slogan ของชีวิตไม่มีอะไรตายตัว มันเปลี่ยนทุกๆ วัน ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้เป็นวันดีของคุณ หรือคุณคิดว่า วันนี้คือวันที่เลวร้ายของคุณ
Group Blog
 
All Blogs
 

ของลดราคานี่..มันทำให้เกิดความต้องการ โดยไม่มีเหตุผล

ช่วงเดือนนี้ ที่นี่ มีการลดราคาสินค้าอีกครั้ง ปีนึงมี 2 หน ช่วงหลังคริสมาสตร์ และช่วงเดือนมิถุนายน ราคาก็ตั้งแต่ 30 - 50 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งช่วงท้ายๆ (แบบว่าของดีๆ สวยๆ หมดไปแล้ว เหลือแต่รุ่นไซส์บิ๊กๆ ) จะลดถึง 70 เปอร์เซ็นต์แหน่ะ

ไม่ต้องรอช้า ดิออร์ก็ส่ง จม. เชิญมาถึงบ้าน ว่าเสาร์ที่ 15 จะเริ่มต้นลดราคา (สินค้าล้างสต๊อก 555) แล้วนะจ๊ะ ว่าไปมันก็ไม่ถึงขนาดเชยอะไรมากมาย ถ้าเราเลือกแบบใช้ได้ทุกโอกาส ใช้ได้เรื่อยๆ มันก็คลาสสิคไปเองแหล่ะ เอา จม. เชิญ ไปให้สามีดู เค้าเลยอาสาขับรถไปส่งให้ถึงที่ เพื่อให้ภรรยาสนองตัณหา ที่กักกั้นไว้นาน

และก็ได้มา......รองเท้า 2 คู่ (ทีแรกไม่ได้มีในหัวสมองเลยว่าจะซื้อรองเท้าน่ะ) และกระเป๋าอีกหนึ่งใบ (อันนี้ก็ว่าจะไม่เหมือนกัน กะว่าจะไปเดินดูเฉยๆ น่ะ แต่มันลด 30 เปอร์เซ็นต์ รูปทรงดูผู้ใหญ่ดี ก็เลยซื้อมาน่ะ)



ดูสิ ออกจะน่ารักเน้อ....
ส่วนรองเท้า ก็สีแดง กับ สีขาว ส่วนคู่สีฟ้าเทา ได้มาจากร้านขายรองเท้าแถวบ้าน มันก็ราคา 19 ฟรังค์ ก็น่าลุ้นอยู่ แต่จะใส่ไปไหน ก็ยังไม่รู้เลย ใส่ไม่ค่อยสบายเหมือนกัน นั่งคิดนอนคิดอยู่ว่าจะเอาไปบริจาคดีไหม (แล้วอย่างนี้จะซื้อมาทำไมให้เสียตังค์ก็ไม่รู้ บ้าไปแล้ว) ส่วนคู่สีดำ หนังแก้ว ใส่สบายค่ะ ถึงจะสูงเอาการอยู่ แต่หนังนิ่มดี ท่าทางจะไม่กัดนะ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้อยู่ดี อันนี้เอาไว้ใส่หน้าฤดูใบไม้ร่วงได้ ช่วงฝนตกแฉะๆ ก็ดี คู่นี้ก็ 169 ฟรังค์ ส่วนนังดิออร์ 2 คู่นั่น ลดมา 40 เปอร์เซ็นต์ ยังแพงอยู่ดี




แล้วก็ตามมาด้วยเสื้อ ราคาก็อย่างว่าลดที่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 50 เปอร์เซ็นต์นี่ของมอร์แกนค่ะ สาวไซส์ xs อย่างดิฉันก็หาที่เค้าลดราคายากอยู่ เพราะยี่ห้อพวกนี้ส่วนมากเล็กสุดจะอยู่ที่ s บางทีก็หลวมไป แต่นึกอีกทีก็ดีแล้ว ซื้อแค่นี้ก็พอ ยี่ห้อต่างๆ ซื้อตอนราคาเต็มร้อยไม่ไหว มาซื้อช่วงเซลล์นี่ล่ะ แต่ถ้าราคาเต็ม ถ้าแบบที่ถูกใจจริงๆ ใส่มาแล้วสวยเด้ง อันนี้ก็ลงทุนหน่อย ปกติที่ชอบสุดๆ คือ Promod สีสันเสื้อผ้าสดใส แบบคิกขุดี อิๆ แต่เสียดายเค้าไม่ลดราคานี่สิ ไม่แน่เผื่ออาทิตย์หน้าเน้อ














อันนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะซื้อเหมือนกัน มีแค่ตัววิตามินซีทรีทเม้นต์ตัวเดียวที่จะซื้อ เพราะว่าไนท์ครีมใกล้หมดแล้ว แต่ไปๆมาๆ ไปซื้อรองพื้นเทพซะงั้น (เห็นสาวๆ ห้องแป้งว่ามาน่ะค่ะ) เอามาปิดรอยสิวซะหน่อย ช่วงก่อนแพ้เข็มคุมกำเนิด สิวเม็ดเบ้อเริ่มเลย ตอนนี้ไม่มีแล้ว ทิ้งไว้แต่ร่องรอย ใช้ครีมคงไม่ทันใจ หารองพื้นมาโบะดีกว่า ส่วนที่ปัดแก้มและลิป ก็ได้มาแบบงั้นๆ น่ะค่ะ



หมดรีวิวแล้วล่ะค่ะ เห็นบิลที่จ่ายไปแล้ว แทบลมจับ เกินงบประหยัดไปเยอะ เดือนหน้า เดือนใน คงไม่ช็อปแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวไม่มีเงินกลับไปเที่ยวเมืองไทย

*ขอบคุณที่แวะมาค่ะ*




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2551    
Last Update : 25 มิถุนายน 2551 15:58:07 น.
Counter : 375 Pageviews.  

ครีม เมคอัพ น้ำหอม ที่ขายดีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คลาสสิคจริงๆ

.....ข้อความด้านล่างนี้ นำมาจากแมกกาซีนฉบับหนึ่งนะคะ (Myself germany) ก็เลยแปลๆ แบ่งเอามาให้อ่านกัน ขาดตกบกพร่องยังไง ขออภัยด้วยค่ะ

....ในยุคนี้ เทรนด์เครื่องสำอางค์หรือครีมช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ตามจุด มีออกขายกันเกลื่อนเมือง หลั่งไหลจนบางคนแทบจะตามเทรนด์ไม่ทัน
แต่ว่าก็มีผลิตภัณฑ์บางตัว ที่ทุกคนให้การยอมรับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นของใช้ประจำวันของใครต่อหลายคน ทั้งคนดังในแวดวงไฮโซ ดารา นางแบบ หรือคนธรรมดา มาดูดีกว่าค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจ ที่เรารู้จักกันแล้วบ้าง

1. ครีมบำรุงผิวหน้า ของ คลีนิค Dramatically Different Moisturizing Lotion เกิดในปี คศ. 1968 โดยแพทย์ผิวหนังชาวแมนฮัตตัน ด้วยคำถามว่าทำอย่างไรที่จะเรียกว่าผิวใส มีสุขภาพดี จึงได้มีการค้นพบครีมบำรุงตัวนี้ขึ้นมา โดยผลิตภัณฑ์ในไลน์เดียวกันมีการดูแล 3 ขั้นตอน ด้วยการล้างหน้าให้สะอาด ปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์ และตามด้วยครีมตัวนี้ ราคา 45 ยูโร

2. ครีมบำรุงผิว จาก ไบโอเธิร์ม Lait Corporel เกิดในปี 1972 ผลิตจาก Thermalplankton extraxt เป็นครีมที่คนเยอรมันนิยมใช้กันมาก เพราะซึมซาบเร็ว และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซีทรัส ราคา 25 ยูโร

3. ครีมไฮโซ ที่ไฮซ้อก็ใช้ได้ ของ ลาแมร์ Creme de la Mer เกิดในปี 1965 ครีมนี้มีมากว่า 40 ปีแล้ว แต่ยอดขายก็ยังติดอันดับท๊อปเทนในทุกๆ ที่ เกิดขึ้นโดย ศาสตราจารย์ Max Huber ชาวเยอรมัน ซึ่งหน้าท่านพังจากการทดลองในห้องแล๊ป ทำให้มีแผลเป็นที่หน้า ท่านจึงค้นหาส่วนผสมต่างๆ เพื่อจะมารักษาหน้าของตัวเอง และจนถึงปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็ผลิตด้วยระบบแฮนด์เมด เพื่อที่จะได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากส่วนผสมของครีม ราคา 60 ml. 215 ยูโร

4. แอนตี้เอจจิ้งครีม ของ นีเวีย Q10 day cream เกิดในปี 1998 โคเอนไซน์คิวเทน มีการค้นพบในปี 1977 ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนสิน และนีเวียได้นำมาผลิตขึ้น ในปัจจุบันครีมตัวนี้เป็นครีมที่ติดอันดับขายดีที่สุดใน 58 ประเทศทั่วโลก
ราคา 13 ยูโร

5. มาสคาร่า ของ เมย์เบลลีน Great Lash เกิดในปี 1971 เป็นมาสคาร่าที่ราคาไม่แพง ดูรูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่ได้หรูหราอะไร แต่เป็นมาสคาร่าที่ช่างแต่งหน้าทั่วโลกนิยมใช้ เพราะให้สีที่ดำสนิท เมื่อปัดไปแล้ว ทำให้ขนตาดูเงางาม สวย เค้าว่ามาสคาร่าตัวนี้ขายได้ในทุก 1.3 วินาที ทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งมาสคาร่าที่ นาโอมิ แคมป์เบล และคริสตี้ เทอร์ลิงตัน ชอบใช้ ราคา 7 ยูโร

6. น้ำหอม ของ ลังโคม Tresor เกิดในปี 1990 สกัดจากกลิ่นกุหลาบ ยอดดอกของแอปปริคอท และอำพัน ที่เค้าว่ากันว่า ผู้หญิงที่ใช้น้ำหอมนี้ จะหอมแบบมีกลิ่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน (อันนี้ไม่ทราบยังไง เพราะไม่เคยได้ใช้กะเค้าสักที) ราคา 61 ยูโร

7. คอนซีลเลอร์ ของ อีฟแซงโลรองซ์ Touch Eclat เกิดในปี 1992 ใช้ได้ดีทั้งผิวรอบตา หรือรอยด่างดำบนใบหน้า เพราะมีพู่กันอันบางเบาไว้ระบายให้เทคเจอร์สมดุลกับผิวหน้า คอนซีลเลอร์ตัวนี้ ขายได้ทุกๆ 20 วินาที ทั่วโลก ราคา 33 ยูโร

8. ไนท์ครีม ของ เอสเต้ ลอเดอร์ Night Repair เกิดในปี 1982 ใช้หลังจากทำความสะอาดหน้าเสร็จ และทางที่ดี ควรใช้สม่ำเสมอทั้งเช้าและเย็น เป็นเซรั่มปกป้องการทำลายผิวจากสิ่งแวดล้อม และแสงแดด เป็นตัวช่วยซ่อมแซมผิวที่เสียได้อย่างดี และปัจจุบันก็ได้มีตัวใหม่ออกมาก็คือ Advance night Repair Concentrate นั่นเองค่ะ ราคา 30ml 100 ยูโร

จบเท่านี้แหล่ะค่ะ ใครมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไว้ในครอบครองบ้างคะ แลกเปลี่ยนกันฟังบ้างดีกว่า ว่าดีจริง อย่างที่เค้าว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีระดับโลกไหม
ส่วนตัวดิฉันเอง ก็ใช้ ครีม เดอ ลา แมร์ กับ มาสคาร่าของเมย์เบลลีนอยู่ และยอมรับค่ะว่าสำหรับดิฉันแล้วพอใจกับคุณภาพเค้าจริงๆ




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2551 17:55:29 น.
Counter : 428 Pageviews.  


Valentine's Month


 
lilien
Location :
LU Switzerland

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมกันนะคะ
Friends' blogs
[Add lilien's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.