ความรู้คู่ความก้าวหน้า
 
CCNA: OSPF Network Types

เนื่องจากผมไปตอบคำถามใน Facebook: CCNA Hunter Group มา แล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ ท่าน อาจจะยังไม่ละเอียดมากอย่างที่ผมตั้งใจ แต่ก็ละเอียดระดับนึงครับ โดยเนื่้อหาเป็นดังนี้ครับ:

OSPF ได้แบ่ง network type ออกเป็น 3 network type ใหญ่ๆ คือ Point-to-Point, Broadcast Multiaccess และ NBMA (Non-Broadcast Multiaccess)

โดย Network Type บาง type จะต้องมีการเลือกตั้ง DR หากใน Network type นั้นมีลักษณะ Subnet หนึ่ง subnet มี router ต่อกันหลายตัว เช่น 
LAN ที่มี switch อยู่ตรงกลางแล้วมี router มาต่อเข้าด้วยกัน โดย router ทุกๆ ตัวจะต้องทำ routing update ไปหา DR แล้วให้ DR ประกาศย้อนกลับเข้ามายัง LAN เพื่อไม่ให้ router ภายในวง LAN ทำการ update ซึ่งกันและกันเอง เพราะถ้ามี router ในวง LAN หลายๆ ตัวแล้ว และไม่มี DR มันจะเกิดเหตุการณ์ update กันอย่างซ้ำซ้อน ซึ่งจะทำให้ performance ของ LAN วงนั้น drop ลง

OSPF จะตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างอัตโนมัติ (โดย default) ว่า การเชื่อมต่อไปแบบไหนที่ควรจะมีการเลือกตั้ง DR และแบบไหนที่ไม่ต้องเลือกตั้ง โดยมีเงื่อนไขโดย default ดังนี้ครับ:

Network Type แบบ Point-to-Point นั้น OSPF จะเลือก่่ interface serial ที่ encapsulation เป็น HDLC กับ PPP หรือไม่ก็ Frame Relay ที่ใช้ Sub-Interface เป็น point-to-point เพราะโดย technology และ protocol แล้ว ในหนึ่ง subnet จะใส่ router หรือมี router ได้สูงสุดก็แค่ 2 ตัวเท่านั้น ดังนั้น Network Type หรือ technology แบบนี้จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเลือก DR เพราะมีแค่นายกับฉันเท่านั้น

Network Type แบบ Broadcast Multiaccess นั้น OSPF จะตัดสินใจว่าบน Interface แบบ Ethernet จะต้องมีการเลือก DR เพราะเทคโนโลยีนี้รองรับการเชื่อมต่อ router ได้หลายๆ ตัวบน subnet เดียวกัน ซึ่งจากรูปที่น้องให้มา แม้ router จะต่อกันทาง Hardware แค่ 2 ตัวก็ตาม OSPF ไม่รู้หรอกว่ามันต่ออยู่บน switch หรือต่อกันตรงๆ มันจึงต้องเลือก DR ทั้งๆ ที่มี router แค่ 2 ตัวเท่านั้น เพราะถ้าเราต่อ router 2 ตัวบน switch หรือต่อกันตรงๆ ก็ตาม OSPF มันก็ไม่รู้หรอก ดังนั้นโดย default แล้ว หาก interface เป็นเทคโนโลยี Ethernet ปุ๊ป ก็ตีความเป็น Broadcast Multiaccess Network Type ทันที แล้วทำการเลือกตั้ง DR

Network Type แบบ NBMA (Non Broadcast Multiaccess) จะเน้นอยู่บนเทคโนโลยีแบบ Frame Relay ที่ไม่ได้ใช้ sub interface point-to-point ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆ LAN คือ เป็น network แบบ Multiaccess นั่นคือ ในหนึ่ง subnet มี router ต่อกันได้หลายตัว ผ่านทาง Frame Relay Network 
แต่ที่ Frame Relay แตกต่างไปจาก LAN ก็ตรงที่มันจะไม่ทำการ Broadcast traffic ข้าม Frame Relay Network เหมือนอย่าง Ethernet Layer 2 Switch ก็เพราะว่ามันเป็น Technology แบบ Non-Broadcast Multiaccess นั่นเอง ซึ่ง OSPF ก็จะทำการเลือกตั้ง DR เช่นกันครับ (เพราะ Keyword คำว่า Multi Access หรือ 1 subnet มี router มาต่อร่วมกันได้มากกว่า 2 ตัว)

สรุป

- OSPF 1 Domain จะมีได้หลาย Area

- OSPF 1 Area จะมี LAN ได้หลายๆ วง (การต่อสาย LAN ระหว่าง router 2 ตัว ก็นับเป็น LAN 1 วง ที่มี router 2 ตัวเท่านั้น แต่ยังเป็น Network Type แบบ Broadcast Multiaccess อยู่นะครับ)

- LAN แต่ละวง จะมี DR ได้แค่ 1 ตัว



Create Date : 13 มีนาคม 2558
Last Update : 17 กันยายน 2558 8:55:04 น. 1 comments
Counter : 5596 Pageviews.  
 
 
 
 
ขอบคุณบทความดีๆครับอาจารย์
 
 

โดย: Apiwat IP: 159.192.221.94 วันที่: 5 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:36:29 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

BlogGang Popular Award#15


 
kochaiwat
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 693 คน [?]




เริ่มงานครั้งแรกที่บริษัท UIH (United Information Highway) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการทางด้านการสื่อสารข้อมูล อาทิเช่น Lease Line, Frame Relay และ MPLS และได้ย้ายไปร่วมงานกับบริษัท dtac โดยได้ทำงานเกี่ยวกับ IP Network (Switch/Router/Firewall/F5-Loadbalancer) รวมถึง MPLS Network และ IPRAN (IP Radio Access Network) ซึ่งเป็น IP Network ที่รองรับ Access ของ Mobile System นอกจากนั้นยังสนใจศึกษาเรื่อง IPv6 Address ที่จะมาใช้แทน IPv4 ที่เราใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
แต่ด้วยความชอบในการแบ่งปันความรู้ จึงได้มีโอกาสสอน CCNA อยู่ที่สถาบันแห่งหนึ่งในอาคารฟอร์จูนทาวน์ในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึง พ.ศ. 2553 รวมเป็นเวลา 4 ปี, หลังจากนั้นในระหว่างที่ทำงานที่ dtac ก็ได้สอนเสาร์-อาทิตย์เรื่อยมา

เคยเป็น Trainer หรือ Instructor อย่างเต็มตัว สอนวิชาต่างๆ ของ Cisco อย่างเป็นทางการ (Authorize Training) ที่บริษัท Training Partner Thailand จนถึง มีนาคม 2014 และได้ตัดสินใจออกมาสอนเอง เพราะด้วยความรักในอาชีพการสอน และต้องการที่จะแบ่งปันความรู้ให้กับบุคคลในระดับกลางและล่างเพื่อส่งเสริมให้ได้มีโอกาสได้เรียน และได้มีโอกาสสมัครงาน แต่ด้วยใจรักในบริษัท Cisco ดังนั้น เมื่อมีโอกาสเข้ามา จึงได้ตัดสินใจหยุดการสอน และได้เข้าไปเป็นพนักงาน หรือทำงานที่บริษัท Cisco Thailand ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 (2016) จนถึงปัจจุบัน

ลูกค้าที่เคยมารับการอบรม เช่น
- Lao Telecom Company Ltd
- CAT Telecom
- TOT
- True
- dtac
- CDG Group
- SITA air transport communications and information technology (www.sita.aero/)
- Infonet Thailand
- MultiLink Co., Ltd
- โรงพยาบาลไทยนครินทร์
- และเคยไปเป็นวิทยากรพิเศษที่ มหาวิทยลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ

ปัจจุบัน โก้-ชัยวัฒน์ ได้ผ่านการสอบ:
- Cisco Certified Internetwork Expert (CCIE) No. 51353 และ
- Cisco Certified Systems Instructor (CCSI) ซึ่งเป็น Certificate ที่ออกให้โดย Cisco สำหรับผู้ที่จะเป็นผู้สอน Cisco Certificate อย่างเป็นทางการ และได้รับ CCSI ID: 34784

วิชาที่สามารถได้สอนได้สำหรับ Cisco Certificate ในขณะนี้คือ
- CCNA Routing & Switching
- CCNA Security (IINS)
- CCNP Route & Switch: ROUTE
- CCNP Route & Switch: SWITCH
- CCNP Route & Switch: TSHOOT
- MPLS (IOS)
- MPLS Traffic Engineering (IOS)
- CCNP Service Provider: SPROUTE (OSPF, IS-IS, BGP, Prefix-List, Route-Map and RPL (Routing Policy Language))
- CCNP Service Provider: SPADVROUTE (Advance BGP, Multicast, and IPv6)
- CCNP Service Provider: SPCORE (MPLS, MPLS-TE, QoS)
- CCNP Service Provider: SPEDGE (MPLS-L3VPN, MPLS-L2VPN (AToM and VPLS)
- IPv6

Certification ที่มีอยู่ในปัจจุบัน CCIE# 51353, CCSI# 34784, CCNA Routing & Switching, CCNA Security (IINS), CCNA Design, CCNP Routing & Switching, CCIP, CCNP Service Provider ซึ่งเป็น Certification ของ Cisco product รวมถึง Certification ของสถาบัน EC-Council (www.eccouncil.org) นั่นคือ Certified Ethical Hacker (CEH)

"เป้าหมายมีไว้ให้ไล่ล่า บ้างเหนื่อยล้าบ้างหยุดพัก
ชีวิตแม้ยากนัก แต่เรารักเราไม่ถอย
ชีวิตแม้ต้องคอย จะไม่ปล่อยไปวันๆ
ชิวิตไม่วายพลัน แม้นสักวันต้องได้ชัย"

"แม้ระยะทางจะไกลแค่ไหน แม้ต้องใช้เวลามากเพียงใด
ขอเพียงแค่มีความตั้งใจ เราต้องได้ไปให้ถึงมัน"

ผมจะไม่ยอมทิ้งฝัน แต่จะไล่ล่ามันให้ถึงที่สุด สักวันฝันอาจจะเป็นจริง ถึงจะไปไม่ถึง แต่ผมก็ภูมิใจที่ได้ทำ
==============================
ความรู้ = เมล็ดพืช
ความพยายามในการเรียนรู้ = ปุ๋ย, น้ำ และความใส่ใจที่จะปลูก
สรุปคือ
ยิ่งพยายามเรียนรู้ ยิ่งพยายามศึกษาในเรื่องใดๆ ผลที่ได้คือ จะได้ความรู้ในเรื่องนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง เปรียบเสมือนปลูกต้นไม้ด้วยความใส่ใจ ให้น้ำ ให้ปุ๋ย ผลที่ได้ก็คือ ต้นไม้ที่เติบโตอย่างแข็งแรง และผลิดอกและผลที่งดงามให้เราได้ชื่นชม
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จจะอยู่ที่นั่น หรือที่ไหนก็ช่าง แต่เชื่อเถอะ เราจะได้ผลลัพธ์ที่ดีจากความพยายามนั้นๆ ไม่มากก็น้อย
อยากได้อะไรให้พยายาม แล้วความสำเร็จมันจะเข้ามาหาเอง
ผมเชื่อ และมั่นใจอย่างนั้น
===============================
ตอนนี้ผมได้ไปถึงฝัน (CCIE) แล้ว และสิ่งที่ไม่คาดฝัน คือได้ทำงานที่บริษัท Cisco ซึ่งถือได้ว่าไกลเกินฝัน

กว่าผมจะมาถึงจุดนี้ได้ เกิดจากความตั้งใจ มุ่งมั่น และพยายามอย่างไม่ย่อท้อ ศึกษาหาความรู้ และฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ จนกระทั่งประสบความสำเร็จ และผมก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ขอเพียงแค่อย่าท้อ อย่าถอย และอย่าหยุด

ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน และขอให้ประสบความสำเร็จดังที่มุ่งหวัง ไม่ว่าท่านจะหวังสิ่งใดก็ตามครับ

ท้ายที่สุด ผมขอฝากข้อคิดในเรื่อง Certificate ไว้สักนิดนะครับ:
*** "CCIE และ Certificate อื่นๆ มีไว้เพื่อทำมาหากิน และมีไว้เพื่อข่มตนไม่ให้เกรียน เพราะความเกรียนจะนำมาซึ่งการเป็นเป้าให้คนที่เค้าหมั่นไส้ยิงเอานะครับ" ***

Facebook: Chaiwat Amornhirunwong
New Comments
[Add kochaiwat's blog to your web]

MY VIP Friends


 
 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com