สด ๆ ร้อน ๆ ได้ออกข่าวภูมิภาคในสวีเดนล่ะ
//svt.se/svt/road/Classic/shared/mediacenter/index.jsp?&d=37737&a=899981
ตั้งแต่มาอยู่สวีเดนนี่ มีภาพลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น มาสามสี่ครั้ง คราวนี้หรูสุด ๆ ได้ออกรายการข่าวท้องถิ่นด้วย... พอดีวันนี้ไปเดินในเมืองเพื่อทำอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง เปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มเป็นวีซ่า และซื้อเสื้อผ้าให้ลูกชาย ก็ได้เห็นประกาศเกี่ยวกับ มีนิทรรศการการสมัครงาน การเรียน ก็เลยแวะไปดูซะหน่อย งานก็ไม่ใหญ่มาก เป็นห้องเล็ก ๆ ก็มีโต๊ะให้รายละเอียดต่าง ๆ เราก็เข้าไปหยิบเอกสารในสิ่งที่สนใจ และเกือบจะออกจากห้องแล้ว นักข่าวดันมาขอสัมภาษณ์ เราก็ แหม ไม่อยากให้เค้าเสียหน้า แต่เราบอกเค้าแล้วน้าว่า ภาษาสวีดิชเราไม่ดี ทั้งตากล้องและนักข่าว ให้กำลังใจกันว่าให้ลองดู ก็เลยลองซะ หุหุ ปรากฎว่าพูดไปเกือบ 5 นาที ผลออกมา 5 วิ เฮ้อ ค่อยยังชั่ว เพราะไม่รู้ว่าพูดอะไรไปบ้าง หากออกหมดขายหน้าประชาชีและประเทศชาติ ดีนะที่ตัดไปเยอะ อายจังพูดผิดตั้งแยะ ตื่นเต้นสุด ๆ ![]() เมื่อต้องเรียนภาษาที่สาม... ภาษาสวีดิช
ตามคำแนะนำของคุณป้อมค่ะ เมื่ออคิระนอนหลับ เลยมีเวลาอัพบล๊อกนิดนุง
การมีพื้นฐานการเรียนภาษาอังกฤษมาก่อน ทำให้ไม่ยากจนเกินไปในการเรียนรู้ภาษาสวีดิชค่ะ แต่หากออกเสียงไม่ค่อยถูกในภาษาอังกฤษก็ทำให้การออกเสียงในภาษาสวีดิชยากพอสมควรสำหรับการพูดน่ะค่ะ (เราเองก็มีปัญหาตรงนี้เหมือนกันค่ะ) คือ ภาษาอังกฤษ อ่าน ออก เขียนได้ แต่พูด ออกเสียงไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ ไม่เคยมั่นใจเลย และการพูดภาษาสวีดิชให้ได้ นั่นคือการออกเสียงที่ถูกต้องค่ะ ตัวพยัญชนะ และสระมีเหมือนภาษาอังกฤษค่ะ แต่มีเพิ่มมาอีกสามตัว คือ Ä Å Ö เทียบเสียงด้วยภาษาไทยคร่าว ๆ นะค่ะ A ออ B เบ C เซ D เด E เอ F เอฟ G เก H โฮ I อี J ยี K โค L แอล M เอ็ม N เอ็น O อู P เพ Q คิยู R แอร กระดกลิ้น คำนี้คนบ้านเรามีปัญหามากในเรียนค่ะ ถึงได้คิดว่าเด็กไทย ควรออกเสียง ร ให้ชัด เรียนภาษอื่นเป็นต่อค่ะ S เอส T เท U อือ ทำเสียงแบบ อือ อึ อุ ในเวลาเดียวกัน ตัวนี้ยากมากค่ะ ฟังผิดได้บ่อย ๆ V เว W ดึบเบิ้ลเว (ไม่ค่อยใช้) X เอกซ์ Y อีย ออกเสียงตัวอี แล้วจบด้วยการห่อเป็นวงกลมออกเสียง ยี Z แซตะ Ä แอ Å โอ Ö เออ ตัวอย่างสั้น ๆ ค่ะ (ลูกตื่นซะแล้ว) Jag älskar dig ยอก แอลสกะ เด ฉันรักเธอ Jag har ett barn ยอก ฮาร์ เอ็ท บาร์น ฉันมีลูก 1 คน Han hetter Akira ฮาน เฮ็ทเต่ะ อคิระ เขาชื่ออคิระ เท่านี้พอเป็นสังเขปนะค่ะ เพราะเขียนอธิบายไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ หากวันข้างหน้าเชี่ยวชาญค่อยมีภาคต่อล่ะกันนะค่ะ ครบรอบปีกว่า เมื่อมาอยู่ที่สวีเดน
เมื่อได้มาอยู่ที่นี่แล้ว เราต้องเรียนรู้อะไรมากมาย เรียนรู้ชีวิต วัฒนธรรม สังคม ผู้คนที่แตกต่าง อากาศอันหนาวเหน็บ และที่สำคัญเรื่องของภาษา
ภาษาสวีดิช เราเริ่มเรียนภาษาสวีดิช เมื่อเรามาอยู่ที่นี่ได้ประมาณหนึ่งเดือนกว่า ๆ หลังจากไปรายงานขอหมายเลขประจำตัวประชาชนที่นี่ พอได้แล้วก็เอาไปสมัครเรียนภาษาสวีดิช เรียนฟรีไม่คิดตังค์ ที่นี่เค้าสนับสนุนให้คนได้เรียนหนังสือ และภาษาสวีดิช เป็นภาษาที่ต้องใช้ในการทำงานของคนที่นี่ อังกฤษก็ใช้บ้าง แต่หลัก ๆ แล้วภาษาสวีดิชเท่านั้น และหากเราจะทำงานด้วยแล้ว ต้องพอพูดได้ ฟังออก ก็พอหางานง่าย ๆ ทำได้ด้วย วัฒนธรรมชาวสวีดิช วัฒนธรรมหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือ การทักทาย หากเป็นครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนรักมักคุ้น ส่วนใหญ่ทักทายด้วยกันกอด กอดกันกลม (ญาติ) กอดหลวม ๆ (เพื่อน) กอดกันเข้าไป แสดงความเสียใจก็กอดกัน แสดงความยินดีก็กอดกัน (อาจจะมีแก้มชนแก้ม หรือหอมแก้มกันบ้าง) แสดงการขอบคุณ หลังจากได้ของขวัญ ก็กอดกัน แสดงความรักต่อพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา สำหรับเด็ก ๆ ก่อนจะไปนอนต้องกอดกัน ครั้งแรกเราเจอทุกคนเราไหว้ แต่ทุกคนไหว้ไม่เป็น ไม่รู้ไหว้กลับอย่างไร ทำท่ามือไม่รู้จะวางไว้ไหน สุดท้ายเค้าก็มากอดเราอยู่ดี ต่อมาเราเลยไม่ไหว้ดีกว่า รู้สึกแล้วว่ากอดกันมันอบอุ่นดี (ในใจ) แต่หากเจอกันบ่อย หรือเพื่อน ๆ ที่เจอกันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกอดกันก็ได้ จับมือกันก็พอ อันนี้เราทำประจำ เจอกันกลางแจ้งฤดูหนาว (น้อยครั้ง) ต้องถอดถุงมือยื่นมืออันหนาวเหน็บมาสัมผัสให้ความอบอุ่นกัน สังคม ผู้คนที่นี่ ขอพูดถึงคนที่เมืองที่เราอยู่ ที่เรารู้จักทั่ว ๆ ไป ส่วนใหญ่เราโชคดีที่เจอแต่คนดี ๆ น่ารัก ให้เกรียติเรา ไม่ว่าจะครูสอนภาษา เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนภาษา เจ้าหน้าที่หน่อยราชการต่าง ๆ ที่เราต้องติดต่อ บางครั้งมีคลุกคลักบ้าง แต่หลาย ๆ อย่างก็ผ่านไปด้วยดี หรืออาจจะเป็นเพราะเราไม่เอาเก็บมาเป็นอารมณ์ก็ไม่รู้ ยิ่งญาติ ๆ ของแฟนเรา ทุกคนน่ารักมาก ๆ เกรงอกเกรงใจเรา (ความเกรงใจของพวกเค้า เหมือนคนไทยเลย) จะทำอะไรกันที นึกถึงหัวอกเราเป็นอันดับแรกเสมอ จะคอยบอกให้แฟนเราเอาอกเอาใจใส่เราให้มาก จะขอความช่วยเหลืออะไร บอกได้เสมอ ไม่ต้องเกรงใจเค้า เค้าเข้าใจว่าเราต่างบ้านต่างเมืองมา มีอะไรให้บอก ให้ถาม ช่วยเหลือได้เต็มที่ อากาศหนาว เพื่อนเราที่เคยอยู่ยุโรปทักว่า ชั้นว่าแกอยู่ไม่ได้หรอก มันหนาวมาก หนาวเข้ากระดูก บางทีหนาวจนปวดหัวเลย ในที่สุดเราก็อยู่มาได้ปีกว่าแล้ว ตอนนี้กลายเป็นหนาวจนชิน หน้าหนาวปีที่แล้วใสเสื้อผ้าหนาเตอะทุกวัน ในบ้านก็ต้องใส่เสื้อแขนยาว พอมาปีนี้สามารถใส่แขนสั้นในบ้านได้ล่ะ แถมบางทีก็ใส่แค่ที-เชิ๊ต และแจ็กเก็ต กางเกงก็ยีนต์ บางที่ไม่มีกางเกงขายาวข้างในอีกชั้น ก็ออกไปข้างนอกได้แล้ว (แหะ แหะ ปีนี้ยังไม่หนาวขนาดติดลบ 10 องศาน่ะ เลยกล้าหน่อย) คนไทยในเมืองนี้ แถมท้ายด้วยคนไทยที่เจอที่นี่ ที่คบแบบไปมาหาสู่กันก็มีคนหนึ่ง คนนี้เจอกันที่โรงเรียน เรียนห้องเดียวกัน พอดีบ้านอยู่ไม่ห่างกันมาก แฟนเราแฟนเค้าเข้ากันได้ดี ชอบพูดคุยกัน เลยทำให้ไปมาหาสู่กันได้บ้าง ส่วนคนอื่น ๆ หากได้เจอก็มีทักทายกันบ้าง คุยกันบ้าง หลาย ๆ คนที่เราเจอ และรู้จัก จะพยายามเรียนหนังสือ เพื่อจะหางานทำ มีเงินส่งไปให้ครอบครัวที่เมืองไทย แต่ก็ยังมีบางคนที่เดือดร้อน อกหักรักคุด เจอคนสวีดิชทิ้งขว้างก็มีเหมือนกัน แต่รัฐบาลก็ให้ความช่วยเหลือดี ก็ไม่ค่อยได้เดือดร้อนเท่าไหร่ ไม่ใช่เราไม่อยากคบคนไทย แต่เท่าที่รู้มาจากน้องคนที่เราคบอยู่ เห็นว่าคบแล้วปัญหาเยอะแยะจะตามมา เนื่องจากน้องเค้าเจอมาแล้ว เพราะตอนเค้ามาอยู่แรก ๆ เหงามาก แฟนพาไปรู้จักคนไทยที่เค้าพอจะรู้จัก จากคนแรกกลายเป็นหลายคน พอคบหลายคนก็หลายฝ่าย หากเค้าทะเลาะกันยังต้องเลือกอีกว่าอยู่ฝ่ายไหน ตอนนี้น้องเค้าบอกว่าขอลด ๆ การไปหา การคบคนไปหน่อยดีกว่า ม่ายงั้นปัญหาเยอะมาให้ปวดหัวบ่อย ๆ ทำให้เราไม่กล้าไปรู้จักใครมาก ๆ กลัวเหมือนกันไปเลย แต่ยังไงเมืองที่เราอยู่ Umeå (อือเมโอ) ด้วยประชากรแสนกว่าคน (กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ) เป็นเมืองที่อบอุ่น น่าอยู่เมืองหนึ่งทีเดียว "เมืองหนาวที่อบอุ่น" |
Lilla Mamma
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() เป็นแม่ที่ตัวเล็ก เป็นแม่ของไอ้ตัวเล็ก โดนรักพาตัวมาอยู่ประเทศสวีเดน คิดถึงเมืองไทยใจจะขาด โดยเฉพาะอาหารไทย การท่องเที่ยวเมืองไทย ครอบครัวที่เมืองไทย Custom Clocks from BlingPixie.com
Friends Blog Link |



ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [