็ต้องพยายามต่อไป
แต่คะแนนเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย(ที่เราต้องการ)และทุนการศึกษาที่เรา(จะขอ) ค่ะว่าเขา request ในระดับคะแนนที่เท่าใดด้วยค่ะ

+ หัวข้อในการทำ Thesis +
... สำหรับการเรียนในระดับ PhD เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ เป็นเรื่องที่จะตัดสินกันเลยว่ามหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันเขาจะรับเราเข้าเป็นนักศึกษา หรือไม่ นั้นคือหัวข้อที่เราจะทำ น่าสนใจแค่ไหน และเป็นที่ต้องการหรือไม่ รวมทั้งสามารถนำมาซึ่งประโยชน์แก่ใคร ที่ใด ได้บ้าง ซึ่งทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของเราเอง และสิ่งที่เราอยากค้นคว้า ด้วยล่ะค่ะ

+ทุน+
... การเรียนระดับนี้และในต่างประเทศ ใช้เวลา ประมาณ 3-5 ปี ต้องใช้ทุน (3ปี) ประมาณ (นิวซีแลนด์ - ออสเตรเลีย) 11,000-18,500 A$ (330,000-555,000 บาท อัตรา 1$=30บาท) อันนี้ถ้าใครมีทุนเป็นของตัวเองก็ สบายไปเลยค่ะ แต่ถ้าใครไม่มีทุนเป็นของตัวเองล่ะก็ ต้องหาทุน (Scholarship) ค่ะ อันเรื่องของทุนการศึกษา ก็มีทั้งทุนในประเทศและต่างประเทศค่ะ
... ทุนในประเทศ เช่น ก.พ. สกอ. ที่เรียนจบแล้วต้องกลับมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐค่ะ
... ทุนต่างประเทศ เช่น ทุนของประเทศนั้น ๆ เช่น นิวซีแลนด์ มี NZDS, NZIDS ออสเตรเลีย North-South Dialogue, TECHNOLOGY GRANTS
เป็นต้น
(รายละเอียดจะเล่าให้ฟังในเรื่อง Scholarships ค่ะ)

+ประเทศและมหาวิทยาลัย (ที่ต้องการไปเรียน)+
... สำหรับหัวข้อนี้ อารมณ์แรกก็ต้องเป็นประเทศที่รักที่ชอบที่อยากไปนั่นเองค่ะ อาจจะมาจากความชอบตั้งแต่เด็ก ๆ หรือ มีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ (อย่างนี้ดีเลย) เรื่องเลือกที่เรียนไม่น่าจะยาก แต่ก็มีเงื่อนไขอีกเช่นกันค่ะ ถ้าเราได้รับทุนฯ เขาจะมีการกำหนดให้ด้วยค่ะว่า เรียนที่ไหนได้บ้างค่ะ

+เอกสารต่าง ๆ+
... เรื่องนี้ไม่ยากแต่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนค่ะ เพราะเราต้องมีเอกสารต่างๆ ที่มีความจำเป็นไว้ให้ครบ และต้องเตรียมไว้แต่เนิ่น ๆ ค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา เมื่อโอกาสเข้ามาแบบกะทันหัน ...

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เฮ่อ !!!!!!
แต่ทุกอย่างเราต้องทำได้ซิ มีคนอื่น ๆ ทำได้กันเยอะแยะ ตั้งใจและสู้ ๆ ๆ ๆ

ก่อนอื่น ต้อง.....................................................




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2551 13:05:55 น.
Counter : 80 Pageviews.  

:: Course and University prospect ::

:: อันที่จริงอยากเรียนที่ไหนเนี่ยก็ตกผลึกมานานแล้วว่าจะเรียนต่อต่างประเทศ และประเทศออสเตรเลีย แต่แล้วเพื่อนสุดที่รัก ก็เริ่มหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก แล้วเสนอว่า "นิวซีแลนด์" มั้ย (ในใจก็ว่าคิด "ออสเตรเลีย" ซิ" ) และแล้วเจ้าเพื่อนก็เริ่มหาข้อมูลและเอกสารมาให้ #เหมือน ๆ จะบังคับว่า นิวซีแลนด์ซิ น่าไปอย่างโน้นอย่างนี้ คนไทยไม่มากด้วย เมืองเงียบสงบ หลักสูตร การเรียนก็เหมือนกัน กับที่ ออสเตรเลีย (แล้วมัยไม่ออสเตรเลียล่ะ ....) เอาน่านะ ลองศึกษาดู .... แล้วก็น่าสนใจ (ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนทุกประเทศในโลกด้วย) ::
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
:: ส่วนเรื่องเรียนอะไร ก็คงต้องต่อยอดไปจากเดิมที่จบมา "IT" (Information Technology )นั่นเอง อย่างงี้ขอบเขตก็ง่ายขึ้น หาที่เรียนด้าน IT ในประเทศนิวซีแลนด์ ::
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
:: นิวซีแลนด์ แบ่งออกเป็นเกาะเหนือกับเกาะใต้ ตามแผนที่นี้ค่ะ --> //www.newzealand.com/travel/destinations/new-zealand-map/interactive_map_home.cfm

มีมหาวิทยาลัยที่สำคัญอยู่คือ

มหาวิทยาลัย ในเกาะเหนือ
1. University of Auckland - Auckland (www.auckland.ac.nz)
2. Auckland University of Technology - Auckland (www.aut.ac.nz)
3. University of Waikato - Auckland (www.waikato.ac.nz)
4. Massey University - Auckland (www.massey.ac.nz)
5. Victoria University - Wellington (www.vu.edu.au)

มหาวิทยาลัย ในเกาะใต้
6. University of Otago - Dunedin (www.otago.ac.nz)
7. University of Canterbury - Christchurch (www.canterbury.ac.nz)
8. Lincoln University - Christchurch (www.lincoln.ac.nz)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
:: และ U น่าสนใจก็คือ Auckland University of Technology และ University of Otago ::


แต่ก็ไม่วายที่จะหา U ที่ออสเตรเลีย ด้วย อิอิ

แล้วต้องทำอย่างไรต่อล่ะเนี่ย.....อ๋อ




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2551 22:57:21 น.
Counter : 72 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

LinkbooM
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add LinkbooM's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.